Partager

8

Auteur: 橙花
last update Date de publication: 2025-05-27 08:00:46

วันนี้เป็นวันเริ่มการแข่งขันภายในสำนักพรตหนานหนิง การจับคู่แข่งขันมีเหล่าอาจารย์จับคู่เอาไว้ก่อนแล้ว ศิษย์หลายคนต่างไปตรวจดูรายชื่อของตนเองและคู่แข่งว่าจะต้องแข่งในคู่ไหน ด้วยจำนวนศิษย์ที่สมัครครั้งนี้มีทั้งหมด 120 คน จึงได้มีรอบการต่อสู้รอบแรกแยกออกเป็นสองวัน วันละ 60 คู่ ก่อนที่ผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปทั้ง 60 คู่จะแข่งขันในวันถัดไปจนกว่าจะได้ตัวแทนสำนักครบ 10 คน

เจิ้งหลินกับเพื่อน ๆ มีการแข่งในวันถัดไป พวกนางจึงนั่งดูคู่อื่นในวันแรกไปพลาง ๆ พร้อมกับกินขนมไปด้วยอย่างสบาย ๆ ศิษย์ในตำหนักอื่นก็เช่นเดียวกัน พวกเขาอยากดูว่าคู่ต่อสู้รอบต่อไปจะเป็นใครหากพวกเขาผ่านรอบแรก

การต่อสู้ 10 คู่แรกเป็นไปตามการคาดเดาของทุกคน เมื่อศิษย์ตำหนักกระบี่ใช้วิชากระบี่ต่อสู้ร่วมกับสัตว์อสูรและเอาชนะไปอย่างง่ายดาย จนกระทั่งมาถึงคู่ของเฟินเสี่ยวหยางต่อสู้กับเหยาเยว่ ซึ่งเฟินเสี่ยวหยางเป็นต่ออยู่ไม่น้อย เขาใช้พลังปราณที่สูงกว่าและเพลงกระบี่ที่ฝึกฝนมาอย่างดีทำร้ายเหยาเยว่จนเขาบาดเจ็บหนัก ทำให้เหล่าศิษย์ที่นั่งดูต่างพากันโห่ร้องด่าว่าเฟินเสี่ยวหยางกันเสียงขรม

เฟินเสี่ยวหยางเจ้าสารเลว! ไม่เห็นหรือว่าเหยาเยว่กำลังจะยอมแพ้แล้วน่ะ”

ใช่ ๆ เจ้าตั้งใจจะฆ่าคนหรือ?”

มีฝีมือแต่รังแกคนอ่อนแอกว่าจนเป็นเช่นนี้ น่ารังเกียจชะมัด”

เฟินเสี่ยวหยางไม่รู้สึกอับอายบ้างหรือที่ทำกับศิษย์ร่วมสำนักเช่นนี้”

หุบปาก!!! หากพวกเจ้ามีฝีมือก็ลงมาสู้กับข้าสิ เจ้าพวกอ่อนแอ” เฟินเสี่ยวหยางอดโต้กลับไม่ได้ที่ถูกทุกคนต่อว่า

อาจารย์ที่ควบคุมการประลองก็ไม่พอใจเฟินเสี่ยวหยางเช่นกัน เขารีบนำยาใส่ปากเหยาเยว่เพื่อฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ ส่วนอาจารย์อีกท่านก็นำยาไปใส่ปากสัตว์อสูรของเหยาเยว่ที่ร่อแร่พอกัน ก่อนจะช่วยกันย้ายร่างทั้งสองไปให้หน่วยพยาบาลประจำเวทีประลองดูแลต่อ

เฟินเสี่ยวหยางชนะ! ศิษย์ทุกคนจงดูเป็นตัวอย่าง อย่าได้ทำร้ายเพื่อนร่วมสำนักเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะตัดสิทธิ์ไม่ให้ประลองต่อในรอบถัดไป ครั้งนี้เฟินเสี่ยวหยางถูกเตือนแล้ว หากรอบต่อไปเขายังทำเช่นนี้อีกจะถูกตัดสิทธิ์ทันที” อาจารย์กล่าวเสียงดัง

เฟินเสี่ยวหยางได้แต่ฮึดฮัดขัดใจที่แม้แต่อาจารย์ยังไม่เข้าข้างเขา รอบหน้าที่จะถึงในอีกสองวันข้างหน้า เขาคงไม่สามารถทำร้ายคู่ต่อสู้เช่นนี้ได้อีกแล้ว ไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะได้เป็นตัวแทนสำนักเพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลคงสูญสิ้นแน่

คู่ถัด ๆ ไปที่ขึ้นมาบนเวทีต่อสู้กันอย่างสูสี พวกเขาไม่ได้ทำร้ายกันหนักเหมือนที่เฟินเสี่ยวหยางทำ เพียงแต่ต่อสู้กันอย่างสุดกำลังเพื่อให้ผ่านเข้ารอบเท่านั้น

เจิ้งหลิน ดูเจ้าแซ่เฟินนั่นสิ น่าหมั่นไส้ชะมัด หากข้าได้สู้กับเขานะ ข้าจะทำให้เขาจำไปจนวันตายเลยคอยดูสิ” อู๋อิงกล่าวอย่างโมโห

เจ้าอย่าได้สนใจเขา เขาก็แค่อยากอวดโอ่ตัวเองเท่านั้น”

เจ้าก็ใจดีเกินไปเจิ้งหลิน กี่ครั้งแล้วที่พวกแซ่เฟินนั่นมาหาเรื่องเจ้าน่ะ” หานชิงกล่า

ใช่ ๆ เจิ้งหลินใจดีเกินไปแล้ว หากเป็นข้าคงทำให้เขาขาหักไปแล้ว” เซียวเหมยกล่า

เอาน่า ๆ พวกเราคงไม่ซวยเข้ารอบไปเจอพวกเขาหรอก” เจิ้งหลินกล่าวอย่างสบายๆ

เพื่อนทั้งสามได้แต่ทอดถอนหายใจกับความคิดของเจิ้งหลิน พวกนางอยากจัดการเจ้าแซ่เฟินนั่นให้เลือดกลบปากนัก และยังหวังว่าจะมีพวกนางสักคนหนึ่งที่จับคู่เจอกับเฟินเสี่ยวหยางเพื่อสั่งสอนเขาสักหน่อย

การแข่งขันวันแรกนั้นมีผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คน ซึ่งรายชื่อผู้ที่เข้ารอบก็ไม่ต่างจากที่เหล่าอาจารย์คาดเดากันเอาไว้ ศิษย์ที่เข้าร่วมชมการแข่งขันในวันแรกแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อรอแข่งขันในวันพรุ่งนี้นานแล้ว ทั้งสำนักหนานหนิงทุกคนรู้ดีว่าศิษย์ในตำหนักปรุงยามีพลังต่อสู้อ่อนด้อยที่สุด จึงเป็นไปได้ยากที่พวกเขาจะผ่านเข้ารอบ เพียงแต่พวกเขาอยากทดสอบความสามารถตนเองจึงได้ลงชื่อเข้าร่วมประลองเท่านั้นเอง ส่วนตำหนักกระบี่กับตำหนักสัตว์อสูรนั้นฝีมือพอ ๆ กัน การแข่งขันของทั้งสองตำหนักจึงเป็นที่จับตามองมากกว่า

การแข่งขันในวันที่สองเริ่มต้นในเวลาเดิม วันนี้มีศิษย์จากตำหนักสัตว์อสูรลงต่อสู้เป็นส่วนใหญ่ หลังจากที่เมื่อวานนี้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และศิษย์จากตำหนักสัตว์อสูรยังสามารถเอาชนะศิษย์จากอีกสองตำหนักได้อย่างไม่ยากเย็น คู่แรก ๆ ของวันนี้จบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อศิษย์จากตำหนักสัตว์อสูรต้องต่อสู้กับศิษย์ตำหนักปรุงยา พวกเขาสามารถทำให้คู่ต่อสู้ตกลงไปจากเวทีประลองได้อย่างง่ายดายและผ่านเข้ารอบต่อไป

หานชิง อู๋อิงและเซียวเหมยเองก็ต่อสู้กับตำหนักกระบี่ได้อย่างสบาย ๆ ด้วยพลังปราณและสัตว์อสูรที่พวกนางเป็นต่ออยู่แล้ว ทำให้ทั้งสามคนไม่มีใครบาดเจ็บเลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งมาถึงรอบของเจิ้งหลินที่ต้องสู้กับตำหนักกระบี่เช่นกัน

คู่ต่อสู้ของเจิ้งหลินคือเฝิงจิ้น เขาเป็นหนึ่งในความหวังของตำหนักกระบี่ซึ่งมีพลังปราณระดับนภาขั้นสูง ทำให้เขามั่นใจมากว่าตนเองจะต้องชนะเจิ้งหลินได้

ฮึ พลังปราณแค่นภาขั้นกลาง กลับกล้าลงประลอง ข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าตำหนักกระบี่แข็งแกร่งกว่าตำหนักของเจ้า” เฝิงจิ้นกล่าวอย่างถือดี

เจ้าจะพูดมากไปทำไมกัน เก่งนักก็เข้ามา” เจิ้งหลินกล่าวอย่างรำคาญ

เริ่มการประลอง!!!” อาจารย์รีบเริ่มการประลองทันที

เจิ้งหลินใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนตัวไปด้านหลังของเฝิงจิ้นในพริบตา ทำเอาศิษย์ที่กำลังชมการประลองต่างฮือฮาขึ้นมาทันที พวกเขาไม่เคยเห็นวิชาตัวเบาที่รวดเร็วขนาดนี้มาก่อน ส่วนเสี่ยวจู้ก็ทำเพียงเดินช้า ๆ ไปยังด้านหน้าสัตว์อสูรเต่าดำแล้วเตะมันลงไปจากเวทีเท่านั้น ทำเอาเฝิงจิ้นถึงกับขายหน้าที่หมูน้อยตัวหนึ่งกลับเตะเต่าตัวใหญ่ของเขาตกเวทีได้ง่าย ๆ เช่นนี้

เจิ้งหลินฟาดพลังฝ่ามือไปยังร่างของเฝิงจิ้นที่วาดกระบี่มาด้านหลังเพื่อป้องกันพลังปราณที่กำลังพุ่งเข้าในอย่างเต็มกำลัง แต่ผลกลับปรากฏว่าเฝิงจิ้นถึงกับลอยละลิ่วออกไปไกลและไม่สามารถลุกขึ้นมาเพื่อต่อสู้ได้อีก

เจิ้งหลินชนะ!!!” อาจารย์รีบประกาศผล

เฝิงจิ้นที่ถึงแม้จะไม่ได้บาดเจ็บมากมายนักแต่ก็เสียหน้าจนแทบจะมุดเวทีลงไปอยู่มะรอมมะร่อได้แต่กัดฟันใช้กระบี่ประคองร่างที่สั่นเทาให้ลุกขึ้นมา ตอนนี้เขาไม่กล้าเย่อหยิ่งอีกต่อไปแล้วหลังจากที่ถูกเจิ้งหลินฟาดฝ่ามือใส่เพียงครั้งเดียว

เฮ!!! เจิ้งหลิน ๆ!!!

เสียงศิษย์ในตำหนักสัตว์อสูรต่างร้องเสียงดังในชัยชนะของเจิ้งหลินที่มีฝีมือเป็นอันดับหนึ่งของตำหนักพวกเขา แถมยังสามารถเอาชนะคนจากตำหนักกระบี่ภายในกระบวนท่าเดียวอีกด้วย ส่วนหมูน้อยสีชมพูของนางอย่างเสี่ยวจู้ก็ได้รับคำชมมากมายไม่ต่างกัน ใครจะไปคิดเล่าว่าหมูตัวน้อย ๆ ที่เหมือนเพิ่งคลอดอย่างเสี่ยวจู้จะมีพลังการต่อสู้มากมายถึงเพียงนี้

ลังจบการแข่งขันในวันที่สอง อาจารย์จับสลากจับคู่เพื่อหาคู่ประลองในวันพรุ่งนี้ทันที กว่าที่รายชื่อจะออกก็เป็นช่วงค่ำของวันแล้ว เจิ้งหลินที่ไม่สนใจว่าคู่ต่อสู้ของนางจะเป็นใครไม่คิดจะออกไปดู อย่างไรพรุ่งนี้เช้าพวกนางก็ต้องไปที่สนามประลองกันอยู่แล้ว กลุ่มของเจิ้งหลินจึงอยู่พักผ่อนที่กระท่อมของตน

เฟินเสี่ยวหยางที่มีฝีมือสูสีกับเฝิงจิ้นรีบเข้าไปถามเพื่อนทันทีว่าเขาพ่ายแพ้ได้อย่างไรกัน เฝิงจิ้นได้แต่กล่าวไปว่าเจิ้งหลินน่าจะโกงเสียอย่างนั้น ทั้งที่ทุกคนต่างเห็นกันชัดเจนว่าเจิ้งหลินต่อสู้อย่างยุติธรรมแล้ว

เฟินเสี่ยวหยางได้แต่เบะปากอย่างดูถูกเฝิงจิ้นที่อ้างว่าอีกฝ่ายโกง เขากำชับสัตว์อสูรจิ้งจอกเงินของตนให้มันตั้งใจต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ ไม่เช่นนั้นเขาจะลงโทษมันให้หนักจนลุกไม่ขึ้น ภายในใจของจิ้งจอกเงินได้แต่ภาวนาให้เสี่ยวจู้รีบฝึกฝนพลังเพื่อจะได้ปลดปล่อยพวกมันจากนายเลว ๆ อย่างเฟินเสี่ยวหยางเสียที

อบ 60 คน ในวันต่อมา การแข่งขันเป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นเคย อาจเพราะการจับสลากเลือกคู่นั้นมีแต่คู่ของคนแข็งแกร่งกว่าต่อสู้กับคนอ่อนแอกว่าเท่านั้น พวกของเจิ้งหลินที่ไม่ถูกสุ่มจับคู่เจอเฟินเสี่ยวหยางเองก็ผ่านเข้ารอบเช่นกัน

อบ 30 คน เริ่มต้นขึ้นตามเวลาเดิม เหล่าศิษย์ที่ผ่านเข้ารอบนี้ล้วนแต่มีฝีมือพอ ๆ กัน ทำให้กว่าที่จะจบการแข่งขันก็ใช้เวลาไปเกือบหมดวันแล้ว เฟินเสี่ยวหยางที่ยังคงผ่านเข้ารอบได้แต่ยิ้มอย่างทะนงตน ส่วนกลุ่มของเจิ้งหลินไม่ได้อวดโอ่อะไรเหมือนเขา พวกนางรู้ดีว่าอย่างไรสัตว์อสูรของพวกนางก็แข็งแกร่งกว่าอยู่แล้ว

รอ15 คนสุดท้ายนั้นอาจารย์ได้จับสลากเรียบร้อยแล้ว มีหนึ่งคนที่ต้องรอต่อสู้กับคนที่แพ้จาก 7 คนที่เหลือจึงจะผ่านเข้าเป็น 1 ใน 10 ตัวแทนของสำนัก ซึ่งผู้ที่จับสลากได้นั้นดันเป็นเฟินเสี่ยวหยาง ทำให้เขายิ่งอวดว่าตนเองได้รับพรจากสวรรค์ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยแรงก็สามารถเป็นตัวแทนของสำนักได้

