Partager

11

Auteur: 橙花
last update Date de publication: 2025-05-30 07:00:08

สองวันต่อมา

วันนี้เป็นวันลงทะเบียนและรับฟังกฎการแข่งขันในปีนี้ เจิ้งกั๋วกงได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีพร้อมฮ่องเต้และเหล่าราชวงศ์ในการทำพิธีเปิดการแข่งขัน โดยการแข่งขันปีนี้จะใช้เวลา 10 วัน จึงจะสามารถหาตัวแทนแต่ละสำนักไปแข่งขันต่อที่แคว้นต้าหนิงซึ่งเป็นเจ้าภาพในปีนี้

อาจารย์ทั้งสี่พร้อมกับศิษย์ทั้งเก้าเดินตามเจิ้งกั๋วกงไปยังลานกลางเมืองที่จัดให้เป็นสถานที่รายงานตัว ระหว่างทางนั้นเจิ้งหลินเดินคุยกับท่านตาไปด้วยโดยเสี่ยวจู้ยังคงถูกท่านตาอุ้มอย่างหวงแหน ดูท่าแล้วเจ้าหมูน้อยตัวนี้ตกท่านตาของนางได้อย่างไร้ปัญหาเลยทีเดียว อีกทั้งเสียงพูดเล็ก ๆ น่ารักของเสี่ยวจู้ยังทำให้ท่านตาคิดว่ามันเป็นลูกหมูน้อยเท่านั้นด้วย

ท่านตา ข้าจะอยู่ในแถวศิษย์ของสำนักพรตหนานหนิงนะเจ้าคะ ส่วนเสี่ยวจู้ท่านตาต้องคืนให้ข้าได้แล้ว” เจิ้งหลินรีบทวงสัตว์อสูรของตนที่ถูกท่านตาแย่งไปเลี้ยงเสียหลายวัน

ชิ เจ้าหลานขี้ตระหนี่ เจ้าแน่ใจหรือว่าเสี่ยวจู้น้อยจะเข้าร่วมแข่งขันได้น่ะ ตาว่าเจ้าหาซื้อสัตว์อสูรตัวใหม่ดีหรือไม่? ตาเป็นห่วงเสี่ยวจู้น้อย”

ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วงเสี่ยวจู้หรอกเจ้าค่ะ เห็นมันตัวเล็กแค่นี้แต่กลับมีพลังไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ สัตว์อสูรตัวใหญ่ ๆ เพียงเสี่ยวจู้เตะเบา ๆ ก็ลอยตกเวทีแล้ว ฮิ ฮิ”

เพ้! เจ้าจะโม้อะไรก็ให้มันเหมือนจริงหน่อยเถอะ เสี่ยวจู้ตัวเล็กนิดเดียว มันจะมีพลังมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร”

ถ้าท่านตาไม่เชื่อ ท่านก็ลองถามเพื่อน ๆ ข้าดูสิเจ้าคะ พวกเขาเห็นเองกับตา”

เฮ้อ เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องถามแล้ว เสี่ยวจู้น้อย เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ ปล่อยหลินเอ๋อแข่งขันไปคนเดียวพอ”

อ้าว ท่านตาเหตุใดพูดเช่นนี้เล่า ข้าก็ต้องการให้เสี่ยวจู้ช่วยอยู่นะเจ้าคะ”

ชิ เอาคืนไปเลย” เจิ้งกั๋วกงส่งเสี่ยวจู้เข้าสู่อ้อมแขนเจิ้งหลินอย่างหงอย ๆ

ท่านตาอย่าอารมณ์เสียเลย เสี่ยวจู้ไม่เป็นอะไรจริง ๆ” เสียงเล็ก ๆ เอ่ยปลอบ

เสี่ยวจู้เด็กดี ตาไม่อารมณ์เสีย ๆ ตาจะรอดูพวกเจ้าที่ปะรำพิธีนะ” เจิ้งกั๋วกงเอ่ย

เมื่อเดินทางไปถึงลานกลางเมืองที่ตอนนี้มีผู้คนหนาตาที่มาแข่งขันและมารับชมพิธีเปิดการแข่งขันในปีนี้จำนวนมากจนพวกเขาแทบจะเดินแทรกเข้าไปลงทะเบียนไม่ได้เลยทีเดียว ส่วนเจิ้งกั๋วกงนั้นมีขันทีพาตัวไปนั่งข้างฮ่องเต้ที่เสด็จมาก่อนล่วงหน้าไม่นานนัก

ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” เจิ้งกั๋วกงค้อมตัวคารวะ

ท่านกั๋วกงอย่าได้มากพิธี รีบมานั่งลงเร็วเข้า ข้าได้ข่าวว่าหลานสาวท่านเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยใช่หรือไม่ นางช่างเก่งกาจนัก ฮ่า ฮ่า”

กราบทูลฝ่าบาท ใช่แล้วพะย่ะค่ะ หลานสาวข้าโชคดีผ่านเข้ามาเป็นตัวแทนสำนักได้ในปีนี้ด้วยพะย่ะค่ะ” เจิ้งกั๋วกงกล่าวอย่างถ่อมตัว

เพ้ย! จะมาโชคดีได้อย่างไร หากไม่มีฝีมือ ใครเล่าจะปล่อยให้มาเป็นตัวแทน”

ปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีเด็กคนใดบ้างที่ได้เป็นตัวแทนแคว้นกันนะพะย่ะค่ะ เรามารอชมกันดีกว่าว่าสำนักไหนจะมีตัวแทนมากกว่ากัน” เจิ้งกั๋วกงกล่าวยิ้ม ๆ

ข้าคิดว่าปีนี้สำนักซิวหยางก็ไม่เลวนะ หลานชายข้าได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ด้วย” ฮ่องเต้กล่าวอย่างภูมิใจกับหลานชายของพระองค์

โอ้ เช่นนั้นก็ต้องดูแล้วว่าองค์ชายน้อยจะสามารถผ่านเข้าไปเป็นตัวแทนได้หรือไม่พะย่ะค่ะ กระหม่อมชักตื่นเต้นเสียแล้วสิ”

ฮ่า ฮ่า ข้าเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้เจ้าเช่นกัน รอให้การลงทะเบียนเสร็จสิ้นก่อน ข้าจะกล่าวเปิดการแข่งขันในปีนี้ทันที ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่ากฎการแข่งขันปีนี้จะเป็นอย่างไร”

ฮ่องเต้ไม่สนใจรัชทายาทที่นั่งอีกด้านหนึ่งเลยสักนิด พระองค์สนิทสนมกับเจิ้งกั๋วกงมานับร้อยปีแล้ว อีกทั้งเจิ้งกั๋วกงยังช่วยงานฝ่าบาทตั้งแต่สมัยยังหนุ่มจนอายุปูนนี้แล้วก็ยังคงลอบทำงานให้ฮ่องเต้ไม่เปลี่ยนแปลง

รัชทายาทที่วันนี้มาดูบุตรชายที่ได้เป็นตัวแทนสำนักก็อารมณ์ดีไม่น้อย พระองค์พูดคุยกับน้องชายที่เป็นซ่งอ๋องอย่างสนิทสนม ถึงแม้บุตรชายของซ่งอ๋องจะยังเด็กจึงไม่ได้เป็นตัวแทนสำนักก็ตามที

กว่าที่การลงทะเบียนของทั้ง 10 สำนักจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาเกือบหนึ่งชั่วยามเลยทีเดียว เป็นเพราะแต่ละสำนักนั้นยังต้องลงทะเบียนศิษย์ทั้ง 10 คนเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ จึงทำให้เสียเวลาจดรายชื่ออยู่นาน

ปีนี้สำนักทั้ง 10 ได้แก่สำหนักพรตหนานหนิง สำนักซิวหยาง สำนักธารารวมจิต สำนักวายุโพธิญาณ สำนักศิลาแกร่ง สำนักสุริยัน สำนักจันทรา สำนักเมฆาล่อง สำนักบรรพตและสำนักวารี ต่างมั่นใจในศิษย์ใหม่ของตนไม่น้อยว่าจะสามารถผ่านการแข่งขันครั้งนี้และได้เป็นตัวแทนแคว้นเข้าร่วมกันแข่งขันระหว่างแคว้นได้ไม่ยากนัก เพราะระดับพลังของแต่ละคนไล่เลี่ยกันทั้งหมด มีเพียงเจิ้งหลินที่มีพลังลมปราณระดับฟ้ากระจ่างขั้นสูงคนเดียวเท่านั้นที่ต่างจากคนอื่นซึ่งมีระดับพลังอยู่เพียงระดับนภาขั้นกลางขึ้นไปถึงขั้นสูง

