Share

9

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2025-05-28 07:00:24

เฟินเสี่ยวหยางที่เพิ่งได้ต่อสู้ก็เอาชนะคู่ต่อสู้ซึ่งมาจากตำหนักสัตว์อสูรได้ภายในไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น ถึงแม้เขายังต้องต่อสู้อีกรอบก็ไม่นับเป็นอะไร ส่วนอีกสามคู่ที่เหลือก็ต่างเป็นคนจากตำหนักกระบี่ทั้งหมดที่เอาชนะไปได้

การต่อสู้แบบพบกันหมดของคนจากตำหนักกระบี่ทั้งสี่ใช้เวลาไม่นานนักก็จบการแข่งขัน เมื่อรวนเอ๋อถูกผลักให้ตกเวทีไปพร้อมสัตว์อสูรของนาง

สรุปผลผู้ที่ได้เป็นตัวแทนอีกสามคนคือเฟินเสี่ยวหยาง กวงจื้อจิ่งและคงหมิงซึ่งมาจากตำหนักกระบี่ทั้งหมด นับได้ว่าตัวแทนของสำนักในครั้งนี้เป็นคนจากตำหนักกระบี่มากถึง 6 คน ส่วนตำหนักสัตว์อสูรนั้นมีตัวแทนเพียง 4 คนเท่านั้น แถมยังเป็นหญิงล้วนอีกด้วย ยิ่งทำให้คนจากตำหนักกระบี่นึกดูถูกพวกนางไม่น้อย

เฮอะ แค่ผู้หญิงจากตำหนักกระบี่กลับโชคดีได้เป็นตัวแทน พวกเจ้าอย่าทำให้สำนักเราขายหน้าตอนประลองที่เมืองหลวงเล่า” เฟินเสี่ยวหยางกล่าวอย่างเหยียดหยาม

เจ้าก็พูดเกินไปเสี่ยวหยาง พวกนางอาจจะพอมีฝีมืออยู่ท่าสองท่า คงไม่ทำให้พวกเราต้องเสียหน้ามากหรอกน่า” คงหมิงกล่าวเสริม

ปากดีเหลือเกินนะเฟินเสี่ยวหยาง เจ้ากับพวกนั่นแหละอย่ามาเป็นตัวถ่วงพวกเรา”

ช่ ๆ แค่สัตว์อสูรของพวกเราก็สามารถทำให้พวกเจ้าลงไปนอนเล่นด้านล่างเวทีได้แล้ว ชิ ทำเป็นพูดดีไป” อู๋อิงกับเซียวเหมยกล่าวสวนไปทันควัน

วกเจ้าเลิกทะเลาะกันได้แล้ว! แยกย้ายกันไปพักผ่อน พรุ่งนี้ฟังคำสั่งของท่านเจ้าตำหนักเสร็จยังต้องออกเดินทางไปเมืองหลวงอีก” อาจารย์รีบเข้ามาห้ามปราม

ทั้งสองกลุ่มจากตำหนักกระบี่และตำหนักสัตว์อสูรได้แต่แยกจากกันไปตามที่พักของตนเอง ถึงแม้พวกเขาจะเกลียดกันมาแค่ไหนก็ไม่กล้าก่อเรื่องต่อหน้าอาจารย์ให้ถูกลงโทษแน่

พรุ่งนี้หลังฟังคำอวยพรจากเจ้าตำหนักทั้งสามคน ต้วนหยง ขุยอัน เหยียนหลง เฟินเสี่ยวหยาง กวงจื้อจิ่ง คังหมิง เจิ้งหลิน หานชิง อู๋อิงและเซียวเหมยจะต้องร่วมทางกันไปยังเมืองหลวงแคว้นหนานเพื่อแข่งขันหาตัวแทนแคว้นต่อไป

