แชร์

พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

ผู้เขียน: นรกสร้าง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-13 11:19:11

(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน)

.

.

กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง

บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน

ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ

“หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก”

ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู้ใด ราวกับมาเพราะต้องมาเท่านั้น

“เจ้าเห็นงดงาม แต่ข้าเห็นสิ่งโสมม สุสานบรรพชนหยางหยินสุ่ยต้องใช้หญิงมากราคะอีกกี่มากน้อยไปทำพิธีจึงจะลบล้างอำนาจเดิมลงได้”

“หึ หึ ราตรีนี้..เพียงราตรีนี้เท่านั้น ท่านจะไม่ต้องทนเจ็บปวดทุกวันพิธีครบรอบสถาปนาบรรพชนหยางหยินสุ่ยอีกต่อไป”

ฟิ้ว~ ลมพัดผ่านในห้องเย็นวาบวูบหนึ่ง

“ชาติกำเนิดของท่านมีพลังทำลายล้างที่ข้าเฝ้ารอ ไม่ว่าจะเป็นชั้นเทพหรือนรกอเวจี ต่อไปทุกอย่างล้วนจะขึ้นอยู่กับท่าน…เพียงผู้เดียว”

“แล้วเจ้าล่ะ”

“หึ่…เมื่อถึงเวลาแล้วท่านจะได้รู้เอง”

.

.

ตึกๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงฝีเท้ารัวเร็วดังในความมืด ดึกสงัดผู้คนหลับไหลแต่มีอยู่หนึ่งคนที่วิ่งกลับมายังหอนางโลมนอกเมืองเพราะถูกไหว้หวานให้ไปซื้อของในเมืองตั้งแต่เช้า เด็กกำพร้าที่เติบโตมาจากความปราณีของนางโลมไม่ให้หนาวตายอยู่ภายนอกการช่วยเหลื่อซึ่งกันและกันแม้ถูกคำครหาถาโถมแต่คนที่รู้จักจิตใจมนุษย์ดีกว่าใครและมีเมตตาธรรมมากกว่าคนบางคนกลับเป็นนางเหล่านี้ด้วยซ้ำ

สองคนพี่น้องนักดนตรี ผู้ที่มีรูปร่างหน้างดงามปะปนคลุกคลีกับหอนางโลมทั่วแคว้นจากฝีมือการเล่นดนตรีที่ไม่มีใครเทียบ

ตึก!ๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงฝีเท้ากระทบดินแข็งดังรัวในทางแยกป่าไผ่นอกเมือง ใบไผ่เสียดสีกันซ่า ๆ ใต้แสงจันทร์สีเงินซีดที่ลอดลงมาเป็นริ้วบาง เด็กหนุ่มกอดห่อขนมกุ้ยฮวาแน่น กลิ่นดอกหอมหวานลอยมาตามทางที่วิ่งผ่าน จะรอกิน..จะรอกินกับพี่ๆ เด็กหนุ่มคิดในใจพลางเร่งฝีเท้า

ฟึ่บ! เงาหนึ่งก้าวออกมาจากอีกทางโดยไม่ทันเห็นกัน

ตุ้บ!

แรงชนทำให้ร่างบางเสียหลัก มือหนึ่งเผลอคว้าเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น ชายตรงหน้าขยับท่อนแขนแข็งแรงโอบเอวเล็กได้ทันก่อนล้มลงไปกองกับพื้น ท่ามกลางแสงสลัวของดวงจันทร์ที่ทอดผ่านทิวไผ่ยามราตรีเงาทั้งสองซ้อนทับกันบนพื้นดินราวกับกำลังร่ายร่ำ

ห่อขนมราดน้ำผึ้งปริออกกระฉอกกระแทกกับอกเสื้อสีขาวไร้ลวดลายให้เปรอะน้ำผึ้ง มีกลีบดอกกุ้ยฮวาหลุดติดบนอกเสื้ออีกฝ่าย คราบ น้ำผึ้งซึมเป็นวงจางๆ มือที่โอบเอวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลายออกช้าๆ เด็กหนุ่มถอยครึ่งก้าว ไม่แม้แต่มองหน้าอีกคนเดราะห่วงขนมและรีบร้อนเห็นเพียงแนวคางคมในแสงจันทร์

