แชร์

ตอนที่ 41 กวีรัก

ผู้เขียน: นรกสร้าง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-11 10:41:00

นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง

ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง

อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา

แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น

จิ๊บ จิ๊บ..

ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เมืองหลวงที่เคยตึงเครียดจากศึกและอำนาจ บัดนี้หายใจช้าลงราวกับผู้เฒ่าที่ผ่านพายุชีวิตมาแล้วและเลือกจะยิ้มรับวันใหม่อย่างสงบ

ถนนสายหลักทอดยาวจากประตูเมืองสู่พระราชวัง หินปูถนนสะอาดเรียบ ไม่มีคราบโลหิตเช่นในอดีต ร้านค้าสองข้างทางเริ่มตั้งแผง พ่อค้าขายกระดาษ พู่กัน และหมึกวางของเคียงกับร้านสมุนไพร เสียงเรียกลูกค้าดังโหวกเหวก หากเป็นเพียงถ้อยคำสุภาพแสนคึกคัก

เด็กเล็กวิ่งเล่นถือกระบี่ไม้เล่นหัวเราะชอบใจไร้การแบ่งแยก สมดุลกลับมาแทรกซึมทุกลมหายใจ ทำให้เมืองดูมีชีวิตชีวา

แต่กระนั้น..

ภายในกำแพงวังหลวงที่เคยสงบเงียบ ท้องพระโรงแต่งรูปปั้นพญาอินทรีย์ยังคงตั้งตระหง่านเสียงขุนนางถวายรายงานแก่องค์ฮ่องเต้ประทับอยู่ฟังทั้งเรื่องแผ่นดินและเสียงลมหายใจของประชากร ข้างท้องพระโรงมีหออักษรหลวงตั้งอยู่กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกแห้งอบอวลอยู่ในอากาศ คัมภีร์เรียงรายเต็มชั้น บางเล่มเป็นตำราปราบสัตว์อสูร บางเล่มเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ และบางเล่มเป็นกวีไร้นามที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องเพราะถ้อยคำภายในยังคงกรุ่นอยู่ในความรู้สึก

กระดิ่งทองเหลืองที่แขวนอยู่ตามชายคาศาลาแกว่งเบาๆ ไร้การสนทนามีเพียงเสียงอ่านกวีแผ่วเบาลอยมาตามสายลม

ยามบ่าย เมืองทั้งเมืองเหมือนหยุดพัก แสงแดดอ่อนตกกระทบหลังคากระเบื้องสีเข้มจนเป็นประกาย ลานฝึกหลวงมีผู้ฝึกวิชาน้อยลง แต่ไม่เงียบร้าง

ชายหนุ่มรุ่นถัดมาเลือกได้ว่าต้องการเรียนวิทยายุทธหรือวิชาอักษรศาสตร์เพราะมีประโยชน์ต่างวาระต่างสถาณการณ์กันออกไปเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยในเมืองใดเมืองหนึ่งของแผ่นดินนี้อีก

เมื่อยามค่ำมาเยือน โคมไฟถูกจุดขึ้นตามถนนและในวัง แสงสีส้มอบอุ่นสะท้อนกำแพงสูงจนดูอ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาด ลมเย็นพัดพากดอกไม้ลอยไกลปทั่วนคร ตำนานกวีรักโกลาหลกลายเป็นเรื่องเล่าที่ยังคงอยู่แม้ผู้เขียนจะจากไปนานแสนนานแล้ว..

.

.

“ปึ้ง!!”

เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะดังสนั่นสะเทือนท้องพระโรง ชิ้นไม้สั่นไหวจนฝุ่นผงร่วงหล่น ก่อนเสียงแข็งกร้าวจะตามมาอย่างเดือดดาล

“ข้าไม่ยอม ในเมื่อมารักษาการแทนก็ควรกลับไปในที่ของเจ้าแล้วคืนแคว้นหยางหยินสุ่ยของข้ามา!!”

