Beranda / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่ 7 ข้าอ่อนแอ

Share

ตอนที่ 7 ข้าอ่อนแอ

last update Tanggal publikasi: 2026-02-02 11:36:49

เพราะความอ่อนแอไร้วรยุทธ กับเรื่องเล่าลือแปลกๆ เกี่ยวกับคนสกุลหยางจึงมีคนหนีเรียนเดินกลับบ้านมาตั้งแต่หัววัน นั่งคัดหนังสือปราบอสูรของกู้หมิงเยว่ด้วยมือซ้ายข้างไม่ถนัดอย่างเงียบเหงา ท่านพ่อท่านแม่คงอยู่บ้านเพราะได้ยินเสียงเปิดหนังสือพรึ่บพั่บกับกลิ่นน้ำแกงร้อนๆ โชยมา

ทำไมท่านพ่อท่านแม่จึงไม่ว่าเรื่องเวลากลับบ้านที่ช้าบ้างเร็วบ้างน่ะเหรอ..

ก็..ไม่รู้สิ

"อาาา เจ็บมือแบบนี้เขียนช้าจังเลยแหะ"

มือข้างถนัดแต่เจ็บแปลบกางหนังสือออกมือข้างซ้ายจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษความคิดเลื่อนลอยไม่ทันอ่านตัวอักษรบนหนังสือจมปลักอยู่กับความคิดติดค้างราวกับหลงลืมบางอย่างตลอดเวลา

ตั้งแต่จำความได้จนถึงวัยย่างสิบแปดความหมายของทายาทกวีเอกไม่มีสิ่งที่ทำให้รู้สึกสลักสำคัญเท่าใดอาจเป็นเพราะถ้อยคำดูถูกสายตาเหยียดหยามตลอดมาที่ส่งผลให้ความสุขเจือจางลง

ดวงตาสุกใสแหงนมองท้องฟ้าตั้งแต่สีฟ้าครามสดใสไปจนกระทั่งมันเปลี่ยนสีมีพระจันทร์ดวงโตมาแทนที่นังนิ่งริมระเบียงบ้านเช่นนั้นมานานราวกับลืมหายใจ

ความรู้สึกนีเ้ข้ากำลังรออะไรกันนะ

มือเล็กเขียนตวัดแกว่งปลายพู่กันอักษรคล่องแคล่วโดยไม่ต้องมองที่มือแต่แล้ว

ฟิ้ววว

"อ้ะ!"

ลมพัดวืดพากระดาษใบหนึ่งในหนังสือปราบสัตว์อสูรที่ไม่ยึดติดกันในเล่มเพียงถูกสอดไว้จึงปลิดปลิวออกนอกเรือนลอยไปยังลำธารหลังบ้านเยี่ยนชิงตาถลนเพราะหนังสือเล่มนี้เป็นของคนโหดนามว่ากู้หมิงเยว่!

ขาเล็กล้มลุกคลุกคลานวิ่งตามเก็บกระดาษแผ่นนั้นแม้ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือกระดาษอะไร

จ๋อม~

กระดาษแผ่นนั้นหล่นลงไปในลำธารจากตื้นลอยไปยังกลางน้ำลึกสายน้ำไหลเชี่ยวกว่าเคยเยี่ยนชิงหลงลืมไปว่าไม่ถูกอนุญาตให้ลงน้ำยามราตรีขาเล็กสาวเร็ววิ่งเลาะขอบตลิ่งไปดักหน้ากระดาษแต่ตรงนั้นน้ำลึกกว่าที่อื่น

พรืดดดด!

ตู้มมม!!

ร่างเล็กไถลลงสู่สายน้ำเย็นเฉียบ แรงกระแทกทำให้ลมหายใจหลุดออกจากอกในพริบตา กระแสน้ำเชี่ยวกรากดึงรั้งร่างให้ลอยละลิ่วราวกับใบไม้ไร้น้ำหนัก

ตู้มม! ตู้ม!!

