Home / วัยรุ่น / อุ่นไอรักในวัน(เวฬา) / ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว

Share

ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว

last update Last Updated: 2026-03-11 15:05:41

ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว

หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า

“ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ

“ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป

“ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ”

“กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ”

“เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง”

“ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

“ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้

“แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้

“คุยไรกันอ่ะ บอกเรามั้งซิ”เป็นเวนิสที่เอาหน้าเข้ามาแทรกด้วยความอยากรู้ ผมกับไอ้แทนก็เลลยตอกกับไปว่า

“เอาเรื่องของเธอก่อนเลยไหม ว่าไปมังถึงไปคุยกับสีครามได้”ผมถามออกไป

“นั้นซิ เมื่อวานเห็นทำหน้าน้อยอกน้อยใจเข้า ทำไมวันนี้กลับมาร่าเริงอยู่ตรงนี้ อ่อลืมไปเมื่อคืนคงเคลียรกันแล้วซินะ”เป็นไอ้แทนที่สวนกับเห็นไอ้นี่นิ่งๆแต่มันปากร้ายมาเลยนะ อย่าได้ไปท้าทายระบบมันเชียวนะ

“ไม่อยากรู้ก็ได้ ว่าแต่ทำไมแทนรู้เรื่องเราด้วยล่ะ ตอนแรกคิดว่ามีแต่ดินที่รู้เรื่องนี้ซะอีก”หึ ตัวเองเก็บอารมณ์กับสีหน้าเก่งก็จริงแต่สายตามันฟ้องว่ารู้สึกอย่างไร

“พวกมึงสามตัวกระซิบกระซาบอะไรกัน”เป็นไอ้อาทิตย์ ไอ้ห่านี่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาหรอกนอกจากแกล้งคนอื่นไปวันๆพวกผมเลยประสานเสียงตอบมันไปถึงคำพูดจะไม่เหมือนกันแต่ความหมายเป็นไปในแนวทาเดียวกันแน่นอนผมรับประกัน

“ยุ่ง/เสือก/”ไม่ต้องถามเลยว่ามันจะทำหน้าอย่างงำก็ลอยหน้าลอยตาแล้วตอบพวกผมว่า

“กูไม่เจ็บหรอก เพราะไม่เกินจากที่คาดไว้”แล้วมันก็เดินไปหาไอ้ธีมที่ตรงนั้นมีน้องๆนั่งอยู่ด้วย

ผมมองตามมันไปจนไปตรงกับจังหวะที่น้องเงยหน้าขึ้นมา เราสองคนเลยได้สบสายตากันผมเลยโปรยยิ้มไปให้น้องและก็เป็นน้องที่หลบสายตาผม แล้วหันไปซุบซิบกับเพื่อนแล้วอั่งเปาก็เดินมาและก้มลงไปกระซิบกับไอ้แทน ไอ้แทนเลยหัวเราะออกมาเบาๆแล้วอั่งเปาก็เดินไปหาน้อง ไอ้แทนมันหันมามองผมแล้วก้เอ่ยปากบอกกับผมว่า

“มึงเก็บสายตาไว้ก่อนนะเพื่อน เมื่อกี้อั่งเปาบอกว่าน้องเขาพูดว่าถ้ามึงจะคิดเล่นๆกับเพื่อนเขาก็อย่ามาทำสายตาเจ้าเล่ห์แบบนั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอ ถ้ากูจะรักใครสักคนกูจริงจังแน่นอนมึงน่าจะรู้นิสัยกูดีนะ”ผมพูดกับมันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมถ้าลองได้รักได้ชอบใครแล้วผมจะมีแต่คนๆนั้นคนเดียว พอผมหันไปมองน้องก็เห็นน้องเดินไปหาเพื่อนอีกด้านของเรือแล้ว ใช้เวลาไม่นานพวกเราก็ถึงเกาะพวกเรากำลังลงจากเรือกัน ผมเห็นน้องถือของพะรุงพะรังก็เลย เข้าไปอาสาช่วยถือของ

“มาครับ ให้เฮียช่วยดีกว่า”น้องเงยหน้าขึ้นผมสบตาผทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบหลบสายตาพัลวัน มือเรียวรีบยื่นของส่งมาให้ผมช่วยแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวนำไปทันที ทิ้งให้ผมยื่นยิ้มตามออกมาตามหลังอยู่คนเดียว

แล้วได้แต่ภาวนาในใจว่าของให้น้องใช่คนเดียวกับน้องรหัสลับเถอะไม่งั้นผมอาจจะดูเป็นคนโลเลหลายใจ แต่ผมก็เชื่อในเซนต์ตัวเองว่ายังไงก็น้องก็ต้องใช่คนนั้น

ด้านของวันเวฬา

เห้อ เมื่อคืนกว่าฉันจะข่มตาหลับได้ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว กลัวว่าพี่เขาจะรู้ว่าน้องรหัสลับคนนั้นจะเป็นฉัน ตื่นเช้ามาฉันก็ทำได้แค่ทำตัวให้ไม่มีพิรุธ แล้วก็แสร้งไปไหนมาไหนกับเพื่อนจนกระทั่งขึ้นเรือเกือบจะถึงเกาะ พอเงยหน้าขึ้นก็ประสานสายตากับพี่เขาพอดิบพอดีเหมือนยิ่งมองตาคู่นี้ก็ยิ่งทำให้ใจฉันสั่นมากขึ้นฉันทำอะไรไม่ได้ทำได้แค่หลบสายตาคู่นี้อย่างยอมแพ้