เฮอะ ได้รับพรจากสวรรค์อันใด แค่ดวงดีนิดหน่อยทำเป็นโม้”

นั่นน่ะสิ ไม่รู้จะอวดดีไปถึงไหน น่ารำคาญชะมัด”

ศิษย์ที่ผ่านเข้ารอบหลายคนอดที่จะบ่นไม่ได้กับความถือดีของเฟินเสี่ยวหยางในวันนี้ พวกเขาถึงแม้จะต้องต่อสู้ก่อนก็ไม่ได้คิดมากอันใด เพียงแค่ตั้งใจต่อสู้ให้เต็มที่เท่านั้น ส่วนผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องมาดูกันอีกที

กลุ่มของเจิ้งหลินโชคดีที่ไม่เจอเพื่อนตนเองในรอบนี้ แต่ละคนต่างจับคู่ได้กับศิษย์จากตำหนักกระบี่ทั้งนั้น พวกนางเองก็มีความมั่นใจไม่น้อยว่าตนเองจะชนะได้ไม่ยากเหมือนเมื่อวานนี้

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นในเวลาไม่นานหลังอธิบายกฎการประลองจบ คู่แรกที่เป็นผู้ชนะคือต้วนหยงจากตำหนักกระบี่ คู่ที่สองเป็นขุยอันจากตำหนักกระบี่เช่นกัน ส่วนคู่ที่สามเป็นหานชิงเอาชนะไปได้ คู่ที่สี่อู๋อิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นางชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็นเช่นกัน คู่ที่ห้าเหยียนหลงจากตำหนักกระบี่เอาชนะศิษย์จากตำหนักสัตว์อสูรไปได้อย่างฉิวเฉียด คู่ที่หกเป็นเจิ้งหลินที่เอาชนะไปอย่างสบาย ๆ ไม่ต่างจากเพื่อนของนาง คู่สุดท้ายเป็นเซียวเหมยจากตำหนักสัตว์อสูรที่ชนะเช่นกัน

ผู้ที่พ่ายแพ้ทั้งหมดยังต้องจับสลากจับคู่ใหม่เพื่อคัดเลือกตัวแทนอีก 3 คนเข้าไปเป็นตัวแทนของสำนัก หลังจากได้ตัวแทนก่อนหน้านี้มา 7 คนแล้ว โดยทั้ง 4 คู่ที่จับสลากจะต่อสู้รอบแรกก่อน เมื่อได้ 4 คนที่เหลือมาแล้วจึงจะแข่งแบบพบกันหมดในคราวเดียว ใครที่ตกเวทีก่อนจะหมดสิทธิ์เป็นตัวแทนสำนักทันที

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   90

    เสียงฮือฮาด้านล่างดังขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์เทพโบราณอย่างกิเลนไฟและมังกรดำ ส่วนเสี่ยวจู้ที่รูปร่างไม่ต่างจากหมูน้อยไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก จ้าววังมังกรยังมองเสี่ยวจู้อย่างแปลกใจที่สัตว์เทพซึ่งเสด็จพี่ของพระองค์สร้างมากับมือกลับรวมอยู่ในหมู่คนตระกูลเจิ้งด้วย ชา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   89

    “แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้านะเสี่ยวจู้” กิเลนไฟเอ่ยขึ้นหลังจากฟังมานาน“ทำไมกันเจ้านกบ้า หรือเจ้าอยากเข้าร่วมสงครามบ้าบอนี่กัน” เสี่ยวจู้กล่าวอย่างโมโห“เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่เล่า ถึงพวกเราจะหลบอยู่ที่นี่จนจบสงครามแล้วอย่างไร