เจิ้งหลินที่ยังคงสวมกำไลปิดบังพลังทำให้เห็นเพียงว่านางอยู่ระดับนภาขั้นสูงเท่านั้น ศิษย์คนอื่น ๆ ที่เข้าร่วมแข่งขันจึงไม่มีใครสนใจนางสักเท่าไหร่

เจ้าภาพการจัดในปีนี้เป็นสำนักซิวหยางซึ่งเป็นสำนักที่ราชวงศ์สนับสนุนมาตลอดหลายพันปี เหล่าเจ้าสำนักต่าง ๆ เข้าร่วมชมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย ยกเว้นเพียงแต่สำนักพรตหนานหนิงซึ่งเจ้าสำนักเก็บตัวฝึกฝนอยู่ที่ไม่ได้มา

เจ้าตำหนักสัตว์อสูรของสำนักซิวหยางเป็นตัวแทนพิธีกรอธิบายกฎการแข่งขันในปีนี้ให้กับทุกคนที่อยู่ในลานกลางเมืองฟังด้วยเสียงพลังปราณ หลังจากอาจารย์และศิษย์จากสำนักต่าง ๆ ยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบบนเวทีประลอง

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมชมการแข่งขันเพื่อคัดเลือกตัวแทนของแคว้นในปีนี้ สำนักซิวหยางของเราต้องขอบคุณที่ทุกท่านให้ความสนใจการแข่งขันครั้งนี้ กฎเกณฑ์ในการแข่งขันปีนี้จะแตกต่างจากปีก่อน ๆ เนื่องจากการแข่งขันระหว่างแคว้นนั้นกำหนดให้มีการแข่งขันสองรอบเช่นเดียวกัน รอบแรกของการแข่งจะเป็นการแข่งแบบกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน เข้าไปยังป่าสัตว์อสูรบนเขาเซียวเจ๋อด้านตะวันตกของเมืองหลวง แต่ละกลุ่มมีเวลา 5 วันที่จะตามหาป้ายคะแนนซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ภายในภูเขาแห่งนั้น แน่นอนว่ายิ่งป้ายคะแนนสูงมากเท่าไหร่ สัตว์อสูรที่จะต้องต่อสู้ด้วยนั้นจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย หากกลุ่มใดได้รับป้ายคะแนนสูงสุด 3 อันดับจึงจะได้เข้าร่วมการแข่งขันรอบที่ 2 ซึ่งเป็นรอบจับคู่แข่งขันการต่อสู้หาตัวแทนแคว้น ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ยามเฉิน ขอให้ทุกกลุ่มเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการขึ้นเขาให้เรียบร้อยด้วย กระหม่อมขอทูลเชิญฝ่าบาทกล่าวเปิดการแข่งขัน ณ บัดนี้” เจ้าตำหนักสัตว์อสูรของสำนักซิวหยางกล่าวจบก็น้อมคำนับฮ่องเต้เพื่อเชิญให้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของพิธีกรในวันนี้พร้อมรอยยิ้ม

สวัสดีทุกคน ข้าขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ส่งศิษย์เข้าร่วมในปีนี้ หวังว่าศิษย์ใหม่ทุกคนจะตั้งใจแข่งขันอย่างสุจริตและไม่ทำร้ายกันจนเกินเลยไปนัก อย่างไรข้ายังต้องการให้ศิษย์ใหม่ทุกคนมีความสามัคคีเพื่อเป็นตัวแทนแคว้นอย่างสมเกียรติ หากได้ตัวแทนทั้ง 10 คนของแคว้นแล้ว ข้าจะมอบรางวัลให้พวกเจ้าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการเดินทางไปแข่งขันยังแคว้นต้าหนิงต่อไป ข้าขอประกาศให้เริ่มการแข่งขันอย่างเป็นทางการได้”

เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังก้องไปทั่วลานกลางเมือง พวกเขาตื่นเต้นที่จะได้รับชมการแข่งขันครั้งนี้ไม่น้อย สำนักซิวหยางยังเตรียมจอภาพที่ราชสำนักมอบให้ใช้สร้างภาพการแข่งขันแบบสด ๆ โดยมีทรัพยากรเป็นหินถ่ายภาพแบบพิเศษซึ่งเป็นสมบัติของราชวงศ์มอบให้แก่เหล่าอาจารย์ที่จะต้องซุ่มอยู่บนภูเขาติดตัวไปใช้ถ่ายภาพศิษย์ที่เข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 100 ก้อน นับว่าปีนี้ราชวงศ์ทุ่มทุนมากจริง ๆ เนื่องจากหลายปีก่อนนั้นการแข่งขันจะมีเพียงขึ้นเวทีต่อสู้เท่านั้น

หลังจบการกล่าวเปิดงานของฮ่องเต้เสร็จสิ้นลง พิธีกรก็ปล่อยให้แต่ละสำนักกลับไปเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ทันที เฟินเสี่ยวหยางที่มาเข้าร่วมรายงานตัวตามเวลาที่คนของเจิ้งกั๋วกงไปแจ้งไม่กล้าทำตัวเกินเลยไปนัก ด้วยอยู่ต่อหน้าคนใหญ่คนโตที่ท่านพ่อของเขากำชับมาว่าอย่าได้ทำตัวเย่อหยิ่งเหมือนที่ทำเป็นประจำ ไม่เช่นนั้นท่านพ่อของเขาจะไม่สนับสนุนเขาอีกต่อไป เฟินหลางเพียงต้องการให้ขุนนางหลายคนรับรู้ว่าบุตรชายตนมีความสามารถมากแค่ไหนเท่านั้น เขาไม่ได้ต้องการให้บุตรชายแสดงความโอหังมากเกินไปจนถูกเหล่าขุนนางเพ่งเล็งเอาได้

ก่อนแยกย้ายกัน อาจารย์หลินเหวินป๋อให้คำแนะนำกับเฟินเสี่ยวหยางเรื่องการเตรียมสิ่งของจำเป็นอยู่เกือบสองเค่อ จากนั้นเขาจึงเดินตามกลุ่มของเจิ้งหลินกลับไปยังจวนกั๋วกงเพื่อเตรียมสิ่งของเช่นกัน ส่วนเจิ้งกั๋วกงถูกฮ่องเต้เชิญไปเล่นหมากรุกในวังจึงไม่ได้กลับไปที่จวนกั๋วกงพร้อมพวกเขา

ศิษย์สำนักอื่น ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันมองหมูน้อยเสี่ยวจู้ของเจิ้งหลินตั้งแต่แรกแล้ว พวกเขาสงสัยว่าหมูน้อยตัวนี้จะสามารถแข่งขันกับพวกเขาได้จริงหรือ? เพราะความน่ารักสดใสของเสี่ยวจู้และดวงตากลมโตสุกสว่างซึ่งพวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวของสัตว์อสูรตัวอื่น ๆ จึงทำให้เหล่าสาว ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันถูกเสี่ยวจู้ตกไปอีกหลายคน พวกนางอยากสัมผัสตัวของเสี่ยวจู้จนแทบคลั่ง หากไม่ติดว่าเสี่ยวจู้นั้นเป็นสัตว์อสูรคู่แข่งของพวกนางแล้วล่ะก็ ป่านนี้พวกนางจะวิ่งเข้าไปขออุ้มเสี่ยวจู้กันนานแล้ว

เมื่อทุกคนกลับถึงจวนกั๋วกง พ่อบ้านก็รอรับฟังคำแนะนำจากอาจารย์ทั้งสี่ของคุณหนูเพื่อจัดเตรียมสิ่งจำเป็นให้ทุกคนเพื่อเข้าร่วมกันแข่งขันในวันพรุ่งนี้

