Masukบรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ ‘วันเวฬา’ ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ ‘นายวิศวะ’ คนนั้นแวบเข้ามาในหัว
“พวกมึง!”
เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว
“มาทรงนี้… ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง” ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน “ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม”“คนใหม่ย่ะ!” วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ “ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ”
“พี่ดินน่ะเหรอ?” อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม “ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้… ผ่าน!”
“เดี๋ยวนะ…” ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบา ๆ “วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?”
สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง “ถ้ามันลำบากนักก็พอเถอะเวฬา เราไม่อยากเห็นเธอเหนื่อยวิ่งตามใครจนหอบอีก… แต่ถ้าเธอยืนยันจะลุย เราก็จะคอยดูอยู่ห่าง ๆ แล้วกัน” สมกับเป็นสีคราม ยังติดนิสัยชอบเห็นฉันเป็นเด็กน้อยอยู่
วันเวฬายิ้มกว้างพลางส่ายหน้า “คราวนี้ไม่วิ่งตามจนหอบแล้วค่ะสีคราม เพราะเวฬาจะเดินเข้าไปหาเขาตรง ๆ เลย! เปา… แกคือความหวังของหมู่บ้าน ฉันจะส่งเสบียงพร้อมรูปโพลารอยด์รหัส ‘W’ ฝากแกผ่านพี่แทนไปส่งให้พี่ดินที”
“โห… คิดแผนเสร็จตั้งแต่ขี่รถพ้นหน้าคณะเขาเลยเหรอ? ยอมใจความพยายามมึงจริง ๆ ว่ะ” ธีมส่ายหัวพลางขำในลำคอ
"เออ! พักเที่ยงนี้เลยนะเปา เดี๋ยวเราโทรสั่งขนมร้านเจ้าประจำให้มาส่งที่เลย ฝากด้วยนะเพื่อนรัก!”
“โอเค ๆ เดี๋ยวเราจัดให้เลย” อั่งเปาพูดตอบพล่าวยิ้มให้กับความที่เพื่อนอยากมีแฟน
ช่วงพักกลางวัน คณะวิศวะ
บรรยากาศในโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงพักเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจของเหล่านิสิตเสื้อช็อป แต่โต๊ะหินอ่อนตัวยาวริมสุดกลับดูสงบกว่าจุดอื่น เพราะเป็นที่จับจองของกลุ่มคนดังประจำคณะอย่าง ปฐพี อาทิตย์ แทนคุณ และ เวนิส
“เออ กูว่าจะถาม… เมื่อเช้ามึงไปช่วยใครที่ไหนมาวะ” แทนคุณถามขึ้นด้วยความอยากรู้ นาน ๆ ทีเพื่อนมาดนิ่งของเขาจะมีวีรกรรมเป็นพ่อพระ
“เอาจริงกูก็ไม่รู้หรอกว่าใคร เห็นเขายืนเกาหัวอยู่ข้างรถ ท่าทางน่าสงสารก็เลยเข้าไปช่วยแค่นั้นเอง” ผมตอบแบบขอไปที แต่ก็ไม่วายมีเสียงกวนเบื้องล่างดังสวนมา
“ไงครับเพื่อน… วันนี้จะมีสาวส่งขนมให้อีกไหมน้ำ” เป็นไอ้อาทิตย์ที่วัน ๆ ไม่ทำห่าอะไรนอกจากกวนประสาทผมไปวัน ๆ
“นั่นไง… แฟนใครเดินมาแล้ว” เวนิสพูดขึ้นพร้อมพยักพเยิดหน้าไปทางทางเข้าโรงอาหาร ในกลุ่มเรามีแค่ไอ้แทนคนเดียวที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ส่วนเวนิสน่ะหรอ… แอบคุยกับเด็กแต่เก็บเงียบกริบชนิดที่พวกผมยังล้วงความลับไม่ได้
“แฟนเราเอง มีไรไหมเวนิสตัวน้อย” แทนคุณตอบกลับเวนิสด้วยท่าทีดี๊ด๊าผิดกับมาดดุ ๆ ของมัน ก่อนจะรีบวิ่งไปรับอั่งเปาถึงที่
“เดินมาทำไมคะ แดดร้อน ๆ แบบนี้ทำไมไม่บอกพี่ล่ะ เดี๋ยวพี่เอารถไปรับหนูเองที่คณะก็ได้นะคะ” แทนคุณปรายตามองแฟนสาวด้วยสายตาหวาน แต่แฝงไปด้วยความเอ็นดูและความเป็นห่วงแบบปิดไม่มิด ไม่เคยมีใครได้สายตาแบบนี้จากแทนคุณนอกจากอั่งเปาแฟนสาวของเขาคนเดียว
“ก็อั่งเปาเอาอันนี้มาให้ค่ะ” อั่งเปาชูกล่องขนมขึ้น แต่พอแทนคุณจะรับไป เธอกลับดึงหลบจนคนตัวสูงทำหน้าเหวอ
“อันนี้ไม่ใช่ของพี่ค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ของหนูด้วย… แต่เป็นของที่เพื่อนหนูฝากมาให้ ‘พี่ปฐพี’ ค่ะ”
คำพูดของอั่งเปาทำเอาคนทั้งโต๊ะชะงัก ผมเลิกคิ้วมองกล่องขนมนั้นอย่างแปลกใจ
“ให้พี่หรอครับ?”
