LOGIN“ก็ได้ค่ะ หนูอยากมีเพื่อนเยอะๆ” แพรวาพูดอย่างว่าง่าย หนูน้อยเป็นเด็กน่ารักเสมอ
“ดีมากค่ะ” ยิ้มพลางลูบหัวลูกสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“ครูขา มีคนมาสมัครเรียนค่ะครู”
เสียงนักเรียนสาวรายหนึ่งดังเข้ามาทำให้ทั้งพริมพิกาและแพรวาต้องหันไปมองทันที
“เดี๋ยวแม่ออกไปดูก่อนนะลูก พี่น้ำค้างมาเรียกแล้ว”
หญิงสาวเอ่ยถึง ‘น้ำค้าง’ เด็กสาววัยเพียงสิบแปดปีที่มาขอสมัครเรียนที่นี่พร้อมทั้งขอช่วยทำงานที่ร้านไปด้วย พริมพิกาเห็นว่าฝ่ายนั้นเป็นเด็กตั้งใจและนิสัยค่อนข้างดี มีความรับผิดชอบ จึงจ้างเป็นพนักงานรายวันให้มาช่วยบริการลูกค้าหน้าร้านในช่วงที่ตนเองต้องสอนนักเรียนคนอื่น
“ไหนล่ะ” พริมพิกาเดินออกมาพร้อมกับมองหาว่าที่นักเรียนคนใหม่ของเธอ
“คนนั้นไงคะครู เมื่อสักครู่ เขาโทร.มาบอกว่าจะเข้ามาสมัครที่ร้าน น้ำค้างว่าต้องเป็นผู้หญิงสวยๆ คนนั้นแน่นอนค่ะ” น้ำค้างพูดอย่างตื่นเต้นเมื่อมองไปยังหญิงสาวที่คาดว่าจะเป็นนักเรียนใหม่ของที่นี่
พริมพิกามองไปยังหญิงชายคู่หนึ่งที่กำลังเปิดประตูเข้ามาในร้าน หญิงสาวอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ แต่งกายด้วยชุดเดรสสายเดี่ยวสีส้ม เปรี้ยวจี๊ด พร้อมกับรองเท้าส้นสูง บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นสาวมั่นใจในตนเอง เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนขายาวแบบสบายๆ และนั่นทำให้เธออึ้งทันทีที่ได้สบตากับ ‘เขาคนนั้น’
“มาเรียนซะ จะได้หัดเป็นกุลสตรีกับเขาบ้าง ผู้หญิงแม้ว่าจะสวย จะเก่ง จะมั่นใจยังไง ก็ควรต้องเรียนรู้การเรือนไว้บ้าง”
‘ภาวัต’ ลาก ‘ริษา’ มาที่ร้านอาหารไทยบุฟเฟต์แห่งนี้ หลังจากที่เขากับน้องสาวกลับจากต่างประเทศได้ไม่นาน ชายหนุ่มก็เริ่มคิดว่า ไหนๆ ยัยน้องสาวตัวแสบก็ไม่ได้อยากสานต่อธุรกิจครอบครัว จึงควรจะหาอะไรทำเพื่อต่อยอดให้ตนเอง และช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศด้วยกัน ริษาก็ไม่สามารถทำอาหารกินเองได้เลยแม้กระทั่งทอดไข่ ต้องพึ่งพาพี่ชายเสมอ เขาจึงคิดว่าหากส่งมาเรียนทำอาหารก็คงจะดี และร้านที่เลือกก็มาจากการเสิร์ชหาในอินเทอร์เน็ต หลายคนรีวิวว่าที่นี่ครูสอนดี แถมยังน่ารักมากๆ ด้วย เลยพาริษามาที่นี่ทันที
“พี่ภีมหัวโบราณมากรู้ไหม ทำไม่เป็นซื้อกินก็ได้” ริษาลากเสียงยาวเพราะไม่ชอบทำอาหาร มันดูน่าเบื่อและยุ่งยาก คนมีเงินอย่างเธอ แค่ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปบนหน้าจอทัชสกรีนอาหารชั้นเลิศแค่ไหนก็มาวางอยู่ตรงหน้า ไม่เห็นต้องทำเองให้วุ่นวาย
“เฮ้อ! ถ้าแม่เราไม่เสียไปก่อนคงจะต้องถอนใจวันละสิบรอบเหมือนพี่”
“แหม พี่ภีมก็ ริษาไม่ชอบทำอาหารนี่นาพี่ก็รู้” คนเป็นน้องอดครวญเบาๆ ที่จริงไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบทำอาหาร แต่ทุกครั้งที่ลงมือเข้าครัวทีไรเป็นต้องครัวเละทุกที เสียเวลาแม่บ้านต้องไปตามเก็บครัวเปล่าๆ
“เอาน่า ลองก่อน”
ภาวัตพูดพร้อมกับหันไปมองหญิงสาวที่ยืนตรงหน้า นาทีนั้นเหมือนเวลาทุกอย่างหยุดเดิน เมื่อสายตาของคนทั้งคู่ประสานกันอย่างพอดี
เขาจำ ‘เธอ’ ได้ดี…พริมพิกา
“สวัสดีค่ะ ใช่คุณลูกค้าที่โทร.เข้ามาหรือเปล่าคะ” น้ำค้างทำหน้าที่แทนคุณครูสาวสวย เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเอาแต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
“เอ่อ...ใช่ครับ คุณเป็นเจ้าของร้านที่นี่เหรอ…?” ชายหนุ่มเอ่ยถามน้ำค้างโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่พริมพิกา
“อ๋อ! เปล่าหรอกค่ะ หนูชื่อน้ำค้างเป็นพนักงานที่นี่ เจ้าของคือคุณพริมพิกาค่ะ” เด็กสาวหันมาทางคนที่เอ่ยชื่อทำให้เจ้าตัวรู้สึกตัวทันที
“สวัสดีค่ะ”
พริมพิกาตั้งสติพร้อมกับสวัสดีภาวัตและหญิงสาวที่อีกฝ่ายพามาด้วย และถ้าเธอเข้าใจไม่ผิด ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็นคนรักของเขา
“สวัสดีครับ คุณเป็นเจ้าของที่นี่จริงๆ เหรอ?”
ภาวัตเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ภาพหญิงสาวที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยเมื่อห้าปีก่อนกับคนตรงหน้าดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ว่าดูถูกความสามารถของเธอ แต่เท่าที่เคยรู้มาคือ สาวเจ้าไม่มีเงินมากพอที่จะเปิดร้านได้ แต่ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าหญิงสาวเป็นคนชอบทำอาหารและเก่งทำขนมจนทำให้เขาติดใจรสมือได้ และนั่นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ชายหนุ่มอยากให้น้องสาวอย่างริษาหัดงานบ้านงานเรือนให้ได้อย่างพริมพิกาบ้าง
“ค่ะ ที่นี่เป็นร้านของพริมเอง และพริมก็เป็นครูสอนของที่นี่ด้วย” พริมพิกาพูดเสียงเรียบ เธออดแปลกใจไม่ได้ที่เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าตนเองหลังจากที่ไม่เจอกันถึงห้าปี และก็ไม่คิดว่าจะได้พบเจอชายหนุ่มอีก
“นี่สองคนรู้จักกันมาก่อนเหรอคะ” ริษาที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมา เมื่อเห็นว่าพี่ชายเอาแต่จ้องเจ้าของร้านคนสวยไม่วางตา
“ใช่ เคยรู้จักก่อนที่เราจะไปต่างประเทศกัน” ภาวัตหันมาตอบข้อสงสัยของน้องสาวทันที
“ค่ะ แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแน่นอนค่ะ ฉันกับคุณภีม เราเป็นแค่คนรู้จักกัน” พริมพิการีบพูดทันทีด้วยกลัวว่าหญิงสาวตรงหน้าจะเข้าใจผิดได้
“อะไรนะคะ แหม จะเป็นมากกว่าเพื่อนกัน ริษาก็ไม่ว่าหรอกค่ะ ดีเสียอีก พี่ชายของริษาจะได้สละโสดสักที ฝรั่งสาวๆ ก็มีมาชอบตั้งเยอะ แต่พี่ชายของริษาก็ไม่ถูกใจ สาวไทยก็ยังเรื่องมาก คนอะไรก็ไม่รู้เรื่องเยอะ” ริษาพูดยิ้มๆ เมื่อสาวสวยตรงหน้าเข้าใจผิดว่าตนเองกับที่ชายเป็นคนรักกัน และไม่ลืมบอกสถานะว่า แม้ภาวัตจะมีสาวมารุมล้อมแต่ยังโสด