ข้าน้อยทราบแล้วขอรับท่านอาจารย์ ข้าจะสั่งคนเตรียมเสบียงอาหารและเสื้อผ้าให้ครบห้าวันสำหรับทุกคนขอรับ หากไม่มีสิ่งใดจะเพิ่มเติม ข้าน้อยขอตัวไปจัดการก่อนนะขอรับ” พ่อบ้านใหญ่กล่าวลาก่อนออกจากห้องโถงรับแขกไ

อาจารย์เจ้าคะ เราจะจัดกลุ่มกันอย่างไรดีเจ้าคะ” เจิ้งหลินเอ่ยถาม

วกเจ้าเป็นหญิงทั้งสี่คนก็ควรจะอยู่ด้วยกัน ส่วนอีกหนึ่งคนนั้นพวกเจ้าทั้ง 5 ใครจะอาสาอยู่กลุ่มพวกนางเล่า” อาจารย์ซ่งเอ่ยถามศิษย์จากตำหนักกระบี่

ข้าอยู่กับพวกนางได้ขอรับอาจารย์” กวงจื้อจิ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

มีเจ้าอยู่กับพวกนางก็ดี ข้าจะได้อุ่นใจขึ้นบ้าง ส่วนพวกเจ้าที่เหลือก็อย่าได้สนใจเฟินเสี่ยวหยางมากนัก เพียงแค่ตั้งใจตามหาป้ายคะแนนให้ได้มากที่สุดก็พอแล้ว”

วกเราเข้าใจแล้วขอรับ ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ให้คำแนะนำ” เด็กทั้งสี่ที่เหลือกล่าวตอบพร้อมกัน พวกเขาเข้าใจนิสัยของเฟินเสี่ยวหยางดีจึงไม่อยากสนใจเขาแต่แรกแล้ว เพียงแค่เฟินเสี่ยวหยางไม่เป็นตัวถ่วงของพวกเขาเท่านั้นก็เพียงพอ

คนทั้งหมดนั่งคุยกันต่อจนกระทั่งถึงเวลาอาหารเที่ยงจึงพากันไปร่วมโต๊ะที่พ่อบ้านใหญ่ให้คนจัดเอาไว้ให้ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันในวันพรุ่งนี้

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   90

    เสียงฮือฮาด้านล่างดังขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์เทพโบราณอย่างกิเลนไฟและมังกรดำ ส่วนเสี่ยวจู้ที่รูปร่างไม่ต่างจากหมูน้อยไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก จ้าววังมังกรยังมองเสี่ยวจู้อย่างแปลกใจที่สัตว์เทพซึ่งเสด็จพี่ของพระองค์สร้างมากับมือกลับรวมอยู่ในหมู่คนตระกูลเจิ้งด้วย ชา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   89

    “แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้านะเสี่ยวจู้” กิเลนไฟเอ่ยขึ้นหลังจากฟังมานาน“ทำไมกันเจ้านกบ้า หรือเจ้าอยากเข้าร่วมสงครามบ้าบอนี่กัน” เสี่ยวจู้กล่าวอย่างโมโห“เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่เล่า ถึงพวกเราจะหลบอยู่ที่นี่จนจบสงครามแล้วอย่างไร

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   88

    ณ วังสวรรค์ จ้าวสวรรค์ที่ได้รับข่าวจากองครักษ์ลับว่าเผ่าต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งจนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ก็เริ่มร้อนรนใจ พระองค์ที่ไม่ได้รับยาดี ๆ จากเผ่ามังกรมาสิบกว่าปีเริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ในวังของพระองค์จะมีพระสนมและลูกหลานมากมาย อย่างไรก็ยังมีกำลังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับทหารเดนตายของแต่ละเผ่าอยู่ดี อีกทั้งอดีตจ้าวสวรรค์ผู้เป็นบิดายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   87

    เสี่ยวจู้พอได้ฟังคำขององค์หญิงใหญ่เข้า มันก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยลงตามที่เคยวางแผนกับเจิ้งหลินเอาไว้นานแล้ว เจิ้งหลินเห็นเสี่ยวจู้รับลูกทันจึงรีบเอ่ยตอบ“หม่อมฉันยินดีดูแลเสี่ยวจู้เพคะ เป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่องค์หญิงมอบมันกลับมา”“อืม… เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว หากเจ้ามีสมุนไพรใหม่ ๆ ก็ส่งคนไปแจ้งเราที่ตำหนักได้ตลอดนะ เรายังหวังว่าเจ้าจะสามารถหาสมุนไพรดี ๆ มาขายเราได้”“หม่

