LOGINหลายวันที่ผ่านมาหานจื่อเยว่ยังคงขึ้นเขาเข้าป่าลึกเพื่อล่าสัตว์และเก็บสมุนไพร เช้าวันนี้ก็เช่นเดียวกัน หานจื่อเยว่เตรียมตัวขึ้นเขาเช่นเคย หลายวันที่ผ่านมานางเดินสำรวจไปรอบ ๆ ภูเขาชิงซาน ทำให้นางได้รู้ว่าหากเข้าไปในป่าลึกมากเท่าไหร่ ก็จะพบสมุนไพรล้ำค่ามากขึ้นเท่านั้น
ทว่าการเข้าไปในป่าลึกนั้นก็มีความเสี่ยงมากเช่นเดียวกัน เพราะอาจจะพบเข้ากับสัตว์ป่าดุร้าย เช่นหมีดำ หมีควาย และเสือ ถึงแม้ว่านางจะมีความสามารถติดตัวมาจากชาติภพก่อน ทว่าร่างกายของนางในชาตินี้อ่อนแอยิ่งนัก จำเป็นจะต้องออกกำลังกายและฝึกฝนให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงกว่านี้เสียก่อน ถึงจะสามารถล่าสัตว์ป่าอันตรายเหล่านั้นได้
“เยว่เอ๋อร์ วันนี้เจ้าจะกลับมากินมื้อเที่ยงหรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะท่านแม่ วันนี้ข้าคิดว่าจะเข้าป่าลึกไปไกลกว่าเมื่อวานเจ้าค่ะ”
“เจ้าระวังตัวด้วย อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอันตราย ถึงแม้ว่าบ้านเราจะยากจน แต่ก็ยังมีอาหารพอให้พวกเจ้าพี่น้องได้กิน ไม่ถึงกับต้องอดอยาก”
“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงข้านะเจ้าคะ เข้าสามารถเอาตัวรอดได้ ต่อไปนี้บ้านเราจะดีขึ้น ท่านแม่เชื่อข้านะเจ้าคะ”
“เอาล่ะ เจ้ารีบไปรีบกลับ ระวังอันตรายด้วย”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
หานจื่อเยว่สะพายตะกร้าไม้ไผ่พร้อมกับธนูเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปภูเขาชิงซาน วันนี้นางตั้งใจจะเข้าไปในป่าให้ลึกกว่าเมื่อวาน หานจื่อเยว่คิดว่าในป่าลึกอาจจะค้นพบสมุนไพรล้ำค่า หากนางสามารถหาเห็ดหลินจือหรือโสมคนได้ เมื่อนำไปขายจะสามารถหาเงินก้อนโตได้จากสมุนไพรเหล่านี้
หลังจากเดินขึ้นลงภูเขาและตื่นมาออกกำลังกายเป็นประจำทำให้ร่างกายของนางแข็งแรงขึ้นมามาก ถึงแม้จะยังไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้เท่ากับชาติก่อนของนาง แต่ตอนนี้นับว่าแข็งแรงมากแล้วสำหรับคนในโลกแห่งนี้ ระหว่างทางที่เดินเข้าป่าลึกเพื่อหาสมุนไพร หานจื่อเยว่ก็ได้ทำเครื่องหมายทิ้งเอาไว้ด้วยเช่นกันป้องกันการหลงทาง
หานจื่อเยว่เดินเข้าป่าลึกมาได้พักใหญ่ สมุนไพรชนิดแรกที่นางพบก็คือ เหอโส่วอู ขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีอายุมากกว่า 50 ปี เหอโส่วอูมีสรรพคุณช่วยชะลอวัย บำรุงตับและไต บำรุงกำลัง ช่วยให้ผมดกดำ นับว่าเป็นสมุนไพรชั้นดี
บริเวณนี้มีสมุนไพรชนิดนี้ขึ้นอยู่มากมาย แต่ละต้นนั้นล้วนมีอายุมากกว่า 50 ปี หลังจากใช้เวลาเก็บเกี่ยวเหอโส่วอูอยู่ สามเค่อ สมุนไพรที่ขุดได้ก็เต็มตะกร้าไม้ไผ่เสียแล้ว
หานจื่อเยว่รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก เพราะยังเหลือเหอโส่วอูที่ยังไม่ได้ขุดขึ้นมาอีกมาก เมื่อเห็นว่าตะกร้าก็เต็มแล้ว หานจื่อเยว่จึงคิดว่าลงจากเขาจะดีกว่า เอาไว้วันพรุ่งนี้นางค่อยกลับมาขุดสมุนไพรที่เหลืออยู่
ถึงแม้ว่าจะเสียดายแต่ก็ไม่สามารถนำสมุนไพรทั้งหมดกลับไปด้วย หานจื่อเยว่ยกตะกร้าขึ้นสะพายหลังเดินมุ่งหน้าลงจากเขาทันที นางเดินมาได้พักใหญ่ระหว่างที่คิดว่าจะล่าไก่ฟ้ากับกระต่ายป่ากลับไปด้วยดีหรือไม่ เพราะตอนที่เดินขึ้นเขามานางก็ล่าสัตว์ป่าเหล่านี้ไปไม่น้อย
ทันใดนั้นสายตาของนางเหลือบไปเห็นดงโสมคนที่กำลังแข่งกันออกผลสีแดง จากที่นางคาดคะเนด้วยสายตา ตรงนี้น่าจะมีโสมคนอยู่ประมาณห้าต้น แต่ละต้นล้วนมีอายุเกินหนึ่งร้อยปี
หานจื่อเยว่ไม่รอช้านางรีบวางตะกร้าและไก่ฟ้ากับกระต่ายป่าในมือลง แล้วรีบขุดโสมทั้งห้าต้นออกมาทันที ส่วนเมล็ดโสมนั้นนางแยกใส่ถุงผ้าเล็ก ๆ เอาไว้ เพื่อนำไปลองปลูก
หลังจากขุดโสมเสร็จแล้วหานจื่อเยว่รีบสะพายตะกร้าลงจากเขากลับบ้านทันที ระหว่างทางเดินกลับบ้าน นางยิ้มกับตัวเอง หัวเราะกับตัวเองประหนึ่งคนบ้า ดีที่ไม่มีชาวบ้านคนอื่นมาพบเข้า หาไม่แล้วพวกชาวบ้านคงคิดว่านางเสียสติไปแล้ว
หากนำโสมทั้งห้าต้นไปขาย นางจะสามารถหาเงินก้อนใหญ่เข้าบ้านได้ อันดับแรกที่จะทำหลังจากขายโสมก็คือ ซื้อที่ดินเพิ่ม สร้างบ้านใหม่ ส่งน้องชายไปเรียนที่สำนักศึกษา และเริ่มทำการค้า
ในตอนที่หานจื่อเยว่กำลังดีใจที่ขุดโสมคนได้ถึงห้าต้น เหอหลิงเฟิงก็เดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านชิงซาน และตอนนี้เขากำลังเดินมุ่งหน้ามาที่บ้านสกุลหานเพื่อมาถอนหมั้น
ถึงแม้หานเยี่ยนโจวจะเป็นอาจารย์ของเขาแล้วอย่างไร การเป็นศิษย์อาจารย์ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องแต่งลูกสาวของอาจารย์มาเป็นภรรยา
ถึงจะเป็นอาจารย์ของเขาแล้วอย่างไร ในเมื่ออาจารย์ก็เป็นเพียงบัณฑิตชาวนายากจน ไม่สามารถส่งเสริมและช่วยเหลือเขาในเส้นทางขุนนางได้
หานจื่อเยว่เดินลงมาจากภูเขา ใบหน้าของนางประดับรอยยิ้มเอาไว้ แต่เมื่อเดินมาถึงบ้านยังไม่ทันที่จะเข้าประตูบ้านก็เห็นเหอหลิงเฟิงเดินมาไกล ๆ หานจื่อเยว่ถอนหายใจพลางพูดว่า
“เรื่องที่จะเกิดย่อมต้องเกิด ข้าหวังว่าท่านพ่อจะไม่โมโหจนล้มป่วย ในที่สุดไอ้ผู้ชายสารเลวก็มาถอนหมั้นจนได้”
หานจื่อเยว่ฝันถึงเหตุการณ์ที่เหอหลิงเฟิงมาถอนหมั้นหลังจากที่เขาสอบได้ทั่นฮวา หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยฝันอีกเลย ในเมื่อนางเข้ามายึดร่างคนอื่นแล้วก็ย่อมต้องรับภาระเลี้ยงดูพ่อแม่ น้องชาย ดูแลครอบครัวต่อไป ที่สำคัญนางสัญญากับเจ้าของร่างเดิมเอาไว้ว่าจะแก้แค้นให้นาง ให้นางจากไปอย่างสบายใจ
