LOGINตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่
บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง "ถ้ามันลำบากนักก็พอเถอะเวฬา เราไม่อยากเห็นเธอเหนื่อยวิ่งตามใครจนหอบอีก... แต่ถ้าธอยืนยันจะลุย เราก็จะคอยดูอยู่ห่างๆ แล้วกัน"สมกับเป็นสีคราม ยังติดนิสัยชอบเห็นฉันเป็นเด็กน้อยอยู่ วันเวฬายิ้มกว้างพลางส่ายหน้า "คราวนี้ไม่วิ่งตามจนหอบแล้วค่ะสีคราม เพราะเวฬาจะเดินเข้าไปหาเขาตรงๆ เลย! เปา... แกคือความหวังของหมู่บ้าน ฉันจะส่งเสบียงพร้อมรูปโพลารอยด์รหัส 'W' ฝากแกผ่านพี่แทนไปส่งให้พี่ดินที" "โห... คิดแผนเสร็จตั้งแต่ขี่รถพ้นหน้าคณะเขาเลยเหรอ? ยอมใจความพยายามมึงจริงๆ ว่ะ" ธีมส่ายหัวพลางขำในลำคอ "เออ! พักเที่ยงนี้เลยนะเปา เดี๋ยวเราโทรสั่งขนมร้านเจ้าประจำให้มาส่งที่เลย ฝากด้วยนะเพื่อนรัก!” “โอเคๆ เดี๋ยวเราจัดให้เลย”อั่งเปาพูดตอบพล่าวยิ้มให้กับความที่เพื่อนอยากมีแฟน ช่วงพักกลางวัน คณะวิศวะ บรรยากาศในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจอกแจกจอแจของเหล่านิสิตเสื้อช็อป แต่โต๊ะหินอ่อนตัวยาวริมสุดกลับดูสงบกว่าจุดอื่น เพราะเป็นที่จับจองของกลุ่มคนดังประจำคณะอย่าง ปฐพี, อาทิตย์, แทนคุณ และ เวนิส “เออ กูว่าจะถาม... เมื่อเช้ามึงไปช่วยใครที่ไหนมาวะ” แทนคุณถามขึ้นด้วยความอยากรู้ นานๆ ทีเพื่อนมาดนิ่งของเขาจะมีวีรกรรมเป็นพ่อพระ “เอาจริงกูก็ไม่รู้หรอว่าใคร เห็นเขายืนเกาหัวอยู่ข้างรถ ท่าทางน่าน่าสงสารก็เลยเข้าไปช่วยแค่นั้นเอง” ผมตอบแบบขอไปที แต่ก็ไม่วายมีเสียงกวนเบื้องล่างดังสวนมา “ไงครับเพื่อน... วันนี้จะมีสาวส่งขนมให้อีกไหมน้า” เป็นไอ้อาทิตย์ที่วันๆ ไม่ทำห่าอะไรนอกจากกวนประสาทผมไปวันๆ “นั่นไง... แฟนใครเดินมาแล้ว” เวนิสพูดขึ้นพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางทางเข้าโรงอาหาร ในกลุ่มเรามีแค่ไอ้แทนคนเดียวที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ส่วนเวนิสน่ะหรอ... แอบคุยกับเด็กแต่เก็บเงียบกริบชนิดที่พวกผมยังล้วงความลับไม่ได้ “แฟนเราเอง มีไรไหมเวนิสตัวน้อย” แทนคุณตอบกลับเวนิสด้วยท่าทีดี๊ด๊าผิดกับมาดดุๆ ของมัน ก่อนจะรีบวิ่งไปรับอั่งเปาถึงที่ “เดินมาทำไมคะ แดดร้อนๆ แบบนี้ทำไมไม่บอกพี่ล่ะ เดี๋ยวพี่เอารถไปรับหนูเองที่คณะก็ได้นะคะ” แทนคุณปรายตามองแฟนสาวด้วยสายตาหวาน แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดูและความเป็นห่วงแบบปิดไม่มิด ไม่เคยมีใครได้สายตาแบบนี้จากแทนคุณนอกจากอั่งเปาแฟนสาวของเขาคนเดียว “ก็อั่งเปาเอาอันนี้มาให้ค่ะ” อั่งเปาชูกล่องขนมขึ้น แต่พอแทนคุณจะรับไป เธอกลับดึงหลบจนคนตัวสูงทำหน้าเหวอ “อันนี้ไม่ใช่ของพี่ค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ของหนูด้วย... แต่เป็นของที่เพื่อนหนูฝากมาให้ 'พี่ปฐพี' ค่ะ” คำพูดของอั่งเปาทำเอาคนทั้งโต๊ะชะงัก ผมเลิกคิ้วมองกล่องขนมนั้นอย่างแปลกใจ “ให้พี่หรอครับ?” อั่งเปาพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะวางของทั้งหมดลงตรงหน้าผม ไอ้แทนที่โดนเมินถึงกับหน้ามุ่ย รีบเซ้าซี้ต่อทันที “น้องอั่งเปาครับ พอจะบอกพี่ได้ไหมว่าใครฝากมาให้ไอ้ดินมัน?” “ไม่บอกค่ะ... เจ้าของเขาฝากมาบอกแค่ว่า 'ขอบคุณ' ” อั่งเปาส่ายหน้ายิ้มๆ “หนูรับปากเขาไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร พี่ปฐพีรีบเปิดดูสิคะ หนูเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้างในมีอะไร” ไม่ใช่แค่อั่งเปาหรอกครับที่อยากรู้ ไอ้เพื่อนตัวแสบสามตัวของผมตอนนี้ตาเป็นประกายสามัคคีกันเสือกอย่างพร้อมเพรียง ผมค่อยๆ แกะของออกมาทีละอย่าง... มีเค้กมะพร้าวกับขนมปังอบกรอบจากร้านดังที่ต้องต่อคิวยาวเหยียด แถมยังเป็นร้านโปรดที่ผมชอบกินบ่อยๆ และอเมริกาโนเย็นอีกหนึ่งแก้ว ทุกอย่างถูกจัดเตรียมมาอย่างประณีตจนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ รูปโพลารอยด์ ใบหนึ่ง... มันเป็นรูปกระถางดอกไม้เล็กๆ ตรงริมหน้าต่าง มีแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาดูอบอุ่น ผมพลิกไปด้านหลังภาพ ลายมือบรรจงเขียนข้อความสั้นๆ ไว้ว่า... “ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้ ถ้าจะบอกว่าแค่เจอหน้าคุณครั้งแรกฉันก็ชอบคุณแล้ว... แต่คุณไม่ต้องชอบฉันตอบก็ได้ค่ะ แค่ขอให้ฉันได้ส่งของให้คุณแบบนี้ก็พอ ทานขนมให้อร่อยนะคุณปฐพี... ยิ้มบ่อยๆ นะคะ โลกสดใสขึ้นเยอะเลย — จาก... W” ผมรู้สึกสะดุดตากับประโยคที่ว่า "ไม่ต้องการให้ชอบตอบ" มันทำให้ผมเริ่มสนใจผู้หญิงคนนี้มากกว่าคนอื่นที่ผ่านๆ เข้ามาในชีวิตเขา “น่าสนใจจริงผู้หญิงคนนี้”ผมคิดในใจแล้วผมก็มองภาพโพลารอยด์ในมือ นิ้วเรียวยาวลูบไปบนตัวอักษร W เบาๆ ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญเหมือนทุกครั้งที่มีสาวๆ มาจีบ แต่มันกลับมีความรู้สึก 'คุ้นเคย' อย่างประหลาด... กลิ่นอายของข้อความนี้มันดูจริงใจและไม่ยัดเยียด "ยิ้มบ่อยๆ งั้นเหรอ..." ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะเผลอยกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว จนอาทิตย์หันมาเห็นเลยจัดการแซวผมเลยทันที “ฮั่นแน่ มียงมียิ้มด้วยนะเพื่อนแบบนี้คิดไรเปล่าเนี่ย”เสียงกวนประสาทของอาทิตย์ได้เริ่มทำงานอีกครั้ง “อาทิตย์... กินข้าวไปเถอะ ไม่ต้องพูดมาก” ผมปรามมันเสียงนิ่งหวังจะให้มันเอาข้าวอุดปากตัวเองไปซะ “แน่ใจนะ ว่าไม่คิดไรน่ะ?” แทนคุณช่วยเสริมทัพอีกแรง แต่ผมเลือกที่จะเงียบแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ สายตายังคงเหลือบมองขนมสองอย่างนั้นเป็นระยะ “ถ้าไม่สนใจ งั้นกูขอนะ” เวนิสทำท่าจะแกล้งดึงกล่องขนมไป ผมเลยรีบคว้ากลับมาทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮาของเพื่อนในกลุ่ม แต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของใครบางคนก็ดังรัวขึ้นมา ตึ๊ง! ตึ๊ง! ตึ๊ง! ทุกคนชะงักและมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จนอั่งเปารีบหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วบอกว่า “ของหนูเองค่ะ” หน้าจอโชว์ข้อความรัวๆ จากเพื่อนสนิทที่น่าจะลุ้นจนตัวโก่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของคณะ ‘เป็นไงบ้าง โอเคไหม’ ‘ฮัลโหล ตอบหน่อยจ้า อ่านแล้วก็ตอบเราหน่อยสิ’ อั่งเปาแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของผมเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “มาแล้วจ้า” “ทุกอย่างโอเคดีเลยหล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ” “พี่เขามีแอบยิ้มด้วยนะแก” อั่งเปาแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของผมเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงพิมพ์ตอบแชทที่รัวเข้ามาไม่หยุด ‘โทรได้ไหมอ่า’ “ได้ เดี๋ยวโทรไปเลย” อั่งเปาพูดพึมพำก่อนจะกดโทรออกแล้วมือของอั่งเปาไปโดนที่เปิดลำโพงโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ววางไว้บนโต๊ะ ไอ้อาทิตย์ที่กำลังอินจัดรีบโพล่งขึ้นมา “W ใครวะ? วิศวะฯ เราคนชื่อขึ้นต้นด้วย W เยอะมากเลยนะเว้ย วิเวียนปี 2 หรือจะเป็นพี่วาดดาวปี 3 หรือว่าน้องวิสกี้ดาวปีหนึ่ง?” ผมส่ายหน้า “ถ้าเป็นคนที่พวกมึงพูดมา กูก็ต้องจำได้ดิ แต่นี่กูนึกไม่ออกเลย แล้วที่สำคัญ น้องอั่งเปาบอกว่าเป็นเพื่อนเขานี่” “มึงนี่ช่วยคนแล้วไม่จำหน้าเลยเหรอวะ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ” อาทิตย์หลอกด่าผมเนียนๆ “ส่งรูปกระถางต้นไม้มาแค่นี้กูจะไปตรัสรู้ได้ไงวะ” ผมสวนกลับ “แต่ถ้าเห็นหน้ากูคงนึกออกเองแหละ ตอนนี้เจ้าตัวเขาคงยังไม่อยากให้กูรู้ กูก็จะไม่ตามหา... แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่กูอยากรู้ขึ้นมา กูก็จะหาจนเจอเองนั่นแหละ” “หนูคะ... บอกไม่ได้จริงๆ เหรอว่าใคร” แทนคุณถามแฟนสาวอีกครั้งด้วยเสียงหวานใส่แฟนสาวโหมดที่พวกผมเห็นแล้วหมั่นไส้ “ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ เจ้าตัวเขายังไม่อยากให้รู้” อั่งเปายิ้มกริ่ม “แต่รับรองเลยว่าหลังจากนี้ชีวิตพี่ดินไม่สงบสุขแน่ เผลอๆ ของจะมาส่งให้พี่แทบทุกวัน หนูรับประกันความตื๊อเลยค่ะ” “น้องอั่งเปา... เพื่อนเรานี่ดูจะทรงน่าจะตื๊อเก่งมากเลยนะเนี่ยจากที่เล่ามา” เวนิสแซวขำๆ “ไม่ขนาดนั่นหรอกค่ะพี่! เอาจริงๆ นางน่ารักมากนะคะ เสียอย่างเดียวคือใจร้อนไปนิดหน่อย...” "นินทากูระยะเผาขนเลยนะมึง!" เสียงใสที่ติดจะห้าวและแหบพร่าเล็กน้อยคล้ายคนกำลังเริ่มป่วย ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์กลางโต๊ะ ทำเอาอั่งเปาสะดุ้งโหยงรีบตะครุบมือถือทันที ท่ามกลางสายตาพวกผมที่มองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความคาดไม่ถึง "ห่ามึง... พูดซะโอเวอร์เลย กูไม่ใช่คนแบบนั้น แค่วันละครั้งก็พอแล้ว!" เสียงปลายสายยังคงรัวใส่เพื่อนรักไม่หยุด "แล้วแกน่ะ กรุณาอ่านไลน์ฉันด้วยนะ แล้วช่วยตอบกูด้วย ไม่ใช่เอาแต่ตอบในใจ หรือเงียบกริบใส่กันเหมือนครั้งที่แล้ว!" พวกผมได้แต่ถอนหายใจปนขำออกมาพร้อมกัน ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้คงดูรุกแรงจนน่ารำคาญ แต่พอมันออกมาจากเสียงใสๆ ที่ฟังดูจริงใจแบบนั้น... ผมกลับรู้สึกว่า 'W' คนนี้น่าสนใจกว่าที่คิดแฮตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า “ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ “ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป “ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ” “กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ” “เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง” “ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว “ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ “แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม“ป้าสบ
ตอนที่ 3:การออกเดินทาง คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที
ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเราม
ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่ บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสา
บทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บานเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโพลารอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนออกมาจากตัวกล้องคู่ใจ 'วันเวฬา' สะบัดแผ่นฟิล์มในมือเบาๆ รอให้ภาพสีหม่นชัดเจนขึ้นทีละน้อย... ภาพนั้นคือแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สะอาดตาที่เธอมองตามมาตลอด 4 เดือนแต่น่าแปลกที่วันนี้หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับรู้สึกนิ่งสงบ... สงบจนน่าใจหาย"เวฬา... แกโอเคไหม?" อั่งเปา เพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน"อื้ม... โอเค" วันเวฬายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายเดือน "ฉันตัดสินใจแล้วเปา ฉันจะพอแล้วล่ะ ความพยายามที่เขาไม่ต้องการ มันก็แค่ความวุ่นวายที่ไปรบกวนชีวิตเขาเท่านั้นเอง"เธอบอกเลิกความรักครั้งเก่าในวันที่ท้องฟ้าดูเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดและให้กำลังใจ วันเวฬาสัญญาว่าจะกลับมาเป็น 'เวฬาคนเดิม' ที่ร่าเริงและรักตัวเองให้มากขึ้นเปิดภาคเรียนที่ 2แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของวันเวฬากลับทรยศส่งเสียงกระตุกแล้วดับสนิทอยู่ข้างทางหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์"โธ่เอ๊ย! มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย" ร่างบางในชุดนักศึก





![NightZ [II] DANGER ZENIOR](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

