เข้าสู่ระบบหลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า
“ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น” ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบา ๆ
“ทำไม กูทำสายตาแบบไหน” ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป
“ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ”
“กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ”
“เอาจริง ๆ นะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง
“ทำไมมึงคิดแบบนั้นวะ” ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว
“ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน” มึงพูดออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้
“แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W” ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
“คุยไรกันอ่ะ บอกเรามั่งซิ” เป็นเวนิสที่เอาหน้าเข้ามาแทรกด้วยความอยากรู้ ผมกับไอ้แทนก็เลยตอกกลับไปว่า
“เอาเรื่องของเธอก่อนเลยไหม ว่าไปทำไงถึงไปคุยกับสีครามได้” ผมถามออกไป
“นั่นซิ เมื่อวานเห็นทำหน้าน้อยอกน้อยใจเข้า ทำไมวันนี้กลับมาร่าเริงอยู่ตรงนี้ อ่อลืมไปเมื่อคืนคงเคลียร์กันแล้วซินะ” เป็นไอ้แทนที่สวนกับเห็นไอ้นี่นิ่ง ๆ แต่มันปากร้ายมากเลยนะ อย่าได้ไปท้าทายระบบมันเชียวนะ“ไม่อยากรู้ก็ได้ ว่าแต่ทำไมแทนรู้เรื่องเราด้วยล่ะ ตอนแรกคิดว่ามีแต่ดินที่รู้เรื่องนี้ซะอีก” หึ ตัวเองเก็บอารมณ์กับสีหน้าเก่งก็จริงแต่สายตามันฟ้องว่ารู้สึกอย่างไร
“พวกมึงสามตัวกระซิบกระซาบอะไรกัน” เป็นไอ้อาทิตย์ ไอ้ห่านี่ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาหรอกนอกจากแกล้งคนอื่นไปวัน ๆ พวกผมเลยประสานเสียงตอบมันไปถึงคำพูดจะไม่เหมือนกันแต่ความหมายเป็นไปในแนวทางเดียวกันแน่นอนผมรับประกัน
“ยุ่ง/เสือก” ไม่ต้องถามเลยว่ามันจะทำหน้าอย่างไงมันก็ลอยหน้าลอยตาแล้วตอบพวกผมว่า
“กูไม่เจ็บหรอก เพราะไม่เกินจากที่คาดไว้” แล้วมันก็เดินไปหาไอ้ธีมที่ตรงนั้นมีน้อง ๆ นั่งอยู่ด้วย
ผมมองตามมันไปจนไปตรงกับจังหวะที่น้องเงยหน้าขึ้นมา เราสองคนเลยได้สบสายตากันผมเลยโปรยยิ้มไปให้น้องและก็เป็นน้องที่หลบสายตาผม แล้วหันไปซุบซิบกับเพื่อนแล้วอั่งเปาก็เดินมาและก้มลงไปกระซิบกับไอ้แทน ไอ้แทนเลยหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วอั่งเปาก็เดินไปหาน้อง ไอ้แทนมันหันมามองผมแล้วก้เอ่ยปากบอกกับผมว่า
“มึงเก็บสายตาไว้ก่อนนะเพื่อน เมื่อกี้อั่งเปาบอกว่าน้องเขาพูดว่าถ้ามึงจะคิดเล่น ๆ กับเพื่อนเขาก็อย่ามาทำสายตาเจ้าเล่ห์แบบนั้น”
“ไม่ต้องห่วงหรอ ถ้ากูจะรักใครสักคนกูจริงจังแน่นอนมึงน่าจะรู้นิสัยกูดีนะ” ผมพูดกับมันด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมถ้าลองได้รักได้ชอบใครแล้วผมจะมีแต่คน ๆ นั้นคนเดียว พอผมหันไปมองน้องก็เห็นน้องเดินไปหาเพื่อนอีกด้านของเรือแล้ว ใช้เวลาไม่นานพวกเราก็ถึงเกาะพวกเรากำลังลงจากเรือกัน ผมเห็นน้องถือของพะรุงพะรังก็เลย เข้าไปอาสาช่วยถือของ
