مشاركة

8.2

last update تاريخ النشر: 2026-03-07 08:15:10

"ขอรับ!" บ่าวผู้นั้นพยักหน้ารัว "อนุหลิวให้ข้าน้อยไปนำไหสุราดอกเหมยที่ฝังไว้มา แต่ข้าน้อย… ข้าน้อยอดใจไม่ไหวกับกลิ่นของมัน!"

ทุกคนรอบข้างต่างหันไปมองบ่าวผู้นั้นเป็นตาเดียว

"อย่าบอกนะว่าเจ้า!?" ฟางเหมยเอ่ยถามอย่างที่นางพอจะเข้าใจเรื่องราวแล้วแต่เหมือนคนกำลังหลอกตัวเองมากกว่า

"ขอรับ!" บ่าวตัวสั่น "สุราดอกเหมยไหนั้น… กลิ่นหอมราวกับดอกไม้ในฤดูหนาว ข้าน้อยเผลอดื่มไปเพียงเล็กน้อยแต่กลับมิอาจหยุดได้ พอดื่มเข้าไปอีก ข้าน้อยก็เมาจนลืมตัว มือของข้าน้อยคงไปปัดตะเกียงไฟล้ม ไฟจึงลามไปที่เรือนของอนุหลิว!"

ทุกคนที่ได้รู้ถึงกับเงียบและคิดไปต่างๆนานาแล้ว

สุราดอกเหมยไหพิเศษ?

หลี่หยวนขมวดคิ้ว เขาหันไปมองฟางหลินทันที นางยังคงจ้องบ่าวผู้นั้นด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเสียดายสุดขีด ทั้งที่ควรจะกรุ่นโกรธที่เรือนตนถูกเผามากกว่า

"สรุปว่า… สุราดอกเหมยไหสุดท้ายของข้า หมดไปแล้วเช่นนี้หรือ?"

นางถามเสียงเรียบแต่นัยน์ตากำลังมีเคล้าลางความกรุ่นโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว

บ่าวผู้ทำผิดคุกเข่าก้มศีรษะแนบพื้นแทบร้องไห้ เขานั้นได้พอรู้มาบ้างว่าอนุหลิวท้ายเรือนผู้นี้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเดียว ก็คือ สุรา! โดยเฉพาะสุราที่นางหมักเอง

"ข้าน้อยผิดไปแล้ว! ได้โปรดลงโทษบ่าวด้วย แต่อย่าไล่บ่าวออกไปเลย..."

ฟางหลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าของนางแสดงออกถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียสุราอันล้ำค่าของตนมากกว่าความเสียหายของเรือนเสียอีก

ความกรุ่นโกรธผิดเรื่องที่ทุกคนคาดไม่ถึงนั้นทำให้สีหน้าของคนรอบข้างตอนนี้ต่างมีสีหน้าฉายความประหลาดใจ

หลี่หยวนเองก็นิ่งไปนับจากต้นจนถึงตอนนี้

อนุของเขา… เป็นเจ้าของสุราดอกเหมยที่เขาชื่นชอบอย่างนั้นหรือ?

เขาจ้องมองนางอย่างอึ้งงัน อันที่จริงเขาควรจะรู้สึกขบขันกับท่าทางเสียดายสุดใจของนาง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกประหลาดจนถึงกับไม่อาจละสายตาได้มากกว่า

นางมิใช่เพียงสตรีที่งดงามกว่าที่เขาคิด แต่นางยังเป็นเจ้าของสุราที่ทำให้เขาติดใจมาตลอดด้วย

นี่คือเรื่องที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมาเจอหลังกลับมาเมืองหลวงแล้ว...

ท่ามกลางเงียบสงบนี้เสียงของ จื่อเหยา คุณหนูรองจวนหลี่ก็เอ่ยทำลายมันเสียแล้ว

“เช่นนั้นแล้ว คืนนี้อนุหลิวจะนอนที่ใดเล่า?”

