LOGINตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ
เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเรามีกิจการอยู่ที่นั่น “จริงด้วย! งั้นไปสุราษฎร์กันนะ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายหาที่พักด้วย ทุกคนโอเคไหม?”เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้าตกลงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แผนการออกทริปจึงเริ่มต้นขึ้น ระหว่างที่กำลังคุยกัน ฉันเหลือบไปเห็นอั่งเปากำลังเก็บของ เตรียมตัวจะมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง... ซึ่งก็คงไม่พ้นคณะวิศวะฯ แน่นอน ฉันจึงรีบคว้าแขนเพื่อนไว้ “เดี๋ยวๆ จะไปไหนน่ะอั่งเปา?”ฉันแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบดี “ไปหาพี่แทนไง แกมีอะไรหรือเปล่า?” มันหันมามองอย่างสงสัย ฉันเลยชูของในมือให้ดู “เอ้า! ไหนบอกว่าจะแอบเอาไปวางให้พี่เขาเองไง?”ตอนแรกก็ว่าจะแอบเอาไปวางไว้เองแต่ดันมีสถานการณ์ฉุกเฉินซะก่อน “ก็ใช่... แต่พอดีวันนี้ฉันต้องกลับบ้าน เฮียๆ มารับน่ะ เลยแวะไปเองไม่ได้ ฝากแกหน่อยนะ”อั่งเปาพยักหน้ารับของไปอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินจากไป “วันนี้กลับบ้านเหรอ?”สีครามหันมาถามด้วยสีหน้าสงสัยเพราะฉันไม่ได้บอกไว้ก่อน “ใช่ๆ คุณแม่โทรตามน่ะ เดี๋ยวว่าจะบอกเรื่องไปทะเลด้วยเลย สีครามกลับด้วยกันไหม?แม่คงคิดถึงหลานรักจะแย่แล้ว”สีครามเป็นอีกคนที่แม่ฉันเองก็รักมากเช่นกันเพราะเขาเลี้ยงสีครามคู่มากับฉัน “เอาสิ เราเองก็คิดถึงรสมือคุณอาเหมือนกัน”สีครามยิ้มรับก่อนจะหันไปบอกเพื่อนคนอื่นๆ “งั้นพวกเราแยกย้ายกันตรงนี้เลยนะ” ทุกคนแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ส่วนธีม... รายนั้นคงไม่พ้นสนามแข่งรถงานอดิเรกที่เจ้าตัวรักพอๆกับการถ่ายรูปนั่นแหละ ยามเย็น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ “เอ...วันนี้แม่สาวรหัสลับของมึงหายไปไหนนะไม่เห็นเอาของมาส่งเลย หรือว่าเขาถอดใจไม่อยากจีบมึงแล้ววะไอ้ดิน?”อาทิตย์จอมกวนประสาทประจำกลุ่มเอ่ยทักขึ้น “อาทิตย์...มึงไม่พูดก็ไม่มีใครว่ามึงเป็นใบ้นะเงียบๆบ้างก็ดี”ผมนึกขอบใจไอ้แทนจริงๆที่ช่วยขัดจังหวะมันให้ “นู่นไง น้องอั่งเปาเดินมาแล้ว แต่ไม่รู้จะมีของฝากจาก รหัสลับ W มาด้วยหรือเปล่านะอยากรู้จังเลย”เวนิสเพื่อนอีกกับคนร่วมวงแซะด้วย “เราก็อยากรู้เหมือนกัน...”ผมเปรยขึ้นลอยๆ “ฮั่นแน่!ที่แท้ก็รอน้องเขาอยู่นี่เอง” เพื่อนในกลุ่มรีบโห่ฮาขึ้นมาทันที “ที่บอกว่าอยากรู้น่ะ...คือไม่ได้อยากรู้เรื่องตัวเองแต่อยากรู้ว่าน้องในแชทที่มึงก้มหน้าพิมพ์อยู่น่ะใครกันแน่มากกว่า ว่าไงเวนิส? สงสัยต้องสืบบ้างแล้วมั้ง”ผมสวนกลับนิ่งๆจนเวนิสหน้าเหวอไปไม่เป็นเลยทีเดียว “โอเคๆไม่ยุ่งแล้วก็ได้ เชอะ!”พอสู้ไม่ได้มันก็สะบัดตูดหนีไปทันที ทันทีที่พวกมันพูดกันจบ น้องเขาก็เดินมาถึงโต๊ะม้าหินอ่อนที่พวกผมนั่งกันพอดี “น้องอั่งเปามาพอดีเลย... คราวนี้มีคนฝากอะไรมาให้เพื่อนพี่ไหมเอ่ย?” ไอ้พวกนี้มันขี้สงสัยกันจริงๆ จบคนหนึ่ง อีกคนก็เสียบต่อทันที! “ก็เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะพี่แทน อันนี้ของที่เพื่อนหนูฝากมาให้พี่ดิน” อั่งเปาพูดพลางยื่นถุงขนมและแก้วกาแฟมาให้ผม “คราวนี้เป็นอะไรล่ะเนี่ย” สิ้นเสียงไอ้คนมือไวอย่างไอ้อาทิตย์ มันก็ฉวยถุงจากมือผมไปเปิดดูทันที ในนั้นมี บราวนี่ช็อกโกแลต เนื้อหนึบและ กาแฟลาเต้ อีกหนึ่งแก้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจเต้นแปลกๆ กลับเป็น รูปถ่ายโพลารอยด์ ที่แนบมาด้วย มันเป็นรูปดอกไม้ในแจกันที่วางรับแสงแดดยามเช้าข้างประตูกระจก มองเห็นท้องฟ้าสีครามอยู่รำไร แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือในบานกระจกเงา กลับปรากฏ ‘เงาสะท้อน’ เสี้ยวใบหน้าเล็กๆ ของคนถ่ายที่เจ้าตัวคงไม่ทันสังเกต เธอปล่อยผมยาวสลวยและใส่แว่นสายตา แม้จะเห็นไม่ชัดเจนเพราะแสงที่สะท้อนออกมา หัวใจผมของกระตุกทีหนึ่งเมื่อเห็นเงาสะท้อนลางๆนั่น แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าแล้วแว่นกรอบบางเพียงเล็กน้อย แต่กลับให้ความคุ้นเคยได้อย่างน่าประหลาดใจ แต่กลับดึงดูดสายตาผมจนละไปไหนไม่ได้‘สงสัยจะไม่ได้ตรวจรูปก่อนส่งล่ะมั้ง... รหัส W’ ผมรีบคว้าใบโพลารอยด์นั้นมาเก็บไว้เองก่อนที่พวกสอดรู้สอดเห็นจะทันสังเกตเห็นสิ่งเดียวกับผม พร้อมกับอ่านข้อความสั้นๆ ที่เขียนทิ้งท้ายไว้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาว่า ช่วงนี้เห็นพวกวิศวะต้องปั่นโปรเจกต์กันดึกๆฉันเลยส่งบราวนี่กับลาเต้หวานน้อยมาให้เอาไปเติมพลัง อย่ามัวแต่ดูแบบเพลินจนลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะดูแลสุขภาพด้วยนะคะ….เป็นห่วง (ในฐานะของคนแปลกหน้าที่อยากรู้จัก) ….จาก W "ผมกวาดสายตามองลายมือที่เขียนทิ้งท้ายไว้... 'ในฐานะคนแปลกหน้าที่อยากรู้จัก' ประโยคนี้ทำให้ผมเผลอกำใบโพลารอยด์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างจากเงาสะท้อนในกระจกบวกกับถ้อยคำที่ดูใส่ใจนั่น... มันทำให้ 'คนแปลกหน้า' คนนี้เริ่มมีตัวตนในความคิดของผมมากขึ้นทุกที" “พี่ปฐพีคะ เป็นยังไงบ้างหรอค่ะของที่ได้วันนี้ถูกใจหรือเปล่าเจ้าของเขาคงอยากรู้แล้วล่ะค่ะ”แต่ทันทีที่น้องพูดจบก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามาก่อนที่ผมจะได้พูดตอบ กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง “พูดยังไม่ทันขาดคำเลย สงสัยโทรมาเช็กผลงาน”ก่อนที่น้องจะรับสายน้องชูมือถือให้พวกผมดูแต่ไม่ได้โชว์ชื่อแแล้วน้องก็รีบรับสายทันที “ฮัลโหลสาว เป็นยังไงบ้างส่งถึงมือแล้วใช่ไหม”ทันทีน้องรับสายพวกผมก็เห็นน้องทำหน้าแบบหมั่นไส้เพื่อนตัวเอง “ใจคอจะไม่ถามเพื่อนคนนี้หน่อยหรอว่ามาคณะวิศวะยังไงใจคอจะถามแค่เรื่องพี่เขาอย่างเดียวเลยหรอ”อั่งเปาพูดด้วยนํ้าเสียงที่ประชดประชันนิดหน่อย “โอ๋ๆ ไม่งอนเรานะ เรารู้ไงว่าพี่แทนไม่ปล่อยให้เธอเดินไปเองหรอกจริงไหมล่ะ” “รู้ดีจริง เราส่งของถึงมือพี่เขาแล้วสบายใจได้มั้ง”น้องพูดด้วยนนํ้าเสียงหยอกล้อกับเพื่อน “โอเคงั้นแค่นี้นะฉันแค่อยากรู้เฉยๆ”หลังจากนั้นก็วางสายกันไป “เออ พี่แทนค่ะ พรุ่งนี้นัดของเราต้องเลื่อนไปก่อนนะคะ”แทนรีบสวนขึ้นมาทันที “เอ้า ทำไมล่ะครับ หนูจะไปไหนครับ”ไอ้แทนทำหน้าตาน่าสงสารแล้วเข้าไปอ้อนน้องแต่ถ้าท่าทางของมันสำหรับพวกผมมันไม่ได้น่าเอ็นดูสักเท่าไร มันเหมือนจะอ้อนให้น่าโดนถีบซะมากกว่า “อาจารย์ให้พวกหนูปี1ทุกคนในสาขาภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการให้เวลาสามวันในการจัดหาภาพ แล้วส่งในวันจันทร์กลุ่มหนูก็เลยว่าจะไปสุราษฎร์เพื่อถ่ายภาพ”น้องอธิบายให้แทนคุณฟังจบแล้วน้องก็พูดต่อ “พวกพี่ไปด้วยกันไหมคะ พวกหนูจะไป “เกาะเต่า-เกาะนางยวน”น้องถือโอกาสชวนพวกผม “เอาสิ ไปๆไหนๆม.ก็หยุดตั้งสามวันแล้วยังมีเสาร์อาทิตย์อีก ที่สำคัญช่วงนี้พวกเราแทบไม่ได้หยุดพักเลย ถือว่าไปพักผ่อนแล้วกันนะ”เป็นเวนิสที่ตอบรับก็อย่างที่บอกช่วงนี้พวกผมมัวยุ่งกับโปรเจกต์ พวกผมพยักหน้าตอบตกลงที่จะไปทริปนี้ของน้องๆสักพักน้องก็ทำหน้าตกใจแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ขยุกขยิก ทำหน้าตารู้สึกผิด จนไอ้แทนต้องรีบถามน้องเขาทันที “หนูคะ เป็นอะไรหรือค่ะ”น้องหันไปตามที่ไอ้แทนเรียกแล้วน้องน้องไม่ตอบได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ กลุ่ม:”หมาสองแมวสาม” “แงง ทุกคนเค้าทำเรื่องอีกแล้ว”อั่งเปารีบทักบอกเพื่อนๆและทำตัวเลิ่กลัก “ทำเรื่องอะไรหรอ ดีหรือไม่ดีล่ะ “ปันฟ้าตอบกับมาทันที “อาจจะดีและก็อาจจะไม่ดีอ่าา”อั่งเปาตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “งั้นว่ามาสิเรื่องอะไร ที่ว่าทั้งดีแล้วไม่ดี”ฉันเลยตอบกับไปบ้าง “ก็ฉันเผลอปากชวนพวกพี่เข้าไปอ่ะดิ ก็เพราะว่าฉันเห็นพี่แทนบ่นว่าเหนื่อย เลยอยากให้ไปพักผ่อนด้วยกัน”อั่งเปาพิมพ์มาทันที “พวกพี่ไหนอั่งเปา รุ่นพี่ในคณะเราหรอหรือใครอีก”สีครามที่อ่านเฉยๆได้ตอบกลับมา “คือ…พวกพี่แทนอ่าทั้งกลุ่มเลยเค้าขอโต้ดนะเว”อั่งเปารีบขอโทษทันที “สรุปชิบหายของจริงแล้วมึง @wanwayla”ธีมมันส่งข้อความมาทับถมให้กับความซวยของฉันในครั้งนี้ทันที เออ ชิบหายของจริง ตัวฉันเองก็ยังช็อกอยู่ ถึงกับพิมพ์ตอบโต้อะไรไม่ได้เลย “@Angpao คราวหลังหายใจเข้าลึกก่อนตอบนะอั่งเปา”สีครามแซวอั่งเปานานๆทีสีครามจะนึกแซวเพื่อน “@ทุกคนฉันขอเวลาไปทำสมาธิก่อนนะ หรือไม่ก็ไปหัดกลั้นหายใจใต้นํ้าก่อนนะทุกคน ฮืออออ”ฉันได้แต่นึกทำใจเพราะคงทำอะไรไม่ได้แล้วทะเลสุราษฎร์ที่ว่าร้อน คงไม่เท่าหน้าของฉันที่กำลังไหม้ในตอนนี้แน่ๆตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า “ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ “ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป “ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ” “กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ” “เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง” “ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว “ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ “แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม“ป้าสบ
ตอนที่ 3:การออกเดินทาง คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที
ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเราม
ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่ บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสา
บทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บานเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโพลารอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนออกมาจากตัวกล้องคู่ใจ 'วันเวฬา' สะบัดแผ่นฟิล์มในมือเบาๆ รอให้ภาพสีหม่นชัดเจนขึ้นทีละน้อย... ภาพนั้นคือแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สะอาดตาที่เธอมองตามมาตลอด 4 เดือนแต่น่าแปลกที่วันนี้หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับรู้สึกนิ่งสงบ... สงบจนน่าใจหาย"เวฬา... แกโอเคไหม?" อั่งเปา เพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน"อื้ม... โอเค" วันเวฬายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายเดือน "ฉันตัดสินใจแล้วเปา ฉันจะพอแล้วล่ะ ความพยายามที่เขาไม่ต้องการ มันก็แค่ความวุ่นวายที่ไปรบกวนชีวิตเขาเท่านั้นเอง"เธอบอกเลิกความรักครั้งเก่าในวันที่ท้องฟ้าดูเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดและให้กำลังใจ วันเวฬาสัญญาว่าจะกลับมาเป็น 'เวฬาคนเดิม' ที่ร่าเริงและรักตัวเองให้มากขึ้นเปิดภาคเรียนที่ 2แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของวันเวฬากลับทรยศส่งเสียงกระตุกแล้วดับสนิทอยู่ข้างทางหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์"โธ่เอ๊ย! มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย" ร่างบางในชุดนักศึก







![สยบรักวิศวะตัวแรง[ ENGINEER'S SECRET ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)