“เป็นไรทำไมวันนี้เอาแต่ก้มหน้า”ฉันไม่ได้บอกมันทำได้แค่ก้ม มันเลยหันไปด้านของพี่แทนมันก็เห้นสายตาที่พี่เขาใช่มองฉันแล้วก็หัมมากระซิบกับฉัน

“อ่อ ที่เอาแต่ก้มหน้าเนี้ยเพราะพี่เขาหรอแกมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า”มันหันมากระวิบกับฉันด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“จะว่ามีก็มีแหละ คือฉันว่าพี่เขาสงสัยแล้วว่าใครคือน้องรหัสลับ เมื่อคืนอยู่ๆพี่เขาก็พูด เรื่องพวกขนมที่ฉันส่งไปให้ไหนจะรูปพวกนั้นอีก”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พี่เขาก้แค่อยากจะเล่าให้ฟังเฉยๆหรือเปล่า เพราะพวกเราก็เรียนถ่านรูปและที่สำคัญ ไม่ใช่มีแค่แกที่ชอบกล้องฟิล์มและมชื่อขึ้นต้นด้วย Wแกทำตัวให้ปกติก็พอ”หลังจากมันพูดกับฉันเสร็จมันก็เดินไปหาพี่แทนแล้วก้มกระซิบอะไรบ้างอย่างแล้วก็เดินกลับมาหาฉัน

“เดียวฉันมานะแก ไปดูพวกมันก่อน”มันไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าให้แทน

สักพักเราก็ถึงที่หมาย พวกเราต่างพากันลงจากเรือพวกฉันถือของเต็มไม้เต็มมือ แต่ก็มีเสียงมาดึงความสนใจจากสิ่งของตรงหน้า แต่เสียงนี้กับเป็นของคนที่ฉันอยากหลบหน้ามากที่สุด

เขาอาสาช่วยฉันถือของ ฉันก็ให้เขาช่วยและรีบเดินนำหน้าเขาไปด้วยความเร็ว

ล็อบบี้

“ล่ะ ถึงเวลาแบบห้องพักแล้วนอนด้วยกันเหมือนเดิมไหมหรือจะเปลี่ยนคู่นอน”เป็นเสียงของพี่เขาถามออกมา

“กูว่าต้องมีคนเปลี่ยนแน่นอน”พี่อาทิตย์มันพูดพร้อมทำสีหน้าเจ้าเล่ห์แล้วมองไปที่พี่เวนิสกับสีคราม

“กูนอนกับอั่งเปาเหมือนเดิม”พี่แทนพูดพร้อมแย่งกุญแจที่มือพี่ดินไป

“ผมนอนกับพี่เวนิสก็แล้วกัน”แต่ครั้งนี้กับเป้นพี่เวนิสที่แบมือของกุญแจจากพี่ดิน พี่เขาเลยเอาวางให้ในมือ

“ฉันนอนกับแกนะเว”เป็นเสียงของยัยปันฟ้าที่พูดกับฉัน ฉันไม่ตอบแต่พยักหน้าให้พร่างยิ้มตอบ

“ยัยบ๊อง ผู้หญิงเหลือกันแค่สองคน เธอจะนอนกับผู้ชายหรอถ้าไม่นอนกับน้องเวอ่ะ”พี่อาทิตย์นี่แปลกแล้วนะ ทำไมถึงชอบแกล้งยัยปันฟ้าจังกับพี่เวนิสก็ไม่เห็นค่อยแกล้งแบบนี้ แต่มีหรือยัยปันฟ้าจะยอมปกติปํนฟ้าจะเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม แต่ก็เห็นมีแค่กับพี่อาทิตย์นี่แหละที่มันจะต่อปากต่อคำกับพี่เขามากเป็นพิเศษ

“เห้อ ถ้าไม่เห็นเป็นรุ่นพี่ฉันคงด่าพี่ไปแล้ว พี่ก็ช่วยเงียบๆหน่อยเถอะถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าพี่เป็นใบ้หรอกนะ”ตามสไตล์มันตอบกับด้วยหน้าไม่สบอารมณื

“นี่ครับกุญแจ”พี่เขายื่นกุญแจให้ฉัน ฉันรับมาจากมือเขาแต่ก็มีปลายนิ้วของฉันที่ไปโดนปลายนิ้วของพี่เขา ฉันเหมือนจะโดนไฟช๊อตเลย

แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปเก็บของในขณะนั้นฉันกับได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์

“กลุ่มวิศวะหวานใจนิเทศ”ใครตั้งกลุ่มอะไรว่ะเนี่ย ถ้าจะให้เดาน่าจะเป็นไอ้ธีมที่ทำแบบนี้ได้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่กลุ่มของพวกฉันน่าจะมีพวกพี่เข้ามาด้วย

