Share

2.1 นรกบนดิน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-29 13:23:15

นายแพทย์ทรงยศยืนนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ ได้เวลาฉีดยาควบคุมระดับความดันเลือดให้ผู้ป่วย VIP แล้ว แต่เขาไม่อยากย่างเท้าเข้าไปด้านในเลย โดยทั่วไปหมออย่างเขาไม่ต้องรับหน้าที่ฉีดยาให้ผู้ป่วยโดยตรง แต่เพราะประกาศิตของท่านนายกที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่า

‘หากเกิดอะไรขึ้นกับพิมพ์ลดา โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องรับผิดชอบ’

ทำให้ผู้อำนวยการมีคำสั่งลงมาให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ให้ยาและรับหน้าที่ดูแลรักษาพิมพ์ลดาโดยตรง เหล่าพยาบาลต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีเพียงเขาที่คิดช้าไปว่าควรจะยื่นใบลาออกตามหมอฝ้ายไปเสียตั้งแต่เนิ่นๆ

เห็นคุณหมอยืนเหงื่อตกไม่ยอมเข้าไปด้านในเสียที

ธีรเมศฐ์จึงส่งเสียงกระแอมเพื่อเร่งรัด คุณหมอกลืนน้ำลายหนึ่งอึก สายตาเหลือบมองไปยังพยาบาลในชุดขาวกำลังเช็ดตัวให้พิมพ์ลดาก็นึกยกย่องหล่อนในใจ

เมื่อเห็นนายแพทย์ชื่อดังเดินเข้ามาพร้อมถาดยา มัลลิกาจึงวางแขนของพิมพ์ลดาลง หลีกทางให้คุณหมอทำการรักษา คุณหมอทรงยศจำต้องเดินไปยังสายให้น้ำเกลือของคนไข้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ขณะเช็ดแอลกอฮอล์บนทางให้ยา มือก็เกิดสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

อาการของพิมพ์ลดามีแต่ทรุดกับทรุด ยาที่ให้เพียงแค่ยื้อชีวิตเอาไว้ให้นานขึ้นเท่านั้น และทุกครั้ง เขาต้องลุ้นแทบขาดใจว่าหล่อนจะยังประคองลมหายใจเอาไว้ได้

“ให้มิ้งฉีดแทนมั๊ยคะ”

อาจารย์หมอเหลียวมองพยาบาลสาว แทบไม่เชื่อหูตัวเอง ลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก็ส่งกระบอกฉีดยาในมือให้มัลลิกาทันที

“ช้าๆนะ” อาจารย์หมอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง มองยาในกระบอกค่อยๆไหลเข้าไปตามสายน้ำเกลือ อีกตาเหลือบมองตัวเลขแสดงอัตราการเต้นของหัวใจกับความดันโลหิต

เหมือนว่าจะยังรักษาชีวิตรอดต่อไปได้อีกหนึ่งวัน นึกขอบคุณความใจกล้าของมัลลิกา ตอนนี้พวกเขาทั้งสองก็เหมือนลงเรือลำเดียวกันแล้ว

         หลังจากคุณหมอทรงยศออกไปได้ไม่นาน แม่บ้านของตระกูลอัศวเหมก็เดินกลับเข้ามาหลังออกไปพักรับประทานอาหาร

         “โธ่คุณหนูของป้า”

ป้าตุ้มลูบมือของพิมพ์ลดา น้ำเสียงเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินตรงมากระชากร่างของมัลลิกาจนถลาล้มลงกับพื้น

“ไสหัวไป ฉันจะนั่งใกล้ๆคุณหนู”

         มัลลิกาลุกขึ้นปัดชุดขาว โดนแบบนี้ตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วแต่เธอก็ลืมระวังตัวทุกที หญิงสาวมองถุงข้าวของถูกทิ้งไว้บนพื้น จึงเดินไปเก็บและลงมือจัดเรียงของให้เข้าที่ ส่วนใหญ่เป็นน้ำดื่มและของใช้ส่วนตัวของป้าตุ้ม