แขนขาปัดว่ายอย่างไร้ทิศทาง แม้จะว่ายน้ำเป็น ทว่าร่างกลับจมลงไม่ต่างจากถูกก้อนหินถ่วงภาพที่เห็นเลือนรางขึ้นทุกขณะแสงสะท้อนแตกกระจายบนผิวน้ำ

กระดาษแผ่นนั้นลอยอยู่ไม่ไกลจึงเห็นหมึกสีดำบนกระดาษหลุดลอยไหลออกเป็นริ้วๆ หลงเหลือเพียงความขาวสะอาด

วื้ด~

ในห้วงสติที่กำลังดับวูบ เยี่ยนชิงรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งขยับใกล้เข้ามา ใต้ผิวน้ำเย็นจัดนั้น ความกดดันแปลกประหลาดทำให้หัวใจเต้นแรงไม่อาจควบคุม

“ช…ช่วย…ช่วยด้วย…”

เสียงร้องเรียกของคนบ้านห่างไกลมีหรือจะมีใครได้ยินง่ายๆ ก่อนที่ร่างจะจมลงไปทั้งตัว

แต่แล้วจู่ๆ สายน้ำก็สั่นไหวแรงขึ้นมา

ซู้มมม!

ร่างหนึ่งเข้ามาโอบรัดเกี่ยวรั้งเอวเอาไว้แน่น ความเย็นจัดของสายน้ำยังคงอยู่ ทว่ากลับมีไออุ่นแปลกประหลาดแทรกซึมเข้ามาแทนที่ เงาร่างสูงใหญ่และดวงตาสีทองเรืองรองโผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำในความมืด

เยี่ยนชิงสติก็ไม่รู้ว่าตนเองทำไมลืมเรื่องที่อันตรายเช่นนี้ได้ ธารน้ำหลังบ้านอันตรายอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะอันตรายเพียงนี้

แค่ก ๆ ๆ !

เสียงไอนำพาน้ำไหลทะลักออกจากปาก ร่างสั่นเทิ้มจากความหนาวเหน็บและความตกใจ มือของข้าคว้าจับเส้นผมของผู้ช่วยชีวิตไว้แน่นเพราะอีกฝ่ายไม่มีอาภรให้คว้าจับโดยไม่รู้ตัว

รู้เพียงแต่หากปล่อยมือบางสิ่งจะหายไป

บางสิ่งที่ไม่อยากให้หายไป

เพราะฉะนั้นจึงจับเอาไว้แน่น

เยี่ยนชิงรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ข้อเท้า รอยแดงร้อนผ่าวยืนยันว่าข้าถูกบางสิ่งดึงรั้งอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้

ดวงตายังพร่าเลือนเพราะน้ำตาและหยดน้ำที่เกาะอยู่บนขนตาทำเอาภาพตรงหน้าซ้อนทับกันไปมา แต่ความกดดันจากสายตาคู่นั้นกลับชัดเจนอย่างน่าประหลาด

“เจ้า…เป็นใคร…”

เสียงทุ้มต่ำริมฝีปากชาไปหมด ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ตอบ เขาเพียงจ้องมองข้าอย่างเงียบงัน สายตานั้นนิ่ง ลึก และน่าเกรงขามยิ่งกว่าสองอันธพาลใหญ่ในสำนักต้าอวิ๋นที่ข้าเคยพบมาทั้งชีวิตเสียอีก

"..."