“คือกูอยากทราบ ไอ้หมาตัวไหนมันตั้งชื่อกลุ่ม”เป็นพี่เวนิสที่ถามออกมา

“กูกับไอ้ธีมเอง ใครมีปัญหากับการตั้งชื่อของกูไหม”พี่อาทิตย์ตอบกลับมากวนแม้กระทั่งในแชทก็ยังสามารถกวน้

“อะ คือกูเข้าใจนะไอ้แทนกับอั่งเปาอะกำลังคบกับ ส่วนกูกับครามก็กำลังคุยกัน แล้วไอ้ที่เหลือหน่ะ คือหรือมึงไปรู้อะไรดีๆมาแล้วไม่ยอมบอก”ฉันได้แต่อ่านแชทแล้วคิดว่าหรือไอ้บ้าธีมมันหลุดปากเรื่องนั้นไปแล้วนะ

“เอ้า มึงลืมไอ้ดินไปอีกคนได้งั้นเวนิส ถ้าให้กูเดาน้องรหัสลับของมันก็ต้องเรียนคณะนิเทศเหมือนกันถ่ายรูปออกมาอย่างมืออาชีพแบบนั้น”

หลังจากนั้นแชทกลุ่มก็เงียบสนิท เพราะไม่มีใครตอบพี่อาทิตย์เลยสักคนส่วนตัวฉันก็ทำได้แค่นั้นอ่านแชทนั้นไป ฉันขี้เกียจจะนอนพักแล้วเลยหยิบกระเป๋ากล้องไปแล้ว ออกไปเดินเล่นเผื่อจะเจอบรรยายกาศที่น่าสนใจจะได้ถ่ายรูปไว้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบแว่นตากรองแสงออกไปด้วย

“อ้าว ลงมากันหมดเลยหรอ นึกว่าจะนอนเล่นกันซะอีก”ฉันถามออกไปเมื่อเห็นทุกคนอยู่กันครบเลย

“ตอนแรกก็จะชวนอยู่หรอก แต่เห็นเมื่อคืนแกนอนไม่หลับเลยคิดว่าแกอยากจะนอนพักเลยไม่ได้ชวนลงมา"

พวกฉันก็พากันเดินออกมาจากที่พัก แล้วมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก พอเป็นร่มเงาให้พวกฉันได้นั่งเล่นละนั่งพักผ่อนกันได้ ในขณะที่พวกพี่เขานั่งกินลมชมวิวกันอยู่ ฉันได้ลืมตัวและกำลังจะหยิบแว่นออกมาใส่ดีที่ปันฟ้ายั่งฉันไว้ได้ทัน ไม่งั้นโป๊ะแตกแน่นอน

“ยัยเวแกเก็บแว่นไปเดี๋ยวนี้เดียวก็โป๊ะแตกหรอก”

“เห้อๆ ฉันลืมเลย”ฉันรีบเก็บแว่นเขากระเป๋าไปทันที

ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงฉันได้ ถ่ายรูปไปเยอะเลยพอที่จะมีรูปที่จะถูกใจบ้างแต่ก็ยังไม่มากพอที่ฉันอยากจะเอาไปส่งอาจารย์ พวกฉันเลยหยุดพักกันแล้วลงไปเล่นน้ำกัน แกล้งกันไปมาไอ้ธีมมันสาดน้ำใส่ฉัน ฉันค่อยๆเดินถอยหลังเพื่อที่จะหนีแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะหลังดันไปชนเข้ากับแพลงออกของใครบ้างคน พอหันไปฉันกับเห้นเป้นคนที่ชอบทำให้ฉันใจสั่นอยู่เรื่อยเลย

“พี่ดิน เวขอโทษค่ะ เวไม่ได้ตั้งใจ”พี่เขายิ้มกลับมาแล้วค่อยๆโน้มหน้าเข้ามาใกล้หูให้แล้วเอ่ยตอบมา

“เฮียยังไม่ได้ว่าอะไรนะครับ”เขาพูดแค่นั้นก็ทำให้ฉันเขินได้ ฉันดันพี่เขาออกเบาๆ แล้วรีบเดินออกไปแต่สงสัยเพราะรีบเดินไปจึงทำให้ขาสะดุดเกือบล้มดีที่มีคนมารับไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นหน้าแหกแน่ อายตายเลย

“พี่ดิน เออปล่อยเวก่อนนะคะ เวไม่ได้เป็นอะรแล้วค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพี่เขาออกไป

“แน่ใจนะครับน้องเว ว่าไม่ได้เป็นอะไร”พี่เขาทำหน้าตาจริงจังมากแล่วเอ่ยตอบฉันออกมา

“ไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ เดียวเวเดินให้ดูเลยค่ะ โอ๊ย”ฉันพูดแล้วทำท่าจะเดินให้พี่เขาดูแต่แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจนต้องร้องออกมาเบาๆ

“ไหนว่าไม่เป็นอะไรไงครับมาเฮียช่วยดีกว่า”ว่าจบพี่เขาก็เดินเข้ามาแล้วอุ้มฉันขึ้นและเดินตรงไปที่ห้องพยาบาลทันที