ทุกคนชะงัก ก่อนจะหันไปมองเรือนที่ไหม้ไปกว่าครึ่งของฟางหลิน

และต่อมา… สายตาของทุกคนก็หันไปมองหลี่หยวนเป็นตาเดียว เพราะในที่นี้เขาเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจมากที่สุด

แม้แต่ฟางหลินเองก็หันไป ทำให้สองคนสบตากันคราแรกอย่างไม่ตั้งใจ

หลี่หยวนที่เพิ่งตั้งสติได้จากความตะลึงเมื่อครู่ ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเย็นชาของเขาทำให้บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้ง

...และเวลาที่คนรอคอยก็มาถึง เสียงทุ้มของหลี่หยวนก็ดังขึ้น

"ที่เรือนข้ามีห้องว่างมิใช่หรือ พ่อบ้านกู้?"

น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้อารมณ์เฉกเช่นเคย แต่ทุกคนในบริเวณนั้นต่างชะงักกับคำตอบที่ได้ยิน

พ่อบ้านกู้ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะเช่นเดียวกัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าห้องว่างที่เจ้านายกล่าวถึง… ก็คือห้องที่นายท่านของเขาเพิ่งสั่งให้ทำเป็นห้องเก็บหนังสือในวันนี้เอง

หลี่หยวนหันมามองพ่อบ้านกู้ตรง ๆ สายตานั้นเรียบเฉย ทว่ามีประกายคมปลาบที่มิอาจปฏิเสธได้

พ่อบ้านกู้รับใช้นายน้อยผู้นี้มานานย่อมรู้ดีว่า… สายตานี้นี่มิใช่การถามความเห็น แต่มันคือคำสั่ง

"ใช่ขอรับ ห้องนั้นข้าน้อยทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว หากนำที่นอนเข้าไปวางก็นอนได้ทันทีขอรับ"

จากคำกล่าวของพ่อบ้านกู้มิใช่ว่า ที่พักชั่วคราวของหลิวฟางหลิน… ย่อมเป็นห้องว่างนั้นโดยปริยายหรอกหรือ?!

จะให้นางไปนอนที่เรือนของแม่ทัพหลี่? ใกล้กับบุรุษผู้นั้นที่แม้จะเป็นสามีในนาม แต่นางไม่เคยมีสัมพันธ์ใด ๆ ด้วยเลย?

นางยอมรับไม่ได้หรอก!

"ข้าน้อยนอนที่นี่ก็ได้เจ้าค่ะ เรือนนี้ไหม้เพียงส่วนหน้าแต่ห้องนอนยังใช้การได้อยู่ ข้าน้อยไม่รบกวนท่านแม่ทัพดีกว่า" ฟางหลินเอ่ยขัดขึ้นแต่ยังคงท่าทีนอบน้อมไว้

อีกไม่นานนางก็จะแต่งออกไปจากจวนแล้ว มันคงมิใช่เรื่องดีหากต้องไปพำนักในเรือนของเขา! นางจำได้ว่าธรรมเนียมยุคนี้บุรุษสตรีมิควรอยู่ใกล้กัน...

ใช่แล้ว นี่ล่ะคือเหตุผลที่นางไม่ควรไปอยู่เรือนของเขา

ทว่าไม่ทันที่ฟางหลินจะหาทางเลี่ยงไปมากกว่านี้ ฮูหยินใหญ่ที่เงียบมานานก็ปรายตามองบุตรชายของนาง ก่อนจะเบือนสายตามามองฟางหลินและหยักยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนในใจ

ฮูหยินใหญ่รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าบุตรชายของนางมองอนุหลิวของเขาอย่างไม่วางตา ตั้งแต่เห็นหน้านางครั้งแรกจนถึงตอนนี้..

นางหันไปสบตากับบุตรสาวของตน เพียงชั่วพริบตาเดียวพวกนางก็เข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องปริปากสักคำ และเพียงเสี้ยวเวลาเท่านั้น ฟางหลินก็ถูกทอดทิ้งจากผู้ร่วมอุดมการณ์กับพวกนางโดยสิ้นเชิงอย่างไม่ทันรู้ตัว!

"ฟางหลิน" ผู้มีอำนาจรองจากหลี่หยวนกล่าว "บัดนี้ดึกมากแล้ว คืนนี้บ่าวในจวนยังมีเรื่องให้ทำอีก ส่วนข้าเองก็เหนื่อยมามาก เจ้าไปพักที่เรือนของอาหยวนก่อนเถิด เรือนเจ้าซ่อมแซมเสร็จแล้วค่อยว่ากันอีกที"

ฟางหลินชะงัก "แต่ว่า--"

"ไม่มีแต่" จื่อเหยากล่าวเสริมทันที สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความจริงจัง "อนุหวิว ในจวนนี้ห้องว่างล้วนยังไม่ทำความสะอาด อีกทั้งที่เรือนของพี่ใหญ่ก็เพิ่งทำความสะอสดพอดี เจ้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?"