พวกเจ้าว่าครั้งนี้เฟินเสี่ยวหยางจะก่อกวนพวกเราระหว่างเดินทางไหม?” อู๋อิงถาม

ข้าคิดว่าเขาน่าจะไม่กล้า อย่างไรลูกน้องเขาก็ไม่ได้ติดตามมาด้วย” เซียวเหมยเอ่ย

นั่นสิ คนอย่างเฟินเสี่ยวหยางนั่นน่ะ เก่งแค่ตอนอยู่รวมกลุ่มกันเหมือนหมานั่นแหละ อย่ากังวลเลยน่า” หานชิงกล่าว

ค่พวกเราอยู่ห่าง ๆ เขาเอาไว้ก็พอแล้ว ข้าเชื่อว่าเขาไม่กล้าลงมือหรอก” เจิ้งหลินออกความเห็นบ้าง

นี่เจิ้งหลิน พวกเราบ้านอยู่ต่างเมือง หากไปถึงเมืองหลวงแล้วจะพักที่ไหน” หานชิงเริ่มกังวลเรื่องที่พัก

ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าก็พักที่จวนกั๋วกงกับข้าไง คิดมากอะไรกันน่ะ” เจิ้งหลินเอ่ยอย่างขำ ๆ

พวกเราเกรงใจน่ะสิ ไม่รู้ว่าอาจารย์จะเช่าโรงเตี๊ยมให้พวกเราหรือเปล่า”

รอตอนก่อนออกเดินทาง ข้าจะบอกอาจารย์ของเราเองว่าให้ไปพักที่จวนท่านตาข้า ส่วนคนอื่นจะพักที่ใดก็เรื่องของพวกเขา” เจิ้งหลินกล่าว

อืม… เอาตามที่เจ้าว่าก็ได้เจิ้งหลิน” อู๋อิงยิ้มตอบ

เมื่อถึงที่พักแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเก็บข้าวของใส่แหวนเก็บของสำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เสี่ยวจู้ถูกวางไว้บนเตียงแล้วนั่งมองเจิ้งหลินเก็บของตาปริบ ๆ นางไม่เข้าใจว่าการไปเมืองหลวงจะต้องเตรียมของไปมากมายเช่นนี้หรือ? เสี่ยวจู้ไม่เข้าใจมนุษย์ผู้หญิงพวกนี้สักเท่าไหร่ ด้วยตัวมันยังเด็กนัก

หลังอาหารเช้าวันต่อมา เหล่าศิษย์ที่เป็นตัวแทนสำนักต่างไปรวมตัวกันที่ลานหน้าสำนักพร้อมกับศิษย์ในตำหนักต่าง ๆ ซึ่งมาเข้าแถวรอส่งพวกเขา

เจ้าตำหนักสัตว์อสูรผางเซิง เจ้าตำหนักปรุงยาเยี่ยหว่านซิงและเจ้าตำหนักกระบี่จุนซีเหวินมายืนรอพร้อมรอยยิ้มบางที่เห็นศิษย์ใหม่ทั้ง 10 ซึ่งปีนี้จะเป็นตัวแทนสำนักไปแข่งขันต่อที่เมืองหลวง พวกท่านได้รับรายงานแล้วว่ารายชื่อของศิษย์นั้นมีใครบ้าง ส่วนอาจารย์ที่จะเป็นคนดูแลศิษย์เหล่านี้ระหว่างเดินทางไปแข่งขันมีอาจารย์หลินเหวินป๋อ ซ่งเจิ้งหยวนจากตำหนักกระบี่ และอาจารย์เย่ซูหุยกับเหอจิ้งอีจากตำหนักสัตว์อสูร

ข้าขอให้ทุกคนที่เป็นตัวแทนสำนักในปีนี้ได้รับชัยชนะ” ผางเซิงเอ่ย

ข้าเองก็ขอให้พวกเจ้าตั้งใจต่อสู้อย่างเต็มที่เช่นกัน” เยี่ยหว่านซิงกล่าว

ข้าขอให้พวกเจ้ารักและสามัคคีกันให้ดี เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของสำนัก” จุนซีเหวินเอ่

