Se connecterใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว
“ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับถูกชะล้างเหลือเพียงร่างสุดท้ายใบหน้าขององค์ฮ่องเต้ที่เป็นมนุษย์ยืนยกฝ่ามือค้างกลางเหนือศีรษะของเยี่ยนชิงสั่นไหวก่อนจะถูกกระแทกด้วยอักษรบทกวีรักอย่างรุนแรง ตู้มมมมม!! เยี่ยนชิงทรุดลงกับพื้น เสียงหายใจขาดห้วง แสงหยินหยางลุกโชนปกคลุมทั้งบริเวณ ฟ้าดินปั่นป่วน กฎแห่งยุทธภพถูกเขย่าอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แสงแดงทองจากโคมไฟนับพันดวงสาดท่วมลานฟ้าอาภรณ์สีชาดของหยางหยินพลิ้วไหวราวเปลวเพลิง ผมยาวสีขาวเงินทอดตัวลงกลางหลัง สะท้อนแสงประทัดและดอกไม้ไฟจนดูราวกับจันทร์ขาวยืนอยู่กลางทะเลไฟ อึ่กกก! "หยางหยิน นี่เจ้า!" มู่อวี่ที่นึกไม่ถึงว่าจะมีพลังใดลบล้างพลังตนได้ถูกรัดคอเอาไว้แน่น นี่ไม่ใช่หยางหยินผู้สงบอ่อนโยนเช่นพันปีก่อนดวงตาคู่นั้นนิ่ง เย็น และหนักแน่นพลังหยินแผ่ออกมาจากร่างฟ้าดินโดยรอบเริ่มเอนเอียงไหลย้อนเข้าหามู่อวี่ พลังอสูรปะทุขึ้นเต็มกำลังอักขระสีดำพาดผ่านแขน ลามขึ้นถึงลำคอ "นี่คือพลังชะล้าง พลังที่ไม่ต้องการทำลาย แต่จะทำลายความสกปรกชั่วช้าของเจ้า" อักษรกวีโกลาหลเรืองแสงสีทอง ลอยอยู่กลางอากาศทุกเส้นสายเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นพันรัดร่างอสูรจนปราณอสูรรอบด้านสั่นสะเทือน อักษรทั้งหมดไหลเข้าไปในใจกลางหน้าผากของมู่อวี่ที่ถูกพลังหยินหยางมัดร่างเอาไว้แน่น อักษรที่สอง อักษรที่สาม เรียงตัวเป็นบทกวี เมื่ออักษรสุดท้ายปรากฏเสียงสะท้อนดังก้องไปทั่วฟ้าดิน ราวกับคำของกวีโบราณกำลังถูกฟ้าดินขานรับ เปรี๊ยะ..เปรี๊ยะ ตู้มมมมม!! พลังหยินระเบิดออกกรงจิตของมู่อวี่แตกร้าวทันที อักษรกวีพุ่งเข้าใส่ดุจดาวตก แต่ละตัวไม่เพียงโจมตีร่างมัน “ลบล้าง” พลังอสูรโดยตรง อ๊าคคคคคคค!!! เสียงกรีดร้องของมู่อวี่ก้องกังวานราวกับเสียงความเจ็บปวดนับพันที่หลอมหลวมอยู่ในร่าง พลังอสูรดำม่วงระเบิดซ้อนกันกลางอากาศ อักษรกวีสีทองยังคงลอยเรียงพุ่งพล่านเคลื่อนฝังร่างแทนมวลอสูรแผ่กว้างไม่หยุด เปรี้ยงงง!! ทันใดนั้นฟ้าดินเปลี่ยนสีอากาศเหนือสมรภูมิสั่นสะเทือน แสงสีชาดและดำถูกกดทับด้วยแสงขาวเงินที่ไหลลงมาจากเบื้องบน คล้ายม่านฟ้าถูกแยกออก . . กริ๊ง.. เสียงกระดิ่งโบราณดังแว่วมาจากที่ว่างเปล่า ทั้งที่ไม่มีสิ่งใดแขวนอยู่ เงาผู้คนมากมายลุกขึ้นมาจากดอกพลับพลึงบนพื้นดิน จากหนึ่ง…เป็นสอง จากสอง…เป็นนับไม่ถ้วน บรรพชนอสูรหยางหยินสุ่ยในอดีตกาลค่อยๆ ปรากฏกายโอบล้อมจิตวิญญาณมู่อวี่ที่หลุดออกมาจากร่างฮ่องเต้ได้ในที่สุด แต่ละร่างสวมอาภรณ์แตกต่างกันไปตามยุคสมัยบางผู้ถือพู่กัน บางผู้ถือพิณ บางผู้ยืนมือเปล่าทว่าทุกดวงตาเหมือนกันสะท้อนกฎฟ้าดินนี่คือเจตจำนงของหยางหยิน พลังสมดุลแผ่ขยายเพราะถูกดึงรั้งออกจากการจองจำที่เฝ้ารอให้แผ่นดินกลับมาสงบสุขอีกครั้ง “เปิดผนึกอเวจี” หยางหยินใช้แอ่งเลือดอี้หลานทำพิธีส่งมู่อวี่ลงนรก หลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นยังที่ที่มู่อวี่คุกเข่ากรีดร้องเสียงคำรามดังสนั่นจากร่างมู่อวี่และวิญญาณอสูรนับไม่ถ้วนถูกฉีกออกจากแก่นจิต พวยพุ่งออกมาดุจคลื่นดำ พลังที่เขาครอบครองมาตลอดชีวิตถูกดูดกลืนลงไปสู่เบื้องล่างอเวจี ความแค้น ความโลภ ความรักที่บิดเบี้ยว ถูกเก็บกวาดลงไปเมื่อได้เวลาอันสมควรทีละดวง.. มู่อวี่ถูกกลืนลงไปในนั้นสายตาเคียดแค้นยังคงเพ่งมองร่างสหายเก่าที่ไม่มีดวงจิตหลุดออกมา..