LOGIN"ซักเสื้อนักศึกษาก่อนแล้วกัน"
"กางเกงกับกระโปรงค่อยซักรอบต่อไป" ยัยตัวยุ่งตื่นมาทำงานบ้านส่งเสียงดังแต่เช้าทั้งที่เป็นวันหยุด ปลุกให้ผมตื่นมานั่งหน้าง่วงอยู่บนที่นอนมองเธอนั่งแยกผ้าของทั้งผมและเธอเตรียมไปใส่เครื่องซักผ้าด้านนอก ตั้งแต่มีเธอมาอยู่ด้วย นี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วมามี๊ไม่แวะมาหาผมเลยสักนิด ไม่เป็นห่วงกลัวว่าลูกชายจะโดนว่าที่คู่หมั้นจับปล้ำบ้างเลยหรือยังไงกัน "นาย ช่วยยกตะกร้าออกไปหน่อยสิ" "..." ผมลุกขึ้นไปตามที่เธอบอกอย่างว่าง่าย เพราะมีเสื้อผ้าของผมรวมอยู่ด้วย แค่ยกไปวางตรงเครื่องซักผ้าไม่ได้เหนื่อยเกินไปสำหรับผม ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง อยากจะนอนต่ออีกสักหน่อย "อี๋... นาย" สองนิ้วเล็กคีบบ็อกเซอร์ของผมขึ้นมาตรงหน้า "อะไร" "ทำไมถอดม้วนแบบนี้เนี่ย" ก็ถอดปกติป่าววะ "เธอจะให้ฉันถอดแล้วพับเป็นดอกไม้?" "พับเป็น?" ตากลมโตมองสบตาคมอย่างซุกซน พาให้มือใหญ่ผลักหน้าผากมนเบาเบาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเดินผ่านเธอไปล้มตัวลงบนที่นอน ปล่อยให้เธอนั่งแยกผ้าชิ้นเล็กและบ่นไปอยู่คนเดียว "นาย น้ำไม่ไหลอะ" "..." แต่หลับตาลงได้ไม่นาน เสียงตัวยุ่งประจำห้องก็ปลุกให้ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำคิ้วขมวดยุ่งมองหน้าเธอด้วยความหงุดหงิด "ไม่ได้จ่ายค่าน้ำหรอ" "..." ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูห้องแชทกลุ่มของคอนโดว่ามีประกาศแจ้งเตือนอะไรหรือเปล่า แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะนิติประกาศว่าเช้านี้จะมีการซ่อมท่อน้ำหลักและจะใช้เวลาในการซ่อมหนึ่งชั่วโมง ขอลูกบ้านอย่าเพิ่งใช้น้ำ และรอประกาศอีกครั้ง "รอก่อน" ผมบอกเธอแค่นั้นและวางมือถือลงที่เดิม แต่ยัยตัวยุ่งยังคงยืนหน้ามุ่ยไม่ยอมขยับตัวไปไหน จนผมต้องดึงแขนเล็กลงมาทำเธอล้มตัวนอนข้างกัน ก่อนจะใช้ขายาวพาดขาสั้นเอาไว้ไม่ให้นอนดิ้นไปดิ้นมา เดี๋ยวอะไรอะไรที่กำลังหลับใหลจะตื่นขึ้นมา แล้วสุดท้ายคนที่เดือดร้อนคงไม่พ้นตัวผมเอง "นอน" "ถ้าไม่นอนจะทำอย่างอื่น" "..." เสียงแหบพร่าแกล้งกระซิบข้างหูคนในอ้อมแขน ทำเธอตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ยอมนอนนิ่งๆ ให้ผมพาดขาและแขนไม่ขยับตัวยุกยิกเหมือนเมื่อนาทีก่อน ทำไมผมจะไม่รู้ ว่ายัยตัวยุ่งทำซ่าแกล้งยั่วผมไปอย่างนั้นแหละ เพราะเอาเข้าจริงก็ตัวสั่นเหมือนลูกแมว 'หึ' "เธอ สั่งก๋วยเตี๋ยวเรือมากินหน่อยสิ" ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง เพราะเสียงท้องร้องของใครบางคนดังประท้วงให้ได้ยิน เลยบอกให้เธอสั่งเดลิเวอรี่มื้อแรกของวันมากินด้วยกัน