“ข้าวเธออยู่ในกล่อง รีบกินซะ”

มัลลิกามองเห็นแต่แรกแล้ว แต่เธอไม่รู้สึกอยากอาหารเลยสักนิด เปิดออกดูก็พบว่าเป็นข้าวราดไข่เจียว อาหารถูกทิ้งจนเย็นชืด หน้าตาไม่น่ารับประทาน แต่ก็จำต้องกินเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ

         นับตั้งแต่วันที่ถูกจอมทัพสอบปากคำ ไม่ใช่สิ วันที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา ‘จงใจละเลยคนรักและฆ่าคนรักของเขาทางอ้อม’ มัลลิกาก็ถูกย้ายมาเป็นพยาบาลส่วนตัวให้กับพิมพ์ลดา หากหล่อนยังมีลมหายใจ เธอก็ยังสามารถมีลมหายใจ แต่หากหล่อนหมดลมหายใจ เธอก็ต้องตายตามไปด้วย

เป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมหรือเปล่านะ เธอไม่ค่อยรู้กฏหมาย แต่ถึงจะรู้ กฏหมายจะสามารถนำมาใช้กับคนมีอิทธิพลแบบเขาได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง

         ขนาดเธอถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่ในห้องนี้ตลอด 24 ชม. มาร่วมหนึ่งสัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นความผิดปกติที่ตรงไหน บางทีถ้าหากเขาฆ่าเธอขึ้นมาจริงๆ โรงพยาบาลแห่งนี้ก็คงแค่ส่งศพของเธอกลับบ้านนอกให้ครอบครัวจัดการทำพิธีทางศาสนาก็เท่านั้น นึกถึงเรื่องนี้ ในใจของมัลลิกาก็ปวดร้าว เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะไปไหว้ศพของพี่สาวเป็นครั้งสุดท้าย

         “ถ้าไม่อยากกินนักก็เอามานี่”

ข้าวกล่องในมือที่พึ่งทานไปได้สามคำถูกกระชากออกไป มัลลิกามองกล่องข้าวถูกโยนลงถังขยะโดยไม่นึกเสียดาย “สำออยนัก ไม่ต้องมาบีบน้ำตา แค่นี้มันยังไม่สาสมกับที่พวกเธอสองพี่น้องทำกับคุณหนูด้วยซ้ำ”

ป้าตุ้มว่าพลางยกเท้าขึ้นถีบใส่ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มัลลิกาไม่ได้หลบ เธอเหนื่อยเกินกว่าจะขยับตัว ปล่อยให้ป้าตุ้มระบายความโกรธแค้นออกมาตามใจชอบ

ก่อนหน้านี้เธอตั้งคำถามกับตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ว่าเรื่องราวทั้งหมดเธอผิดที่ตรงไหน พี่สาวของเธอชดใช้ด้วยชีวิตไปแล้ว ส่วนเธอก็เพียงแค่พยายามช่วยชีวิตพี่สาวเท่านั้น เมื่อคำถามไร้ซึ่งคำตอบ หญิงสาวก็คร้านจะหาคำตอบอีก ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

ตอนที่จอมทัพเดินเข้ามา มัลลิกายังไม่หลับ แต่เธอก็แสร้งหลับตา พยายามไม่ขยับตัว

         เสียงเก้าอี้ถูกลากเข้าไปจนชิดติดขอบเตียง ตัวเธอปูผ้านอนบนพื้นชิดกำแพงด้านหลังของเก้าอี้ เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายนั่งหันหลังให้ จึงลืมตาขึ้นมอง เห็นเงาของแผ่นหลังในชุดเครื่องแบบนายตำรวจเต็มยศ แผ่นหลังที่ควรจะดูแข็งแกร่งกลับดูอ่อนแอได้อย่างไม่น่าเชื่อ