หรือว่า มู่อวี่หันไปมองร่างเล็กงดงามสว่างไสวไท่มีรอยยิ้มอีกต่อไปแล้ว "หยางหยินเจ้า!" "ดวงจิตของอี้หลานอยู่ที่ข้าเพื่อเปิดประตูอเวจีเราต้องรวมเป็นหนึ่ง" "หึ่ พวกเจ้านี่มัน..เหมาะสมกันเสียจริง!" ฟื้บบบบ!! วื้บบบ พลังอสูรสลายหายไปจากร่างฮ่องเต้หลงเล่ยที่เบิกตาโพลงแหงนหน้าจนสุดคอดวงตาแดงก่ำร่างสั่นสะท้านยามพลังอสูรถูกสูบลงสู่พื้นดิน คนผู้หนึ่งที่แบกรับความรักผิดทางมานับพันปี ดวงตาที่เคยเร่าร้อนค่อยๆ ว่างเปล่า หยางหยินก้าวไปข้างหน้าอักษรกวีสลายพลังหยินรอบกายสงบลงบรรพชนทั้งหลายค่อย ๆ เลือนลางก่อนจะหายไปเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกัน ราวกับทั้งสายตระกูลกล่าวคำเดียวกัน “สมดุล…ได้คืนแล้ว” แสงขาวเงินจางหายฟ้าดินกลับสู่ความนิ่งเหลือเพียงหยางหยินยืนอยู่กลางทุ่งดอกพลับพลึงสีชาดที่เปลี่ยนเป็นสีขาว ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นดังเงาอำพลางตาอสูรร้ายก็ค่อยๆ จางหายไป อี้หลานนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเยี่ยนชิง หยางหยินก้าวเข้าไปใกล้เขาคุกเข่าลงข้างร่างนั้นมือที่เคยเขียนอักษรกวีเขย่าฟ้าดินกลับสั่นไหวจนไม่กล้าแตะต้องใบหน้าคนรักที่ต้องทนทรมาณมาเนิ่นนานกว่าจะหากันเจอ “อี้หลาน…” หยางหยินก้มหน้าลงกดหน้าผากแตะหน้าผากกว้างของอีกคนปล่อยคืนจิตคนรักและ..ใส่ดวงจิตของตนเองเข้าไปเพื่อให้ทั้งสองสิ่งอยู่เคียงข้างกันไม่ถูกแยกจากอีกต่อไป วื้บบ~ ในวินาทีนั้นโลกทั้งใบเงียบงันไม่มีเสียงลมไม่มีเสียงวิญญาณมีเพียงสองดวงจิตฝังลงบนร่างแกร่ง หยางหยินหลับตาแสงสีขาวบริสุทธิ์เอ่อล้นออกจากอก อ่อนโยนราวแสงจันทร์ในคืนไร้เมฆนั่น ดวงจิตทั้งหมดของความทรงจำทุกชาติพลังหยินที่หล่อเลี้ยงยุทธภพตัวตนทั้งหมดที่ฟ้าดินรู้จักในนาม “หยางหยิน” ร่างงดงามก้มลงกระซิบข้างหูอี้หลานแผ่วเบา “ข้าจะอยู่ในใจท่านไม่แยกจากอีกต่อไป ท่านทำให้ข้าตาบอด ท่านทำให้ข้าเป็นใบ้ ท่านทำให้ข้าตัวร้อน ท่านทำให้ข้ารัก อี้หลาน..ข้ารักท่าน..รักตลอดไป” ร่างหยางหยินแปรเปลี่ยนเป็นควันขาวไหลซึมเข้าสู่ร่างอี้หลานได้อยู่ในที่ที่เหมาะสมอันเป็นที่รักที่สุดเสียที อยู่ในหัวใจของอี้หลาน ตึก.. ตึก ตึก.. ตึก ตึก ตึก ตึก หัวใจที่หยุดเต้นของอี้หลานกลับมาเต้นขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้มันเต้นแรงขึ้นราวกับมีหัวใจซ้อนกันสองดวง "เฮื้อกก! ..หยางหยิน!!" อี้หลานลืมตาเบิกโพลงลมหายใจกลับมาส่งเสียงเรียกใครบางคนที่ไม่มีอยู่บนโลกอีกต่อไป อี้หลานยกมือขึ้นแตะใบหน้าของเยี่ยนชิงที่ยังคงกัดปากกลั้นสะอื้นจนหน้าตาเปรอะเปื้อนไปหมด “เจ้าคนโง่” เยี่ยนชิงสบถด่าทั้งน้ำตาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สุดให้คนในอ้อมแขน “ถ้าข้าไม่โง่…ก็คงไม่อยากอยู่กับเจ้า เยี่ยนชิง..มันจบแล้ว เจ้าเก่งมาก เจ้าคนไม่ได้เรื่องของข้า”(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ