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   86

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมอาหารและนั่งกินกันที่ลานด้านหน้าอย่างสนุกสนาน ด้วยคนจำนวนมากที่เพิ่งมาถึง ทำให้บ้านเจิ้งครึกครื้นกันอยู่นานถึงค่อนคืนเลยทีเดียว ถึงแม้ตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดจะยังไม่มีที่พักดี ๆ แต่พวกเขาที่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้บ่นว่าอันใด พวกเขากลับมีความสุขมากที่ได้กลับมารับใช้นายท่านอย่างชิงก้านหลง

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   85

    เมื่อทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเรือนโดยที่พรุ่งนี้เช้ากิเลนไฟจะมาปลุกพวกเขาเพื่อออกจากมิติทีหลังเหมือนกับทุกวัน หลังเจิ้งหลินกับชิงก้านหลงดูแลแปลงสมุนไพรในมิติเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากมิติลับไปด้านนอกโดยที่ตอนนี้บ่าวไพร่กำลังแตกตื่นที่สมุนไพรในสวนหายไปจำนวนมาก ยิ่งกับสมุนไพรล้ำค่าที่หายไปทั้งหมดด้วยแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวจะถูกเจ้านายลงโทษหากหาตัวคนร้ายไม่พบทั้งที่มีเวรยามคอยเดินตลอดทั้งคืน

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   8

    “ศิษย์พี่เจ้าคะ ไม่ทราบว่าเตาหลอมนี้ราคาเท่าไหร่” เจิ้งหลินลงมาจากชั้นสอง“อ้อ เตานี้ราคา 100 ตำลึง มันเก่าแล้วราคาจึงไม่แพงนัก”“นี่ตั๋วแลกเงินเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านที่ช่วยขายให้ข้า” เจิ้งหลินยื่นตั๋วแลกเงินส่งให้ศิษย์พี่ผู้ขายสินค้าในร้านค้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะนำเตาหลอมใส่ไว้ในแหวนเก็บของ“นี่เป็นหน้าท

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   6

    คืนนั้นเสี่ยวจู้ทดลองหลอมยาเพิ่มปราณระดับปฐพีให้เจิ้งหลินดูเป็นตัวอย่าง แต่เจิ้งหลินที่พลังปราณยังอยู่แค่ระดับฟ้ากระจ่างไม่สามารถหลอมได้อย่างที่เสี่ยวจู้ทำ นางได้แต่ทอดถอนใจอย่างเหนื่อยล้า ด้วยไม่คิดว่าการหลอมยานั้นจะยากลำบากมากเช่นนี้“เจ้าอย่าเพิ่งท้อแท้ไปเจิ้งหลิน ข้าคิดว่าเจ้าคงต้องใช้เตาหลอมยาช

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   5

    เจิ้งหลินพาเสี่ยวจู้ไปยังกระท่อมที่พักในตำหนักสัตว์อสูรพร้อมเพื่อนทั้งสามคนที่พาสัตว์อสูรของตนเองกลับไปพักผ่อนด้วย“นี่เจิ้งหลิน เจ้าจะออกไปซื้ออาหารกลับมากินด้วยกันหรือไม่” อู๋อิงถาม“พวกเจ้าหิวแล้วหรือ?”“ยังหรอก แต่พวกเราไม่อยากเจอพวกแซ่เฟินนั่นน่ะ เลยอยากไปซื้อมาไว้ก่อน”“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   4

    “นี่..นี่มันอะไรกันเนี่ย? เหตุใดจึงมีสัตว์อสูรมากมายเช่นนี้ แถมยัง..ไม่มีท่าทางก้าวร้าวเลยสักนิดอ่ะ” อู๋อิงหันไปถามเพื่อน ๆ อย่างอดไม่ได้“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หานชิงส่ายหน้าอย่างประหลาดใจ“เสี่ยวจู้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เจิ้งหลินหันไปถามเสี่ยวจู้ที่นอนเล่นรออยู่ข้าง ๆ“หืม? เพื่อนของท่านไม่ไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status