“เอ่อ ดิฉันขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ทราบจริงๆ” พลางนึกอยากจะตบปากตัวเองเสียจริงที่พูดก่อนคิดโดยที่ไม่ได้มองหน้าของริษาว่าคล้ายคลึงกับภาวัตมากแค่ไหน
“เมื่อคืนที่เห็นพริมร้องทรมาน มันทำให้ผมรู้เลยว่าที่ผ่านมาพริมต้องทรมานแค่ไหน” ภาวัตนึกภาพหญิงสาวที่ทนปวดท้องคลอดลูกเมื่อคืน เธอดูทรมานเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาต้องตั้งท้องและคลอดลูกเองเขาจะอดทนได้มากเท่าเธอไหม ลำพังงแค่แพ้ท้องเขาเองยังทนแทบไม่ได้เลย “มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงามค่ะ และพริมก็ดีใจที่ลูกของเราออกมาสมบูรณ์แข็งแรง” พริมพิกาพูดจากใจจริง ในความรู้สึกของคนเป็นแม่ต้องเจ็บแค่ไหนก็ทนได้ขอเพียงลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว “ขอบคุณนะครับพริม ที่ยอมมีลูกให้ผม” ภาวัตพูดด้วยความซึ้งใจ “ขอบคุณภีมเหมือนกันค่ะ ที่เป็นพ่อที่ดีที่สุดให้ลูกของเรา”
“ภีม เร็วหน่อยค่ะพริมไม่ไหวแล้ว” พริมพิกาพยายามสะกดความเจ็บปวดเอาไว้ แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานได้ ตอนนี้เธออยากถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด “อดทนหน่อยนะพริม ฮัลโหลริษาตอนนี้พริมกำลังจะคลอด แกช่วยมาดูแพรวาที่บ้านที เออน่าไม่ต้องถามอะไรมาก พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมหลานพร้อมแพรวา พี่ฝากด้วย” ภาวัตพูดอย่างรวดเร็วก่อนจะเอื้อมมือมาบีบพริมพิกาเพื่อให้กำลังใจภรรยา ภาวัตใช้เวลาขับรถจากบ้านมาถึงโรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนพยาบาลจะพาพริมพิกาไปแผนกทำคลอดทันที แม้ว่าหญิงสาวจะคลอดกะทันหันแต่การดูแลของหมอ และพยาบาลที่นี่กลับดูแลพริมพิกาดีมากจนชายหนุ่มเบาใจลงได้บ้าง “ผมขอเข้าไปดูภรรยาได้ไหมครับหมอ อย่างน้อยก็ให้ผมให้กำลังใจเธอ” ภาวัตเอายขึ้นก่อนที่หมอจะเดินเข้าไปในห้องคลอด
“ก็เข้าเรื่อยๆค่ะ ที่บริษัทช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก โปรเจกต์ที่เราทำก็เคลียร์หมดแล้ว พี่ภีมไม่ต้องห่วงช่วงนี้อู้งานไปเฝ้าเมียได้เต็มที่” ริษาอดแซวพี่ชายไม่ได้ ที่ตั้งแต่แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนก็เปลี่ยนไปเสียจนเธอที่เป็นน้องสาวแท้ๆไม่อยากจะเชื่อว่าเสือจะถอดเล็บได้ง่ายขนาดนี้ “ก้ดีถ้าอย่างนั้นพี่จะได้ไม่ต้องห่วง อ่อ แล้วก้อีกเรื่อง” ภาวัตวางช้อนลงพร้อมกับมองริษาด้วยสายตาจริงจังจนพริมพิกาเองต้องวางช้อนและตั้งใจฟังไปด้วย “มีอะไรพี่ภีม ทำหน้าตาจริงจังแบบนี้จะจับผิดอะไรริษาคะ” ริษาพูดติดตลก เอรู้ดว่าพี่ชายเธอคงไม่ได้มีเรื่องจริงจังอะไรเหมือนท่าทางที่เล่นใหญ่ให้เธอตกใจเล่น &ld
“พริมอย่าลืมนะครับว่าตอนนี้พริมไม่ได้ตัวคนเดียวนะ พริมกำลังอุ้มท้องลูกอีกคนอยู่ ผมให้พริมทำร้านต่อไปได้แต่พริมต้องหาคนมาช่วยเป็นแม่ครัว แล้วตัวเองก็ต้องมาเป็นคนบริหารร้านอย่างเต็มตัว อาจจะช่วยทำนิดๆหน่อยๆได้ แต่ต้องไม่ใช่ทำเองทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน” ภาวัตคิดว่านี่คือการแก้ไขปัญหาในระยะยาว หากหญิงสาวอยากเปิดเร้านอาหารต่อไป ทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่เหนื่อยจนเกินไปก็คือต้องจ้างคนมาช่วยเป็นแม่ครัวเพิ่ม “มันจะไม่สิ้นเปลืองหรอคะ” พริมพิกาเกรงว่าจการจ้างคนอื่นมาช่วยเป็นแม่ครัวอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็นหรือไม่ “คนละครึ่งทางเถอะนะพริม คุณก็รู้ว่าผมสามารถดูแลคุณกับลูกได้ แต่ถ้าพริมอยากจะทำร้านต่อก็ควรหาคนมาช่วยนะ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความอ่อนโยนและหวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเขา&
กินอย่างถนัดมากขึ้น ภาวัตอดซึ้งใจไม่ได้ที่แม้จะโกรธกันแต่ภรรยาก็ยังเลือกที่จะซื้ออาหารที่เขาชอบมาให้กิน แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ทิฐิของชายหนุ่มก็มีมากเกินเสียกว่าจะเอ่ยปากชวนหญิงสาวคุยก่อน ภาวัตเอมไปตักแกงเขียวหวานมากินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แล้วเมื่อชายหนุ่มตักคำแรกเข้าปาก เขากลับรู้สึกเหม็นและพะอืดพะอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนชายหนุ่มทนไม่ไหวและต้องการอาเจียนมันเสียเดี๋ยวนี้! “แอวะ!” ภาวัตรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไม่รีรอ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมากจนพริมพิกาเองก็ตกใจและรีบวิ่งตามชายหนุ่มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ภีมเป็นอะไร ทำไมอ้วกออกมาแบบนี้ ไหวไหม” พริมพิกาลูบหลังให้สามีด้วยความเป็นห่วง พลางคิดว่าแกงเขียวหวานก็รสชาติปกติแต่ทำไมชายหนุ่มกินแล้วถึงอาเจียนออกมาได้
“พ่องอนแม่หรอคะ” แพรวาหันมาถามตามประสาเด็ก แต่ไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมของพ่ออย่างภาวัตจะชัดเจนเสียจนเด็กดูออกว่าเขากำลังงอนอยู่ “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน สงสัยต้องตามไปดูหน่อย” พริมพิกาลูบหัวลูกสาวเบาๆ และเธอแน่ใจว่าคนอย่างแพรวาต้องไม่ทำให้เธอลำบากใจอย่างแน่นอน “แม่ไปคุยกับพ่อเถอะค่ะ หนูอยู่คนเดียวได้อย่าให้พ่องอนนานนะคะ หนูสงสารพ่อ” เด็กน้อยพูดออกมาเจื้อยแจ้ว จนพริมพิกาอดคิดไม่ได้ว่าภาวัตแอบเอายาเสน่ห์อะไรให้ลูกกินหรือไม่ ทำไมลูกถึงรักและติดชายหนุ่มได้ถึงเพียงนี้ “จ้า งั้นเดี๋ยวแม่รีบมานะคะ” พริมพิกาพูดพร้อมกับเดินเลี่ยงออกมาทันที เพราะบางทีชายหนุ่มอาจกำลังรอให