"ไม่สิ ข้าสามารถ—"

"ไปเถิด" ฮูหยินใหญ่เอ่ยเสียงเรียบ แต่เป็นเสียงที่มิอาจปฏิเสธได้อย่างชัดเจน

ฟางหลินกะพริบตา นี่คือสตรีสองนางที่หลานวันมานี้ร่วมวางแผนกับนางใช่หรือไม่ เหตุใดเปลี่ยนใจเร็วเช่นนี้?!

นางหันไปมองหลี่หยวนที่ยังคงยืนนิ่งขรึมอยู่เช่นเดิม ดวงตาของเขาเย็นชา ราวกับมิได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่หากสังเกตดี ๆ แล้ว…

เขาไม่ได้พูดแย้งใด ๆ เลย!

สุดท้ายแล้วคนที่มาขออาศัยผู้อื่นพักเช่นนางก็มิอาจเรื่องมากได้ นางต้องไปพักชั่วคราวที่ห้องว่างในเรือนหลักของแม่ทัพหลี่โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   48

    ผลของการกระทำในบ้านร้างนั้น...หมิงจูเดินสำรวจไปตามความมืด นางรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่พยายามจะเงียบย่างเข้ามาจากด้านหลัง นางหยุดเดินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบโดยไม่หันไปมอง“เจ้าจะออกมาจากที่ซ่อนหรือให้ข้าไปลากออกมาเอง?”เสียงฝีเท้าชะงักลง ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากมุมมืดที่มาของเสียงฝีเท้านั้น“เจ้านี่ฉลาดเกินไปจริงๆ น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้าจะใช้ไม่ทันการณ์”บุรุษในชุดดำหลายคนเดินออกมาพร้อมท่อนไม้ในมือหมิงจูยิ้มมุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบ “เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลแผนตื้นๆ เช่นนี้หรือ?”สีหน้าตระหนกเกิดขึ้นบนหน้ายับย่นของบุรุษชุดดำชั่วครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นหยักยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเหนือกว่า“เป็นสตรีอย่าได้ปากเก่งนักเลย แม้เจ้าจะสู้ไม้ในมือพวกข้าได้แต่จะสามารถสู้ธูปปลุกกำหนัดได้หรือไม่นั้นก็ต้องมาดูกัน! หึหึ”อา ใช่แล้ว กลิ่นแรกที่หมิงจูเข้ามานั้นคือกลิ่นหอมอ่อนจนพาลให้นึกถึงคราที่นางถูกพิษกำหนัดของฮ่าวเทียนขึ้นมา เพียงแต่คนละกลิ่นเท่านั้น!ดูท่าแล้วชาวเมืองหลวงยุคนี้เขาจะนิยมจัดการศัตรูด้วยการใช้พิษกำหนัดเสียจนน่ารำคาญสิ้นดีสินะที่เบื้องนอกบ้านร้าง... จวิ้นอี้ยืนรออย

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   49

    ยามเย็นที่จวนของหมิงจูถูกปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์อัสดง รถม้าของนางจอดนิ่งอยู่ที่ลานหน้าจวนอย่างเรียบง่าย เมื่อหมิงจูก้าวลงจากรถม้าสายตาของนางก็เผลอจับจ้องไปที่จวนข้างเคียง รถม้าคันหรูประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลเฉินจอดอยู่เช่นกันเฉินอวี่ในชุดหรูหราทรงภูมิกำลังลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขาเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหมิงจูที่กลับมาจวนเร็วกว่าปกติ"เจ้ากลับมาเร็วนัก เหตุใดจึงไม่ไปที่ร้านหรือ?"เฉินอวี่ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย พลางก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วงหมิงจูที่ยืนสงบนิ่งอยู่สูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้ามองเขา แววตาของนางฉายแววบางอย่างที่เฉินอวี่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเจ้าเล่ห์เกินบรรยายจนพาลให้จังหวะหัวใจหยุดไปโดยพลัน"ข้าพบเรื่องยุ่งยากมาเล็กน้อย..." นางเอ่ยพลางเม้มปากเล็กน้อย "และ...โดนพิษกำหนัดเข้าอีกครั้ง"คำพูดของหมิงจูทำให้เฉินอวี่ตัวแข็งค้าง ความเป็นห่วงพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจเขาในทันที"เจ้าว่าอะไรนะ! เจ้าได้รับพิษอีกแล้ว? ใครกันกล้าทำเช่นนี้กับเจ้า!"หมิงจูแค่นยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางสายตาของเฉินอวี่ที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าการแก้พิษ ครา