ลำพังตัวผมเองไม่เท่าไหร่ เพราะปกติมื้อเช้าของผมก็เกือบเที่ยงอยู่แล้ว แต่ยัยตัวยุ่งนี่สิ ต้องกินตรงเวลา ไม่อย่างนั้นเธอจะแปลงร่างเป็นนางยักษ์ทันที "สั่งเองสิ" "..." "ได้ค่ะคุณคู่หมั้น รับเส้นอะไรดีคะ" "เส้นเล็ก เผ็ดน้อย" "เอากากหมูมาแบ่งกันมั้ย อยากกินอะ" "อ้วน" "จิ๊" รอเกือบครึ่งชั่วโมงคนตัวเล็กก็โผล่หน้าออกมาจากประตูห้องน้ำ บอกให้ผมลงไปรับอาหารจากไรเดอร์ เพราะเธอกำลังซักผ้าชิ้นเล็กของทั้งผมและเธออยู่ในห้องน้ำ ด้วยมือของเธอ เป็นอีกหนึ่งเรื่องเซอร์ไพรส์สำหรับผม ไม่เคยคิดว่าลุคคุณหนูดูมั่นใจอย่างยัยตัวยุ่งจะทำอะไรแบบนี้เป็นเหมือนกัน แถมพิถีพิถันทุกขั้นตอนมาก และเสื้อผ้าที่เธอซักยังกลิ่นหอมสะอาดเหมือนมามี๊มาซักให้อีกด้วย จะมาเป็นลูกสะใภ้ของมามี๊ก็ต้องทำให้ได้เหมือนท่านทุกอย่าง "หอมอะ" "ไปเช็ดมือ" แม่คุณเล่นวิ่งตามกลิ่นของก๋วยเตี๋ยวออกมาจากห้องน้ำทั้งที่มือยังเปียกอยู่ มายืนข้างๆ ผม "อยากชิมอะ ขอคำนึง" "..." ตัวยุ่งโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ปากอวบอิ่มอ้าเล็กน้อยหวังให้ผมป้อน โอเค...ผมจะป้อนเธอดีดีสักครั้ง เพราะกลัวว่าถ้าแกล้งเธอจะเผลอทำหกเลอะเทอะแล้วยุ่งยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่ใช้ช้อนตักน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือในชามของตัวเอง ค่อยๆ เป่าอย่างตั้งใจให้พอหายร้อน แล้วเอี้ยวตัวเล็กน้อยหันไปป้อนคนตัวเล็กที่รอชิมความอร่อยอยู่แล้ว "อร่อยอะ" ฟอด "ขอบคุณค่ะที่รัก" จมูกเชิดรั้นกดลงแก้มใสฟอดใหญ่เป็นการขอบคุณในความใส่ใจของเขา ก่อนจะรีบวิ่งหายไปในห้องน้ำอีกครั้ง คงจะเข้าไปล้างมือและเช็ดให้แห้ง ปล่อยให้เขานั่งหูแดงมองชามก๋วยเตี๋ยวของเธอที่วางตรงข้ามกัน แต๊ะอั๋งเขาเก่งที่หนึ่ง พอเขาทำคืนก็โวยวายเสียงดังไม่ยอมกัน "นี่นาย ชิ้นนั้นของฉันนะ" "..." ตัวยุ่งเสียงเขียวทันทีที่ผมคีบกากหมูชิ้นสุดท้ายในถ้วยเตรียมจะเข้าปาก "ฉันจองไว้" "จองตอนไหน" "ตอนกดสั่ง" และเธอกดสั่งมาสองห่อ ตอนแรกผมก็คิดว่าน่าจะแบ่งกันคนละห่อ แต่ไม่! เธอเทใส่ชามก๋วยเตี๋ยวตัวเองหนึ่งห่อ ส่วนอีกห่อที่ผมเทใส่ถ้วยเอาไว้ ก็มาแย่งผมกินหน้าตาเฉย ไหนตอนแรกใครมันพูดว่าเอามาแบ่งกันกินวะ? เพราะงั้นกากหมูชิ้นนี้ต้องเป็นของผม คิดได้อย่างนั้น ผมก็ป้อนกากหมูเข้าปากตัวเองไม่สนใจคนที่กำลังนั่งหน้าง้ำงอเพราะโดนขัดใจ จนผมต้องคีบลูกชิ้นลูกสุดท้ายในชามไปจ่อที่ปากป้อนให้เธอ เพียงเท่านั้นตัวยุ่งก็นั่งยิ้มไปกินไปจนก๋วยเตี๋ยวหมดชามไม่เหลือแม้แต่น้ำ ถึงตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเรื่องใหญ่สำหรับเธอคือ...เรื่องกิน #อ่านฟินฟิน #รักกันแบบหยุมหัว #ฝากเอ็นดูPPด้วยนะคะ"เธอขา เค้าอยากเข้าห้องน้ำ" วันที่สองที่ฉันได้ยินเสียงออดอ้อนของเขาที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย เหมือนว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะเพิ่มความขี้อ้อนของเขาให้มีมากขึ้น แล้วฉันจะทำอย่างไรได้นอกจากพาตัวเองลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปประคองเขาเข้าห้องน้ำ"เธอขา" "หืม""..." ตาคู่คมไล่สายตากรุ่มกริ่มมองลงไปยังกางเกงคนไข้ที่เขาใส่อยู่ ทำฉันถึงกับถลึงตาใส่ด้วยความหมันไส้ จริงอยู่ที่แขนข้างที่ใส่เฝือกคือข้างที่เขาถนัด แต่เขาอยากแกล้งให้ฉันอายมากกว่าถึงไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองแบบนี้ แค่ดึงกางเกงลงเขาก็ไม่ยอมทำ! แต่ก็เอาเถอะ! เห็นแก่ความเจ็บป่วยของเขา และที่เขาให้ลูกน้องช่วยเตรียมเงินจำนวนหนึ่งและจองตั๋วเครื่องบินให้พี่พิชได้หลบไปอยู่ต่างประเทศสักพักตั้งแต่วันที่เขาฟื้น ฉันจะตอบแทนโดยการดูแลเขาเป็นอย่างดีก็แล้วกัน"นี่ แกล้งเหรอ" "ไม่ได้แกล้ง" ไม่ได้แกล้งอะไร ในเมื่ออะไรอะไรของเขาที่กำลังพร้อมรบอยู่ตอนนี้ บ่งบอกให้ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้อยากเข้าห้องน้ำตามที่ปากเขาบอก ไหนจะมุมปากที่ยกยิ้มดูเจ้าเล่ห์นั่นอีก"เค้าอยากให้เธอขาทำให้" และผู้ชายหน้ามึนอย่างเขาก็สามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมาได้อย่างหน้าต
หลังจากที่ผมพาเธอปรับความเข้าใจกันคืนนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดหลายชั่วโมงกับความเอาแต่ใจและดื้อรั้นที่เธอแสดงออกมาจนผมแทบจะรับมือไม่ไหว เลยจัดการรวบหัวรวบหางจับเธอนอนคุยกันบนเตียงให้มันรู้เรื่องรู้ราว กว่าเธอจะยอมอ่อนลง ทำเกราะป้องกันที่เตรียมมาหมดไปถึงสองกล่องแต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ต้องเริ่มพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งเพื่อลบทุกข้อกล่าวหาที่เธอเข้าใจผิด เริ่มจากพาเธอไปเจอลิตาน้องสาวของพาลันที่เธอเจอวันที่มาคืนของให้ผม พาเธอมาที่สนามแข่งเพื่อฟังคำยืนยันจากลูกน้องที่ทำงานอยู่ที่สนาม รวมถึงแม่บ้านทำความสะอาดหรือจะเป็นแม่ครัวผมก็เรียกมาหมดให้มาช่วยยืนยันว่าผมไม่เคยรับรางวัลที่เป็นผู้หญิง นับตั้งแต่วันที่ทุกคนเจอเธอถามว่าเธอเชื่อไหม? ตอบได้เลยว่า ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้เพียงแค่เธอยอมไปไหนมาไหนกับผมบ้าง ยอมไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ยอมให้ผมไปนอนด้วยบ้าง แค่นี้ก็ถือว่าดีมากสำหรับผมแล้ว แต่จะดีกว่านี้ถ้าผมได้นอนกอดเธอทุกวัน"เธอขา เค้าหิวข้าว" อย่างวันนี้ เป็นอีกวันที่ผมได้ตามขึ้นมานอนเล่นอยู่บนห้องของเธอ ตั้งใจว่าจะชวนเธอไปหาอะไรอร่อยกินกันเย็นนี้ แต่ผมคงต้องพับแผนที่วางเอาไว้ เพราะยังไม่เห็น
ที่เธอรับปากผมคืนนั้น เธอก็ไม่ได้ผิดคำพูดแต่อย่างใด ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอรับทุกสายที่ผมโทรหา ยอมเปิดกล้องให้ผมเห็นหน้าจนผมรู้สึกแปลกใจ จนได้เห็นความแสบของเธอที่มีคือการปล่อยให้ผมพูดอยู่คนเดียว ส่วนเธอเอาแต่สนใจผู้ชายในซีรีย์ที่เธอตั้งหน้าตั้งตาดู ทำเพียงปลายตามามองเล็กน้อยบ้างเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องตอบข้อความ เพราะเธอขาของผมส่งตอบกลับมาเพียงรูปสติ๊เกอร์หลากอารมณ์ที่ไม่รู้ว่าสรรหามาจากไหน โคตรน่ามันเขี้ยวแต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยจนท้อที่จะตามจีบเมียตัวเองอีกครั้ง พาตัวเองไปอยู่ทุกที่ที่เธออยู่ บ่อยครั้งที่ชวนไอ้พาลันกับไอ้พายไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะที่เธอเรียนเพียงแค่หวังจะได้นั่งกินข้าวข้างๆ กัน ถึงเธอจะพยายามแสดงออกว่าไม่รู้จักผมก็ตาม ซึ่งผมก็ไม่สน และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมชวนเพื่อนมาฝากท้องมื้อกลางวันที่โรงอาหารคณะนิเทศน์ที่เธอเรียน อาสานั่งจองโต๊ะให้เพื่อนเพราะสายตามองเห็นเธอต่อคิวซื้อข้าวอยู่ก่อนแล้ว แน่นอนว่าผมนั่งจองสองโต๊ะติดกัน และเป็นเพียงสองโต๊ะที่ว่างอยู่ตอนนี้ ยังไงเธอต้องเดินมานั่งทางนี้แน่ สุดท้ายผมก็ได้นั่งข้างเธออย่างที่วางแผนเอาไว้ โดยที่ทั้ง
ในที่สุดฉันก็หาเงินมาคืนเพื่อนได้ครบในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แต่เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านไปเร็วมากสำหรับฉัน มีลูกค้ามาจ้างฉันทุกวันล้วนแต่เป็นงานด่วนทั้งนั้นเลย จนไม่มีเวลาให้ฉันได้คิดถึงเรื่องอื่น แม้แต่กินข้าวฉันก็ยังสั่งฟาสฟู้ดส์ง่ายๆ มากินให้พออิ่มท้องเท่านั้น"ฮัลโหล คุณพริบพราว" "ว่าไงยะ คุณแพรนวล" "ไปดื่มไปแดนซ์กันป่ะ""เบาเบาพอนะ พรุ่งนี้ฉันมีถ่ายงานตอนบ่ายหน่ะ""ได้สิจ๊ะสาว""โอเค เจอกัน" ในเมื่อได้เงินมามากพอ ฉันก็รีบโอนคืนในพริบพราวทันที ก่อนจะชวนนางไปเลี้ยงขอบคุณในความใจดีของนางสักหน่อย จะว่าไป...ไม่ได้ไปดื่มมาเป็นเดือนแล้วนะ ถึงเวลาคืนวงการของแพรนวลแล้วหล่ะไหนๆ คืนนี้จะกลับมารันวงการแสงสีเสียงอีกครั้ง ฉันเลยจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผม ก่อนจะหยิบกุญแจรถยนต์ตรงไปร้านลับที่นัดเพื่อนไว้ ขืนไปช้า มีหวังโดนยัยพริบพราวบ่นหูชาแน่ในเมื่อได้เงินมามากพอ ฉันก็รีบโอนคืนในพริบพราวทันที ก่อนจะชวนนางไปเลี้ยงขอบคุณในความใจดีของนางสักหน่อย จะว่าไป...ไม่ได้ไปดื่มมาเป็นเดือนแล้วนะ ถึงเวลาคืนวงการของแพรนวลแล้วหล่ะแล้วก็เป็นอย่างที่คิด เป็นคุณพริบพราวที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไรเดอร์มาถึงก่อน
ใครจะเชื่อว่าฉันอยู่กับเขามาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว บางเวลาก็ดูเหมือนเขาสนใจฉันเพราะเขาใส่ใจและดูแลฉันเป็นอย่างดี แต่บางเวลาเขาก็ดูเฉยชา นิ่งเงียบ ฉันก็เดาอารมณ์เขาไม่ถูกเหมือนกัน ลึกลึกก็แอบขอบคุณเขานะ ที่ไม่ใจร้ายและไม่เคยทำร้ายร่างกายกันเลยสักครั้ง ถือว่าตัวเองยังมีความโชคดีอยู่บ้างไม่ใช่ว่าฉันจะอยู่ฟรีกินฟรีเฉยๆ หรอก อะไรที่ฉันทำได้ฉันก็ทำสุดความสามารถเชียวหละ งานบ้านทุกอย่างไม่ว่าจะกวาดห้อง ถูพื้น ล้างจาน ล้างห้องน้ำ ฉันทำหมด เผื่อว่าเขาจะเอาเงินเดือนที่จ่ายแม่บ้านมาเป็นส่วนลดหนี้ของพี่พิชลงบ้าง และความโชคดีของฉันอีกหนึ่งเรื่องก็คือ อยู่ช่วงปิดเทอมพอดี ฉันเลยอาศัยเวลานี้ รับงานตัดต่อคลิปรีวิวสินค้าต่างๆ ให้เหล่าเน็ตไอดอล มีเพื่อนรักอย่างพริบพราวช่วยแนะนำคนรู้จักในวงการมาให้ ฉันเลยพอได้งานกับเขาบ้าง และพอมีเงินเก็บไว้ทยอยผ่อนเขาเพื่อไถ่ตัวเองให้เป็นอิสระ เผื่อถ้าเราสองคนมีใจที่ตรงกันจริงๆ ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งคิดมากถึงสถานะอันน่าสงสารของตัวเองสถานะที่ไม่มีสถานะ สถานะที่รอวันเขาเบื่อก็เท่านั้น...ส่วนพี่พิชหน่ะเหรอ หายเข้ากลีบเมฆ ไม่มีแม้แต่ข้อความท
"จะให้ฉันนอนห้องเดียวกับนายเนี่ยนะ" ทันทีที่ผมพาเธอกลับมาคอนโดได้สำเร็จ ผมก็ปล่อยให้เธอไปอาบน้ำในห้องนอนส่วนตัว ส่วนผมก็ออกมาอาบที่ห้องรับแขกและกลับเข้าไปให้ห้องนอนของตัวเอง มีเธอนั่งกอดอกทำหน้ายุ่งรออยู่บนเตียงกว้าง เธอที่ใส่ชุดนอนของผม น่ารักดีหว่ะ"แล้ว?" ผมพาตัวเองเดินไปนั่งบนเตียงฝั่งที่ตัวเองนอน ถามเธอกลับอย่างใจเย็น ดูทรงแล้ว คืนนี้คงไม่ได้นอนง่ายๆ แน่"ไม่ได้เป็นอะไรกัน จะนอนห้องเดียวกันได้ยังไง" ทำเธอต้องหมุนตัวนั่งจุมปุ๊กมองกันตาปริบๆ ให้ผมได้มองหน้าหมวยๆ ชัดๆ อีกครั้ง เมื่อชั่วโมงก่อนตอนเห็นหน้าเธอครั้งแรก ว่าน่าสนใจแล้ว พอได้มานั่งมองใกล้ๆ ใบหน้าไร้เครื่องสำอางเผยผิวใส ปากยังคงเป็นสีแดงน่าจูบอย่างนี้ ยิ่งทำให้ใจแกร่งเต้นแรงมากกว่าเดิม แต่ต้องเก็บความเสียอาการเอาไว้คนเดียวเงียบๆ"พี่ชายเธอยกเธอให้ฉันแล้ว" "เผื่อลืม" "แล้วฉันต้องอยู่แบบนี้ไปนานแค่ไหน" "ยังไม่ได้คิด" จนกว่าพี่ชายเธอจะหาเงินกับรถมาได้ หรือไม่ ก็อาจจะตลอดไปเสียงแจ้งเตือนของข้อความเรียกความสนใจให้ผมหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู เพราะเป็นข้อความจากลูกน้องที่ส่งข้อมูลของใครบางคนมาให้ 'แพรนวล' คือ