อั่งเปาพยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะวางของทั้งหมดลงตรงหน้าผม ไอ้แทนที่โดนเมินถึงกับหน้ามุ่ย รีบเซ้าซี้ต่อทันที
“น้องอั่งเปาครับ พอจะบอกพี่ได้ไหมว่าใครฝากมาให้ไอ้ดินมัน?”
“ไม่บอกค่ะ… เจ้าของเขาฝากมาบอกแค่ว่า ‘ขอบคุณ’” อั่งเปาส่ายหน้ายิ้ม ๆ “หนูรับปากเขาไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร พี่ปฐพีรีบเปิดดูสิคะ หนูเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้างในมีอะไร”
ไม่ใช่แค่อั่งเปาหรอกครับที่อยากรู้ ไอ้เพื่อนตัวแสบสามตัวของผมตอนนี้ตาเป็นประกายสามัคคีกันเสือกอย่างพร้อมเพรียง
ผมค่อย ๆ แกะของออกมาทีละอย่าง… มีเค้กมะพร้าวกับขนมปังอบกรอบจากร้านดังที่ต้องต่อคิวยาวเหยียด แถมยังเป็นร้านโปรดที่ผมชอบกินบ่อย ๆ และอเมริกาโนเย็นอีกหนึ่งแก้ว ทุกอย่างถูกจัดเตรียมมาอย่างประณีตจนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจ
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ รูปโพลารอยด์ ใบหนึ่ง…
มันเป็นรูปกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ตรงริมหน้าต่าง มีแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาดูอบอุ่น ผมพลิกไปด้านหลังภาพ ลายมือบรรจงเขียนข้อความสั้น ๆ ไว้ว่า…
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้ ถ้าจะบอกว่าแค่เจอหน้าคุณครั้งแรกฉันก็ชอบคุณแล้ว… แต่คุณไม่ต้องชอบฉันตอบก็ได้ค่ะ แค่ขอให้ฉันได้ส่งของให้คุณแบบนี้ก็พอ ทานขนมให้อร่อยนะคุณปฐพี… ยิ้มบ่อย ๆ นะคะ โลกสดใสขึ้นเยอะเลย — จาก… W”
ผมรู้สึกสะดุดตากับประโยคที่ว่า “ไม่ต้องการให้ชอบตอบ” มันทำให้ผมเริ่มสนใจผู้หญิงคนนี้มากกว่าคนอื่นที่ผ่าน ๆ เข้ามาในชีวิตเขา
“น่าสนใจจริงผู้หญิงคนนี้” ผมคิดในใจแล้วผมก็มองภาพโพลารอยด์ในมือ นิ้วเรียวยาวลูบไปบนตัวอักษร W เบา ๆ ผมไม่ได้รู้สึกรำคาญเหมือนทุกครั้งที่มีสาว ๆ มาจีบ แต่มันกลับมีความรู้สึก ‘คุ้นเคย’ อย่างประหลาด… กลิ่นอายของข้อความนี้มันดูจริงใจและไม่ยัดเยียด
“ยิ้มบ่อย ๆ งั้นเหรอ…” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะเผลอยกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว จนอาทิตย์หันมาเห็นเลยจัดการแซวผมเลยทันที
“ฮั่นแน่ มียงมียิ้มด้วยนะเพื่อนแบบนี้คิดไรเปล่าเนี่ย” เสียงกวนประสาทของอาทิตย์ได้เริ่มทำงานอีกครั้ง
“อาทิตย์… กินข้าวไปเถอะ ไม่ต้องพูดมาก” ผมปรามมันเสียงนิ่งหวังจะให้มันเอาข้าวอุดปากตัวเองไปซะ
“แน่ใจนะ ว่าไม่คิดไรน่ะ?” แทนคุณช่วยเสริมทัพอีกแรง แต่ผมเลือกที่จะเงียบแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ สายตายังคงเหลือบมองขนมสองอย่างนั้นเป็นระยะ