         เป็นอีกหนึ่งคืนที่มัลลิกาเห็นจอมทัพนั่งกุมมือของพิมพ์ลดาแนบข้างแก้มโดยไม่ได้เอ่ยอะไร

เขามาเยี่ยมพิมพ์ลดาทุกคืน ไม่มีวันไหนไม่มา บางครั้งมาหัวค่ำ บางครั้งก็มาดึกดื่น ทุกครั้งเขาจะทำเพียงแค่นั้น นั่งจับมือเธอ ราวสองสามชั่วโมงก็กลับไป

มัลลิกาหลับตาลง ยิ่งมองเธอก็ยิ่งเกิดความรู้สึกผิด บางทีมันอาจจะเป็นความผิดของเธออย่างที่เขาว่าจริงๆ

พึ่งคล้อยหลับไปได้ไม่นาน ร่างกายพลันตื่นตัวจากอาการปวดร้าวรอบลำคอ ตัวเธอลอยขึ้นจากพื้น มัลลิกาตกใจลืมตา เห็นเป็นดวงตาดำมืดของจอมทัพจ้องมองในระยะประชิด มือเอื้อมมาจับที่คอของตนเองก็พบกับฝ่ามือของเขาบีบรัดอยู่ อยากส่งเสียงแต่แค่หายใจยังทำไม่ได้

เธอเจ็บปวดเหมือนคอกำลังจะหัก เพียงเสี้ยววินาทีที่เหมือนจะตายจริงๆ เขาก็ปล่อยมือ

“แค่กๆๆ”

มัลลิกาล้มพับลงกับพื้น รู้สึกปวดแสบปวดร้อน ยังไม่ทันตั้งหลักปลายคางก็ถูกบีบแน่น กระชากใบหน้าให้หันกลับมา แววตาที่มองเธอมีเพียงความอาฆาตแค้น เขาสามารถฆ่าเธอได้จริงๆ

มัลลิกาไม่อาจห้ามน้ำตา แม้รู้ว่าน้ำตาไม่ช่วยอะไร ยิ่งเขาเห็นน้ำตาของเธอ เขาก็มีแต่จะยิ่งทำรุนแรง

เมื่อได้ระบายความโกรธออกไปบ้าง จอมทัพก็สะบัดตัวเดินออกจากห้อง หากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นนานอีกสักนาที เขาคงฆ่าหล่อนตายคามือ

เห็นใบหน้าเหยียบเย็นของเจ้านายเดินผ่านไป ธีรเมศฐ์ก็อดชำเลืองมองผู้หญิงอีกคนในห้องไม่ได้ เกิดความรู้สึกเวทนาขึ้นจับจิต

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อุบัติแค้น ลิขิตรัก   ตอนพิเศษ 6

    ตอนพิเศษ 6ครอบครัวอบอุ่นของผู้กองจอมทัพอาณาเขตของบ้านพงศ์พานิชถูกขยับขยายเต็มพื้นที่ ตัวบ้านหลังเดิมถูกต่อเติมเพิ่มขึ้นอีกหลายห้องเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน ทางด้านหลังมีการขุดลอกทำคลองเพื่อนำน้ำจากธรรมชาติมาใช้สอยรดพืชผักสวนครัวและเลี้ยงไก่ทางด้านหน้าติดประตูรั้วเป็นสถานพยาบาลเบื้องต้น ขนาดไม่ใหญ่มาก ทว่าก็มีชาวบ้านเข้ามาใช้บริการไม่ขาดสาย วันนี้ยังไม่ทันถึงเวลาเปิดให้บริการก็มีเสียงตะโกนเรียก น้ำเสียงฟังดูตื่นตระหนก “พ่อเฒ่าไถลลงบันได ถูกตะปูตำ แผลลึกเลยอีหล้า” มัลลิการีบกุลีกุจอออกมา ไม่ทันแม้แต่ถอดผ้ากันเปื้อน “ไปเอาชุดล้างแผลมาให้แม่หน่อยได้ไหมคะหนูลิน” เด็กหญิงวัยสิบขวบขานรับฉะฉาน สองเท้าก้าวอย่างฉับไวเข้าไปในสถานพยาบาลของมารดา มัลลิการีบมองประเมินบาดแผล เลือดหยุดไหลแล้ว แต่บาดแผลก็ลึกพอสมควร เห็นทีต้องรีบล้างแผลและให้ญาติพาตัวคนเจ็บเข้าไปฉีดยากันบาดทะยักที่อนามัยโดยเร็วที่สุด “พี่รบครับ พี่รบไปบอกคุณพ่อให้ช่วยหยิบน้ำเกลือให้คุณแม่หน่อยได้ไหมครับ” มัลลิกาหันไปหาเด็กชายตัวป้อมที่ยืนเกาะแขนเธอไม

  • อุบัติแค้น ลิขิตรัก   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5ยัยโจรห้าร้อยกับผู้กองเอวดุประวิทย์ไม่คาดคิดว่าคนอย่างเขาจะมีช่วงเวลาแห่งความเหงา นับตั้งแต่คู่หูมีคนเข้ามาดามใจ ธีรเมศฐ์ก็ไม่เคยไปไหนมาไหนกับเขาอีกเลย เฝ้าแต่คุยโทรศัพท์ทางไกลกับเมียเด็ก “ไอ้ธีร์ เย็นนี้เอ็งไปดื่มเป็นเพื่อนข้าหน่อยสิวะ ข้าเหงา” ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้กองธีร์แทนคำตอบ “ใครจะไปรู้ ว่าคนเจ้าชู้อย่างเอ็งจะมานั่งบ่นว่าเหงา ฮ่าๆๆ”เขาตบบ่าเพื่อนรักพลางลุกออกไปจากโต๊ะ“เลิกเจ้าชู้เห๊อะไอ้วิทย์ ระวังเถอะ สักวันเวรกรรมจะตามสนอง”นอกจากเพื่อนรักจะไม่เหลียวแล มันยังทิ้งคำสาปแช่งไว้ให้อีก มันน่านัก เดี๋ยวพ่อก็แช่งให้เมียเด็กเอ็งมีชู้ซะนี่!สุดท้ายผู้กองวิทย์ก็พาตนเองมาคลายความเหงาที่ผับดังแห่งหนึ่งย่านรัชดา เขามาที่นี่บ่อยครั้ง แต่ละครั้งก็ได้สาวกลับไปกินที่คอนโดไม่ซ้ำหน้าทว่าวันนี้ไม่รู้ทำไมมองไปทางไหนก็มีแต่ความเบื่อหน่าย“เฮ้อ… กลับก็ได้วะ”ขณะลุกขึ้น ด้านหลังก็ถูกชนเข้าอย่างจังจนเสียหลักพุ่งชนเหลี่ยมขอบโต๊ะ จุกไปทั้งหน้าท้อง อารมณ์ขุ่นเคืองที่สั่งสมมานานหลายวันพลันปะทุขึ้น“ระวังหน่อยสิวะ!”พอหันกลับไปก็ต้องตะลึงงัน ดาราที่ไหนวะเนี่ย…เขาผ่านผู้ห

  • อุบัติแค้น ลิขิตรัก   ตอนพิเศษ 4

    ตอนพิเศษ 4หนูชื่อก้านแก้วไม่ใช่แก่นแก้วธีรเมศฐ์แทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าหญิงสาวในชุดนักศึกษาทรวดทรงนาฬิกาทรายที่เพิ่งเดินผ่านหน้าบ้านไปจะเป็นยายเด็กจอมแก่นคนนั้นจริงๆ เขาถือโอกาสที่มาร่วมงานแต่งของท่านจอมขอลาพักร้อนกลับมาพักใจที่บ้าน เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่าตนเป็นคนบ้านเดียวกันกับมัลลิกา หมู่บ้านของหล่อนอยู่ถัดจากบ้านของเขาไปไม่ได้ไกลมาก ห่างกันราวสิบกิโลเห็นจะได้ พอนึกว่าแต่ก่อนหล่อนอยู่ห่างไปเพียงแค่ไม่กี่หลังคากั้น เขากลับไม่เคยมีบุญวาสนาจะได้พานพบ ก็คงเป็นเพราะชะตาฟ้าลิขิตไม่ให้พวกเขาได้เป็นคู่กันแน่แท้แล้ว สีหน้าของผู้กองพลันเซื่องซึม เขาถอนหายใจจนมารดาแก่ชราอดบ่นไม่ได้ ไม่ใช่แค่ผู้กองที่ลอบสังเกตเห็น แต่ ‘ก้านแก้ว’ เองก็เห็นชายหนุ่มแล้วเช่นกัน ‘พี่ธีร์’ พี่ชายข้างบ้านที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เรียกว่าเป็นฮีโร่ในวัยเยาว์ก็ว่าได้ นับตั้งแต่พี่ธีร์ย้ายไปเรียนกรุงเทพ กระทั่งเข้ารับราชการในกรมตำรวจ เขาก็กลับมาเยี่ยมบ้านแทบจะนับครั้งได้ และทุกครั้งที่เขากลับมา แก้วก็มักจะคอยลุ้นอยู่เสมอว่าจะได้เห็นเขาหอบลูกหอบเมียกลับมาด้วยหรือไม่ ครั้งนี้ก็เ

  • อุบัติแค้น ลิขิตรัก   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ไม่ว่าน้องอยากได้อะไรพี่ก็จะหามาให้บ้านหลังใหม่ของมัลลิกามีทั้งหมดสี่ห้องนอน เดิมเธอกับบิดามารดารวมกันยังเหลือห้องว่างอีกสองห้อง แต่พอคณะของจอมทัพย้ายเข้ามา บ้านหลังใหญ่ก็ดูคับแคบลงไปถนัดตายายชื่นได้พักหนึ่งห้อง อีกห้องจึงให้ป้านวลกับแป้งอาศัยอยู่ร่วมกัน เศษส่วนเกินที่เหลือจึงกลายเป็นจอมทัพ ชายหนุ่มยืนอยู่ในห้องของมัลลิกาด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผิดกับเจ้าของห้องที่มีสีหน้าเก้อกระดาก เธออยากไล่เขาไปนอนที่อื่น ติดที่ไม่รู้จะอธิบายกับบิดามารดาว่าอย่างไร “เดี๋ยวพี่ออกไปพักในเมืองก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยขับรถกลับมา” ระยะทางไปกลับระหว่างตัวเมืองกับเขตอำเภอไม่ใช่ใกล้ๆ ใช้เวลาอย่างน้อยก็หนึ่งชั่วโมง คะเนจากสีหน้าท่าทางก็รู้ว่าเขามั่นใจอยู่แล้วว่าเธอคงไม่กล้าปล่อยให้เขาทำอย่างนั้น “ทำไมจะมาถึงไม่บอกก่อนคะ” เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่อง หมุนตัวไปหยิบผ้านวมผืนใหญ่ออกมาจากตู้ จอมทัพฉวยโอกาสที่หญิงสาวหันหลังเดินเข้าไปสวมกอด ลอบสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนที่แสนคิดถึงให้ฉ่ำปอด “ก็เธอไม่ยอมบอกเบอร์ติดต่อ พี่จะบอกเธอยังไง”