ห้องพยาบาล

พี่เขาค่อยๆว่างฉันลงที่เตียงคนไข้ แล้วตัวเขาเองก็ย่อตัวลงมือหยาบกร้านจากการทำงานช่างกลับสัมผัสลงบนข้อเท้าของฉันอย่างเบามือ

“น่าจะข้อเท้าแพลง มาครับเดียวพี่ประคบเย็นให้แล้วค่อยทายาอีกที”ตอนนี้เหมือนเวลาหยุดเดินเลย พอมองมุมนี้พี่เขาก็หล่อไปอีกแบบ

“มองพอไหมครับ ถ้าไม่พอเอาพี่กับห้องไปดูเพิ่มได้นะครับ”ฉันถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินพี่เขาพูด

“อะ เฮียทายาให้เสร็จแล้วครับ”

“อะ..เออ...ขอบคุณมากนะคะทำพี่ลำบากอีกแล้ว”ฉันพูดกับพี่เขาแต่ก็ก้มหน้าก้มตาพูดไม่ได้มองเขาหรอก พี่เขาหล่อเกินไปมองแล้วใจชอบเต้นแรง

“จะพูดกับอะไร ก็มองหน้าอีกฝ่ายด้วยครับไม่เอาครับไม่ก้มหน้าครับหนู”ฉันไม่ตอบอะไร แต่ก็ค่อยๆเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างช้าๆด้วยตาใสๆ

“เอาแบบนี้ดีไหมครับ ถ้าเราเกรงใจที่พี่ทำแผลให้งั้นคืนนี้เรามาดูดาวกับพี่ได้ไหมครับเดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้เราก็อยู่เป็นวันสุดท้ายแล้วเย็นก็กับคงไม่ได้มานั่งดูดาวแบบนี้”ฉันพยักหน้าให้เป็นการตอบตกลง เพราะโอกาสมาอยู่ตรงหน้าใครจะไม่คว้าโอกาสแบบนี้ไว้ โอกาสที่จะได้นั่งดูดาวกับคนที่ชอบ

หลังากนั้นพี่เขาก็ให้ฉันขี่หลังแล้วเดินมาส่งที่หน้าห้อง ฉันเดินไปอาบน้ำแล้วก้นอนพักทันที ตื่นขึ้นมาก็เห็นปันฟ้ามานอนข้างแล้ว ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ก็ปาไปสี่โมงเย็นแล้ว

“กลุ่มวิศวะหวานใจนิเทศ”

“ตื่นกันหรือยัง”พี่เวนิสทักมาในไลน์กลุ่ม

“ถ้าตืนกันแล้ว ใครจะไปตลาดก็ลงมานะ”

“เวคงไม่ไปนะคะ พอดีข้อเท้าเจ็บนิดหน่อย”ฉันเลยบอกทุกคนในกลุ่มไปเลยว่าจาเจ็บ

“เป็นไรมาหรือเปล่า”

“เราไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกสีคราม ประคบแล้วทายาแล้วด้วย”

“โอเค เราคิ่ยหายห่วงหน่อย”

“กูก็ไม่ไปนะ จะนอนเล่นอยู่ห้อง”เป็นพี่เขาที่ตอบ

“สรุปที่เหลือไปนะ”แล้วพี่แกก็เงียบหายไปเลย

หลักจากกลุ่มที่ไปตลาดกลับมาพวกเราก็ทำของกินกับ ปิ้งย่างและอย่างอื่นอีกเล็กหน่อย กินกันจนอิ่มพี่เขาก็มาสะกิดฉันแต่ฉันก็ไม่ลืมเอากล้องไปด้วย ฉันนได้เอากล้องถ่ายแผ่นหลังของเขาแล้วติดท้องฟ้าที่มีดาวมาด้วย ฉันมัวแต่มองรูป พอเงยหน้าขึ้นก็เจอกับสายตาที่เขาสงสัยอะไรบ้างอย่างแต่ก็แค่แวบเดียว เราหนั่งดูดาวด้วยกันไม่มีใครพูดอะไรออกมา เป็นสถานการณ์ที่มีแต่ความสบายใจถึงจะไม่มีการพูอะไรก็ตาม

หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า

“ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ

“ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป

“ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ”

“กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ”

“เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง”

“ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว

“ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้

“แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้

“คุยไรกันอ่ะ บอกเรามั้งซิ”เป็นเวนิสที่เอาหน้าเข้ามาแทรกด้วยความอยากรู้ ผมกับไอ้แทนก็เลลยตอกกับไปว่า

“เอาเรื่องของเธอก่อนเลยไหม ว่าไปมังถึงไปคุยกับสีครามได้”ผมถามออกไป

“นั้นซิ เมื่อวานเห็นทำหน้าน้อยอกน้อยใจเข้า ทำไมวันนี้กลับมาร่าเริงอยู่ตรงนี้ อ่อลืมไปเมื่อคืนคงเคลียรกันแล้วซินะ”เป็นไอ้แทนที่สวนกับเห็นไอ้นี่นิ่งๆแต่มันปากร้ายมาเลยนะ อย่าได้ไปท้าทายระบบมันเชียวนะ