พวกเราขอให้พวกเจ้าเดินทางอย่างปลอดภัย ออกเดินทางเถอะ” ผางเซิงกล่าว

ขอบคุณท่านเจ้าตำหนักขอรับ/เจ้าค่ะ” ตัวแทนทั้ง 10 พร้อมอาจารย์ทั้ง 4 เอ่ย

การเดินทางครั้งนี้ใช้รถม้า 4 คันในการเดินทาง โดยที่เหล่าอาจารย์จะนั่งรวมกันที่รถม้าคันแรก รถม้าคันที่สองเป็นกลุ่มของเจิ้งหลินทั้ง 4 คน คันที่สามและสี่เป็นกลุ่มของศิษย์จากตำหนักกระบี่ โดยมีสัตว์อสูรม้าเมฆาคอยลากรถม้า ซึ่งคาดว่าการเดินทางน่าจะไปถึงยังเมืองหลวงโดยใช้เวลาเพียง 10 วันเท่านั้น จากความสามารถของสัตว์อสูรม้าเมฆาที่แข็งแกร่งและวิ่งได้อย่างรวดเร็วนับพันลี้ภายในวันเดีย

ระหว่างการเดินทาง อาจารย์จากทั้งสองตำหนักยังคอยสอนเทคนิคการต่อสู้เพิ่มเติมให้กับศิษย์ทั้ง 10 เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งอีกด้วย ทำให้ทุกคนต่างมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะศิษย์จากสำนักอื่นที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันได้

ก่อนถึงเมืองหลวงหนึ่งวัน เจิ้งหลินคุยกับอาจารย์ทั้งสี่ว่านางอยากเชิญทุกคนที่ไม่มีบ้านอยู่เมืองหลวงไปพักที่จวนเจิ้งกั๋วกง

หื? นั่นจะไม่เป็นการรบกวนเกินไปหรือเจิ้งหลิน พวกอาจารย์สามารถเช่าโรงเตี๊ยมให้พวกเจ้าได้นะ” เย่ซูหุยกล่าว

ไม่รบกวนเลยเจ้าค่ะ จวนกั๋วกงมีเรือนหลายหลัง พวกท่านสามารถพักได้อย่างสบายใจเจ้าค่ะ ท่านตาของข้าคงดีใจที่มีคนมาพักมากมายเจ้าค่ะ” เจิ้งหลินยิ้มกล่าว

เฮอะ จวนตระกูลเฟินของข้าก็มีเรือนพักมากมายเช่นกัน เจ้าจะมาอวดโอ่อะไร”

ข้ามิได้อวดโอ่อย่างที่เจ้าคิดหรอกนะเฟินเสี่ยวหยาง จวนเล็ก ๆ ของเจ้าจะมีเรือนพักสักกี่หลังกัน อย่าทะนงตนให้มันมากนัก” เจิ้งหลินเอ่ยสวน

เอาล่ะ ๆ เราไปดูก่อนก็แล้วกันว่าจะพักที่ใด อาจารย์เกรงใจท่านกั๋วกง” ซ่งเจิ้งหยวนเอ่ยห้ามศิษย์ทั้งสอง

ท่านอาจารย์ ข้าจะกลับไปพักที่จวนตระกูลเฟินนะขอรับ หากใครอยากพักกับข้าก็ติดตามข้าไปได้” เฟินเสี่ยวหยางเอ่ยขึ้นอย่างอวดดี

ศิษย์และอาจารย์ในตำหนักกระบี่พอฟังเฟินเสี่ยวหยางแล้วก็พากันหันมองหน้าอย่างระอา พวกเขาใช่ว่าจะไม่รู้นิสัยของเฟินเสี่ยวหยาง จึงไม่มีใครคิดจะไปยุ่งกับจวนตระกูลเฟินของเขา แตกต่างกับการไปพักที่จวนกั๋วกงซึ่งน่าจะมีเกียรติมากกว่า ต่างคนจึงต่างซุบซิบกันว่าจะติดตามเจิ้งหลินไปยังจวนกั๋วกงดูก่อนท่าจะดี