“ถ้าไม่สนใจ งั้นกูขอนะ” เวนิสทำท่าจะแกล้งดึงกล่องขนมไป ผมเลยรีบคว้ากลับมาทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะเฮฮาของเพื่อนในกลุ่ม แต่ก่อนจะได้พูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของใครบางคนก็ดังรัวขึ้นมา
ตึ๊ง! ตึ๊ง! ตึ๊ง!
ทุกคนชะงักและมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จนอั่งเปารีบหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วบอกว่า “ของหนูเองค่ะ”
หน้าจอโชว์ข้อความรัว ๆ จากเพื่อนสนิทที่น่าจะลุ้นจนตัวโก่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของคณะ
‘เป็นไงบ้าง โอเคไหม’
‘ฮัลโหล ตอบหน่อยจ้า อ่านแล้วก็ตอบเราหน่อยสิ’
อั่งเปาแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของผมเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
“มาแล้วจ้า”
“ทุกอย่างโอเคดีเลยหล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”
“พี่เขามีแอบยิ้มด้วยนะแก”
อั่งเปาแอบชำเลืองมองปฏิกิริยาของผมเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงพิมพ์ตอบแชทที่รัวเข้ามาไม่หยุด
‘โทรได้ไหมอ่า’
“ได้ เดี๋ยวโทรไปเลย” อั่งเปาพูดพึมพำก่อนจะกดโทรออกแล้วมือของอั่งเปาไปโดนที่เปิดลำโพงโดยที่ไม่รู้ตัวแล้ววางไว้บนโต๊ะ
ไอ้อาทิตย์ที่กำลังอินจัดรีบโพล่งขึ้นมา “W ใครวะ? วิศวะฯ เราคนชื่อขึ้นต้นด้วย W เยอะมากเลยนะเว้ย วิเวียนปี 2 หรือจะเป็นพี่วาดดาวปี 3 หรือว่าน้องวิสกี้ดาวปี1?”
ผมส่ายหน้า “ถ้าเป็นคนที่พวกมึงพูดมา กูก็ต้องจำได้ดิ แต่นี่กูนึกไม่ออกเลย แล้วที่สำคัญ น้องอั่งเปาบอกว่าเป็นเพื่อนเขานี่”
“มึงนี่ช่วยคนแล้วไม่จำหน้าเลยเหรอวะ ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ” อาทิตย์หลอกด่าผมเนียน ๆ
“ส่งรูปกระถางต้นไม้มาแค่นี้กูจะไปตรัสรู้ได้ไงวะ” ผมสวนกลับ “แต่ถ้าเห็นหน้ากูคงนึกออกเองแหละ ตอนนี้เจ้าตัวเขาคงยังไม่อยากให้กูรู้ กูก็จะไม่ตามหา… แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่กูอยากรู้ขึ้นมา กูก็จะหาจนเจอเองนั่นแหละ”
“หนูคะ… บอกไม่ได้จริง ๆ เหรอว่าใคร” แทนคุณถามแฟนสาวอีกครั้งด้วยเสียงหวานใส่แฟนสาวโหมดที่พวกผมเห็นแล้วหมั่นไส้
“ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ เจ้าตัวเขายังไม่อยากให้รู้” อั่งเปายิ้มกริ่ม “แต่รับรองเลยว่าหลังจากนี้ชีวิตพี่ดินไม่สงบสุขแน่ เผลอ ๆ ของจะมาส่งให้พี่แทบทุกวัน หนูรับประกันความตื๊อเลยค่ะ”
“น้องอั่งเปา… เพื่อนเรานี่ดูจะทรงน่าจะตื๊อเก่งมากเลยนะเนี่ยจากที่เล่ามา” เวนิสแซวขำ ๆ
“ไม่ขนาดนั่นหรอกค่ะพี่! เอาจริง ๆ นางน่ารักมากนะคะ เสียอย่างเดียวคือใจร้อนไปนิดหน่อย…”
“นินทากูระยะเผาขนเลยนะมึง!”