  • อุบัติแค้น ลิขิตรัก   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2ผู้กองจอมทัพแห่งสภ.พานจอมทัพเพิ่งย้ายมาประจำการยังสภ.พานไม่ถึงเดือนแต่อันธพาลกลับไม่มีเหลือ กิตติศัพท์ของเขาเลื่องชื่อระบือไกลไปจนถึงเขตปกครองของสภ.ข้างเคียง หากเจอขาใหญ่ประจำถิ่นคนไหนออกอาละวาด เพียงแค่เอ่ยชื่อผู้กองคนนี้ ขาใหญ่ก็ขาใหญ่เถอะ ล้วนกลัวจนหัวหด ม้วนหัวเก็บหางกลับไปแทบไม่ทัน ครั้งหนึ่งมีคนอยากลองของอันธพาลคนนั้นเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของห้างทองที่ใหญ่ที่สุดในเขตอำเภอพาน ทั้งยังเป็นเจ้าของตลาดสดในตัวอำเภอ ทั้งส่งออก ทั้งรับซื้อ ผูกขาดเพียงเจ้าเดียวเด็กหนุ่มคนนี้ขูดรีดค่าแผงกับแม่ค้าเป็นอาจิณ อาศัยความเป็นเจ้าหนี้ปล่อยกู้ ลูกสาวบ้านไหนถูกตาต้องใจก็ถูกบังคับเอาตัวมาขัดดอก ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว พวกตำรวจก็พากันปวดหัวเพราะทำอะไรขาใหญ่คนนี้ไม่ได้ แว่วว่าเบื้องหลังมีการส่งส่วยให้กับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่วันนั้นจอมทัพแวะตลาดหลังเลิกงานเพื่อซื้อของสดกลับบ้าน ขณะส่งเงินให้แม่ค้า กลับถูกใครบางคนคว้าเงินไปจากมือ“อันนี้ถือเป็นค่าแผงวันนี้นะ”ผู้กองในชุดนอกเครื่องแบบปรายตามอง แต่อีกฝ่ายไม่ได้มองเขา ชายคนนั้นยังเป็นวัยรุ่น อายุไม่น่าเกินยี่สิบห้า ผ

  • อุบัติแค้น ลิขิตรัก   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1 มิอาจเลือกทางเดินไม่คิดเลยว่าชีวิตของคนคนหนึ่งจะสามารถถูกกำหนดด้วยนามสกุลที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด พิมพ์ลดากดปิดรูปถ่ายของชายหนุ่มที่ถูกส่งมาทางอีเมลเป็นคนที่เท่าไหร่ไม่รู้โดยไม่แม้แต่จะสนใจอ่านรายละเอียดที่แนบมาด้วยเธอเบื่อเหลือเกิน นับแต่จำความได้ ชีวิตก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ทั้งเรื่องเรียน เรื่องสังคม กระทั่งเรื่องความรักขณะถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายทางไกลที่เธอมิอาจเลี่ยงได้ บิดาของเธอนั่นเอง“คุณพ่อคะ ลดาเพิ่งจะ 20 เองนะ”มันเป็นประโยคเดิมๆที่เคยพูดกับบิดามาตลอดสองปีจนตอนนี้เธอหนีจากบ้านมาเรียนไกลถึงประเทศอังกฤษ บิดาก็ยังไม่เลิกจับคู่ทางการเมืองให้เสียที“อีกสามวันจอมทัพจะบินไปเยี่ยมหลานสาวที่โน้น ยายหนูมิริน ไปพบพี่เขาซะ คนนี้พ่อเลือกแล้ว”ลดาเบิกตากว้าง ครั้งนี้ไม่ใช่ประโยคคำถาม หากแต่เป็นประโยคคำสั่งที่เธอขัดขืนไม่ได้“คุณพ่อ!!!” เธอไม่อยากจะเชื่อเลย “ถ้าเขาเป็นญาติพี่ขุน ก็แปลว่าเป็นพวกในเครื่องแบบใช่ไหมคะ”ได้ยินปลายสายตอบกลับ“ใช่ น้องชายเจ้าขุน พ่อกำลังหมายตาจะให้เขาเข้ามารับตำแหน่งพันตรี ขึ้นตรงกับพ่อโดยตรง เขาทั้งหนุ่ม ทั้งขยัน อน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status