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   50 บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายยามเช้าที่แสงตะวันสาดผ่านม่านเมฆอย่างอ่อนโยน ลานพิธีที่จวนตระกูลเฉินถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผ้าสีแดงสด ประดับด้วยโคมไฟและดอกไม้หอมที่อบอวลในอากาศ เสียงขับร้องและดนตรีจีนดั้งเดิมขับขานด้วยความไพเราะเจ้าบ่าวเฉินอวี่ในชุดแต่งงานสีแดงหรูหราประดับลวดลายประดับดิ้นทอง เดินนำหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ข้างกายของเขาคือ หมิงจูในชุดเจ้าสาวสีแดงลายดอกโบตั๋นทองอันอ่อนช้อย สวมผ้าคลุมหน้าบางเบาร่างกายขยับเคียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงประทัดดังสนั่นขึ้นในยามที่ทั้งสองคุกเข่าเบื้องหน้าฟ้าดิน“คารวะฟ้าดิน!”ผู้ทำพิธีเอ่ยเสียงดัง ขณะทั้งสองคนก้มลงคารวะฟ้าดินเป็นครั้งแรก เสียงผู้ร่วมงานส่งเสียงแสดงความยินดีดังกระหึ่ม“คารวะบิดามารดา!” หมิงจูและเฉินอวี่หันไปยัง ฮูหยินเฉินและเจ้าตระกูลเฉิน ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งสำคัญ ฮูหยินเฉินนั้นมีน้ำตาคลอเบ้ากลับยิ้มอย่างปลื้มปีติ เจ้าตระกูลเฉินก็เอ่ยอย่างอารมณ์ดีไม่ต่างกัน“หมิงจู เจ้าได้บุตรชายข้าไปแล้ว ขอฝากให้เจ้าช่วยปรามเขาให้หน่อย”ฮูหยินเฉินกล่าวแทรกด้วยเสียงขำ “ใช่แล้ว หมิงจู เจ้าต้องเป็นสะใภ้ที่เด็ดขาดในแบบของเจ้าเองนั่นแหละ แล้วก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านห

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   47

    ช่วงกลางวันวันหนึ่ง ณ ห้องโถงทานอาหารในจวนเฉินฮูหยินเฉินนั่งหัวโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของนางยิ้มแย้มตั้งแต่ต้นมื้ออาหาร ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ส่งไปยังว่าที่สะใภ้คนโปรดอย่างหมิงจู หมิงจูเองก็นั่งตัวตรงอย่างสำรวม แม้นางจะคีบอาหารของตัวเองแต่กลับถูกแย่งชิงคีบให้อยู่เรื่อยไป“หมิงจู ทานนี่สิ ไก่ตุ๋นยาแม่ครัวใหญ่ทำพิเศษวันนี้เพื่อเจ้าทีเดียว” ฮูหยินเฉินคีบเนื้อไก่นุ่มละมุนใส่ชามของหมิงจูจนแทบล้น “แล้วนี่ก็เป็ดรมควันที่ข้าสั่งมาจากห้องครัวหลังจวน เขาว่ากันว่าช่วยบำรุงเลือดลม”หมิงจูยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวขอบคุณ นางไม่ได้มีโอกาสคีบอาหารใส่ถ้วยด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะไม่ทันไร ฮูหยินเฉินก็ยื่นตะเกียบมาอีกครั้งพร้อมซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งหอมกรุ่น“กินเยอะๆ เถอะอย่ามัวแต่ทำงาน” ฮูหยินเฉินกล่าวอย่างอาทร “เจ้าเป็นสตรีที่ซูบผอมเกินไป ถ้าหากแต่งเข้าจวนเราแล้วข้าอยากให้เจ้าเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี”เฉินอวี่ที่นั่งข้างๆ หมิงจูหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่แดงระเรื่อของหมิงจูด้วยความชอบใจ “ท่านแม่เอ็นดูนางจนลืมบุตรชายคนนี้ไปแล้วกระมัง”ฮูหยินเฉินหันขวับไปหาเฉินอวี่ ตบโต๊ะเบาๆ อย่างหยอก