คำตอบที่ไม่ตอบออกมาไม่ได้สร้างความกระจ่างให้ข้าแม้แต่น้อยใบหน้านั้นจะว่าคุ้นเคยก็เป็นเพียงความรู้สึกความเป็นจริงเยี่ยนชิงไม่เคยพบใครที่เป็นเช่นนี้มาก่อน

เจ้าร่างยักษ์ตรงหน้าเอาแต่ยืนจ้องนิ่งไม่พูดไม่จา เยี่ยนชิงไม่เคยเห็นคนจ้องตนอย่างน่าสะพรึงกลัวและหล่อมองทำท่าคิดมากเท่านี้มาก่อน

ท่าทางที่ชอบคิดคนเดียวนี่เหมือนผู้ใดกันนะ

คุ้นๆ

"ที่คอเจ้ามีเลือดออกใช่หรือไม่" เมื่อไม่ยอมตอบจึงต้องเปลี่ยนเรื่องคุยพอดีกับที่เห็นรอยบนลำคอหนาของคนผู้นั้นจึงเอ่ยถามขึ้น

"..."

"เอาแต่จ้องหน้าข้าไม่ตอบคำถามจะพูดอะไรก็ไม่พูดจะบอกอะไรก็ไม่บอกหากไม่ติดเรื่องที่ช่วยข้าไว้ข้าจะไม่สนใจใยดีเลยจริงๆ นะ"

ฟึ่บ! เจ้าคนตัวโตชี้มาที่..ข้า

ที่หว่างขาข้า?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่26 ลงไปอีก

    “เยี่ยนชิงเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพ่อจึงตามลูกมา” ไม่รอให้เยี่ยนชิงตอบชายชราท่าทางสุขุมใจเย็นไม่มีวี่แววหวาดกลัวก็เอ่ยขึ้นคล้ายไม่มีเวลามากนัก “เพราะที่นี่ไม่ยอมให้เจ้าผ่านไปง่ายๆ ” "ใยจึงเป็นลูกล่ะขอรับ" "เจ้าเป็นตัวแทนอักษรในกวีที่หายไปหากกวีสมบูรณ์ยุทธภพก็สมดุล" ความรู้สึกเย็นวาบไหลผ่านสัน

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่25 ลึกลงไป

    เสียงรถม้ายังคงดังสม่ำเสมอบนเส้นทางทอดยาวไปข้างหน้าระหว่างป่าเขา เรื่องยุ่งยากที่ยังไม่เผยตัวออกมาอี้หลานและเยี่ยนชิงมีเรื่องให้คิดในใจมากมาย ทุกครั้งที่หลอมรวมกันสิ่งที่ลืมก็คล้ายจะจำได้มากขึ้นทุกที ร่างเล็กของเยี่ยนชิงเอนกายซบอกกว้างเมื่อถูกทำเรื่องน่าอายจนหมดแรง มือที่ลูบหัวปลอบโยนสีหน้าเปี่ยมส

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่24 ตามหาบรรพชน

    เจ้าบ้านตัวเล็กไม่ต่างจากกวีรักโกลาหลที่กว่าจะอ่านออกกว่าจะแปลความหมายได้และกว่าจะเข้าใจก็ต้องใช้เวลาและความรู้สึกมากมาย มากกว่าการฝึกใช้วิทยายุทธ ตั้งแต่อี้หลานก้าวเข้ามาในบ้านเยี่ยนชิงจึงได้รู้ว่าตนเองไม่ปกติ “มีคนที่เหมือนข้าอีกสองคนอยู่คนละที่ เราสามร่างดูเหมือนจะอยู่คนละที่คนละเวลาคนละสถาณการ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่23 เดินทาง

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เข้ามาเป็นเส้นยาว บนพื้นเรือนยังมีเงาไหวจากใบไม้ด้านนอก ลมเช้าพัดเอาความเย็นจางๆ เข้ามาในห้องนอนกว้างขวางติดระเบียงหลังบ้านที่มีลำธารไหลผ่านยามเช้าช่างงดงามผิดกับยามค่ำอันน่าสะพรึง บ้านหลังนี้ที่เจ้าของบ้านตัวเล็กเอาแต่บ่นว่าน่าเบื่อ ธรรมดาแสนธรรมดา ทั้ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status