Share

จูบหวาน

last update publish date: 2026-09-22 15:15:56

แต่ก็ช่วยไม่ได้เธอหาเรื่องเอง ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันได้แค่สองวันเธอยังสร้างความปวดหัวให้กับเขาขนาดนี้

“เธอหาเรื่องเองช่วยไม่ได้ ช่วยหยุดพูดก่อนที่ฉันจะโยนเธอลงพื้นจริงๆ ฉันรำคาญ” ตอนนี้สีหน้าเขาดูจริงจัง

ด้วยความที่กลัวว่าเขาจะทำจริงเธอจึงเงียบเสียง อยู่นิ่งๆ ให้เขาพาไปยังรถ เขาเปิดประตูด้วยมือเดียว ก่อนจะโยนร่างหญิงสาวบนเบาะนั่งข้างคนขับ เธอไถลไปตามแรงโยน

“โอ๊ย! ไอ้บ้า! โยนลงมาได้” จากที่น้ำตาแห้งไปก่อนหน้านี้มันไหลออกมาอีกครั้ง

“ซี้ด! เจ็บเป็นบ้า” เธอบ่นคนเดียวก่อนขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทาง พ่อเลี้ยงดินเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับ

เขาหัวเสียอย่างหนักผู้หญิงอะไรเจอกันทีไรหาเรื่องได้ตลอดเวลา เขาพลางส่ายหัวขับไล่เรื่องไร้สาระออกจากหัว

“นาย รองเท้าฉัน” เธอพูดเบาๆ

“ช่างมัน เธอรวยซื้อใหม่แค่นี้เอง” ก่อนเลี้ยวรถกลับเข้าทางจงใจให้ล้อรถเหยียบทับรองเท้าเจ้าปัญหา

เจ้าของรถขับรถไปยังโกดังเก็บผัก เหล่าพนักงานกำลังขะมักเขม้น จัดเรียงผักสลัดใส่กล่องโฟมเตรียมส่งไปยังร้านอาหารต่างๆ

เมื่อเห็นรถของพ่อเลี้ยงดินแล่นเข้ามาจอดต่างช่วยกันขนเข่งผักลง

“เรียบร้อยครับพ่อเลี้ยง” โต้งเดินเข้ามาบอก

“อ้าว… ฮั่นแน่! พ่อเลี้ยง” ชายหนุ่มแซวเจ้านาย

“เดี๋ยวกูถีบ! จะไปไหนก็รีบไปเลย กูยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่” พ่อเลี้ยงดินยกเท้าหมายจะถีบลูกน้องคู่ใจ แต่อีกคนหลบเท้าอย่างไว ไม่วายทำท่าทางยียวนกวนประสาท

“โธ่… พ่อเลี้ยงนานๆ ทีจะมีตุ๊กตาหน้ารถให้เชยชม มันน่าดีใจนะครับ”

“ดีใจกับผีสิ ถอย กูรีบ” สายตาเข้มเหลือบมองคนนั่งหน้ามุ่ยหัวฟู เนื้อตัวมีแต่ฝุ่น เศษหญ้าแห้ง ใบหน้าแดงผ่านการร้องไห้

“มองหาพระแสงอะไร” เมื่อคนที่นั่งข้างๆ รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองและมันก็จริง เธอเห็นเขามองแล้วอมยิ้ม

“มองคุณหนูคลุกฝุ่น ฉันล่ะสงสารแม่ชบาซะเหลือเกินมีลูกสาวกับเขา แต่ก็…”

“ก็อะไร?” เธอขึ้นเสียงถามเมื่อชายหนุ่มไม่พูดต่อ

แต่เขาไม่อยากยั่วโมโหเธอจึงเงียบไม่ตอบโต้

กว่าจะถึงบ้านเหมือนมันนานกว่าปกติ… ชายหนุ่มขับรถมือเดียวอีกข้างเท้าศอกที่ประตูรถ เขากระแทกลมหายใจหนักๆ จนได้ยิน ทั้งรถมีเพียงความเงียบปกคลุมไม่มีใครพูดคุยจนเขาพารถมาจอดหน้าบ้าน

เขาก้าวขาลงจากรถ อ้อมอีกฝั่งเปิดประตูเพื่อจะอุ้มหญิงสาวจอมป่วน แต่เธอไม่ยอมจึงผลักเขาถอยห่าง

“ว้าย!” อารดาที่เจ็บเท้าเหยียบพาด ทำให้เธอตกรถ ชายหนุ่มรีบถลาเข้ามารับร่างเธอก่อนจะพากันล้มกองที่พื้น หญิงสาวทับอยู่บนร่างของชายหนุ่ม

“โอ๊ย! ระวังสิอาย” เสียงอ่อนโยนแปลเปลี่ยนแม้ชายหนุ่มจะล้มลงพื้นแต่เขาได้โอบกอดหญิงสาวแนบอก แถมเขายังเรียกชื่อเล่นเธอด้วยทำให้เธอหน้าแดง ร่างบึกบึนไม่ได้สะเทือนแม้จะล้ม

หญิงสาวหลับตาปี๋ด้วยความกลัว ใบหน้าแนบชิดอกแกร่ง สองมือจับไหล่หนาไว้แน่น อารดาลืมตาก่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตาทั้งสองประสานกันโดยบังเอิญ ตอนนี้เธอนอนทับอยู่บนร่างชายหนุ่ม โดยสองแขนหนากอดรัดเธอไว้ เห็นแค่นั้นเธอกรี๊ดลั่นปากเล็กๆ ต่อว่าคนที่ช่วยเธอไว้

“กรี๊ด!”

“นายมากอดฉันทำไม ไอ้บ้า! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” อารดาไม่พูดเปล่าสองมือที่เกาะไหล่หนา ทุบตีคนใต้ร่างเป็นพัลวัน

พ่อเลี้ยงดินเจ็บเพราะเธอทุบตีไม่หยุด ก่อนปล่อยเอวและรวบสองแขนรั้นลงไปที่หลังของหญิงสาว มือที่ว่างจับศีรษะหญิงสาวไว้ก่อนผงกศีรษะขึ้นจูบปากอิ่ม เพื่อปิดปากเธอ

อารดาถึงกับตาโตที่ถูกเขาจูบ พยายามดิ้นให้หลุดพ้นแต่ มือหนาที่เหนียวยังกับตีนตุ๊กแก ดิ้นอย่างไรก็ไม่หลุด หัวใจของอารดาเต้นแรงแทบทะลุออกมาข้างนอก

คนใต้ร่างพลิกกายขึ้นคร่อมหญิงสาวแทน โดยไม่สนใจแขนคนตัวเล็กจะเจ็บหรือไม่ คนอย่างพ่อเลี้ยงดินต้องการสั่งสอนคนปากดีปากเก่ง ฟันคมกัดปากอิ่มเพื่อจะให้คนใต้ร่างอ้าปาก และมันได้ผลเมื่ออีกคนเจ็บจึงเผยอ ชายหนุ่มได้ทีสอดลิ้นหนาเข้าภายใน

เขาใช้ลิ้นซอนไซ้ตามไรฟันขาวสะอาดก่อนเลี้ยวมาใช้ลิ้นเกี่ยวพันลิ้น ความด้อยประสบการณ์จึงถอยลิ้นหนีการจาบจ้วง แต่เธอก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้ในที่สุด

“อื้อ” อารดาหลุดเสียง คนตัวโตตื่นตัวกับกลิ่นอายอันหอมละมุน ทั้งสองแนบชิดหาช่องว่างไม่เจอ เขาจูบอย่างหลงใหล ความหอมหวานซาบซ่านทำให้เขาหลงลืมตัว จากที่จะแกล้งสั่งสอนกลายเป็นเขาเองที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้

อารดาดิ้นขลุกขลิกอีกครั้ง เมื่อเธอต้องการอากาศในการหายใจ หากชายหนุ่มไม่หยุดตอนนี้เธอต้องขาดใจตายแน่ๆ เธอจึงส่งสัญญาณทางกายให้เขารู้

พ่อเลี้ยงดินถอนจูบอย่างน่าเสียดาย แต่ต้องถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง

“แกมาจูบฉันทำไม?” ทันทีที่ปากเป็นอิสระ คนบนร่างยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ใช้มือปัดผมให้หญิงสาว

“หวานดีนี่ แต่ไม่มืออาชีพ อ่อน!” เขารีบถอยห่างและลุกขึ้นยืน มองดูหญิงสาวที่ทุลักทุเลลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวเสียเปรียบ เธอใช้สองมือพยุงตัวเองลุกขึ้นจนสามารถยืนได้แต่แล้วขาข้างที่เจ็บก็รับน้ำหนักตัวไม่ไหวเธอล้มฟุบลงกับพื้นเช่นเดิม

คนตัวโตเห็นแล้วโคตรหงุดหงิดจึงก้าวอาดๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเอือมระอา ในความอวดดีของหญิงสาว เข้าอุ้มแล้วพาเดินขึ้นบนบ้าน “อวดดี! แต่เอาตัวไม่รอด”

“ใครเอาตัวไม่รอด ฮะ! ฉันให้นายพูดใหม่”

“ฉันพูดกับใคร มันก็คนนั้นแหละ” เขาตะคอกกลับ หญิงสาวไม่อยากให้ชายหนุ่มโดนเนื้อโดนตัว เธอจึงดิ้นหวังให้เขาปล่อยเธอลง

“ไม่อยากลงไปกองที่พื้นเหมือนเดิม ก็หยุดดิ้นฉันหนัก”

“เอ๊ะ! นั่นปากหรือไง มาว่าฉันอ้วน”

“หุบปาก” เขาตัดบท เบื่อหน่ายกับนิสัยที่เถียงคำไม่ตกฟากที่สุด  

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พ่อเลี้ยงเป็นคนดี

    บนบ้านห้องรับแขกตุ๊บ! “โอ๊ย! โยนอีกแล้วนะโว้ย! ใช้แต่กำลัง” เธอถูกโยนลงบนโซฟาตัวเดิม“ฉันอ่อนโยนกับคนที่นิสัยดีเท่านั้น”“ฉันไม่ดีตรงไหน นายหาเรื่องฉันก่อน” พ่อเลี้ยงดินหันหลัง ถอดเสื้อแขนยาวโยนลงข้างๆ สองแขนของหญิงสาวเท้าสะเอวมองออกนอกระเบียง เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาหนักๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังหนา พลางคิดในใจ ทำไมเขาถึงเงียบเมื่อกี้ยังต่อว่าเธออยู่ฉอดๆเมื่อเธอเห็นเขาเงียบ พลันสมองสั่งงานให้มองหาของที่ต้องการ มือน้อยๆ ควานหาสิ่งที่ต้องการ เธอคิดว่าทำตกไว้ตรงนี้พร้อมสายตาที่ส่ายส่องมองหาเธอพลิกตัวหาทุกที่ที่คิดว่ามันตกอยู่แต่ไม่พบ หญิงสาวมัวแต่หาของจนไม่ทันสังเกต ว่าชายหนุ่มเดินหายไปทางไหน เงยหน้ามองอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว“เอ๊า หายไปไหนของเขา” เธอคิดในใจจากนั้นก็หันมาสนใจหาของที่ต้องการต่อ“ลูกแม่… แกตกหายตรงไหนกันนะ กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ตั้งหลายเดือนเลยนะ” อารดาเดินเขย่งเท้าวนไปมา รื้อค้นในที่ต่างๆ ก็ไม่เห็นคราวนี้เธอถึงกับถอดใจ โทรศัพท์ของเธอคงไม่ได้หล่นตรงนี้อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวเข่าเริ่มอีกครั้ง อาจจะระบมช่วงที่เดินบ่อย ไหนเท้าที่เป็นแผลพุพองจากการใส่รองเท้าส้นสูงลุยไปใ

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   จูบหวาน

    แต่ก็ช่วยไม่ได้เธอหาเรื่องเอง ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันได้แค่สองวันเธอยังสร้างความปวดหัวให้กับเขาขนาดนี้“เธอหาเรื่องเองช่วยไม่ได้ ช่วยหยุดพูดก่อนที่ฉันจะโยนเธอลงพื้นจริงๆ ฉันรำคาญ” ตอนนี้สีหน้าเขาดูจริงจังด้วยความที่กลัวว่าเขาจะทำจริงเธอจึงเงียบเสียง อยู่นิ่งๆ ให้เขาพาไปยังรถ เขาเปิดประตูด้วยมือเดียว ก่อนจะโยนร่างหญิงสาวบนเบาะนั่งข้างคนขับ เธอไถลไปตามแรงโยน“โอ๊ย! ไอ้บ้า! โยนลงมาได้” จากที่น้ำตาแห้งไปก่อนหน้านี้มันไหลออกมาอีกครั้ง“ซี้ด! เจ็บเป็นบ้า” เธอบ่นคนเดียวก่อนขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทาง พ่อเลี้ยงดินเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับเขาหัวเสียอย่างหนักผู้หญิงอะไรเจอกันทีไรหาเรื่องได้ตลอดเวลา เขาพลางส่ายหัวขับไล่เรื่องไร้สาระออกจากหัว“นาย รองเท้าฉัน” เธอพูดเบาๆ“ช่างมัน เธอรวยซื้อใหม่แค่นี้เอง” ก่อนเลี้ยวรถกลับเข้าทางจงใจให้ล้อรถเหยียบทับรองเท้าเจ้าปัญหาเจ้าของรถขับรถไปยังโกดังเก็บผัก เหล่าพนักงานกำลังขะมักเขม้น จัดเรียงผักสลัดใส่กล่องโฟมเตรียมส่งไปยังร้านอาหารต่างๆเมื่อเห็นรถของพ่อเลี้ยงดินแล่นเข้ามาจอดต่างช่วยกันขนเข่งผักลง“เรียบร้อยครับพ่อเลี้ยง” โต้งเดินเข้ามาบอก“อ้าว… ฮั่นแน่! พ่อเลี้ย