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   46 แผนการของจวิ้นอี้

    “อาจู... เจ้าไม่เห็นบอกบิดาเลยเล่าว่าเจ้าสนิทกับคุณชายเฉินถึงเพียงนี้ ไว้จัดเวลาได้ก็พาคุณชายเฉินไปนั่งคุยที่จวนเราบ้างเถอะ...”การเปลี่ยนท่าทีของเจ้าตระกูลไป๋ชั่งน่าไม่อายเกินกว่าใครจะรับไหวเสียจริง หมิงจูหรี่ตามองตอบกลับอย่างเย็นชา นางไม่ได้ตอบรับคำชมของเจ้าตระกูลไป๋ นางเมินคำพูดของเขาแสดงออกถึงความห่างเหินชัดเจน“ข้าเกรงว่าท่านเจ้าตระกูลไป๋อาจเข้าใจผิดไปเล็กน้อย ข้าหาใช้คนตระกูลไป๋อีกต่อไปแล้ว และในอนาคตก็คงจะไม่ใช่อีกแน่นอน”หมิงจูวางตัวชัดเจนเพื่อตัดโอกาสการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากนางและคนที่เกี่ยวข้องกับนางแบบเด็ดขาด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ยังทางฮูหยินเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเมื่อครู่“ฮูหยินเฉินโปรดเรียกข้าว่าหมิงจูเถอะเจ้าค่ะ การเรียกข้าด้วยแซ่ไป๋นั้น คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก...”คำกล่าวนี้ทำให้เจ้าตระกูลไป๋ที่อยากคืนดีด้วยถึงกับหน้าซีดเผือด จวิ้นอี้กำมือแน่นไม่ต่างจากผู้เป็นมารดาฮูหยินเฉินนั้นมองเรื่องราวนี้แล้วกลับหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นางลอบยิ้มมองไปทางบุตรชายด้วยสายตาที่ต่างจากตอนแรก เป็นสายตาชื่นชมและยินดีที่ส่งไปหาเฉินอวี่เพราะเขาทำสิ่งที่นางถูกใจยิ่งนั่นเอง

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   45

    หลุมพราง“อาอวี่ เจ้าจะไม่แนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหรือ?”เฉินอวี่ยิ้มบางส่งไป รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกว่าเขามีความรู้สึกนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่เคยเป็น เขาหันมามองคนข้างหลังแวบหนึ่งบรรยากาศรอบศาลากลางสวนเต็มไปด้วยอบอุ่นบางอย่างจากท่าทีของเฉินอวี่ยามพูดถึงเรื่องนี้ แต่ในความชื่นฉ่ำนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดในหัวใจของคนตระกูลไป๋ที่เพิ่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของหมิงจูเมื่อตอนสายไป...“ท่านแม่ หลังจากนี้ข้าจะกลับมาจวนอย่างที่ท่านต้องการแล้ว และก็พาสตรีที่ข้าตั้งใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยมาแนะนำให้ท่านรู้จักด้วยขอรับ”ฮูหยินเฉินชะงัก นางเบิกตากว้างหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกวาดตามองบุตรชายอย่างจับผิดทันที เพราะบุตรชายที่ขอออกไปร่ำเรียนและใช้ชีวิตอิสระมานานหลายปีอยู่ดีดีกลับมาโดยไม่บอกกล่าวพร้อมกับบอกว่ามีสตรีในดวงใจมาแนะนำ เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้นางคิดดีได้อย่างไรหากบุตรชายนางไม่ไปหลงเสน่ห์มารยาสตรีเข้าแล้ว“เจ้าไปถูกตาต้องใจสตรีที่ไหนกัน? มีที่มาจากตระกูลใดคู่ควรที่จะมาดูแลจวนเฉินของเราหรือไม่! หรือถูกเสน่ห์มารยาสตรีขายเรือนร่างหลอกเอาหรือไม่?!”เฉินอวี่เพียงยิ้มบางอย่างเข

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status