Masukเอ๊!!!
แปลกหน้าเปลือยแย่งเสื้อตัวนอกไปพันรอบเอวสอบปกปิดเครื่่องเพศอันโตชวนสะพรึงกันอุจาดตา ปากบางอ้าค้างพะงาบๆ จะด่าแต่ก็ยอมให้เพราะไม่อยากมองชีเปลืือย “เจ็บ…” ระหว่างการปีนป่ายขึ้นที่สูงหนีน้ำทั้งที่ปกติไหลราบเรียบตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำใบหน้าน่ารักบิดเบ้ยุ่งเหยิงจนถูกช้อนร่างอุ้มเดินขึ้นทางลาดชันอย่างง่ายดาย ดวงตาคู่สวยเหลือบมองปลายเท้าตนเองที่ถูกช้อนอุ้มราวกับตัวเบาเท่าเด็กแรกเกิด ข้อเท้าบวมแดงเห็นได้ชัด ชายแปลกหน้ามองตามสายตานั้นแววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในพริบตา หมั่บ! ท่อนแขนใหญ่ช้อนร่างเล็กในลำธารขึ้นนั่งลงริมน้ำก่อนจะกอบกุมปลายเท้าของเยี่ยนชิงหมุนรอบเรียวไว้แน่น แรงมือที่ไม่รู้จักคำว่าปราณีหมุนข้อเท้าแทำเยี่ยนชิงสะดุ้งสองแขนผวาคว้าโอบรัดรอบลำคอแกร่งทันที “อื๊ออออ เจ็บ…มันเจ็บ…” เสียงประท้วงพร่าชิดใบหูชายแปลกหน้าทำเอาชายผู้นั้นขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบมองข้อเท้าแดงเป็นรอยนิ้วอย่างจริงจังก่อนจะยกเท้านั้นขึ้นประคองไว้กับฝ่ามือก้มหน้าลงชิดหลังเท้า ฟุด ฟิด… ลมหายใจอุ่นเป่ารดผิวขาวซีดที่หลังเท้าเยี่ยนชิงหัวเล็กจ้องมองคนปนะหลาดมองเท้าตนเองอย่างไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน แผล้บ~ “อื๊ออออ ทะ…ทำอะไรของเจ้า! เลียเท้าข้าทำไม!” เยี่ยนชิงหน้าแดงก่ำ ทั้งอายทั้งตกใจเสียงเล็กแหวสูงยกมือขึ้นผลักไสศรีษะตรงหน้าเต็มแรง แผล้บ แผล้บบบ~ คนหัวแข็งไม่สะทกสะท้านกับเรี่ยวแรงน้อยนิด ปลายลิ้นยาวร้อนและเปียกชื้นลากผ่านรอยช้ำแดงบนหลังเท้าเรียวไล้วนรอบข้อเท้า “ซี้ดดด ยะ…อย่านะ มันไม่ดี!” ใบเงยหน้าจ้องที่น้ำเสียงราบเรียบทุ้มต่ำเป็นเส้นตรงจะเอ่ยขึ้น “หายแดงแล้ว” “เอ๊ะ…แดง?” เยี่ยนชิงมองปลายเท้าปลายนิ้วใหญ่แตะเบา ๆ ที่ข้อเท้าเล็กเรียวขาเนียสวยถูกคลอเคลียด้วยปลายผมชื้นเปียกชุ่มทั้งที่หนาวแทบบ้าแต่สัมผัสจากปลายลิ้นหนาแม้แต่เนื้อตัวที่แตะต้องกันก็พลันร้อนรุ่มขึ้นดั่งผิงไฟ “โอ๊ะ…จริงด้วย ไม่เจ็บแล้ว” เยี่ยนชิงขยับเท้าขึ้นลงกระพริบตาปริบๆ ก่อนหน้านี้ยังเจ็บปวดราวกับจะหลุดออกมาแต่ตอนนี้กลับหายเป็นปลิดทิ้ง “เจ้า...