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ยอมที่ไหนกัน

    หลังจากเหลือกันแค่สองคน หญิงสาวก้าวเท้าไปหาชายหนุ่มที่เขาจ้องมองเธอดู“มองอะไรของนาย ว้าย!” รองเท้าส้นสูงจมดินโคลนทำให้เธอหน้าคะมำ เธอล้มกองที่พื้น“เฮ้ย!” แต่เจ้าของไร่กลับยืนกอดอกมองดูหญิงสาวหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะช่วยเหลือ“ไอ้คนแล้งน้ำใจ” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน อารดาพาตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอเจ็บเท้าและขา ทั้งรองเท้าที่กัดเท้าและไหนจะล้มเมื่อกี้นี้อีก เธอถอดรองเท้าออกลุกขึ้นยืนโดยเท้าเปล่า ก่อนจะหันไปดึงเอารองเท้าข้างที่จมดินขึ้นมาถือเธอเดินเขย่งเท้าเข้าหาชายหนุ่ม“เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น อารดาเชิดหน้าใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้า สายตาเข้มชำเลืองใบหน้าแสนหวาน แม้จะถูกปกปิดด้วยความมอมแมมแต่ยังคงดูสวยน่ารัก อยู่ๆ ใจเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันมาหาโทรศัพท์”“โทรศัพท์… ทำไมถึงมาหาที่นี่”“ก็เมื่อวานฉันเป็นลม มันน่าจะตกที่โซฟา”“เห็นตอนตกหรือ” เขาปั้นหน้าถาม“ไม่เห็น แต่ฉันมั่นใจ” เธอลอยหน้าลอยตาบอก“ทำไมไม่หาที่บ้าน มาหาอะไรตรงนี้”“ไอ้ลูกน้องบ้าของนายนะสิ หลอกฉันมาเนี่ย” เธอแว้ดใส่คนตรงหน้า คิดแล

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   มีคนสวยอยากเจอพ่อเลี้ยง

    อารดาเดินสวนกับแม่ ขณะที่จะมาตามไปกินข้าว เพราะเมื่อเช้าลูกสาวยังไม่ได้กินข้าว“อาย แม่กำลังจะตามไปกินข้าว”“แม่จ๋า อายจะไปไร่อีตาขี้เก๊ก”“เอ๋… ตาขี้เก๊ก ใครเหรอลูก” คนฟังถึงกับขมวดคิ้ว“ก็ไร่ของคนที่แม่ให้อายไปเมื่อวานนี้ไงคะ”“อ๋อ… เขาชื่อพ่อเลี้ยงดิน ขี้ก๊กขี้เก๊กอะไรกัน เราเป็นเด็กเป็นเล็ก คำพูดคำจาให้มีมารยาทรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เดี๋ยวเขาหาว่าพ่อแม่ไม่สอน” แม่ชบาติเตือนลูกสาว“พ่อแม่สอนมาดี… แต่ผู้ใหญ่บางคนยียวนกวนประสาทจะตายแม่” เธอย้อนคำแม่“แม่…”“หือ…”ขณะที่เดินกลับบ้าน หญิงสาวได้เอ่ยถามถึงบุคคลที่สาม เธออยากรู้ว่าเขาเป็นมาอย่างไรถึงได้มีแต่คนเรียกพ่อเลี้ยง ทั้งๆ ที่เธอก็เป็นคนที่นี่มาแต่เกิด ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า“พ่อเลี้ยง” ทั้งที่ดูๆ แล้วอายุอานามยังน้อยๆ“อีตาขี้เก๊ก เอ๊ย! พ่อเลี้ยงดินของแม่นี่เป็นคนยังไงกันคะ”“คนแถวนี้ตั้งให้เพราะคุมคนงานดูแลพื้นที่หลายร้อยไร่ตามลำพัง แม่ว่าหนูคงจำพ่อเลี้ยงไม่ได้หรอกลูก ช่วงนั้นหนูยังเด็กมากๆ ส่วนพ่อเลี้ยงดินเขาเทียวไปเทียวมา ระหว่างกรุงเทพฯ กับที่นี่ ให้เล่ามันยาวเอาไว้แม่ค่อยเล่าให้ฟังแล้วกัน ไปกินข้าวกัน” แม่ชบาจูงมือลูกสาวเข้าบ้าน