“ไม่อยากรู้ก็ได้ ว่าแต่ทำไมแทนรู้เรื่องเราด้วยล่ะ ตอนแรกคิดว่ามีแต่ดินที่รู้เรื่องนี้ซะอีก”หึ ตัวเองเก็บอารมณ์กับสีหน้าเก่งก็จริงแต่สายตามันฟ้องว่ารู้สึกอย่างไร

“พวกมึงสามตัวกระซิบกระซาบอะไรกัน”เป็นไอ้อาทิตย์ ไอ้ห่านี่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาหรอกนอกจากแกล้งคนอื่นไปวันๆพวกผมเลยประสานเสียงตอบมันไปถึงคำพูดจะไม่เหมือนกันแต่ความหมายเป็นไปในแนวทาเดียวกันแน่นอนผมรับประกัน

“ยุ่ง/เสือก/”ไม่ต้องถามเลยว่ามันจะทำหน้าอย่างงำก็ลอยหน้าลอยตาแล้วตอบพวกผมว่า

“กูไม่เจ็บหรอก เพราะไม่เกินจากที่คาดไว้”แล้วมันก็เดินไปหาไอ้ธีมที่ตรงนั้นมีน้องๆนั่งอยู่ด้วย

ผมมองตามมันไปจนไปตรงกับจังหวะที่น้องเงยหน้าขึ้นมา เราสองคนเลยได้สบสายตากันผมเลยโปรยยิ้มไปให้น้องและก็เป็นน้องที่หลบสายตาผม แล้วหันไปซุบซิบกับเพื่อนแล้วอั่งเปาก็เดินมาและก้มลงไปกระซิบกับไอ้แทน ไอ้แทนเลยหัวเราะออกมาเบาๆแล้วอั่งเปาก็เดินไปหาน้อง ไอ้แทนมันหันมามองผมแล้วก้เอ่ยปากบอกกับผมว่า

“มึงเก็บสายตาไว้ก่อนนะเพื่อน เมื่อกี้อั่งเปาบอกว่าน้องเขาพูดว่าถ้ามึงจะคิดเล่นๆกับเพื่อนเขาก็อย่ามาทำสายตาเจ้าเล่ห์แบบนั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอ ถ้ากูจะรักใครสักคนกูจริงจังแน่นอนมึงน่าจะรู้นิสัยกูดีนะ”ผมพูดกับมันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมถ้าลองได้รักได้ชอบใครแล้วผมจะมีแต่คนๆนั้นคนเดียว พอผมหันไปมองน้องก็เห็นน้องเดินไปหาเพื่อนอีกด้านของเรือแล้ว ใช้เวลาไม่นานพวกเราก็ถึงเกาะพวกเรากำลังลงจากเรือกัน ผมเห็นน้องถือของพะรุงพะรังก็เลย เข้าไปอาสาช่วยถือของ

“มาครับ ให้เฮียช่วยดีกว่า”น้องเงยหน้าขึ้นผมสบตาผทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบหลบสายตาพัลวัน มือเรียวรีบยื่นของส่งมาให้ผมช่วยแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวนำไปทันที ทิ้งให้ผมยื่นยิ้มตามออกมาตามหลังอยู่คนเดียว

แล้วได้แต่ภาวนาในใจว่าของให้น้องใช่คนเดียวกับน้องรหัสลับเถอะไม่งั้นผมอาจจะดูเป็นคนโลเลหลายใจ แต่ผมก็เชื่อในเซนต์ตัวเองว่ายังไงก็น้องก็ต้องใช่คนนั้น

ด้านของวันเวฬา

เห้อ เมื่อคืนกว่าฉันจะข่มตาหลับได้ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว กลัวว่าพี่เขาจะรู้ว่าน้องรหัสลับคนนั้นจะเป็นฉัน ตื่นเช้ามาฉันก็ทำได้แค่ทำตัวให้ไม่มีพิรุธ แล้วก็แสร้งไปไหนมาไหนกับเพื่อนจนกระทั่งขึ้นเรือเกือบจะถึงเกาะ พอเงยหน้าขึ้นก็ประสานสายตากับพี่เขาพอดิบพอดีเหมือนยิ่งมองตาคู่นี้ก็ยิ่งทำให้ใจฉันสั่นมากขึ้นฉันทำอะไรไม่ได้ทำได้แค่หลบสายตาคู่นี้อย่างยอมแพ้

“เป็นไรทำไมวันนี้เอาแต่ก้มหน้า”ฉันไม่ได้บอกมันทำได้แค่ก้ม มันเลยหันไปด้านของพี่แทนมันก็เห้นสายตาที่พี่เขาใช่มองฉันแล้วก็หัมมากระซิบกับฉัน