เสียงใสที่ติดจะห้าวและแหบพร่าเล็กน้อยคล้ายคนกำลังเริ่มป่วย ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์กลางโต๊ะ ทำเอาอั่งเปาสะดุ้งโหยงรีบตะครุบมือถือทันที ท่ามกลางสายตาพวกผมที่มองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความคาดไม่ถึง
“ห่ามึง… พูดซะโอเวอร์เลย กูไม่ใช่คนแบบนั้น แค่วันละครั้งก็พอแล้ว!” เสียงปลายสายยังคงรัวใส่เพื่อนรักไม่หยุด “แล้วแกน่ะ กรุณาอ่านไลน์ฉันด้วยนะ แล้วช่วยตอบกูด้วย ไม่ใช่เอาแต่ตอบในใจ หรือเงียบกริบใส่กันเหมือนครั้งที่แล้ว!”
พวกผมได้แต่ถอนหายใจปนขำออกมาพร้อมกัน ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้คงดูรุกแรงจนน่ารำคาญ แต่พอมันออกมาจากเสียงใส ๆ ที่ฟังดูจริงใจแบบนั้น… ผมกลับรู้สึกว่า ‘W’ คนนี้น่าสนใจกว่าที่คิดแฮะ
ตอนที่ 14 กามเทพแผลงศรหลังจากวันนั้นวันที่ฉันได้เจอครอบครัวของเขา ตอนนี้ฉันกับเขาก็คบกันได้เกือบจะสามเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่ฉันเราคบกันเขาดูแลฉันดีมาก ๆ ทั้งเอาใจใส่ทั้งให้เกียรติฉัน ตอนนี้ฉันมาเรียนส่วนเขาเองก็มีเรียนด้วยเหมือนกันเขาเลยขับรถมาส่งฉันก่อน“ตัวเล็กถึงแล้วค่ะ หนูตื่นขึ้นมาก่อนนะเดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันก่อนขึ้นเรียน”“เฮียวันนี้จะทานข้าวที่คณะหนูหรอ”“ใช่ค่ะตัวเล็ก ไอ้พวกนั้นมันก็มาด้วยนะ” ไอ้พวกนั้นที่เขาว่าน่าจะเป็นพวกพี่เพื่อนของเขานั้นแหละ“ไปค่ะ วันนี้เฮียมีเรียตอนสิบโมงเช้าใช่ไหมคะ หนูว่าหนูจำไม่ผิดนะคะ”“ใช่ค่ะ แต่หนูมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งใช่ไหมคะตัวเล็ก”“ใช่ค่ะ งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ” หลังจากนั้นพวกฉันก็ลงจากรถไปแล้วพากันเดินตรงไปยังโรงอาหาร แต่วันนี้ฉันกับรู้สึกว่ามีอะไรบ้างอย่างเปลี่ยนไประหว่างยัยปันฟ้ากับพี่อาทิตย์“แฮ่ม ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีใครบ้างคนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง” ฉันพูดพลางหันไปมองหน้าของปันฟ้า“มาถึงก็กวนส้นตีนเลยนะมึง” ฉันหันไปตามเสีย
ตอนที่ 13: เยือนบ้านแฟนครั้งแรกหลังจากนั้นพวกเราก็กับถึงกรุงเทพเกือบบ่ายเพราะพวกเราแวะที่กันอีกนิดหน่อยแล้วก็แวะทานข้าวกันส่วนฉันที่ตอนแรกว่าจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนเขากับเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีฉันก็ตื่นขึ้นมาตอนเราเข้ามาในกรุงเทพแล้ว“หนูตื่นแล้วหรอคะตัวเล็ก” เขาเอ๋ยถามฉันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล โดยที่สายตายังจดจ้องอยู่กับเส้นทางเบื้องหน้าอยู่“ตื่นแล้วค่ะ เราจะไปไหนกันหรอคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัยเพราะทางที่เขาพาฉันมามันไม่ใช่ทางกลับคอนโดของฉัน“เราจะไปบ้านเฮียกันค่ะตัวเล็ก” หืม ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเขาบอกว่าจะพาฉันไปบ้านของเขา“ฮะ ไปบ้านเฮียหรอคะ ไปทำไมคะ”“ป๊ากับม๊าของเฮียอยากเจอหนูค่ะ หนูไม่ต้องกลัวนะคะพวกท่านใจดีมาก”“ป๊าม๊าของเฮียจะชอบหนูหรอคะ หนูกลัวว่าพวกท่านจะไม่ชอบหนู”“ตัวเล็กหนูไม่ต้องกังวลนะ ป๊าม๊าของเฮียต้องชอบหนูมากแน่ๆ”“เฮียไม่ได้หลอกให้หนูดีใจเล่นใช่ไหมคะ” ฉันถามเขาออกไปเพราะด้วยความกังวลนิดหน่อยถึงเขาจะบอกว่าไม่ต้องกังวลก็ตามเขาขับรถมาสักพักก็ถึงบ้านที่มีขนาดใหญ่โตพอสมควรซึ่งไม่ต่างจากบ้านฉันเท่าไหร่ มีคนออกมาเปิดประตูรั่วให้พวกเราแล้วเขาก็ขับรถไปที่โรง
ตอนที่ 12: ขอเป็นแฟนเธอผมตื่นเช้ามาด้วยความงงนิดหน่อยว่ามาอยู่ที่ห้องของน้องได้ยังไง ผมจึงนั่งแล้วค่อย ๆ ใช้ความคิดว่าเมี่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างพอนึกออกก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อคืนน้องหอมแก้มผมบอกว่าให้รางวัล ผมได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกมาน้องคงจะตื่นแล้วแหละ“ตื่นแล้วเหรอคะเฮียดิน ปวดหัวไหมคะเดี๋ยวหนูไปหายาแก้แฮงค์ให้ไหมคะ”“ตื่นแล้วค่ะ เฮียปวดหัวนิดหน่อยค่ะเดี๋ยวก็หายหนูไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” น้องว่าจบก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม“ทำไมเมื่อคืนถึงได้เมาแบบนั้นล่ะคะ ถ้าพวกพี่ ๆ เขาไม่ได้ไปด้วยแล้วเมาแบบนี้จะทำยังไงคะ” น้องถามผมน้ำเสียงเหมือนจะงอแงนิดหน่อยคงเพราะนั่งรอผมแน่เลยถึงได้งอแง“เฮียขอโทษค่ะ เฮียไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอนค่ะ”“แน่ใจนะคะ” น้องถามผมเพื่อยืนยันอีกครั้ง“แน่ใจค่ะ เฮียรับปากหนูแล้วเฮียก็จะทำให้ได้”“หนูคะวันนี้มีแพลนจะไปไหนไหมคะ”“ไม่มีค่ะ เฮียมีอะไรหรือเปล่าคะ”“พอดีเฮียอยากพาหนูไปที่ที่หนึ่ง หนูไปกับเฮียนะ”“โอเคค่ะ เฮียอาบน้ำก่อนนะคะ เมื่อเช้าหนูเก็บห้องนั้นให้แล้วเพราะหนูคิดว่าเฮียต้องมายึดพื้นที่หนูแน่นอน” น้องพูดกับผมพลางชี้นิ้วไปที่อีกห้องน