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พระพรหม

    ฟากฝั่งเจ้าของโทรศัพท์พลิกตัวไปมานอนไม่หลับ เธอควรจะหลับไปนานแล้วแต่เพราะคิดมากทำให้เธอหลับไม่ลงมือบางคว้าโทรศัพท์แม่ขึ้นมากดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับโทรศัพท์ไม่ติด เหมือนถูกปิดเครื่องไปแล้ว ทำให้หญิงสาวขุ่นเคืองยิ่งนัก เสียใจก็เสียใจเพราะเธอเก็บเงินซื้อมาแพงด้วย“ใครเก็บได้แล้วไม่คืน ขอให้มันกินอะไรแล้วสำลักตายไปเลย เพี้ยง!” พูดเสร็จเธอก็ยกมือขึ้นท่วมหัวหญิงสาวสวมเสื้อคลุมออกมาเดินหน้าบ้าน เธอชะเง้อมองไปยังรี­สอร์ต ที่เชื่อมหากันได้ แสงไฟเปิดตามทางเดิน ห้องพักเต็มทุกห้อง เธอเดินเล่นไปตามทาง ดอกแก้วส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ชื่นใจเธอสูดดมกลิ่นหอมๆ จนเต็มปอด ก่อนจะกลับเข้าบ้านและขึ้นห้องเช้าที่สดใสสำหรับหลายคน แม่ชบาตื่นเช้าเตรียมอาหารไว้รอใส่บาตรยามเช้า หลังจากนั้นขึ้นไปปลุกบุตรสาวให้มาใส่บาตรด้วยกัน“อาย… ลูกตื่นหรือยัง” แม่ชบาเคาะประตูพร้อมบิดลูกบิดประตูแต่มันล็อก แม่ชบายังคงเรียกและเคาะประตูอยู่แบบนั้น แม่ผู้อยากให้ลูกได้ตื่นมาสูดอากาศยามเช้าเพราะรู้ว่าที่กรุงเทพฯ คงไม่มีโอกาสได้อากาศที่สดชื่นแบบนี้“แม่… เคาะอยู่ได้”ประตูถูกเปิดโดยลูกสาวหน้าบึ้งตึงบูดบึ้งที่ขัดจังหวะการนอน“

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ฟ้าลิขิต

    บทสนทนาเริ่มเข้มข้นขึ้น พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นกันเองกับคนทั้งสอง ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลงมาก จากที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกอาหารถูกจัดเรียงวางบนโต๊ะ แน่นอนการจัดวางดูสวยงามน่าทาน เพราะการใส่ใจดูแลของเจ้าของร้านที่นี่และเจ้าของร้านก็คือ “พ่อเลี้ยงดิน” นั่นเอง… เขาเปิดร้านอาหารนี้ให้กับภรรยาเป็นคนดูแล เพื่อไว้ต้อนรับลูกค้าที่มาเจรจาติดต่อผลผลิต และเป็นตัวบ่งบอกว่าสินค้าของเขา สดใหม่สมคำร่ำลือจริงๆแต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่ต้องมาดูแลแทนหลังจากเลิกร้างกับภรรยา พ่อเลี้ยงดินฟังข้อเสนอต่างๆ พร้อมเอกสารสัญญาต่างๆ พร้อมกับลงลายเซ็น อันเป็นเสร็จสิ้นท่ามกลางความโล่งใจของผู้ที่มาติดต่อ การเจรจาตกลงใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ล่วงเลยสู่มื้อค่ำ“ทานเยอะๆ เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ผมเป็นเจ้าของร้านเอง”“ฮะ คุณบดินทร์ เป็นเจ้าของเหรอคะ” แก้วตาที่กำลังตักสลัดผักถึงกับชะงักงันที่ได้ยิน“ครับ”“ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ แต่ผักกรอบหวานมากเลยค่ะ” เธอตอบตามความจริง“ขอบคุณครับ” ด้วยความหิวของสองหนุ่มสาว บวกกับอาหารถูกปาก ทำให้พวกเขาตักกินไม่หยุดและตบท้ายด้วยของหวานเป็นลำดับสุดท้ายขณะที่พ่อเลี้ยงดินแนะนำของหวาน เขาพลันได้ยินชื่อใค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status