รุ่งนี้ก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้าที่จวนตระกูลเฟินก่อน” หลินเหวินป๋อเอ่

ขอบคุณท่านอาจารย์ขอรับ ข้าจะให้คนเตรียมเรือนพักให้ท่านดีหรือไม่?” เฟินเสี่ยวหยางยังคิดเข้าข้างตัวเอง

นั่นไม่เป็นไร แค่เจ้าไปยังลานแข่งขันให้ตรงเวลาก็พอแล้ว” ซ่งเจิ้งหยวนกล่าว

เอาล่ะ ๆ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว พวกเรารีบพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้จะได้เดินทางต่อ” เย่ซูหุยรีบให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน

รุ่งเช้าวันต่อมา ขบวนเดินทางของสำนักพรตหนานหนิงก็ออกเดินทางต่ออย่างรวดเร็ว เหลือระยะทางอีกไม่ไกลแล้วก็จะเข้าเมืองหลวง ทุกคนตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขันระหว่างแคว้น มีหลายสำนักที่เก่งกาจเข้าร่วมมากถึง 10 สำนักในครั้งนี้ ไม่รู้ว่ากฎการแข่งขันปีนี้จะเป็นเช่นไรบ้าง เนื่องจากการแข่งขันจะจัดขึ้นทุก ๆ 5 ปี เพื่อหาตัวแทนแคว้นไปแข่งกับแคว้นอื่นอีก 4 แคว้นเพื่อหาผู้ชนะต่อไป สำนักพรตหนานหนิงเคยมีตัวแทนสำนักที่เก่งกาจเมื่อห้าปีก่อน แต่ตอนนี้คงต้องพึ่งพาศิษย์ใหม่ทั้ง 10 คนนี้แล้ว เพราะการจำกัดให้เพียงศิษย์ใหม่แต่ละสำนักเข้าร่วมได้เท่านั้น พวกเจิ้งหลินจึงสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้

กว่าที่ขบวนของสำนักพรตหนานหนิงจะเดินทางถึงประตูเมืองหลวงก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว หลินเหวินป๋อบังคับรถม้าไปส่งเฟินเสี่ยวหยางที่หน้าจวนตระกูลเฟินโดยไม่คิดจะเข้าไปทักทายคนในตระกูลแม้แต่น้อย พวกเขารีบเคลื่อนรถม้าไปยังจวนเจิ้งกั๋วกงเนื่องจากใกล้ถึงช่วงเย็นแล้ว หากที่จวนเจิ้งกั๋วกงไม่สะดวกในการพักสักหลายวัน เหล่าอาจารย์จะได้พาศิษย์ไปหาโรงเตี๊ยมแทน

ที่หน้าจวนเจิ้งกั๋วกง พ่อบ้านใหญ่กำลังรอรับคุณหนูที่ส่งพิราบสื่อสารกลับมาเมื่อหลายวันก่อนว่าจะกลับมาเมืองหลวงเพื่อแข่งขันการต่อสู้ในปีนี้ ทำให้ท่านกั๋วกงสั่งคนในจวนเตรียมเรือนพักเอาไว้นับสิบหลังเผื่อว่าพวกเขาจะไม่มีที่พัก เพราะเจิ้งกั๋วกงรู้ดีว่ามีหลายสำนักที่มายังเมืองหลวง โรงเตี๊ยมต่าง ๆ คงเต็มไปด้วยผู้คน ท่านจึงเตรียมการเอาไว้ก่อนล่วงหน้า

รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนขนาดใหญ่ ก่อนที่อาจารย์เย่ซูหุยกับเจิ้งหลินจะลงไปพบพ่อบ้านใหญ่ด้วยกันพร้อมรอยยิ้ม

ท่านตาพ่อบ้าน นี่อาจารย์ของข้าเย่ซูหุยเจ้าค่ะ ไม่ทราบท่านตาเตรียมเรือนพักเอาไว้ให้พวกเราแล้วหรือยังเจ้าคะ” เจิ้งหลินยิ้มกว้างถาม

