เข้าสู่ระบบ.
(บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่องใหญ่อะไร ตั้งแต่ข้าหายดีเจ้าก็เอาแต่ออกจากบ้านไปเล่นซนทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่อยากอยู่บ้านกับข้าสินะ เบื่อที่นั่งดูแลคนป่วยมาหลายวันงั้นสิ~" อี้หลานหรี่ตาว่าให้คนที่เมื่อก่อนไม่มีใครคบแต่ตอนนี้มีแต่คนคบจนดูเหมือนคนเนื้อหอมชวนให้หวงแหนยิ่งขึ้น “ม่ายย เจ้าฟังข้าก่อน อย่าแกล้งข้า” เยี่ยนชิงจุมพิตปากหยักสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์อย่างเอาใจ แต่มีเรื่องที่ต้องพูดคุยด่วนกว่าจะมาง้องอนกันตอนนี้ สีหน้าตื่นตระหนกบ่งบอกว่าคนรักของอสูรปลากำลังมีปัญหา “มีอะไรก็ว่ามา ข้าจะพาเจ้าอ่านเขียนอยู่กับบ้านบ้างแล้ว ตั้งแต่ร่ำเรียนจบเจ้าก็ไม่แตะต้องงานกวีอีกเลย ไหนว่ากลัวหมิงเยว่นักหนาแล้วใยยังไปบ้านสกุลกู้บ่อยๆ ” อี้หลานงับปลายจมูกรั้นที่แหงนหน้าขึ้นมาสบตาเหมือนลูกหมาจึงอดอุ้มเข้าเอวขึ้นมาดันติดผนังไล่ฟัดซอกคอขาวไล่ต่ำมาถึงไหปลาร้าก่อกวนไม่หยุดหย่อน "อือออ อย่าาา ฟังข้าก่อน" "ว่ามาสิ" “ก็ที่นั่นมีท่านฑูตหลันหลิงนี่ ท่านกล้วยไม้สีม่วงนั่นชอบเล่าเรื่องสนุกให้ข้าฟังแถมยังยิ้มแย้มตลอดเวลา…อึ้ก” กึ่ด "ห้ามชมผู้อื่น..ข้าหวง" "ห ห๊า นั่นเมียหมิงเยว่" "ข้าหวงไม่เข้าใจหรือ" "อ่ะ อี้หลานฟังก่อน" “สนใจแต่เรื่องผู้อื่น ไหนลองว่ามาสิมีอะไรสำคัญกว่าข้างั้นหรือ” อี้หลานเอ่ยเสียงเรียบใบหน้าสงบนิ่งแม้จะทำเรื่องน่าอายริมระเบียงเปิดกว้างอวดป่าเขาลำธาร ปากร้ายๆ ลากผ่านเนื้อผ้าพลางกัดกระชากเบาๆ ให้ชุดหลุดลุ่ยเปิดเปลือยเนื้อขาวเนียนพลางซุกไซร้ไม่หยุดแม้จะคุยธุระสำคัญอยู่ก็ตาม “จะไม่สนใจได้เช่นไร หรูอี้หงก็เอาเรื่องในราชสำนักมาปรึกษาไม่หยุดหย่อน จู่ๆ ก็มาทำตัวเคารพข้าทำเหมือนข้าเป็นบรรพบุรุษตัวเองอย่างนั้นแหละ” อี้หลานย่นคิ้วเล็กน้อยสีหน้าแปลกใจแต่ก็ยิ้มมุมปากขำขันเพราะแอบเห็นคนที่เคยทะเลาะกันนักหนาพูดคุยกันอย่างออกรสชาติเสมอ “หึ่ ทำเป็นบ่น ข้าเห็นพวกเจ้าชอบจับกลุ่มนินทาผู้อื่นทุกครั้งที่เจอกัน” “อย่าว่าข้านะ” “อืม อี้หงว่าอย่างไรเรื่องในวัง” “จ จะว่าเช่นไรได้ ก็ท่านบรรพชนพันปีที่อุตส่าเหลือชีวิตรอดมาจากเหตุการณ์โกลาหลครั้งนั้นกำลังเกรี้ยวกราดฟาดงวงฟาดงาอย่างหนักอย่างไรเล่า” อี้หลานขยับเปลี่ยนท่าลงมานั่งที่พื้นยกร่างเล็กขึ้นกลืนลำรักที่พร้อมทำเรื่องน่าอายตลอดเวลาตั้งแต่หายป่วย เยี่ยนชิงส่งเสียงขาดห้วงกระท่อนกระแท่นแทบทนความกระสันไม่ไหวของร้อนชำแรกช่องทางหลังเข้ามามากขึ้นจนแทบลืมเสียสนิทว่าจะเอ่ยสิ่งใด ฟึ่บบ! “อืม ข้าก็พอจำนิสัยนั้นได้ เป็นบุคคลที่เข้าใจไม่ได้เพราะไม่มีเหตุผลมีแค่อารมณ์ที่เอาตนเองเป็นใหญ่” อี้หลานพรมจูบทั่วใบหน้าขาวเหงื่อซึมพรั่งพรูพยักหน้าอ้าปากหอบหายใจเมื่อถูกครอบครองช่วงล่างเอาไว้ทั้งหมดพลางปลดชุดด้านบนออกจากลาดไหล่เล็กร่างสั่นระริกหายใจหอบถี่อี้หลานไซร้จูบโจมตียอดอกเล็กแรงขึ้น