เข้าสู่ระบบแสงไฟสลัวภายในห้องนอนใหญ่ของเพนท์เฮาส์หรูยังคงส่องสว่าง ทอดเงาร่างสองร่างที่ตกอยู่ในความเงียบงัน ลมหายใจหอบถี่ของสิงหาค่อยๆ กลับมาเป็นปกติอย่างช้าๆ
ชายหนุ่มลุกขึ้นนิ่งอยู่ข้างเตียง จัดแต่งเสื้อผ้าและกางเกงของตนเองให้เข้าที่เข้าทางด้วยท่วงท่าราบเรียบ ไร้ซึ่งความรีบร้อน บนเตียงกว้างลินนอนขดตัวตะแคงข้าง ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร แขนทั้งสองข้างที่พึ่งได้รับการปลดปล่อยจากเนกไทพันธนาการตกอยู่ข้างตัว รอยแดงถลอกรอบข้อมือเนียนเด่นชัดแข่งกับรอยน้ำตาที่ยังคงไหลซาบสองแก้ม ช่องทางด้านหลังเจ็บแสบระบมหนักจนแทบไม่อาจขยับท่อนล่าง คราบเลือดสดและน้ำรักอุ่นร้อนไหลซึมออกมาปะปนกันบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด สิงหาก้าวเท้าไปที่โต๊ะทำงานมุมห้อง ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าเงินหนังแท้ราคาแพงขึ้นมา เปิดออกแล้วหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทออกมาหลายใบ เขาเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียง จ้องมองลงยังร่างที่นอนหมดสภาพด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย เพียะ! สิงหาเพ่นมือโยนปึกธนบัตรเหล่านั้นใส่ใบหน้าหวานของลินอย่างไม่เบามือ ธนบัตรสีเทากหลายใบกระจายว่อน ปะทุลงบนแก้ม ละเลงไปตามเส้นผม และหล่นกระจายอยู่บนหมอนข้างหัวของเด็กหนุ่ม ลินสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตสั่นระริกปนพร่ามัวค่อยๆ ปรือขึ้นมอง ชายหนุ่มมองกระดาษเงินที่หล่นอยู่ตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นเจ้าของเงินด้วยความสับสนและเจ็บปวด "เอาไป" สิงหาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาดุจน้ำแข็ง "เอาเงินนั่นไปซื้อยากินซะ จะได้ไม่มานอนเป็นศพให้ฉันอารมณ์เสียอีก" ลินก้มลงมองธนบัตรเหล่านั้น น้ำตาไหลทะลักออกมาหนักกว่าเดิม หัวใจดวงน้อยสลายยับเยินไม่มีชิ้นดี เงินพวกนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด แต่มันกลับตอกย้ำว่าเขาเป็นเพียงสินค้า เป็นเพียงทาสกามที่ถูกซื้อมาด้วยเงิน และถูกโยนเศษเงินใส่เมื่อเสร็จกิจ ลินค่อยๆ ยกมืออันสั่นเทาขึ้น ทำภาษามือช้าๆ ด้วยนิ้วมือที่อ่อนแรง (ผม... ผมไม่ต้องการเงินครับคุณสิงหา... ผมไม่อยากได้) ลินส่ายหน้าพัลวัน แววตาเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้และน้อยเนื้อต่ำใจ รอยปานสีแดงบนแก้มซ้ายชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย สิงหากระชากเสียงหัวเราะในลำคอ เหยียดยิ้มมุมปากด้วยความสมเพช ชายหนุ่มย่อตัวลงมาใกล้ คว้ารวบซอกคอเสื้อที่ขาดวิ่นของลินแล้วดึงขึ้นมาจนเด็กหนุ่มต้องผดุงตัวนั่งตามแรงกระชาก "ไม่ต้องการเงิน?" สิงหากระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "อย่ามาทำเป็นมีศักดิ์ศรีหน่อยเลยลิน พ่อแม่แกยังขายแกแลกเงินห้าสิบล้านมาแล้ว ตัวแกเองจะมีค่าอะไรนักหนา!" คำพูดบาดลึกดั่งมีดเล่มคมแทงเข้ากลางอก ลินอ้าปากพยายามจะส่งเสียง แต่ก็มีเพียงลมหายใจหอบฮักและเสียงสะอื้นอึกอักในลำคอ "แล้วก็เลิกทำหน้าทำตาเหมือนโดนรังแกสักที" สิงหาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของลิน สายตาคมกริบฉายแววรังเกียจอย่างเปิดเผย "ดวงตาคลอน้ำตา ทำท่าทางอ้อนวอนน่าสงสารแบบนี้... มันไม่ได้ช่วยให้แกดูน่าเอ็นดูขึ้นหรอกนะ" สิงหาใช้นิ้วชี้เคาะลงบนแก้มซ้ายของลิน ตรงตำแหน่งรอยปานสีแดงเข้มอย่างแรงจนลินต้องสะดุ้งเหยเกใบหน้าด้วยความเจ็บ "จำใส่หัวแกไว้ด้วย ว่าหน้าตาอัปลักษณ์แบบแก มีปานน่าเกลียดพาดเต็มหน้า แถมยังเป็นใบ้พูดไม่ได้... ต่อให้แกนอนร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็ไม่มีใครเขามาสงสารหรือสนใจแกหรอก!" คำดูถูกที่ป่าเถื่อนทำให้น้ำตาของลินหยดลงบนหลังมือของสิงหา ชายหนุ่มชักมือกลับทันทีอย่างรังเกียจ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดหลังมือตัวเองราวกับเปื้อนของสกปรก "เก็บเงินบนเตียงซะ" สิงหาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองลงมาที่ลินด้วยแววตาสูงส่ง "แล้วก็ใสหัวกลับไปนอนที่ห้องเก็บของของแกได้แล้ว ผ้าปูที่นอนนี่เปื้อนเลือดขยะของแก หมดอารมณ์จะนอนพอดี" ลินกำมือแน่น ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไปทั้งตัวด้วยความเสียใจและความง่อยเหงา เขารู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีคุณค่าอะไรเหลืออยู่อีกแล้วในโลกใบนี้ พ่อแม่แท้ๆ ทิ้งเขา ชายตรงหน้าย่ำยีและเหยียดหยามเขาจนไม่เหลือความเป็นคน ลินค่อยๆ พยักหน้ารับงึกๆ อย่างจำนนต่อชะตากรรม มืออันสั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปเก็บธนบัตรทีละใบบนหมอนและบนเตียงอย่างช้าๆ น้ำตาหยดลงบนใบเงินสีเทาจนซึมเป็นวงกว้าง สิงหามองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปแนบระเบียงห้องเพื่อจุดบุหรี่สูบ โดยไม่สนใจเด็กหนุ่มบนเตียงอีกเลย ลินพยุงร่างกายที่บอบช้ำลุกขึ้นจากเตียง ความเจ็บปวดตรงช่วงล่างแล่นริ้วจนขาพับไปข้างหนึ่ง แต่เขาก็กัดฟันฝืนยันตัวยืนขึ้น ร่างบางเดินโซเซ ก้าวเท้าอย่างยากลำบากพาตัวเองออกจากห้องนอนใหญ่ตรงไปยังห้องเก็บของแคบๆ ใต้บันได ทันทีที่เดินมาถึงห้องเก็บของ ลินทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกเก่าๆ แล้วปล่อยให้ตัวเองซบหน้าลงกับเข่า ร้องไห้สะอื้นไร้เสียงออกมาอย่างหนักหน่วง มือบางยังคงกำธนบัตรใบละพันเหล่านั้นไว้แน่น ไม่ใช่เพราะอยากได้มัน... แต่เพราะมันคือสิ่งเตือนใจถึงคำดูถูกของสิงหา เงินก้อนนี้คือตราประทับย้ำเตือนว่าเขาเป็นเพียงทาสกามอัปลักษณ์ ไร้ค่า และไม่มีใครคิดจะสนใจหรือสงสารในชีวิตนี้จริงๆค่ำคืนนี้เพนท์เฮาส์หรูสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและคึกคักไปด้วยเสียงเพลงจังหวะคลอเบาๆสิงหาเดินโอบเอวหญิงสาวคู่นอนคนใหม่เข้ามาภายในบ้านชายหนุ่มพาเธอมานั่งกกกอดหยอกล้อกันบนโซฟาหนังตัวยาว จิบเหล้าและหัวเราะอย่างมีความสุข ชายหนุ่มพยายามจะเสพสุขกับเรือนร่างของหญิงสาวสวยตรงหน้าแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร... ความรู้สึกกระหายและอารมณ์ดิบในกายกลับไม่ถูกเติมเต็มแม้แต่น้อยเรือนร่างเนียนสวยของคู่นอนไม่อาจสร้างความพึงพอใจให้เขาได้เลย ชายหนุ่มเริ่มเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างรุนแรง ภาพเรือนร่างบอบบางเปรอะคราบน้ำตาของคนใบ้ที่เพิ่งคลอดลูกเมื่อไม่นานนี้กลับแล่นเข้ามาก่อกวนในหัวไม่หยุดหย่อน"คุณสิงหาคะ... เป็นอะไรไปคะเนี่ย?" หญิงสาวเอ่ยถามเสียงหวาน พลางยื่นหน้าเข้ามาประจบประแจงสิงหาปรายสายตามองเธอด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะดันตัวเธอออกเบาๆ"กลับไปซะ" สิงหาสั่งเสียงเรียบห้วน"เอ๋? คุณสิงหาคะ... เราเพิ่งจะ...""ฉันบอกให้กลับไป!" สิงหากระชากเสียงดุดัน สายตาคมกริบฉายแวววูบวาบจนหญิงสาวหน้าซีดด้วยความกลัว เธอรีบเก็บกระเป๋าแล้วเดินงกๆ เงิ่นๆ ออกจากเพนท์เฮาส์ไปทันทีความเงียบกลับมาปกคลุมห
เวลาหมุนผ่านไปหลายเดือนอย่างเชื่องช้าและแสนทรมาน ท้องของลิน โตขึ้นตามอายุครรภ์ที่ครบกำหนด ร่างกายที่เคยบอบบางบัดนี้ดูซูบผอมลงอย่างน่าสงสารมีเพียงหน้าท้องที่นูนป่องออกมาอย่างเด่นชัด ลินยังคงถูกใช้งานอย่างหนักในเพนท์เฮาส์หรู และยังคงต้องนอนขดตัวอยู่ในห้องเก็บของใต้บันไดอันแคบและมืดมิดเช่นเดิมกลางดึกคืนหนึ่งที่ฟ้าฝนด้านนอกพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง...กึก... โอ๊ย!...ความปวดร้าวอย่างแสนสาหัสพุ่งแทงขึ้นมาจากครรภ์ล่างอย่างฉับพลัน ลินกุมหน้าท้องตัวเองแน่น ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตผุดซึมเต็มซอกคอและหน้าผาก ลินอ้าปากค้าง พยายามจะส่งเสียงร้องแต่กลับมีเพียงลมหายใจหอบฮักติดขัดในลำคอ(เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน... ลูก... จะออกแล้วใช่ไหม)ลินทรุดตัวลงนอน ตะแคงขดตัวบนฟูกเก่า ความปวดร้าวทวีคูณขึ้นจนช่องท้องล่างบิดเกร็ง เลือดและน้ำคร่ำเริ่มไหลซึมเปียกชื้นออกมาตามกางเกงวอร์มตัวเก่าลินรู้ได้ทันทีในวินาทีนั้นว่าเขา กำลังจะคลอด... คลอดเพียงลำพังในห้องมืดแห่งนี้เด็กหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจีบฟูกนอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมานลินพยายามเบ่งตามจังหวะความปวดร้าวที่พุ่งขึ้นมาซ้ำ
ฟ้ามืดครึ้มยามดึกคลุมครอบเพนท์เฮาส์หรูให้ตื่นตระหนก สายลมแรงกระพือประตูระเบียงเสียงดังสนั่นลิน นั่งขดตัวอยู่บนฟูกเก่าๆ ในห้องเก็บของใต้บันไดร่างกายบอบบางสั่นสะท้านจากพิษไข้ต่ำๆ และอาการแพ้ท้องที่ยังรุมเร้า มือบางลูบหน้าท้องที่ยังเรียบตึงของตัวเองเบาๆ ด้วยความรักและหวาดกลัวตึง!เสียงปั้นประตูหน้าเพนท์เฮาส์ถูกกระแทกเปิดอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงก้าวเท้าหนักส้นของสิงหาที่เดินเข้ามา ชายหนุ่มเพิ่งกลับมาจากงานมืดที่ถูกศัตรูลูกค้าหักหลังจนเสียรายได้หลักหลายสิบล้านอารมณ์เดือดดาลและโทสะมืดมนเข้าครอบงำจิตใจจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณสิงหาก้าวพรวดตรงมายังห้องเก็บของใต้บันได ชายหนุ่มใช้เท้าถีบประตูเปิดออกอย่างแรงปัง!ลินสะดุ้งสุดตัว ร่างบางถดตัวหนีเข้ามุมห้องด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าหวานซีดเผือด นัยน์ตาสั่นระริกเมื่อเห็นแววตาคมกริบของสิงหาที่บัดนี้ขุ่นมัวและเต็มไปด้วยความคลั่งโกรธดั่งสัตว์ร้าย"มานี่ลิน!" สิงหากระชากเสียงห้วนต่ำสิงหาพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่กลุ่มผมของลิน ออกแรงดึงจนใบหน้าหวานเชิดขึ้นรับแสงไฟ"อื้อ!... ฮึก..." ลินส่งเสียงอักในลำคอด้วยความเจ็
ภายในห้องทำงานหรูของเพนท์เฮาส์ บรรยากาศเงียบสงัดจนชวนให้อึดอัดสิงหานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชายหนุ่มหมุนซองเอกสารสีน้ำตาลในมือเล่นด้วยความสงสัยเอกสารฉบับนี้ส่งตรงมาจากคลินิกเล็กๆ ในซอยแคบๆ โดยคนของคุณสิงหาที่แอบตามสืบเรื่องที่ลินแอบหนีออกไปข้างนอกเมื่อวันก่อนชายหนุ่มคลายซองเอกสารออก ดึงแผ่นกระดาษผลการตรวจร่างกายของลิน ขึ้นมาเปิดอ่าน สายตาคมกริบไล่อ่านตัวอักษรบนกระดาษอย่างถี่ถ้วน‘ผลการตรวจครรภ์: ยืนยันการตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 1 เดือน’ดวงตาคู่คมของสิงหาเบิ่งกว้างขึ้นวูบหนึ่งด้วยความตกตะลึง ร่างสูงใหญ่เกร็งสะพรั่งไปทั้งตัว หัวใจขยับไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทว่าเพียงครู่เดียว... ความรู้สึกตกใจก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวและแววตาดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด"เหอะ... ท้องเหรอ?" สิงหาพึมพำเสียงต่ำ เหยียดยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา"ผู้ชายอย่างแกเนี่ยนะท้องได้?"ความสับสนและความหวาดระแวงพุ่งขึ้นมาในหัวของมาเฟียหนุ่ม ชายหนุ่มคิดไปเองทันทีว่านี่คือแผนการของเด็กหนุ่มอัปลักษณ์ที่พยายามจะหาทางรอดและจับเขาไว้เพื่อสบายไปทั้งชาติครืด...สิงหากระชากเก้าอี้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มถือเอกสารใบนั้นเดินต
บรรยากาศยามบ่ายนอกเพนท์เฮาส์หรูถูกปกคลุมไปด้วยม่านเมฆสีเทาทะมึน เสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังแว่วมาตามลม เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำลงมาในไม่ช้าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สิงหาออกไปคุยธุรกิจมืดที่ต่างจังหวัดและสั่งให้การ์ดดูแลความเรียบร้อยอยู่ห่างๆ ประกอบกับป้าสายลากิจกลับบ้านลินจึงฉวยโอกาสช่วงเวลาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แอบก้าวเท้าออกจากเพนท์เฮาส์หรู ร่างบอบบางสวมเสื้อแขนยาวตัวเก่า ดึงฮู้ดขึ้นมาปิดบังรอยปานสีแดงบนแก้มซ้ายไว้มิดชิด เดินโซเซไปตามริมถนนเพื่อมุ่งหน้าไปยังคลินิกเล็กๆ ขนาดเล็กในซอยแคบๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักลินไม่ได้รอหมอที่คุณสิงหาบอกว่าจะส่งมาตรวจ เพราะลินกลัว... กลัวเกินกว่าจะให้คนของคุณสิงหามาแตะต้องร่างกาย และกลัวอาการแปลกๆ ที่นับวันยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆภายในห้องตรวจเล็กๆ ของคลินิก กลิ่นยาและน้ำยาฆ่าเชื้อฟุ้งกระจายในอากาศลินนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก มือทั้งสองข้างประสานแน่นบนตัก ขอบตากลมโตบวมแดงจากการผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงและกังวลใจ ขณะจ้องมองคุณหมอวัยกลางคนในชุดกาวน์ที่กำลังก้มอ่านผลตรวจเลือ
ผ่านไปหลายสัปดาห์หลังจากค่ำคืนอันแสนโหดร้าย บาดแผลทางร่างกายของลิน ค่อยๆ สมานตัวลงทีละนิด แต่ความปวดร้าวลึกๆภายในกลับไม่ได้หายไปไหน แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กของห้องเก็บของใต้บันไดส่องกระทบใบหน้าหวานซีดผดุง รอยปานสีแดงบนแก้มซ้ายยังคงเด่นชัด ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือดวงตากลมโตที่บัดนี้ไร้ซึ่งประกายชีวิตและความสดใสอุ้ก!จังหวะที่ลินกำลังจะยันตัวลุกขึ้นจากฟูกเก่าๆ ความรู้สึกพะอืดพะอมอย่างรุนแรงก็ตีรวนขึ้นมาจากช่องท้อง ลินรีบยกมือขึ้นอุดปาก ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน เด็กหนุ่มรีบพยุงร่างกายที่อ่อนแรงก้าวฉับๆ ออกจากห้องเก็บของ ตรงไปยังห้องน้ำด้านนอกทันทีอ้วก!... อุ้ก!ลินคุกเข่าลงข้างโถสุขภัณฑ์ ทรุดตัวลงอ้วกเอาเพียงน้ำย่อยสีใสและน้ำน้ำเหลืองออกมาจนหมดท้อง ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาถึงลำคอใบหน้าขาวซีดบัดนี้ซับสีเลือดเพราะแรงเบ่ง เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผมและซอกคอ ลินหอบหายใจหนักแน่น ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสารเด็กหนุ่มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปกดชักโครก ก่อนจะกุมท้องตัวเองไว้แน่น ความรู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรงทำให้ภาพตรงหน้าพร่ามัว คล้ายกับโลกหมุนเคว้งจนต้องหลับตาล