ตอนที่ 11: ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำอีก“ธีม กูถามมึงจริง ๆ นะทำไมบอกพวกกูวะ อะกูเข้าใจนะว่ามึงไม่พร้อมที่จะเปิดตัวหรือมึงยังไม่พร้อมจะบอกพวกกูพวกกูก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มึงควรเกริ่นกับพวกกูก่อนไหมล่ะ ไม่ใช่เปิดตัวมาปัง เล่นกูแทบสิ้นพระชนม์เลย”“เฮ้อ เอาจริง ๆ กูยังไม่อยากให้พวกมึงรู้เท่าไหร่ว่า…”“ว่ามึงชอบผู้ชาย ไม่ใช่สิ มึงไม่ได้ชอบผู้ชายมึงแค่รักพี่เขาแล้วมึงก็กลัวพวกกูรับไม่ได้ใช่ไหมที่แฟนมึงเป็นผู้ชาย”เฮ้อ ฟังจากที่มันพูดแล้วฉันว่ามันกลัวพวกฉันรับไม่ได้มากกว่า ฉันล่ะอยากจะตบมันให้หัวทิ่มจังเลย คิดมาได้ไง ฉันเลยพูดกับมันต่อ“เฮ้อ นี่ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้คนเยอะแล้วแฟนมึงก็อยู่กูจะตบให้หัวทิ่มเลยธีม คิดมาได้ไงถามจริง มึงกับพวกกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปี ตั้งแต่จำความได้แล้วมั้ง”“เออ…กูขอโทษกูมาคิดเยอะไปเอง” ฉันยิ้มให้กับมันสำหรับพวกฉันไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหนมันก็คือเพื่อนของพวกฉัน“เออ..กินเถอะเดียวเย็นหมดแล้ว” มันพยักหน้าส่งมาให้ฉัน ฉันเลยยิ้มตอบให้มันไปหลังจากพวกเราทานอาหารเสร็จ ก็เดินออกมาจากร้านมันหันมามองฉันแล้วพูดว่า“เดี๋ยวคืนนี้กูจะเล่าทั้งหมดให้ฟัง” ฉันพยักหน้าให้แล้วบอกมัน“ที่หลังมีอะไรห
ตอนที่ 10: เดทแรกวันนี้ท้องฟ้าสดใส ไม่มีเมฆฝนเลยพอพูดถึงฝนก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนบ่ายทันที ฉันนี่ก็นะนึกยังไงถึงชวนผู้ชายขึ้นห้องแถมยังอนุญาตให้เขานอนค้างได้ด้วย ถ้าแม่รู้ฉันโดนตีก้นลายแน่ ๆ อ๊ะ ๆ ทุกคนคิดใช่ไหมว่าเราสองคนนอนเตียงเดียวกับแต่ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะ เฮียเขานอนที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นที่พวกเราดูหนังด้วยกันเมื่อวาน“หืม…ทำไมห้องถึงดูเงียบ ๆ นะ” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วเดินตรงไปที่โซฟากลางห้องนั่งเล่น"หลับอยู่ยังไม่ตื่นนี่เอง คนอะไรขนาดหลับยังหล่อเลยจมูกก็โด่ง ปากก็สวย” ฉันพึมพำออกมาเบากลัวว่าถ้าเสียงดังจะรบกวนคนที่กำลังนอนอยู่“เฮียหล่อมากไหมคะหนู”“หล่อมาก เฮ้ย เฮียตื่นมาตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย” ฉันมัวแต่เผลอมองความหล่อของเขาจนไม่ได้สังเกตว่าเขาตื่นนอนแล้ว จึงได้เผลอตอบคำถามของเขาไป แพ้เสียงในหัวตัวเองอีกแล้วฉัน“ก็ตื่นตั้งแต่ที่หนู ที่หนูเปิดประตูออกมานั่นแหละค่ะ” ฉันได้โป๊ะแล้วโป๊ะอีก ทำเอาฉันอายจนอยากจะมุดหนีไปกับโซฟาเลย“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” ฉันพูดพลางดึงเขาให้ลุกขึ้น ฉันพยายามที่จะดึงเขาขึ้นมาแต่เขาก็ไม่ยอมลุกขึ้น“เฮียไหนเฮียรับปากหนูแล้วไงว่าจะพ