“อ่อ ที่เอาแต่ก้มหน้าเนี้ยเพราะพี่เขาหรอแกมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า”มันหันมากระวิบกับฉันด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“จะว่ามีก็มีแหละ คือฉันว่าพี่เขาสงสัยแล้วว่าใครคือน้องรหัสลับ เมื่อคืนอยู่ๆพี่เขาก็พูด เรื่องพวกขนมที่ฉันส่งไปให้ไหนจะรูปพวกนั้นอีก”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พี่เขาก้แค่อยากจะเล่าให้ฟังเฉยๆหรือเปล่า เพราะพวกเราก็เรียนถ่านรูปและที่สำคัญ ไม่ใช่มีแค่แกที่ชอบกล้องฟิล์มและมชื่อขึ้นต้นด้วย Wแกทำตัวให้ปกติก็พอ”หลังจากมันพูดกับฉันเสร็จมันก็เดินไปหาพี่แทนแล้วก้มกระซิบอะไรบ้างอย่างแล้วก็เดินกลับมาหาฉัน

“เดียวฉันมานะแก ไปดูพวกมันก่อน”มันไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าให้แทน

สักพักเราก็ถึงที่หมาย พวกเราต่างพากันลงจากเรือพวกฉันถือของเต็มไม้เต็มมือ แต่ก็มีเสียงมาดึงความสนใจจากสิ่งของตรงหน้า แต่เสียงนี้กับเป็นของคนที่ฉันอยากหลบหน้ามากที่สุด

เขาอาสาช่วยฉันถือของ ฉันก็ให้เขาช่วยและรีบเดินนำหน้าเขาไปด้วยความเร็ว

ล็อบบี้

“ล่ะ ถึงเวลาแบบห้องพักแล้วนอนด้วยกันเหมือนเดิมไหมหรือจะเปลี่ยนคู่นอน”เป็นเสียงของพี่เขาถามออกมา

“กูว่าต้องมีคนเปลี่ยนแน่นอน”พี่อาทิตย์มันพูดพร้อมทำสีหน้าเจ้าเล่ห์แล้วมองไปที่พี่เวนิสกับสีคราม

“กูนอนกับอั่งเปาเหมือนเดิม”พี่แทนพูดพร้อมแย่งกุญแจที่มือพี่ดินไป

“ผมนอนกับพี่เวนิสก็แล้วกัน”แต่ครั้งนี้กับเป้นพี่เวนิสที่แบมือของกุญแจจากพี่ดิน พี่เขาเลยเอาวางให้ในมือ

“ฉันนอนกับแกนะเว”เป็นเสียงของยัยปันฟ้าที่พูดกับฉัน ฉันไม่ตอบแต่พยักหน้าให้พร่างยิ้มตอบ

“ยัยบ๊อง ผู้หญิงเหลือกันแค่สองคน เธอจะนอนกับผู้ชายหรอถ้าไม่นอนกับน้องเวอ่ะ”พี่อาทิตย์นี่แปลกแล้วนะ ทำไมถึงชอบแกล้งยัยปันฟ้าจังกับพี่เวนิสก็ไม่เห็นค่อยแกล้งแบบนี้ แต่มีหรือยัยปันฟ้าจะยอมปกติปํนฟ้าจะเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม แต่ก็เห็นมีแค่กับพี่อาทิตย์นี่แหละที่มันจะต่อปากต่อคำกับพี่เขามากเป็นพิเศษ

“เห้อ ถ้าไม่เห็นเป็นรุ่นพี่ฉันคงด่าพี่ไปแล้ว พี่ก็ช่วยเงียบๆหน่อยเถอะถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าพี่เป็นใบ้หรอกนะ”ตามสไตล์มันตอบกับด้วยหน้าไม่สบอารมณื

“นี่ครับกุญแจ”พี่เขายื่นกุญแจให้ฉัน ฉันรับมาจากมือเขาแต่ก็มีปลายนิ้วของฉันที่ไปโดนปลายนิ้วของพี่เขา ฉันเหมือนจะโดนไฟช๊อตเลย

แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปเก็บของในขณะนั้นฉันกับได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์

“กลุ่มวิศวะหวานใจนิเทศ”ใครตั้งกลุ่มอะไรว่ะเนี่ย ถ้าจะให้เดาน่าจะเป็นไอ้ธีมที่ทำแบบนี้ได้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่กลุ่มของพวกฉันน่าจะมีพวกพี่เข้ามาด้วย

“คือกูอยากทราบ ไอ้หมาตัวไหนมันตั้งชื่อกลุ่ม”เป็นพี่เวนิสที่ถามออกมา

“กูกับไอ้ธีมเอง ใครมีปัญหากับการตั้งชื่อของกูไหม”พี่อาทิตย์ตอบกลับมากวนแม้กระทั่งในแชทก็ยังสามารถกวน้

“อะ คือกูเข้าใจนะไอ้แทนกับอั่งเปาอะกำลังคบกับ ส่วนกูกับครามก็กำลังคุยกัน แล้วไอ้ที่เหลือหน่ะ คือหรือมึงไปรู้อะไรดีๆมาแล้วไม่ยอมบอก”ฉันได้แต่อ่านแชทแล้วคิดว่าหรือไอ้บ้าธีมมันหลุดปากเรื่องนั้นไปแล้วนะ

“เอ้า มึงลืมไอ้ดินไปอีกคนได้งั้นเวนิส ถ้าให้กูเดาน้องรหัสลับของมันก็ต้องเรียนคณะนิเทศเหมือนกันถ่ายรูปออกมาอย่างมืออาชีพแบบนั้น”

หลังจากนั้นแชทกลุ่มก็เงียบสนิท เพราะไม่มีใครตอบพี่อาทิตย์เลยสักคนส่วนตัวฉันก็ทำได้แค่นั้นอ่านแชทนั้นไป ฉันขี้เกียจจะนอนพักแล้วเลยหยิบกระเป๋ากล้องไปแล้ว ออกไปเดินเล่นเผื่อจะเจอบรรยายกาศที่น่าสนใจจะได้ถ่ายรูปไว้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบแว่นตากรองแสงออกไปด้วย

“อ้าว ลงมากันหมดเลยหรอ นึกว่าจะนอนเล่นกันซะอีก”ฉันถามออกไปเมื่อเห็นทุกคนอยู่กันครบเลย

“ตอนแรกก็จะชวนอยู่หรอก แต่เห็นเมื่อคืนแกนอนไม่หลับเลยคิดว่าแกอยากจะนอนพักเลยไม่ได้ชวนลงมา"

พวกฉันก็พากันเดินออกมาจากที่พัก แล้วมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก พอเป็นร่มเงาให้พวกฉันได้นั่งเล่นละนั่งพักผ่อนกันได้ ในขณะที่พวกพี่เขานั่งกินลมชมวิวกันอยู่ ฉันได้ลืมตัวและกำลังจะหยิบแว่นออกมาใส่ดีที่ปันฟ้ายั่งฉันไว้ได้ทัน ไม่งั้นโป๊ะแตกแน่นอน

“ยัยเวแกเก็บแว่นไปเดี๋ยวนี้เดียวก็โป๊ะแตกหรอก”

“เห้อๆ ฉันลืมเลย”ฉันรีบเก็บแว่นเขากระเป๋าไปทันที

ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงฉันได้ ถ่ายรูปไปเยอะเลยพอที่จะมีรูปที่จะถูกใจบ้างแต่ก็ยังไม่มากพอที่ฉันอยากจะเอาไปส่งอาจารย์ พวกฉันเลยหยุดพักกันแล้วลงไปเล่นน้ำกัน แกล้งกันไปมาไอ้ธีมมันสาดน้ำใส่ฉัน ฉันค่อยๆเดินถอยหลังเพื่อที่จะหนีแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะหลังดันไปชนเข้ากับแพลงออกของใครบ้างคน พอหันไปฉันกับเห้นเป้นคนที่ชอบทำให้ฉันใจสั่นอยู่เรื่อยเลย

“พี่ดิน เวขอโทษค่ะ เวไม่ได้ตั้งใจ”พี่เขายิ้มกลับมาแล้วค่อยๆโน้มหน้าเข้ามาใกล้หูให้แล้วเอ่ยตอบมา

“เฮียยังไม่ได้ว่าอะไรนะครับ”เขาพูดแค่นั้นก็ทำให้ฉันเขินได้ ฉันดันพี่เขาออกเบาๆ แล้วรีบเดินออกไปแต่สงสัยเพราะรีบเดินไปจึงทำให้ขาสะดุดเกือบล้มดีที่มีคนมารับไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นหน้าแหกแน่ อายตายเลย

“พี่ดิน เออปล่อยเวก่อนนะคะ เวไม่ได้เป็นอะรแล้วค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพี่เขาออกไป

“แน่ใจนะครับน้องเว ว่าไม่ได้เป็นอะไร”พี่เขาทำหน้าตาจริงจังมากแล่วเอ่ยตอบฉันออกมา

“ไม่เป็นอะไรจริงๆค่ะ เดียวเวเดินให้ดูเลยค่ะ โอ๊ย”ฉันพูดแล้วทำท่าจะเดินให้พี่เขาดูแต่แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจนต้องร้องออกมาเบาๆ

“ไหนว่าไม่เป็นอะไรไงครับมาเฮียช่วยดีกว่า”ว่าจบพี่เขาก็เดินเข้ามาแล้วอุ้มฉันขึ้นและเดินตรงไปที่ห้องพยาบาลทันที

ห้องพยาบาล

พี่เขาค่อยๆว่างฉันลงที่เตียงคนไข้ แล้วตัวเขาเองก็ย่อตัวลงมือหยาบกร้านจากการทำงานช่างกลับสัมผัสลงบนข้อเท้าของฉันอย่างเบามือ

“น่าจะข้อเท้าแพลง มาครับเดียวพี่ประคบเย็นให้แล้วค่อยทายาอีกที”ตอนนี้เหมือนเวลาหยุดเดินเลย พอมองมุมนี้พี่เขาก็หล่อไปอีกแบบ

“มองพอไหมครับ ถ้าไม่พอเอาพี่กับห้องไปดูเพิ่มได้นะครับ”ฉันถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินพี่เขาพูด

“อะ เฮียทายาให้เสร็จแล้วครับ”

“อะ..เออ...ขอบคุณมากนะคะทำพี่ลำบากอีกแล้ว”ฉันพูดกับพี่เขาแต่ก็ก้มหน้าก้มตาพูดไม่ได้มองเขาหรอก พี่เขาหล่อเกินไปมองแล้วใจชอบเต้นแรง

“จะพูดกับอะไร ก็มองหน้าอีกฝ่ายด้วยครับไม่เอาครับไม่ก้มหน้าครับหนู”ฉันไม่ตอบอะไร แต่ก็ค่อยๆเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างช้าๆด้วยตาใสๆ

“เอาแบบนี้ดีไหมครับ ถ้าเราเกรงใจที่พี่ทำแผลให้งั้นคืนนี้เรามาดูดาวกับพี่ได้ไหมครับเดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้เราก็อยู่เป็นวันสุดท้ายแล้วเย็นก็กับคงไม่ได้มานั่งดูดาวแบบนี้”ฉันพยักหน้าให้เป็นการตอบตกลง เพราะโอกาสมาอยู่ตรงหน้าใครจะไม่คว้าโอกาสแบบนี้ไว้ โอกาสที่จะได้นั่งดูดาวกับคนที่ชอบ

หลังากนั้นพี่เขาก็ให้ฉันขี่หลังแล้วเดินมาส่งที่หน้าห้อง ฉันเดินไปอาบน้ำแล้วก้นอนพักทันที ตื่นขึ้นมาก็เห็นปันฟ้ามานอนข้างแล้ว ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ก็ปาไปสี่โมงเย็นแล้ว

“กลุ่มวิศวะหวานใจนิเทศ”

“ตื่นกันหรือยัง”พี่เวนิสทักมาในไลน์กลุ่ม

“ถ้าตืนกันแล้ว ใครจะไปตลาดก็ลงมานะ”

“เวคงไม่ไปนะคะ พอดีข้อเท้าเจ็บนิดหน่อย”ฉันเลยบอกทุกคนในกลุ่มไปเลยว่าจาเจ็บ

“เป็นไรมาหรือเปล่า”

“เราไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกสีคราม ประคบแล้วทายาแล้วด้วย”

“โอเค เราคิ่ยหายห่วงหน่อย”

“กูก็ไม่ไปนะ จะนอนเล่นอยู่ห้อง”เป็นพี่เขาที่ตอบ

“สรุปที่เหลือไปนะ”แล้วพี่แกก็เงียบหายไปเลย

หลักจากกลุ่มที่ไปตลาดกลับมาพวกเราก็ทำของกินกับ ปิ้งย่างและอย่างอื่นอีกเล็กหน่อย กินกันจนอิ่มพี่เขาก็มาสะกิดฉันแต่ฉันก็ไม่ลืมเอากล้องไปด้วย ฉันนได้เอากล้องถ่ายแผ่นหลังของเขาแล้วติดท้องฟ้าที่มีดาวมาด้วย ฉันมัวแต่มองรูป พอเงยหน้าขึ้นก็เจอกับสายตาที่เขาสงสัยอะไรบ้างอย่างแต่ก็แค่แวบเดียว เราหนั่งดูดาวด้วยกันไม่มีใครพูดอะไรออกมา เป็นสถานการณ์ที่มีแต่ความสบายใจถึงจะไม่มีการพูดอะไรก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ่นไอรักในวัน(เวฬา)   ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว

    ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า “ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ “ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป “ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ” “กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ” “เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง” “ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว “ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ “แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้

  • อุ่นไอรักในวัน(เวฬา)   ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้อง

    ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม“ป้าสบ

  • อุ่นไอรักในวัน(เวฬา)   ตอนที่ 3:การออกเดินทาง

    ตอนที่ 3:การออกเดินทาง คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที

  • อุ่นไอรักในวัน(เวฬา)   ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ

    ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเราม

  • อุ่นไอรักในวัน(เวฬา)   ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่

    ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่ บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสา

  • อุ่นไอรักในวัน(เวฬา)   บทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บาน

    บทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บานเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโพลารอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนออกมาจากตัวกล้องคู่ใจ 'วันเวฬา' สะบัดแผ่นฟิล์มในมือเบาๆ รอให้ภาพสีหม่นชัดเจนขึ้นทีละน้อย... ภาพนั้นคือแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สะอาดตาที่เธอมองตามมาตลอด 4 เดือนแต่น่าแปลกที่วันนี้หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับรู้สึกนิ่งสงบ... สงบจนน่าใจหาย"เวฬา... แกโอเคไหม?" อั่งเปา เพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน"อื้ม... โอเค" วันเวฬายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายเดือน "ฉันตัดสินใจแล้วเปา ฉันจะพอแล้วล่ะ ความพยายามที่เขาไม่ต้องการ มันก็แค่ความวุ่นวายที่ไปรบกวนชีวิตเขาเท่านั้นเอง"เธอบอกเลิกความรักครั้งเก่าในวันที่ท้องฟ้าดูเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดและให้กำลังใจ วันเวฬาสัญญาว่าจะกลับมาเป็น 'เวฬาคนเดิม' ที่ร่าเริงและรักตัวเองให้มากขึ้นเปิดภาคเรียนที่ 2แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของวันเวฬากลับทรยศส่งเสียงกระตุกแล้วดับสนิทอยู่ข้างทางหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์"โธ่เอ๊ย! มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย" ร่างบางในชุดนักศึก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status