Masuk“เจ้ามาจากแคว้นใดกัน เอ่ยวาจาร้ายกาจด้วยใบหน้าเย็นชาดั่งคนตายเช่นนี้เสียมารยาทจริง!” เยี่ยนชิงยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองเพราะหนาวจนปากสั่นซีดเซียวร่างบางสาวเท้าก้าวเร็วเข้าใกล้รั้วบ้านทุกที
ลมหนาวพัดเอากลิ่นดอกไม้กลางคืนเช่นดอกพลับพลึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศกลิ่นหอมจาง ๆ นั้นตัดกับความมืดเงียบรอบตัวเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงน้ำหยดจากชายคาและเสียงฝีเท้าที่เปียกชื้นเดินไปตามทางดิน แป่ะ…แป่ะ…แปะ เยี่ยนชิงก้มหน้าก้าวเดินไหล่บางห่อเข้าหากันเพราะความหนาวปลายผมเปียกน้ำแนบแก้มจนรู้สึกเย็นเฉียบในอกเต็มไปด้วยความรำคาญปนสับสนไม่ใช่รำคาญความหนาวแต่รำคาญคนที่เดินตามหลังมาไม่เลิก กึ่ก…ร่างเล็กหยุดฝีเท้าฉับเสียงแว่วซ้อนทับการก้าวเดินก็หยุดตาม เยี่ยนชิงหันกลับไปมองด้วยหางตาเงาร่างสูงใหญ่ยังคงอยู่ตรงนั้นยืนเงียบๆ ใต้แสงจันทร์สลัวใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีทองนิ่งสนิทน่ากลัวหากมองเพียงผิวเผินแต่ท่าทางเหมือนเด็กน้อย แปะ แปะ ๆๆๆๆ กึก.. “เจ้าจะตามข้ามาทำไม!” เยี่ยนชิงหลุดเสียงหงุดหงิดหลุดออกมาอีกทั้งที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนแม้แต่คนในเรือน เขายังไม่เคยบ่นมากขนาดนี้ชายผู้นั้นหยุดยืนหลังตั้งตรงใกล้ร่างเล็กของเยี่ยนชิง เยี่ยนชิงแหงนหน้ามองคนตัวโตอย่างไม่เกรงกลัว มองร่างหนาไม่สวมเสื้อช่วงล่างสวมผ้าคลุมหมิ่นเหม่แล้วนึกขึ้นได้ เล่นน้ำยามค่ำแถมสายน้ำก็เหน็บหนาวเพียงนี้แต่หนังหนาหน้านิ่งกลับไม่แสดงอาการให้เห็น ดวงตาสีทองจ้องกลับมาตาไม่กะพริบ “ก็เจ้าเป็นของข้า” คำพูดนั้นหลุดออกมาเรียบเฉยไม่มีท่าทีหยอกล้อ ราวกับกำลังเอ่ยความจริงที่เข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นมาแต่ต้น “หา!” เยี่ยนชิงเบิกตาแทบถลนสาบานได้ว่าไม่เคยคบค้ากับคนประหลาดเช่นนี้มาก่อน “เจ้าเป็นของข้า” ร่างสูงย้ำหนักแน่นจ้องตาคนตัวเล็กไม่ลดละเยี่ยนชิงส่ายหน้าพรืดโพล่งเสียงสูงออกมาทั้งตกใจทั้งโมโห “ไม่ใช่! ข้าเป็นของตัวข้าเอง ไม่ใช่เจ้า!” ชายแปลกหน้าขมวดคิ้วพลางเอ่ยคำใหม่แต่ความหมายเท่าเดิม “เราผูกพันกันแล้ว” เยี่ยนชิงอ้าปากค้างทั้งหนาวทั้งเหนื่อยทั้งหงุดหงิดที่ทำของหาย กระดาษแผ่นนั้นไม่มีทางหาเจอแน่แล้ว “ผูกได้เช่นไร?” “ที่เท้า” คำตอบนั้นทำให้เยี่ยนชิงชะงักก่อนจะหน้าแดงวาบในความมืด “จุมพิตเท้าเนี่ยนะ!” “ใช่” น้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่รู้สึกรู้สาว่ากำลังทำให้เยี่ยนชิงสูดลมหายใจข่มความโมโหที่กำลังปะทุอยู่ “เจ้าเป็นนักต้มตุ๋นสินะ…โจรเหรอ! ข้าจะร้องเรียกคนในบ้าน หากเจ้าไม่ไปตอนนี้เจ้าต้องโดนลงโทษแน่นอน!” ร่างเล็กของเยี่ยนชิงเดินถอยหลังแต่คนตรงหน้ากลับเดินตามไม่ห่าง เยี่ยนชิงหันไปมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง “ลงโทษสิ่งใด” เยี่ยนชิงถอนใจเฮือกใหญ่ลมหายใจกลายเป็นไอขาว “เจ้าไม่รู้จักการลงโทษหรอกหรือ ปั่บๆๆ แบบนี้” มือเล็กกางออกทำท่าทางหวดอากาศไปมาแต่ดูท่าคนตัวโตจะเข้าใจอะไรได้ยากเพราะหน้านิ่งๆ มองตามมือของเยี่ยนชิงก็ยังยืนยันคำเดิม “ไม่” คำตอบสั้นห้วนตรงไปตรงมาเยี่ยนชิงยกมือกุมขมับความรำคาญเริ่มแปรเป็นปวดหัวหนักหน่วง “เจ้ารู้อะไรบ้าง รู้จักใครบ้างลองเอ่ยนามมาสักคน ข้าจะให้คนในเรือนไปส่ง เจ้าอาจจะสติฟั่นเฟือน ข้าจะไม่ถือสา” ชายแปลกหน้ามองเยี่ยนชิงนิ่งจนอีกฝ่ายอัดคำถามใส่รัวๆ “ข้าไม่มีคนในตระกูลหน้าตาท่าทางไร้มารยาทเช่นเจ้าอูยย…หนาว” เยี่ยนชิงตวาดแหวไม่มีแรงผลักอีกฝ่ายออกไปจริงจังนักเพราะตัวเล็กกว่า หมั่บ! ในเสี้ยววินาทีอ้อมแขนแข็งแรงก็โอบเข้ามาร่างสูงใหญ่ดึงเขาเข้าไปแนบอกอย่างไม่ลังเลกลิ่นไออุ่นปะทะความเย็นเฉียบของลมหนาวที่พัดผ่านกลางดึกถูกกันออกไปด้วยอ้อมแขนนั้น เยี่ยนชิงชะงักหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะในอกทั้งตกใจ ทั้งอึ้งแต่ก็…อบอุ่นอย่างน่าประหลาด “…อย่ากอดเซ่” เสียงอู้อี้ในอกแกร่งบ่นพลางมือที่ยกขึ้นจะผลักไสแต่กลับหยุดค้างแนบลำตัวดังเดิม “เจ้าเอ่ยว่าหนาว” เสียงทุ้มใบหน้าเรียบเฉยทำเยี่ยนชิงหลับตาลงชั่วครู่ถอนใจยาวลมหายใจออกมาเป็นไอจางในอากาศหนาวที่สะสมค่อยๆ คลายลงพร้อมกับลมหายใจนั้น “ข้าเหนื่อยใจจริง…” “เหนื่อยหรือ” ผู้นั้นก้มสบตาเยี่ยนชิงนัยตาบ่งบอกเช่นนั้น “ข้าอุ้มเจ้าได้ ตัวเท่ามดไม่กินข้าวหรือ” เยี่ยนชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ทั้งเหนื่อยทั้งปวดหัว “โอย…ปวดหัว…” ชายแปลกหน้าก้มลงใกล้ใบหน้าคมเข้มลดระยะห่างลงมาจนเยี่ยนชิงรู้สึกได้ถึงลมหายใจคนตัวโตแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยเหมือนเด็กที่ไม่รู้ว่าควรปลอบแบบไหน “อ้า~” “อย่าเลียนะ!” เยี่ยนชิงรีบยกมือปิดปากที่เคลื่อนต่ำลงมาม ปลายนิ้วสัมผัสแก้มจนร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที “บ้าชะมัด ทำเช่นไรดี…” ลมหนาวยังคงพัดผ่านไม่ขาดสาย กลิ่นดอกไม้กลางคืนลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ เจือด้วยกลิ่นดินชื้น ความมืดเงียบห่อหุ้มทั้งสองไว้แน่น ราวกับโลกทั้งใบเหลือเพียงทางเดินสายเล็ก ๆ นี้ กับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ “เข้าบ้านไง” ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นเป็นข้อเสนอทั้งโอบกอดเยี่ยนชิงเอาไว้ ร่างบางกว่ารู้สึกราวกับหมาป่วยไร้เรี่ยวแรงไม่อยากตอบโต้และไม่รู้สึกถึงอันตรายอย่างที่ไม่ควรรู้สึก หากคนตรงหน้าจะฆ่าก็คงตายไปแล้วเยี่ยนชิงเพียงเหลือบตามองอีกฝ่ายอย่างลังเลพลางเอ่ยถามขึ้น “เจ้าล่ะ” “เข้าบ้าน” “นั่นบ้านข้า!” “ก็บ้านเหมือนกัน” คำตอบนั้นทำให้เยี่ยนชิงอยากยกมือขึ้นกางข่วนหน้ายียวนที่นิ่งที่สุดในโลกนี้เหลือเกิน “โอยยยย…” เยี่ยนชิงยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกว่าตนเองกำลังพูดกับคนที่ไม่อยู่ในตรรกะเดียวกัน หน้านิ่งๆ ไร้ความรู้สึกเช่นนั้นกับสภาพกึ่งเปลือยเช่นนี้ หากคนที่บ้านเห็นเข้าจะคิดว่าบัดสีเพียงใดเป็นคนแบบไหนที่พาคนประหลาดเข้าบ้านด้วยสภาพดูไม่ได้เช่นนี้(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ