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อไม่อยู่บ้านหรือเจ้าคะ”
“พ่อของเจ้าอยู่ที่ห้องหนังสือกับน้องชายของเจ้า เจ้ามีเรื่องจะหารือกับพ่อของเจ้ารึ”
“ไม่มีเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าอยากให้ท่านแม่เตรียมใจเอาไว้บ้าง”
“เตรียมใจ เตรียมใจเรื่องอันใดหรือ”
“อีกประเดี๋ยวท่านแม่ก็จะได้รู้เจ้าค่ะ ข้าเอาของไปเก็บก่อน”
หานจื่อเยว่เดินเข้าไปในบ้านได้ไม่นานเหอหลิงเฟิงก็มาถึง การมาครั้งนี้เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง เขาพาหลิวหรูเยี่ยนคนรักใหม่มาด้วย นอกจากคนรักใหม่แล้วยังมีมารดาและน้องสาวของเขาด้วย
ส่วนพ่อของเขานั้นไม่กล้าสู้หน้าหานเยี่ยนโจวเขาจึงไม่ได้มาด้วย เพียงแค่บอกว่าตัวเองไม่สบายเท่านั้น หลินซือหลิงที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในบ้านก็ต้องหยุดชะงัก นางมองกลุ่มคนที่เดินเข้ามาโดยมีเหอหลิงเฟิงเดินนำหน้ามา นางจึงเอ่ยปากทักทายด้วยความดีใจ
“หลิงเฟิง เจ้ากลับมาแล้วหรือ รีบเข้ามานั่งในบ้านก่อน”
“ไม่จำเป็นขอรับ ที่ข้ามาวันนี้เพียงมีเรื่องอยากจะพูดเท่านั้น”
“เรื่องอันใดหรือ เหตุใดเจ้าถึงรีบร้อนเช่นนี้ จื่อเยว่คงดีใจที่เจ้ากลับมาแล้ว เจ้าจะไม่เข้าไปทักทายอาจารย์ของเจ้ารึ”
“ข้าจะไม่อ้อมค้อมก็แล้วกันท่านป้า วันนี้ที่ข้ามา ข้าจะมาถอนหมั้นกับจื่อเยว่ ข้าเองก็มีคนรักใหม่แล้ว ครอบครัวของท่านกับข้าต่างกันเกินไป ข้าเป็นขุนนาง ส่วนจื่อเยว่เป็นเพียงหญิงชาวนาเท่านั้น ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้ แม้แต่จะรับนางเป็นอนุภรรยายังไม่ได้เลย ข้าจึงคิดว่าในเมื่อนางไม่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลข้าได้ ก็ไม่จำเป็นต้องรั้งนางเอาไว้ ข้าหวังว่าท่านป้ากับท่านอาจารย์จะเข้าใจและสนับสนุนในทางที่ข้าเลือก”
“ใช่แล้วล่ะ ลูกสาวของเจ้าไม่เหมาะสมกับลูกชายบ้านข้า อย่ามาฉุดลูกชายข้าให้ต่ำลงไปกับนางเลย ส่วนนี่ ของหมั้น เจ้าเอาคืนไปแล้วคืนของหมั้นของลูกชายข้ากลับมา สัญญาหมั้นก็เป็นอันยกเลิก”
“ท่านป้าเจ้าคะ จื่อเยว่ไม่อยู่หรือเจ้าคะ ให้นางออกมารับรู้ด้วยจะดีที่สุด นางจะได้ไม่ต้องคิดไปเองว่านางยังเป็นคู่หมั้นของพี่ชายข้าอยู่ นางไม่คู่ควรและพวกท่านก็ไม่คู่ควรด้วย” เหอซินอี้เชิดหน้าพูดออกมาอย่างดูถูก
หานเยี่ยนโจวเดินออกมาพร้อมกับลูกชายทั้งสามคน หานจื่อเยว่เดินหน้าตึงออกมาพร้อมกับของหมั้น นางเหลือบไปมองท่านพ่อที่ตอนนี้สีหน้าไม่สู้ดี ท่านแม่ของนางหน้าซีดเผือดยืนนิ่ง หานจื่อเยว่ไม่ได้สนใจคนเหล่านั้น นางเพียงเดินไปยื่นของหมั้นหมายคืนให้กับเหอหลิงเฟิงพร้อมกับพูดว่า
“นี่คือของเจ้า เอากลับไปเถอะ ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง ต่อไปเจ้าคือเจ้า ข้าคือข้า ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกันอีก ข้าเองก็หาใช่จะอยากแต่งงานกับเจ้า ข้าหานจื่อเยว่ ไม่ใคร่อยากแต่งงานกับบุรุษที่ไม่ซื่อสัตย์ ที่สำคัญหน้าตาของเจ้าขี้ริ้วขี้เหร่ ข้ามิชอบ”
“เจ้า เจ้า เจ้าสตรีปากร้าย ช่างไม่รู้จักสำรวม” เหอหลิงเฟิงโมโหจนเสียกิริยา
“เจ้าเป็นเพียงหญิงชาวนา ไร้การศึกษา เจ้าคู่ควรกับท่านพี่หรือ ช่างไม่ดูตัวเองเสียบ้าง” หลิวหรูเยี่ยนที่ยืนเงียบมานานพูดออกมา
“พวกเจ้ากลับไปเถอะ ของหมั้นข้าก็คืนให้แล้ว หรือพวกเจ้าจะอยู่รอกินข้าวบ้านข้ารึ ขออภัย ข้าไม่ได้เลี้ยงสุนัขเลยไม่มีกับข้าวเหลือ ช่างเป็นผีเน่ากับโลงผุจริง ๆ เสแสร้ง หยุด ไม่ต้องมากรี๊ด มันหนวกหู รำคาญ ออกไปจากบ้านข้า ต่อไปนี้อยู่ให้ห่าง ๆ ครอบครัวของข้าหน่อย หาไม่แล้ว หากเจอพวกเจ้าเมื่อไหร่ ข้าจะอัดพวกเจ้าเมื่อนั้น”
หานจื่อเยว่เตะถังไม้ลอยไปตกตรงหน้าหลิวหรูเยี่ยนที่กำลังจะกรีดร้องจนนางตกใจหุบปากแทบไม่ทัน เมื่อเหอหลิงเฟิงเห็นว่าหานจื่อเยว่ไม่ได้ล้อเล่น นางอยากจะทุบตีพวกเขาจริง ๆ จึงได้รีบลนลานออกจากบ้านสกุลหานไป
“ท่านแม่ เหตุใดนางถึงได้เปลี่ยนไป เมื่อก่อนนางขี้อายหัวอ่อนและไม่สู้คน เหตุใดถึงได้ดุร้ายเช่นนี้”
“แม่เองก็ไม่รู้ หลังจากนางตกน้ำจนป่วยพอหายป่วยก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว”
“หรือว่านางจะรู้อันใดมาขอรับ เรื่องของข้าท่านแม่ได้เผลอบอกนางไปก่อนหรือไม่”
“ไม่มีผู้ใดบอกนาง แม้กระทั่งชาวบ้านแม่เองก็ไม่ได้พูดให้ผู้ใดฟังเลย เจ้าอย่าได้สนใจนางเลย ถอนหมั้นแล้วก็ดี”
“ขอรับ เช่นนั้นอีกสามวันข้าจะกลับเมืองหลวง หลังจากที่ ข้าจัดการซื้อจวนแล้วข้าจะส่งคนมารับพวกท่าน”
“ตกลง”
หานจื่อเยว่เห็นท่านพ่อที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม และไม่มีคำพูดใดออกมาจากปากของเขาแม้แต่ครึ่งคำ นางคิดว่าท่านพ่อคงกระทบกระเทือนใจ คงรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก หานจื่อเยว่มองท่านแม่กับท่านพ่อแล้วอดสงสารคนทั้งสองไม่ได้
“ท่านแม่ ข้าไม่เสียใจ ข้าดีใจเสียอีกที่ได้ถอนหมั้น ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องเสียใจ ท่านไม่ต้องผิดหวัง คนเช่นเหอหลิงเฟิงไปได้ไม่ไกลหรอกเจ้าค่ะ คนที่คิดแต่จะเดินทางลัดมันจะไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว คนทรยศเช่นนั้นไม่ต้องยุ่งเกี่ยวด้วยดีที่สุด เอาไว้ข้าจะหาลูกเขยดี ๆ มาให้ท่านพ่อท่านแม่แน่นอนเจ้าค่ะ”
“ลูกไม่เสียใจก็ดีแล้ว พ่อก็แค่เสียใจที่สั่งสอนและรับคนไร้คุณธรรมมาเป็นศิษย์”
“ท่านพ่ออย่าคิดมากเลยเจ้าค่ะ รีบเข้าบ้านเถอะ ข้ามีของดีจะให้ท่านดู”
สองสามีภรรยารู้สึกโล่งใจที่บุตรสาวไม่ได้รู้สึกเสียใจ ทั้งสองสบตากันแล้วรีบเดินตามบุตรสาวบุตรชายเข้าไปในบ้าน ก็ไม่รู้ว่าวันนี้นางไปได้ของดีอันใดมาถึงได้มีท่าทางตื่นเต้นเช่นนั้น
หานเยี่ยนโจวและหลินซือหลิงอายุมากขึ้น พวกเขาหยุดทำหน้าที่อาจารย์ พวกเขาพักผ่อนที่เรือนเดิมในหมู่บ้านชิงซาน พวกเขาปลูกผักและเลี้ยงไก่ พวกเขาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบหานจื่อเยว่และมู่หรงจิ่งเทียนเห็นว่าทุกอย่างมั่นคงแล้ว พวกเขาตัดสินใจวางมือจากหน้าที่ทั้งหมด ยามซื่อ หานจื่อเยว่เรียกมู่หรงจิ่งเถียนมาที่ห้องบัญชี นางมอบกุญแจห้องบัญชีและตราประทับตระกูลหานให้มู่หรงจิ่งเถียน นางมอบหมายให้มู่หรงจิ่งเถียนดูแลกิจการทั้งหมด มู่หรงจิ่งเถียนรับกุญแจและตราประทับ นางรับปากว่าจะดูแลกิจการให้ดีที่สุดมู่หรงจิ่งเทียนเขียนจดหมายส่งไปที่ค่ายทหาร เขามอบป้ายคำสั่งทางทหารให้หานอี้เฉินและมู่หรงจิ่งฉี เขามอบอำนาจคุมกองทัพให้พวกเขาสองคนเด็ดขาด เขาไม่เข้าไปก้าวก่ายการทหารอีกยามเว่ย มู่หรงจิ่งเทียนและหานจื่อเยว่เก็บเสื้อผ้าใส่หีบ พวกเขาให้บ่าวรับใช้ยกหีบขึ้นรถม้า หานอีและอิ่งอีทำหน้าที่บังคับรถม้าและเป็นผู้คุ้มกันเช่นเดิม พวกเขาเดินทางออกจากหมู่บ้านชิงซาน มุ่งหน้าไปที่จ้วงซีแห่งใหม่ที่มีบ่อน้ำพุร้อน พวกเขาย้ายไปอยู่ที่เรือนน้ำพุร้อนเป็นการถาวรชีวิตที่เรือนน้ำพุร้อนเรียบง่ายและเป็นส่วนตัว ยามเหม่า หานจื่อเยว่สว
มู่หรงจิ่งเทียนบอกให้นางทำเร็วขึ้น หานจื่อเยว่เร่งจังหวะการขย่มให้เร็วขึ้น นางหมุนเอวและบดเบียดสะโพกลงมา มู่หรงจิ่งเทียนยกสะโพกสวนกระแทกขึ้นไปรับแรงของนาง การเสียดสีรุนแรงขึ้น หานจื่อเยว่ส่งเสียงครางดัง นางขย่มเขาอย่างต่อเนื่อง ช่องทางรักของนางรัดแก่นกายของเขาแน่นขึ้น หานจื่อเยว่บอกว่านางทนไม่ไหวแล้ว นางเร่งความเร็วในการขย่มอีกสิบครั้ง ร่างกายของนางกระตุกเกร็ง นางปลดปล่อยน้ำหวานออกมา มู่หรงจิ่งเทียนจับเอวของนาง เขาออกแรงกระแทกสวนขึ้นไปอย่างแรงสามครั้ง เขาส่งเสียงคราง เขาปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในร่างกายของนาง หานจื่อเยว่ทิ้งตัวลงนอนทับหน้าอกของเขา นางหอบหายใจ มู่หรงจิ่งเทียนลูบแผ่นหลังของนาง เขายิ้มด้วยความพอใจเช้าวันที่สอง มู่หรงจิ่งเทียนตื่นขึ้นมา เขาเดินไปที่ห้องครัว เขาทำข้าวต้ม เขาหั่นเนื้อปลาเค็ม เขาทอดปลาเค็ม เขาทำไข่เจียว เขาเรียกหานจื่อเยว่มากินข้าว พวกเขากินข้าวเช้าด้วยกัน เมื่อกินเสร็จเขาล้างจานชาม เขาเดินกลับมาที่ห้องโถง เขาอุ้มหานจื่อเยว่ไปที่โต๊ะไม้กลางห้องโถง เขาวางนางลงบนโต๊ะ เขาจับนางแยกขาออก เขาถอดกางเกงของนาง เขาถอดกางเกงของเขา เขาสอดแก่นกายเข้าไปในช่องทางรักของนาง เขา
หานจื่อเยว่ยิ้มและหลับตาลงในอ้อมกอดของเขา ค่ำคืนที่เร่าร้อนผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนยิ่งลึกซึ้งและแนบแน่นขึ้น ความสงบสุขในครอบครัวดำเนินต่อไปพร้อมกับความหวังที่จะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในเร็ววันมู่หรงจิ่งเทียนต้องการร่วมหลับนอนกับหานจื่อเยว่ เขาพยายามหาโอกาสใกล้ชิดกับนางหลายครั้ง ยามค่ำคืนในห้องนอน มู่หรงจิ่งเทียนดึงร่างของหานจื่อเยว่เข้ามากอด เขาก้มหน้าลงจูบที่ซอกคอของนาง เขากำลังจะถอดเสื้อผ้าของนาง ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออก มู่หรงจิ่งฉีเดินเข้ามาในห้อง มู่หรงจิ่งฉีถือดาบไม้ในมือ เขาบอกให้บิดาดูท่าดาบของเขา มู่หรงจิ่งเทียนต้องหยุดการกระทำ เขาต้องเดินไปดูมู่หรงจิ่งฉีแกว่งดาบคืนต่อมา มู่หรงจิ่งเทียนอุ้มหานจื่อเยว่ไปวางบนเตียง เขากำลังจะจูบนาง เสียงเคาะประตูดังขึ้น มู่หรงจิ่งอันเปิดประตูเดินเข้ามา มู่หรงจิ่งอันถือตำราในมือ เขาบอกว่าเขาอ่านตัวอักษรไม่ออก เขาขอให้มารดาสอนตัวอักษร หานจื่อเยว่ผลักอกมู่หรงจิ่งเทียนออก นางเดินไปสอนตัวอักษรให้บุตรชาย มู่หรงจิ่งเทียนต้องนอนรออยู่บนเตียงอีกวันหนึ่งในยามกลางวัน มู่หรงจิ่งเทียนดึงหานจื่อเยว่เข้าไปในห้องทำงาน เขาปิดประตู เขาจูบริมฝีปากขอ
มู่หรงจิ่งฉีมีนิสัยต่างจากน้องชาย เขาไม่ชอบนั่งนิ่งเป็นเวลานาน เขาเรียนรู้และจดจำตัวอักษรได้เร็ว แต่เมื่อท่องจำเสร็จแล้วเขาจะเริ่มเบื่อหน่าย มู่หรงจิ่งฉีชอบซ่อนกิ่งไม้เล็กๆ ไว้ในแขนเสื้อ เมื่อหานเยี่ยนโจวหันไปเขียนกระดาน มู่หรงจิ่งฉีจะนำกิ่งไม้ออกมาแกว่งเล่นใต้โต๊ะเหมือนกำลังฝึกกระบวนท่าดาบ หานเยี่ยนโจวรู้พฤติกรรมของหลานชาย แต่ตราบใดที่มู่หรงจิ่งฉีทำข้อสอบและท่องตำราได้ หานเยี่ยนโจวก็ปล่อยผ่านและไม่ลงโทษทางด้านมู่หรงจิ่งเถียน น้องสาวคนเล็กนั้นการที่อดทนนั่งเรียนจนจบในแต่ละวันถือว่าเป็นเรื่องดีแล้วส่วนมากนางใช้เวลาทั้งวันวิ่งเล่นซุกซนอยู่ที่เรือนริมแม่น้ำ ผู้ที่คอยตามใจและเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของนางคือเสือขาวตัวใหญ่ เสือขาวมีขนาดตัวใหญ่กว่าเดิม มันทำหน้าที่พามู่หรงจิ่งเถียนไปทุกที่ วันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียนมู่หรงจิ่งเถียนกินขนมเสร็จ นางเดินไปหาเสือขาวที่นอนหมอบอยู่ลานหน้าเรือน นางปีนขึ้นไปนั่งบนหลังเสือขาวและใช้มือจับขนคอของมัน “ไปที่ลำธารหลังเรือน ข้าอยากจับปลา” มู่หรงจิ่งเถียนบอกเสือขาว เสือขาวลุกขึ้นและเดินพานางตรงไปที่ลำธาร มันเดินลัดเลาะกอหญ้าอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงลำธาร มู
“หานอู่แจ้งมาว่า เขาซื้ออาคารเพิ่มสองแห่งเพื่อเปิดเป็นสาขาใหม่ เขารับคนงานเพิ่มสามสิบคน ร้านจินกั่วและหอสุราจินอวี้สาขาใหญ่มีรายรับเพิ่มขึ้น เขาได้มีการตรวจสอบสินค้าในโกดังทุกวัน และได้ทำสัญญาขายผลไม้แปรรูปให้พ่อค้าแคว้นเป่ย การร่วมมือกันเป็นไปด้วยดี ทำให้ตอนนี้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นสองเท่าขอรับ” หานจื่อเยว่ตรวจสอบตัวเลขในสมุดบัญชีเมืองหลวง แล้สั่งการ “เขียนจดหมายตอบหานอู่ ให้เขานำกำไรส่วนหนึ่งจ่ายเป็นรางวัลให้คนที่ทำงานภายใต้กิจการของเราทุกคน”“ขอรับ ข้าจะรีบส่งจดหมายกลับไปเมืองหลวงทันที ”“เอาล่ะ มีเรื่องอันใดจะรายงานเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีข้าจะไปเดินเล่นที่สวนผลไม้เสียหน่อย”"มีขอรับ เป็นส่วนของทำนักคุ้มภัย หานซานรับสมัครผู้คุ้มกันใหม่ห้าสิบคน เขาฝึกสอนกระบวนท่าต่อสู้ให้คนใหม่ หานซานตรวจสอบบัญชีและประเมินเส้นทาง หานซื่อคุมผู้คุ้มกันเจ็ดสิบคนเดินทางไปส่งผ้าไหมที่เมืองทางใต้ ขบวนสินค้าเจอโจรป่าหนึ่งร้อยคนดักปล้นที่ช่องเขา หานซื่อสั่งผู้คุ้มกันต่อสู้ พวกเขาสังหารโจรและจับกุมโจรที่เหลือส่งที่ว่าการอำเภอ สินค้าผ้าไหมปลอดภัยและส่งถึงมือผู้ซื้อตามกำหนด หานซานเจรจาเก็บค่าจ้างคุ้มกันจากพ่อค
อิ่งอีและองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่บริเวณประตูเรือนเห็นเสือขาวปรากฏตัวกะทันหัน พวกเขารีบชักดาบออกจากฝักและพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าหานจื่อเยว่ทันที“เก็บดาบของพวกเจ้าลงไป นี่คือสัตว์เลี้ยงของข้า มันจะมาทำหน้าที่คุ้มครองเด็กๆ ทั้งสามคน” หานจื่อเยว่สั่งการด้วยเสียงเฉียบขาดอิ่งอีลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของพระชายาและเจ้าเสือขาวที่นั่งลงแทบเท้านางราวกับสุนัขเชื่องๆ เขาจึงส่งสัญญาณให้องครักษ์ทุกคนเก็บดาบหานจื่อเยว่พาเจ้าเสือขาวเดินเข้าไปในห้องโถงที่เด็กทั้งสามกำลังคลานเล่นอยู่บนเสื่อผืนใหญ่ เสือขาวเดินก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า ไม่มีเสียงฝีเท้าเล็ดลอดออกมา มันก้มหัวลงดมกลิ่นทารกทีละคน ลูกชายคนโตไม่หวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เขายื่นมือป้อมๆ ไปจับจมูกสีชมพูของเสือขาว ลูกชายชายคนรองคลานเข้าไปซุกที่ขนฟูฟ่องบริเวณลำคอของมัน ส่วนน้องสาวคนเล็กส่งเสียงหัวเราะชอบใจและใช้มือตีลงบนหัวของเสือขาวเบาๆเสือขาวทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ทับร่างของเด็กน้อย ปล่อยให้เด็กทั้งสามปีนป่ายบนตัวมันอย่างตามใจ มันทำหน้าที่เป็นเบาะรองคลานและพี่เลี้ยงชั้นเลิศ หากเด็กคนใดคลานออกนอกบริเวณเสื่อ หร