ทุกอย่างเตรียมเอาไว้หมดแล้วขอรับคุณหนู เรือนพักมากกว่าสิบหลังทำความสะอาดไว้แล้ว ขอเชิญทุกท่านเข้าจวนก่อนเถิดขอรับ” พ่อบ้านใหญ่ผายมือเชิญ

ขอบคุณท่านพ่อบ้านและจวนกั๋วกงที่ให้การต้อนรับพวกเราจากสำนักพรตหนานหนิงเจ้าค่ะ” อาจารย์เย่ซูหุยค้อมคำนับกล่าว

ท่านไม่ต้องเกรงใจขอรับ นี่เป็นสิ่งที่ท่านกั๋วกงต้องการ เชิญ”

เย่ซูหุยกลับขึ้นรถม้าเพื่อนำขบวนเข้าไปในจวนกั๋วกง ส่วนเจิ้งหลินเดินไปที่ห้องโถงรับแขกหลังจากเรียกเสี่ยวจู้ลงจากรถม้าเพื่อไปพบท่านตาที่นางคิดถึง ส่วนพ่อบ้านใหญ่ยังคงรอให้ทุกคนลงจากรถม้าหลังเข้าจวนอยู่ตามธรรมเนียม

ศิษย์คนอื่น ๆ ที่ลงมาหลังจากรถม้าจอดเรียบร้อยแล้วต่างมองจวนที่กว้างใหญ่ตรงหน้าอย่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าเจิ้งหลินจะร่ำรวยมากเพียงนี้ แค่จวนแห่งนี้ที่ตาเห็นก็น่าจะมีเรือนพักมากกว่า 30 หลังกระมัง

ไม่คิดเลยว่าเจิ้งหลินจะมีฐานะขนาดนี้ นางไม่เคยอวดโอ่สิ่งใดในสำนักเลย”

นั่นสิ ไม่เหมือนเฟินเสี่ยวหลางที่ชอบอวดดีนั่นสักนิด ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว”

จากนี้พวกเราต้องทำดีกับเจิ้งหลินด้วยล่ะ นางอุตส่าห์เตรียมที่พักดี ๆ เช่นนี้ให้”

นั่นมันแน่อยู่แล้ว พวกเราไม่ได้นิสัยเหมือนเจ้าแซ่เฟินนั่นสักหน่อย”

ศิษย์ในตำหนักกระบี่ซุบซิบกัน ก่อนจะเดินตามหลังอาจารย์และเพื่อนของเจิ้งหลินเข้าไปในห้องโถงขนาดใหญ่เพื่อทักทายเจ้าบ้าน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   90

    เสียงฮือฮาด้านล่างดังขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์เทพโบราณอย่างกิเลนไฟและมังกรดำ ส่วนเสี่ยวจู้ที่รูปร่างไม่ต่างจากหมูน้อยไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก จ้าววังมังกรยังมองเสี่ยวจู้อย่างแปลกใจที่สัตว์เทพซึ่งเสด็จพี่ของพระองค์สร้างมากับมือกลับรวมอยู่ในหมู่คนตระกูลเจิ้งด้วย ชา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   89

    “แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้านะเสี่ยวจู้” กิเลนไฟเอ่ยขึ้นหลังจากฟังมานาน“ทำไมกันเจ้านกบ้า หรือเจ้าอยากเข้าร่วมสงครามบ้าบอนี่กัน” เสี่ยวจู้กล่าวอย่างโมโห“เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่เล่า ถึงพวกเราจะหลบอยู่ที่นี่จนจบสงครามแล้วอย่างไร