“ข้าขออภัยข้าไม่ได้ตั้งใจ”

เด็กหนุ่มในชุดสีน้ำตาลซีดเก่าเนื้อผ้ากระด้างแต่อบอวลไปดวยกลิ่นขนมหวานเอ่ยขอโทษเมื่อตนเป็นคนผิดท่าทางอ่อนแอบอบบางไร้วรยุทธและคำพูดจาอ่อนหวานผู้ถูกชนจึงไม่ถือสาเพียงยงแต่ไม่พอใจที่ชุดของตนเปื้อน

“ข้า..ทำชุดท่านเปื้อนแต่ข้าไม่มีเงินชดใช้ให้เพราะซื้อของหมดแล้ว...เอ่อ ชุดท่านต้องแพงมากแน่ๆ เนื้อผ้าลื่นเนียนมาก เอ่อ ข้าชดใช้ด้วยนี่แล้วกัน"

ฟึ่บบ!

"ข้าน้อยขอตัวลา"

ตึกๆๆๆๆๆๆ

เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนลดมือลงมองของในมือนิ้วติดกลิ่นกุ้ยฮวากับรอยเปื้อนที่อกเสื้อนั้นแวบหนึ่ง พลางถอนหายใจหงุดหงิดน้อยๆ แล้วขว้างขนมในมือทิ้งไปออกเดินทางต่อ

"ชุดข้ามีค่าเพียงขนมกุ้ยฮวาชิ้นเดียวเนี่ยนะ..เจ้าเด็กยาจก!"

.

.

สายลมพัดใบไผ่ไหวเอน เงาสูงทอดยาวอยู่ลำพังใต้แสงจันทร์สีเงินนั้นมีขบวนเกี้ยวสีแดงขบวนยาวกลางดึกออกจากหอนางโลมหงเซียงไปได้ไม่นานบุรุษหนุ่มแรกรุ่นรูปงามวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความรีบเร่ง หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าริมฝีปากอิ่มสีอ่อนอ้ากว้างหอบหายใจหนักๆ ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นเมื่อไม่ได้ยินเสียงจอแจอย่างที่ควรจะเป็น

ครืดด!

"ท่านพี่ข้ากลับมาแล้ว..."

...

กลางผืนป่าลึก แสงคบเพลิงทอดยาวเป็นสายรอบลานดินกว้างที่ถูกแผ้วถางจนโล่งเตียน ตรงกลางคือแท่นศิลาบรรพชนหยางหยินสุ่ย หินสีดำหม่นตั้งตระหง่านอยู่เงียบงันมาหลายชั่วอายุ

พื้นดินรอบแท่นถูกขีดเป็นวงอาคมหยาบกระด้าง เส้นสลักลึกและกว้างพอให้เลือดไหลผ่านได้โดยไม่เอ่อท้น คราบสีคล้ำเกาะติดตามร่องราวกับดินผืนนี้เคยชุ่มโชกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

" กุ้ยหลินทำไมองค์ชายผู้นั้นต้องให้เจ้ามากับนางโลมด้วยล่ะ มากันหมดเช่นนี้แล้วถ้าน้องชายเจ้ากลับมาไม่เห็นเขาจะเฝ้ารอไม่ยอมแตะต้องอาหารก่อนน่ะสิ"

"เห็นทหารเหล่านั้นเอ่ยว่าไปเพียงไม่นานจะส่งเรากลับข้า…ก็ไม่อยากอยู่ผู้เดียวที่นั่นด้วยวันก่อนมีคนเมาอะละวาดข้าเกรงจะรับมือผู้เดียวไม่ไหว"

"อืม..ก็จริง"