ทำได้เช่นไร" สีหน้าจากหวาดกลัวกลายเป็นตื่นตะลึงของเยี่ยนชิงไม่ทำให้ความนิ่งเฉยหายไปใบหน้ารูปปั้นยังคงนิ่งแข็งค้างอยู่อย่างนั้น “ไม่รู้” ชายผู้นั้นส่ายหน้าริมฝีปากของชายแปลกหน้าขยับเล็กน้อยราวกับกำลังเรียนรู้จะพูดเป็นครั้งแรก เยี่ยนชิงเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย ใบหน้าคมคายหล่อจัด เย็นชาหน้านิ่งเข้ากันดีกับเครื่องหน้าสง่างาม ริมฝีปากได้รูปหยักสวยรับกับปลายจมูกโด่งคิ้วเข้มดวงตาเรียวหางตาเชิดขึ้นดูดุดันแต่ใบหน้า..ไร้อารมณ์ “เจ้าเป็นใคร ใยมาเล่นน้ำหลังเรือนข้าดึกดื่น ไม่กลัวหรือ” เยี่ยนชิงเอ่ยถามขึ้น “กลัวสิ่งใด..เจ้ารึ?” ท่าทางฉงนกับสายตากวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าทำเอาเจ้าถิ่นอย่างเยี่ยนชิงอยากหยิบหินมาปาใส่ให้หน้าหล่อๆ ให้แตกแหกพังยับให้รู้แล้วรู้รอด “ก็…ก็ผีไง แบร้ แบบนี้” เยี่ยนชิงยกมือทำท่าหลอกผี กลบเกลื่อนความประหม่าแต่ชายแปลกหน้ากลับทำเพียงมองลิ้นเล็กแล้วเลิกคิ้วสูง "…" ชายแปลกหน้ามองนิ่งเหมือนไม่เข้าใจมุขหลอกผีที่ใครๆ ก็เล่นกัน ไม่แนะนำตัว เอาแต่มอง เยี่ยนชิงถอดใจให้กับใบหน้านิ่งสนิทแม้การสงวนท่าทีของบุรุษยุคนี้จะยังเป็นที่นิยมแต่ใบหน้าเรียบเฉยชนิดที่รูปปั้นยังอายนี้.. ก็ดูจะเกินไปหน่อย “เอ่อ…ช่างเถอะว่าแต่เจ้าเป็นใคร ไม่เคยเห็นหน้าเมื่อครู่ตอนตกน้ำ ข้าเห็นข้างล่างเจ้ามีเกล็ดเช่นปลาแต่ตอนนี้…ไม่มีแต่..แก้ผ้าทำม๊าย!” ความรู้สึกเชื่องช้ามัวแต่มองหน้าจนลืมมองช่วงล่างอะไรต่อมิอะไรที่ใช่ว่าแสงสลัวแล้วจะมองไม่เห็นโอ้อวดความใหญ่โตด้วยท่าทีนิ่งสนิทไม่อายฟ้าอายดินจนผู้มองต้องหันหน้าหนี “…เป็นใคร” คุณครูทวนคำถามเยี่ยนชิงกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะชี้เข้าหาตัวเอง “ข้าเป็นบุตรชายตระกูลหยางที่นี่อยู่หลังเดียวท้ายหมู่บ้านเพราะท่านพ่อท่านแม่ข้ารักความสงบ” สื่อสารกันไม่รู้เรื่อง! ชายแปลกหน้าหันมองก่อนจะเอ่ยสั้น ๆ “…เจ้าพูดมาก” ชายแปลกหน้าท้วงขึ้นเมื่อพูดถึงความสงบแต่ร่างเล็กเอาแต่พูดจาไม่หยุด ทำเอาเยี่ยนชิงยกมือขึ้นปิดปากฉับราวกับเป็นเรื่องต้องห้าม บ้าจริงพูดมากไปแล้ว! . .(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ



![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