ถึงกระนั้นเยี่ยนชิงก็ไม่ยอมแพ้ที่จะเอ่ยเรื่องที่ตั้งใจให้จบ “นั่นบรรพบุรุษข้านะ” เยี่ยนชิงยกมือชี้อกตัวเองอย่างอ่อนแรง ช่วงล่างถูกบทขยี้อัดแน่นตอกย้ำไม่ปล่อยให้พักแม้แต่เสี้ยวนาที “พูดไม่ได้หรือ” อี้หลานลากปลายลิ้นยาวเลียรอบยอดอกเล็กปัดผ่านส่วนหัวแดงก่ำบวมเป่งด้วยแรงอารมณ์อย่างไม่ปราณี แผล่บบ~ “ไม่อยากให้ทำแค่พูดน่ะสิเท่าที่อี้หลานเล่าให้ฟัง คงอยากจะลักพาตัวไปทิ้งกลางป่าให้รู้แล้วรู้รอดจะได้เลิกทำนิสัยแย่ๆ เสียทีอย่างน้อยก็ทำตัวสงบในวันที่บ้านเมืองสงบจะได้ไหม~” “หึ่หึ่ ที่อารมณ์ไม่ดีเพราะไม่มีคนรักกระมัง” อี้หลานเอ่ยพลางเปลี่ยนท่ากดร่างเล็กลงกับพื้นเกี่ยวสะโพกเล็กแอ่นขึ้นรับแท่งร้อนเชื่อมต่อกันเหนียวแน่น ปึ้กกก! "อือออ! เบา..มีคนรักแล้วจะดีขึ้นรึ?” เยี่ยนชิงร้องเสียงหลงไม่วายถูกตามมาทาบทับบดขยี้ร่างจนสั่นสะท้านสะเทือนพื้นบ้านราวกับมีแผ่นดินไหว ฟึ่บ ฟึ่บ “ไม่รู้สิ เพราะเจ้าก็ไม่ดีขึ้นหมิงเยว่ก็ไม่ดีขึ้นส่วนอี้หงคงไม่ควรมีผู้ใดเพราะมีเมียแล้วคงอยู่ในโอวาทไม่ไปไหน” อี้หลานเอ่ยประโยคเย้ยหยันมองร่างเล็กผ้าผ่อนหลุดลุ่ยผมยาวสยายเต็มพื้นโอบกอดลำคอแกร่งเป็นที่ยึดเหนี่ยว ปล่อยให่ร่างใหญ่ตีตราประทับจนบ้านไม้สะเทือนสั่นไหวเสียงครางคลอเคล้าเสียงธารน้ำไหลสม่ำเสมอ ดวงตาคู่คมจ้องจับที่เยี่ยนชิงไม่วางไม่มีอะไรทำให้สนใจได้เท่าคนตรงหน้า “จ เจ้าอ่านคนขาดเหลือเกิน อืมมม” เยี่ยนชิงครางออกมาอย่างหมดแรง ร่างเล็กขยับเขยื้อนบนพื้น มือหนึ่งยกขึ้นปิดตาด้วยความขวยเขิน แสงสว่างทำให้เห็นความต้องการในดวงตาคนรักร้องแรงเสียจนจะเผาเรือนได้ทั้งหลัง แรงกระแทกกระทั้นถี่เร็วกระชากอารมณ์วาบหวามรุนแรงในโค้งสุดท้ายให้เคลื่อนกายเข้าหากัน ...จนกระทั่งเสร็จสมในที่สุด ฟื้บบบ อือออ! แฮ่กกก . . “ทำไมดูไม่ค่อยร่าเริง” น้ำเสียงราบเรียบปนหอบน้อยๆ หลังเสร็จกิจอี้หลานนอนให้ร่างเล็กนอนแปะบนกายใหญ่เงียบเชียบจนอดท้วงไม่ได้ เยี่ยนชิงนิ่งค้างไปชั่วขณะ วางมือเล็กลูบบนอกแกร่งของอี้หลานเบาๆ “องค์ฮ่องเต้พันปีบรรพบุรุษคนดีคนเดิมของข้ากำลังเรียกรวมคนสกุลหยางเข้าพบน่ะซี” เยี่ยนชิงเอ่ยเสียงอู้อี้เล็กน้อยเพราะถูกกอดไว้ อี้หลานไม่ตอบในทันที เพียงขยับแขนที่โอบอยู่ให้กระชับขึ้นเล็กน้อย ปลายคางแตะลงบนเส้นผมนุ่มหอมตามธรรมชาติของเยี่ยนชิง “หึ่ ไปเรียกแบบนั้นถ้ารู้ก็โกรธอีก” “โกรธอะไรเจ้าก็รู้ว่าองค์ฮ่องเต้รักท่านหยางหยินแล้วความซวยก็มาตกที่ข้าคนนี้อเช่นไรเล่า ข้าที่หน้าเหมือนคนรักองค์ฮ่องเต้อย่างกับฝาแฝดมีเศษเสี้ยวของท่านหยางหยินอีกต่างหาก นอกจากหมิงเยว่ หลันหลิง และอี้หงแล้วคนที่พบเจอบ่อยไม่แพ้กันก็ท่านฮ่องเต้พันปีนี่แหละ จะถูกเรียกให้เข้ารับตำแหน่งองค์รักอยู่รอมร่อ” เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อยดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดที่มั่นคงแต่ก็ดิ้นไม่หลุดจนหยุดการเคลื่อนไหวไปเอง “เจ้าน่ะหรือองค์รัก? เดินเล่นยังจะล้มเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะแล้วข้าก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดทำกับเจ้าดังที่ทำกับหยางหยิน ไม่ว่าจะเป็นฮ่องเต้หรือผู้ใดก็ตาม เจ้าเป็นของข้าเพียงผู้เดียว เจ้าคือเยี่ยนชิงของข้า” "อี้หลาน.." “เจ้าจะทำสิ่งใดก็ได้ ไม่ต้องถูกกักขังไม่ว่าจะในคุกหรือในวัง หรือที่ที่โดดเดี่ยวในสุสาน เจ้าอยากไปท่องยุทธภพเพื่อเขียนกวีข้าจะไปกับเจ้าทุกที่ เจ้าอยากกลับมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ที่บ้านข้าก็จะอยู่กับเจ้า ..ข้าจะอยู่กับเจ้าเยี่ยนชิง” “อื้อ ขอบคุณ...ข้าก็จะอยู่กับเจ้าอี้หลาน” “ข้ารักเจ้าเยี่ยนชิง” “จ จะ เจ้าจู่ๆ มาบอกรักช่างน่าไม่อาย” เยี่ยนชิงหน้าแดงจัดยกมือขึ้นปิดหูฝังหน้าเข้ากับอกอีกฝ่ายอย่างลนลาน “ข้ารักเจ้า รักไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะอีกกี่พันปีข้าก็จะรักเพียงเจ้า” อีหลานเอ่ยหนักแน่นดังคำสาบานซ้ำๆ มั่นคง อ้อมแขนที่โอบกอดร่างเล็กไม่แม้จะคลายออก ขยับฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็กช้า ๆ อย่างคุ้นเคย ราวกับทำเช่นนี้มานับพันครั้ง เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจากอกนั้น เส้นผมที่ถูกเสยสางออกจากใบหน้าน่ารักทำให้ดวงตาที่ยังแดงเรื่อสบเข้ากับสายตานิ่งลึกของอี้หลานจนได้ยินลมหายใจของกันและกัน อี้หลานยกมือขึ้น ประคองแก้มอีกฝ่ายแผ่วเบาก้มลงบนเรียวปากเล็กจุมพิตนิ่งๆ แนบสนิทและมั่นคง เยี่ยนชิงชะงักไปเพียงอึดใจ ก่อนจะขยับริมฝีปากเปิดรับการครอบครองอย่างเต็มใจ เมื่อริมฝีปากแยกออก อี้หลานวางหน้าผากแตะกันยกมุมปากยิ้มขึ้น เยี่ยนชิงเห็นรอยยิ้มคนรัักก็ยิ้มกว้างตามอย่างมีความสุข อี้หลานเจ้าทำให้ข้าตาบอด เยี่ยนชิงเจ้าทำให้ข้าเป็นใบ้ อี้หลานเจ้าทำให้ข้าตัวร้อน เยี่ยนชิงเจ้าทำให้ข้ารัก ไม่ๆ เจ้านั่นแหละทำให้ข้ารัก ข้ารักเจ้า เจ้าอสูรขี้แกล้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขผสานเข้าด้วยกันในวันที่ได้กลับมาเคียงคู่ กลับมาเป็นความสมดุลของกันและกัน ต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะจับมือไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม... . . จบแล้วพาทอี้หลานเยี่ยนชิง เราจะลงพาทต่อฮ่องเต้ตัวร้ายรายตอนที่นี่นะคะ แต่วันละตอน แต่อีบุ๊กแยกเล่มนะคะ คำมันยาว พาทอี้หลานมีตอนพิเศษไม่น่าจะเกินสามสี่พันคำเป็นเซอร์วิสฉากเอ็นซีช่วงนี้ทำการ์ตูนยุ่งๆ หน่อยพอดีกับที่งอกพาทฮ่องเต้มาเพราะมันไม่สุดเลยไม่ได้วางอีบุ๊กสักที ขอโทษนะคะ ฝากติดตามวายจีนโบราณของเราด้วยนะคะดูเหมือนจะติดใจแฟนตาซีจีนเข้าให้แล้ว(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