Masukภายในห้องเก็บฟืนนี้หาได้ควรมีคนอยู่ไม่ แต่กลับมีสวี่เหวินหรงอยู่ เหตุเพราะมีคำสั่งลงโทษเนื่องจากนางออกไปนอกจวนโดยไม่ขออนุญาตนั้นออกจากปากแม่สามี ทั้งที่ก่อนหน้านางไม่เคยถูกเรียกไปหาหรือแม้แต่คารวะน้ำชายามเช้าด้วยซ้ำ ไม่รู้เหตุใดรู้เรื่องของนางราวส่งคนตามติดทุกฝีก้าวได้
หากเป็นเจ้าของร่างเดิมเมื่อถูกกระทำเช่นนี้คงโวยวายจนเรื่องราวใหญ่โต จากที่เพียงถูกขังก็ต้องถูกโทษโบยเป็นของแถมตามเนื้อหาในนิยาย
แต่นางไม่ทำเช่นนั้น... เป้าหมายของนางในร่างนางร้ายในนิยายคือมีชีวิตรอด
ตอนนี้นางเป็นฮูหยินของจวนฉินก็จริง แต่นางต้องประมาณตนไว้ นางไร้อำนาจ ไร้คนสนับสนุนขืนโวยวายไปก็มีแต่แพ้กับแพ้ นางเลือกอยู่กับตนเองเงียบ ๆ หาเงินสะสมให้มากพอแล้วออกไปใช้ชีวิตนอกจวนดีกว่า
สวี่เหวินหรงขยับมือหยิบห่อผ้าแล้วแกะปมออก หยิบของด้านในออกมา ไม้ยาวสองอันขัดเรียบกับเส้นไหมพับเป็นม้วนหลากสีสัน
นางติดสินบนบ่าวผู้หนึ่งให้ลอบไปเอาของสำคัญนี้มาจากห้องนอน อย่างน้อยคืนนี้ก็ไม่เสียเวลาเปล่า นางต้องใช้เวลาแลกเป็นเงินให้คุ้มค่า ไม้สองอันขยับสลับกันไม่หยุด เส้นไหมถูกเกี่ยว ดึง คล้อง กลายเป็นลายถักที่คนในเมืองหลวงไม่คุ้นตา นั่นทำให้เถ้าแก่ร้านผ้าชอบมันนัก ชอบขนาดที่สั่งเพิ่มทันที...
แต่ก็มีเรื่องให้รู้สึกเสียดายเล็กน้อย นางลืมผ้าพันคอไว้กับบุรุษที่นางช่วยไว้จากการจมน้ำ ไม่งั้นก็คงได้เงินมามากกว่านี้
สวี่เหวินหรงเอื้อมมือปิดปากไอครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวัน นางถูกพิษไข้เย็นกัดกินเพราะลงไปแหวกว่ายในน้ำเย็นเฉียบแล้วยังฝืนพาร่างกายเปียกปอนท้าลมต่ออีกนั่นแหละ อย่างน้อยขอให้ผลบุญที่นางได้ช่วยชีวิตคนส่งผลให้นางมีชีวิตรอดด้วยเถิด
อา ทว่าพอคิด ๆ ดูแล้วตั้งแต่เกิดใหม่ในร่างนายร้ายนี้นางพยายามไม่ไปยุ่งกับพระเอก ไม่เข้าใกล้นางเอก ปล่อยให้เส้นเรื่องดำเนินไป ทว่าเหตุใดตั้งแต่พยายามทำทุกอย่างต่างไปจากเดิม แต่ดูเหมือนความตายกลับใกล้กว่าที่นิยายเขียนไว้เสียอีก
นางถูกตัดอำนาจฮูหยินของท่านแม่ทัพเช่นเคย แต่เมื่อไม่ได้พยายามเข้าหาแม่สามีและกลั่นแกล้งนางเอกในนิยายแล้วก็ควรจะได้อยู่อย่างเงียบ ๆ ไหม เหตุใดถึงถูกดึงเข้าไปเกี่ยวเองอยู่เรื่อยไป
ไม้ถักหยุดค้างอยู่กลางอากาศทันใดเมื่อในหัวนึกถึงความน่าจะเป็นหนึ่งขึ้นมา ความเป็นไปได้หนึ่งคือนักเขียนพยายามคงบทของนางไว้!
โอ เรื่องนี้เหวินหรงจะรั้งรอไม่ได้ นางจำเป็นต้องพิสูจน์ให้แน่ชัด เพราะนั่นส่งผลต่อเส้นทางที่นางต้องดำเนินต่อไปเพื่อหลีกหนีความตาย!
คืนนั้นเองนางเปลี่ยนจากการเอะใจเป็นตัดสินใจทำเรื่องในวันต่อมา...