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   88

    ณ วังสวรรค์ จ้าวสวรรค์ที่ได้รับข่าวจากองครักษ์ลับว่าเผ่าต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งจนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ก็เริ่มร้อนรนใจ พระองค์ที่ไม่ได้รับยาดี ๆ จากเผ่ามังกรมาสิบกว่าปีเริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ในวังของพระองค์จะมีพระสนมและลูกหลานมากมาย อย่างไรก็ยังมีกำลังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับทหารเดนตายของแต่ละเผ่าอยู่ดี อีกทั้งอดีตจ้าวสวรรค์ผู้เป็นบิดายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   87

    เสี่ยวจู้พอได้ฟังคำขององค์หญิงใหญ่เข้า มันก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยลงตามที่เคยวางแผนกับเจิ้งหลินเอาไว้นานแล้ว เจิ้งหลินเห็นเสี่ยวจู้รับลูกทันจึงรีบเอ่ยตอบ“หม่อมฉันยินดีดูแลเสี่ยวจู้เพคะ เป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่องค์หญิงมอบมันกลับมา”“อืม… เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว หากเจ้ามีสมุนไพรใหม่ ๆ ก็ส่งคนไปแจ้งเราที่ตำหนักได้ตลอดนะ เรายังหวังว่าเจ้าจะสามารถหาสมุนไพรดี ๆ มาขายเราได้”“หม่

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   86

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมอาหารและนั่งกินกันที่ลานด้านหน้าอย่างสนุกสนาน ด้วยคนจำนวนมากที่เพิ่งมาถึง ทำให้บ้านเจิ้งครึกครื้นกันอยู่นานถึงค่อนคืนเลยทีเดียว ถึงแม้ตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดจะยังไม่มีที่พักดี ๆ แต่พวกเขาที่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้บ่นว่าอันใด พวกเขากลับมีความสุขมากที่ได้กลับมารับใช้นายท่านอย่างชิงก้านหลง

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   85

    เมื่อทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเรือนโดยที่พรุ่งนี้เช้ากิเลนไฟจะมาปลุกพวกเขาเพื่อออกจากมิติทีหลังเหมือนกับทุกวัน หลังเจิ้งหลินกับชิงก้านหลงดูแลแปลงสมุนไพรในมิติเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากมิติลับไปด้านนอกโดยที่ตอนนี้บ่าวไพร่กำลังแตกตื่นที่สมุนไพรในสวนหายไปจำนวนมาก ยิ่งกับสมุนไพรล้ำค่าที่หายไปทั้งหมดด้วยแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวจะถูกเจ้านายลงโทษหากหาตัวคนร้ายไม่พบทั้งที่มีเวรยามคอยเดินตลอดทั้งคืน

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   63

    ทั้งสองกลับมาถึงห้องพักในโรงเตี๊ยมทางหน้าต่างที่ออกไปในเวลาไม่นานหลังจากมองดูท่านตาพ่อบ้านที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   58

    กลางดึกคืนนั้น แผนการของชินอ๋องและเจิ้งหลินเป็นไปอย่างราบรื่น ตอนนี้กองทัพแคว้นหยางไม่มีตัวประกันมาต่อรองกับกองทัพแคว้นชิงอีกแล้ว หลังจากนี้จะเป็นการทำศึกเต็มรูปแบบที่ชินอ๋องกั

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   57

    ชินอ๋องเห็นท่าทางสงสัยของเจิ้งหลิน พระองค์จึงถามนางดู พอรู้ว่านางหากิเลนไฟอยู่ พระองค์จึงเล่าให้นางฟังว่ากิเลนไฟไปหาเสบียงอาหารในป่าให้กองทัพได้สองสามวันแล้ว เพราะในค่ายตอนนี้เหลือเพียงข้าวฟ่างเป็นเสบียงพอได้กินวันล

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   54

    กว่าที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนก็เกือบรุ่งสาง กิเลนไฟยังไม่ได้คุยกับเสี่ยวจู้เรื่องทำชุดเกราะให้มัน แต่มันคิดว่าเสี่ยวจู้น่าจะช่วยมันสร้างขึ้นมาได้ อีกอย่างพลังไฟสวรรค์ของมัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status