ตอนที่ 9: พายุฝนเป็นใจหลังจากนั้นเฮียจูงมือฉันมาที่รถเขา โดยที่ฉันยังไม่ทันที่จะได้ตอบตกลงเขาเลยตกลงตอนนี้ฉันจีบเฮียเขาหรือเขาจีบฉันกันแน่ฉันชักไม่มั่นใจซะแล้ว เดินอยู่ดี ๆ เขาก็หยุดแล้วก็หันกลับมามองฉัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัย“ขึ้นรถก่อนค่ะ เฮียมีอะไรจะถาม” เขาพูดพลางเปิดประตูรถให้ฉันขึ้น พอฉันขึ้นไปบนรถเขาก็ปิดประตูให้แล้วเดินอ้อมไปทางคนขับ“เฮียมีอะไรจะถามหนูหรอคะ” แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามของฉันเขากลับ โน้มตัวลงมาแล้วดึงสายเบลมาคาดให้ฉัน“หนูเป็นน้องสาวของเฮียวินหรอ” เอ๊ะ เมื่อกี้เฮียดินเรียกเฮียวินว่าเฮียหรอเขารู้จักกันหรอ“เฮียดินรู้จักเฮียวินด้วยหรอคะ” เขาพยักหน้าให้ฉัน“อืม..เฮียรู้จักกับเฮียวินเพราะว่าเฮียวินเป็นพี่รหัสของเฮีย” ระหว่างเขาตอบฉันเขาก็ขับรถไปด้วย แบบนี้นี่เอง ถึงว่าพอเฮียวินรู้ว่าฉันจีบเขาถึงไม่ห้ามเหมือนครั้งที่แล้วเพราะแบบนี้เอง“ก็ว่าอยู่ทำไมเฮียวินถึงไม่ว่าอะไรตอนที่รู้ว่าหนูจีบเฮีย ถ้าเป็นคนอื่นนะ หนูไม่รอดแน่” ฉันพูดจบประโยคสุดท้ายก็ทำท่าทางขนลุกขนพอง“ทำไมคะ เฮียวินดุมากเลยหรอ” ฉันหันไปมองเขาแล้วก็พยักหน้าส่งไปให้“แต่เฮียแกก็ดุจริง
ตอนที่ 8: โดนจีบ“เดี๋ยวนะ นี่แกเป็นน้องสาวของพี่ ๆ เขาหรอ” ฉันไม่ตอบได้แต่พยักหน้าให้ธีมมันถามออกมาด้วยความตกใจ จะตกใจก็ไม่แปลกก็ไม่เคยมีใคร ๆ เคยเห็นพวกเฮียอยู่กับฉันหรือลงรูปฉันก็ลงให้เห็นแค่ด้านหลัง แต่ที่เฮียรีบออกมาแก้ข่าว คงเพราะพี่สาวคนสวยคนนั้นแน่เลย“งั้นกูขอถามมึงหน่อยนะ ยังมีอะไรอีกบ้าง
ตอนที่ 7: ข่าวปลอมหลังจากสีครามมาส่งฉันถึงบ้านแล้วฉันก็ได้เอ่ยชวนว่าจะเข้าบ้านไปพักก่อนไหมแต่เขากลับปฏิเสธแล้วก็รีบขับรถออกไปทันที“รีบไปไหนของเขานะ” ฉันได้แต่พูดลอย ๆ ขึ้นมา แต่กว่าจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ฉันก็เห็นป้านวลคนที่ดูแลฉันกับพวกเฮียมาตั้งแต่เด็ก“สวัสดีค่ะ ป้านวล”“ว๊ายย คุณหนูขาไปโดนอะไ
ตอนที่ 6: น้ำเมาเป็นเหตุหลังจากนั่งดูดาวกับพี่เขาได้สักพักแล้วฉันก็ชวนพี่เขาดื่มเพราะว่ากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ไกลเริ่มเปิดขวดดื่มกันบ้างแล้วถึง ฉันจะไม่ได้คอแข็งมากแต่ก็พอดื่มได้บ้างนิดหน่อย ในขณะที่พวกเราดูดาวก็จิบเหล้าเข้าไปบ้างพูดคุยกันบ้าง สักพักฉันว่าฉันเริ่มเมาแล้วพี่เขาก็อาสาไปส่งที่ห้อง
ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาวหลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า“ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น” ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบา ๆ“ทำไม กูทำสายตาแบบไหน” ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้า