ณ ศาลากลางสระบัวในจวนสกุลฉินวันนี้พิเศษกว่าวันอื่นเพราะถูกจัดไว้สำหรับให้เจ้าของจวนเชิญสหายมากินเลี้ยงพูดคุย
ศาลาแห่งนี้ถูกจัดเตรียมง่าย ๆ ไม่มีพิธีรีตองมีแค่อาหารและไหสุราครบก็เป็นอันได้เรื่องตามแบบฉบับทหารแล้ว
ฉินเย่าหานนั่งนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้ชามสุราจะถูกเติมซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม แผลที่แขนซ้ายยังพันผ้าไว้แน่นแม้หมอจะห้ามไม่ให้เขาดื่มของแสลงแต่เขาหาได้สนใจไม่
ข้างกันคือเหอเฟิงหลัว รองแม่ทัพคนสนิท บุรุษท่าทีผ่อนคลายทั้งยังพูดเก่งและยิ้มง่ายกว่า เขาคือพระรองในนิยายที่แอบชอบนางเอกในนิยายและผิดหวังในภายหลัง เขายอมสละนางให้ได้แต่งกับคนที่รักอย่างผู้บังคับบัญชาของตน
คนผู้นี้ถือว่ามีบทบาทสำคัญในนิยายโดยเฉพาะช่วงต้น
ห่างออกไปหลังต้นไม้ไม่ใกล้ไม่ไกล สวี่เหวินหรงยืนหลบอยู่ วันนี้นางไม่หลีกหนีเส้นเรื่องของนิยายแต่กำลังดำเนินตามสิ่งที่เกิดขึ้นในนิยาย
เหตุการณ์ที่กำลังดำเนินนี้เป็นฉากที่นางร้ายอย่างสวี่เหวินหรงวางยากำหนัดในสุรา เพื่อหวังให้ฉินเย่าหานดื่มแล้วมีสัมพันธ์สุดร้อนแรงกับตนเอง ทว่าก่อนจะเกิดเรื่องราวตามแผนนั้นกลับถูกจิ้นจื่อถงผู้เป็นนางเอกในนิยายเห็นตอนที่นางใส่บางอย่างลงไปในไหสุราที่โรงเก็บสุรา และเรื่องราวในนิยายดำเนินต่ออย่างไรทุกคนน่าจะคาดเดาได้
นั่นคือ นางร้ายถูกเปิดโปง นางเอกในนิยายได้รับความดีความชอบ... เนื้อหานิยายสุดฮอตฮิตที่มีแทบทุกเรื่อง
บทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ
“อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า
สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั
สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต
สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ
นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ
บทที่ 20 นางถูกกล่าวหาว่าจะฆ่าแม่สามีค่ำคืนนี้ช่างเงียบเหงาและเยือกเย็นกว่าคืนไหน สวี่เหวินหรงตัดสินใจกลับมานอนที่ห้องนอนเดิมของตนเอง นางไม่คิดจะเฉียดกรายไปที่ห้องนอนของฉินเย่าหานอีกเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาให้ใจต้องเจ็บช้ำไปมากกว่านี้นางเอนกายลงนอนพลางมองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า ในหัวยังคงมี
บทที่ 11ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังเปลือยกายอยู่หลายวันผ่านไป…สวี่เหวินหรงยังคงรับผิดชอบหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด นางก้มหน้าก้มตาจัดการบัญชี ดูแลรายจ่ายรายรับของจวนในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันจัดการงบของจวนอีกวันจึงมีงานมากเป็นพิเศษ กว่าจะปิดจบก็เลยเวลาทำงานจนนางบอกให้พ่อบ้านฉีกลับไปก
บทที่ 9.2“หากเจ้าคิดจะเป็นฮูหยินของข้า…ก็ต้องเจอเรื่องเช่นนี้แหละ” เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนช่องว่างให้นางคิด “แม้จะเป็นเพียงฮูหยินในนามก็ตาม...”สวี่เหวินหรงเงยหน้าขึ้นจนสายตาว่างเปล่าสบเข้ากับแววตาดำลึกล้ำผสมความเยือกเย็นในใจนางอยากตะโกนว่านางไม่อยากเป็นฮูหยินของเขาแล้ว แต่ปากกลับต้องตอบอีกแบบ เพรา
บทที่ 9นางเกือบตายแล้วเวลาผ่านไปจนงานเลี้ยงที่ต้องปั้นหน้ายิ้มก็จบลงรถม้าตราตระกูลฉินแล่นออกจากพระราชวัง โดยภายในรถม้านั้นเจ้านายทั้งสองกำลังนั่งประจันหน้ากันอยู่ ความเงียบครอบงำอีกเช่นเคยและดูเหมือนจะหนักหนากว่าขามาอีกด้วยซ้ำสวี่เหวินหรงพยายามนั่งนิ่งเฉยอย่างทรมาน นางเป็นคนอยู่นิ่งเป็นไม่ได้ต้