หยุดเกี้ยว

ถึงแล้ว

ม่านเกี้ยวถูกเปิดออกพร้อมกัน

หญิงสาวหลายสิบชีวิตก้าวลงสู่พื้นดินชื้น กลิ่นแป้งหอมและน้ำอบยังไม่ทันจางก็ถูกกลบด้วยกลิ่นสนิมคาวลอยจาง ๆ ในอากาศ พวกนางมองเห็นกันและกัน สีหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มเริ่มแข็งค้างเมื่อรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่เรือนอาศัยใหญ่โต ไม่ใช่งานเลี้ยงใดมีเพียงคบเพลิงตรงกลางแต่แล้วเสียงอันชวนให้สะพรึงยิ่งกว่าเห็นภูตผีก็ดังขึ้น

ฉัวะ!!

“กรี๊ดดดดด!!!”

คมดาบสะท้อนแสงจันทร์วาบเดียวก่อนเลือดจะสาดกระเซ็นอย่างแรง ร่างนางโลมทั้งหลายถูกบั่นคอลงตรงหน้าป้ายบรรพชนจนกลายเป็นแอ่งเลือดกว้างขึ้นๆ

สีแดงฉาน ไหลเชื่อมต่อกันราวเส้นเลือดมีชีวิต แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน

“สกุลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกไม่นาน…อำนาจนั้นจะถูกลบชื่อออกไปจากยุทธภพ หึหึหึ”

กรี๊ดดดด!!!

เสียงเนื้อกระทบโลหะดังตามมาเนิ่นนานเสียงร้องแหลมฉีกผ่านอากาศถูกตัดขาดรวดเร็วกว่าจะเอ่ยคำวิงวอน

หญิงสาวบางคนล้มลงทั้งที่ยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนพยายามถอยหนี แต่พื้นดินลื่นจากโลหิตทำให้ร่างไถลล้มทับกัน เสียงกำไลแตก เสียงหายใจขาดช่วง เสียงสะอื้นผสมเสียงหวีดร้องดังสลับกันไปมา

หน้าสุสานบรรพชสหยางหยินสุ่ยกลายเป็นทะเลเลือดแดงฉานส่งกลิ่นคาวคลุ้งไปไกล

แท่นศิลาบรรพชนเริ่มสั่นสะเทือนจนเกิดรอยร้าวเล็กๆ มากมายปรากฏบนผิวหินสีดำ

เปรี๊ยะ!!..เปรี๊ยะ!! เสียงแตกร้าวดังแผ่วลึกจากภายในเหมือนหินกำลังถูกบีบอัดจากข้างใน

ฉัวะ!

ฉัวะ!!

ฉัวะ!!

เสียงนั้นยังดังต่อเนื่องอย่างไม่รีบร้อนเสียงกรีดร้องค่อยๆ เบาบางลงเหลือเพียงเสียงเลือดหยดลงดินเสียงรองเท้าเหยียบของเหลวเหนียวหนืดเสียงหายใจแตกพร่าของคนที่ยังไม่หมดลม

เมื่อเลือดไหลเต็มวงอาคม เส้นสลักทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มทั้งลานทันใดนั้น แท่นศิลากลางวงก็เกิดรอยแตกยาวจากยอดถึงฐานเสียงระเบิดดังสะเทือนพื้นดิน

ผิวหินที่เคยเรียบแน่นหลุดร่อนออกเป็นชิ้น เศษศิลาปลิวกระเด็น กระแทกพื้นดังตุบ ตับ ตุบสิ่งที่เคยตั้งตระหง่านมานานพังทลายลงไม่มีชิ้นดี สุสานบรรพชนถูกทำลายลงเสียแล้ว

ไม่ต่างจากกรดที่กัดกร่อนอำนาจเดิมของบรรพชนสุดท้าย แท่นศิลาหยางหยินสุ่ยถล่มลงป่นปี้ไหลรวมกับแอ่งคาวเลือดและร่างนางโลมนับร้อย..เพียงแต่หนึ่งในนั้นไม่ใช่...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status