ความเงียบอึดอัดกดทับลงทันที ขุนนางหลายคนเผลอกลั้นลมหายใจ ร่างหนึ่งก้าวออกมาพลางโค้งคำนับลึก น้ำเสียงพยายามกดให้สงบแม้ปลายคำจะสั่นเล็กน้อย

“ฮ่องเต้ทรงพระทัยเย็นก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงตาคมวาวตวัดมองไปยังผู้เอ่ย เสียงหัวเราะเย็นเยียบหลุดออกมาเบาๆ ก่อนจะกดต่ำลงด้วยถ้อยคำที่เฉือนคม

“เจ้าเป็นคนสกุลหยางใยปกป้องบ้านเมืองไม่ได้ปล่อยให้ผู้อื่นอยู่เหนือกว่าโดยมิใช่หน่อเนื้อสกุลข้า”

ขุนนางสกุลหยางถูกชี้หน้ากล่าวโทษ ไม่มีผู้ใดเกรี้ยวกราดเท่านี้มาก่อนในบันทึกที่เปรียบองค์ฮ่องเต้เมื่อพันปีก่อนดุร้ายยิ่งกว่าสัตว์อสูรประจักษ์แก่สายตาทุกคนในปัจจุบันอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน ผู้ถูกกล่าวคุกเข่าลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ หน้าผากแนบต่ำกับพื้นแทบจะหดเล็กลงไปกองรวมกับฝุ่นผงเมื่อเจอบารมีนี้

องค์ฮ่องเต้ที่ถูกอสูรครองร่างเดิมทีก็เป็นองค์ชายใหญ่ผู้เกรี้ยวกราด ไม่สนใจผู้ใด รักเพียงฮองเฮาหยางหยินเพราะความงามและความเคยชินตามสถาณการณ์พาไป เมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็กลายเป็นคนสูงอายุนับพันปีในร่างชายหนุ่มผู้มีหัวคิดสมัยเก่าคร่ำครึที่ยังคงบ้าอำนาจราวกับคนร้ายกาจคนเดิม

“ข้าน้อยขอคารวะองค์บรรพชนหยางหยินสุ่ย ต้องกราบทูลตามตรงว่ากาลเวลาล่วงเลยมานับพันปีแล้ว บรรพบุรุษที่ลงนามในพันธะสัญญาล้วนจบชีวิตลงกันมาหลายชั่วอายุคนนัก แต่ท่านยังมีชีวิตอยู่เพียงแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในราชสำนัก จึงไม่รู้ว่ากฎระเบียบธรรมเนียมปฏิบัติเดิมไม่มีอยู่อีกต่อไป”

อวิ๋นไป่เสวียนเอ่ยยังไม่ทันจบดี ร่างที่ยืนเด่นกลางท้องพระโรงก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอีกครั้ง ฝ่ามือกำแน่น เส้นเลือดบนลำคอปูดนูนราวกับจะกลายร่างเป็นอสูรอีกครา

“ข้าไม่ยอม ที่นี่คือหยางหยินสุ่ย แคว้นกึ่งกลางท้องฟ้าและผืนดิน หากเจ้าต้องการปกครองเมืองก็จงไปสร้างขึ้นด้วยตนเอง เพราะที่นี่ข้าและบิดาข้าสร้างมันขึ้นมาด้วยการต่อสู้เลือดเนื้อของคนสกุลหยาง!!”

ถ้อยคำสุดท้ายยังคงก้องสะท้อนอยู่ในท้องพระโรง เมื่อร่างของฮ่องเต้องค์เดิมผู้ควรเป็นเพียงตำนานยืนตระหง่านในร่างหนุ่มแน่นแข็งแกร่ง ความเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาราวกับแรงกดจากฟ้าดินทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ บัลลังก์มังกรที่เปลี่ยนเป็นพญาอินทร์ในราชสำนักสร้างความคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

และทุกคนต่างรับรู้ว่า นี่ไม่ใช่เพียงการโต้เถียงด้วยคำพูด หากคือการยื้อแย่งของกาลเวลา อำนาจ และเลือดเนื้อที่ยังไม่ยอมสลายไปกับเวลาหนึ่งพันปี

.

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status