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   88

    ณ วังสวรรค์ จ้าวสวรรค์ที่ได้รับข่าวจากองครักษ์ลับว่าเผ่าต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งจนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ก็เริ่มร้อนรนใจ พระองค์ที่ไม่ได้รับยาดี ๆ จากเผ่ามังกรมาสิบกว่าปีเริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ในวังของพระองค์จะมีพระสนมและลูกหลานมากมาย อย่างไรก็ยังมีกำลังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับทหารเดนตายของแต่ละเผ่าอยู่ดี อีกทั้งอดีตจ้าวสวรรค์ผู้เป็นบิดายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   87

    เสี่ยวจู้พอได้ฟังคำขององค์หญิงใหญ่เข้า มันก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยลงตามที่เคยวางแผนกับเจิ้งหลินเอาไว้นานแล้ว เจิ้งหลินเห็นเสี่ยวจู้รับลูกทันจึงรีบเอ่ยตอบ“หม่อมฉันยินดีดูแลเสี่ยวจู้เพคะ เป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่องค์หญิงมอบมันกลับมา”“อืม… เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว หากเจ้ามีสมุนไพรใหม่ ๆ ก็ส่งคนไปแจ้งเราที่ตำหนักได้ตลอดนะ เรายังหวังว่าเจ้าจะสามารถหาสมุนไพรดี ๆ มาขายเราได้”“หม่

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   86

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมอาหารและนั่งกินกันที่ลานด้านหน้าอย่างสนุกสนาน ด้วยคนจำนวนมากที่เพิ่งมาถึง ทำให้บ้านเจิ้งครึกครื้นกันอยู่นานถึงค่อนคืนเลยทีเดียว ถึงแม้ตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดจะยังไม่มีที่พักดี ๆ แต่พวกเขาที่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้บ่นว่าอันใด พวกเขากลับมีความสุขมากที่ได้กลับมารับใช้นายท่านอย่างชิงก้านหลง

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   85

    เมื่อทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเรือนโดยที่พรุ่งนี้เช้ากิเลนไฟจะมาปลุกพวกเขาเพื่อออกจากมิติทีหลังเหมือนกับทุกวัน หลังเจิ้งหลินกับชิงก้านหลงดูแลแปลงสมุนไพรในมิติเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากมิติลับไปด้านนอกโดยที่ตอนนี้บ่าวไพร่กำลังแตกตื่นที่สมุนไพรในสวนหายไปจำนวนมาก ยิ่งกับสมุนไพรล้ำค่าที่หายไปทั้งหมดด้วยแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวจะถูกเจ้านายลงโทษหากหาตัวคนร้ายไม่พบทั้งที่มีเวรยามคอยเดินตลอดทั้งคืน

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   78

    ด้านเสี่ยวจู้ที่เดินทางไปเก็บสมุนไพรบนภูเขาไม่ไกลจากวังมังกรไม่ได้พบคนจากเผ่าจิ้งจอกอย่างที่จ้าววังเป็นห่วง เสี่ยวจู้สามารถตามหาสมุนไพรล้ำค่าได้อย่างรวดเร็วตามความสามารถที่ตัวม

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   77

    ระหว่างทานอาหารมื้อเย็น เจิ้งหลินขอคำแนะนำจากเจิ้งฮ่าวเรื่องการทำงานบนสวรรค์ชั้นฟ้า เพราะนางไม่อยากอยู่ที่นี่เฉย ๆ อย่างขอไปที นางต้องการทำให้ครอบครัวสุขสบายมากขึ้นและต้องการเพ

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   76

    ณ สวรรค์ชั้นฟ้า

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   75

    “ทุกท่านตามสบาย หลังจากนี้เราคงต้องรบกวนพวกเจ้าช่วยเรื่องราชกิจด้วย” ชิงก้านหลงตรัสด้วยเสียงพลังปราณอย่างอ่อนโยนพร้อมแย้มสรวลให้ขุนนางทั้งหล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status