“มาครับ ให้เฮียช่วยดีกว่า” น้องเงยหน้าขึ้นสบตาผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบหลบสายตาพัลวัน มือเรียวรีบยื่นของส่งมาให้ผมช่วยแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวนำไปทันที ทิ้งให้ผมยื่นยิ้มตามหลังอยู่คนเดียวแล้วได้แต่ภาวนาในใจว่าขอให้น้องใช่คนเดียวกับน้องรหัสลับเถอะไม่งั้นผมอาจจะดูเป็นคนโลเลหลายใจ แต่ผมก็เชื่อในเซนส์ตัวเองว่ายังไงก็น้องก็ต้องใช่คนนั้น
ด้านของวันเวฬา
เฮ้อ เมื่อคืนกว่าฉันจะข่มตาหลับได้ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว กลัวว่าพี่เขาจะรู้ว่าน้องรหัสลับคนนั้นเป็นฉัน ตื่นเช้ามาฉันก็ทำได้แค่ทำตัวให้ไม่มีพิรุธ แล้วก็แสร้งไปไหนมาไหนกับเพื่อนจนกระทั่งขึ้นเรือเกือบจะถึงเกาะ พอเงยหน้าขึ้นก็ประสานสายตากับพี่เขาพอดิบพอดีเหมือนยิ่งมองตาคู่นี้ก็ยิ่งทำให้ใจฉันสั่นมากขึ้นฉันทำอะไรไม่ได้ทำได้แค่หลบสายตาคู่นี้อย่างยอมแพ้
“เป็นไรทำไมวันนี้เอาแต่ก้มหน้า” ฉันไม่ได้บอกมันทำได้แค่ก้ม มันเลยหันไปด้านของพี่แทนมันก็เห็นสายตาที่พี่เขาใช้มองฉันแล้วก็หัน
มากระซิบกับฉัน
“อ่อ ที่เอาแต่ก้มหน้าเนี่ยเพราะพี่เขาหรอแกมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า” มันหันมากระซิบกับฉันด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
“จะว่ามีก็มีแหละ คือฉันว่าพี่เขาสงสัยแล้วว่าใครคือน้องรหัสลับ เมื่อคืนอยู่ ๆ พี่เขาก็พูด เรื่องพวกขนมที่ฉันส่งไปให้ไหนจะรูปพวกนั้นอีก”
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ พี่เขาก็แค่อยากจะเล่าให้ฟังเฉย ๆ หรือเปล่า เพราะพวกเราก็เรียนถ่ายรูปและที่สำคัญ ไม่ใช่มีแค่แกที่ชอบกล้องฟิล์มและมีชื่อขึ้นต้นด้วย Wแกทำตัวให้ปกติก็พอ” หลังจากมันพูดกับฉันเสร็จมันก็เดินไปหาพี่แทนแล้วก้มกระซิบอะไรบ้างอย่างแล้วก็เดินกลับมาหาฉัน
“เดี๋ยวฉันมานะแก ไปดูพวกมันก่อน” มันไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าให้แทน
สักพักเราก็ถึงที่หมาย พวกเราต่างพากันลงจากเรือพวกฉันถือของเต็มไม้เต็มมือ แต่ก็มีเสียงมาดึงความสนใจจากสิ่งของตรงหน้า แต่เสียงนี้กลับเป็นของคนที่ฉันอยากหลบหน้ามากที่สุด
เขาอาสาช่วยฉันถือของ ฉันก็ให้เขาช่วยและรีบเดินนำหน้าเขาไปด้วยความเร็ว
ล็อบบี้
“เอาล่ะ ถึงเวลาแบ่งห้องพักแล้วนอนด้วยกันเหมือนเดิมไหมหรือจะเปลี่ยนคู่นอน” เป็นเสียงของพี่เขาถามออกมา
“กูว่าต้องมีคนเปลี่ยนแน่นอน” พี่อาทิตย์มันพูดพร้อมทำสีหน้าเจ้าเล่ห์แล้วมองไปที่พี่เวนิสกับสีคราม
“กูนอนกับอั่งเปาเหมือนเดิม” พี่แทนพูดพร้อมแย่งกุญแจที่มือพี่ดินไป
“ผมนอนกับพี่เวนิสก็แล้วกัน” แต่ครั้งนี้กับเป็นพี่เวนิสที่แบมือของกุญแจจากพี่ดิน พี่เขาเลยเอาวางให้ในมือ
“ฉันนอนกับแกนะเว” เป็นเสียงของยัยปันฟ้าที่พูดกับฉัน ฉันไม่ตอบแต่พยักหน้าให้พลางยิ้มตอบ
“ยัยบ๊อง ผู้หญิงเหลือกันแค่สองคน เธอจะนอนกับผู้ชายหรอถ้าไม่นอนกับน้องเวอ่ะ” พี่อาทิตย์นี่แปลกแล้วนะ ทำไมถึงชอบแกล้งยัยปันฟ้าจังกับพี่เวนิสก็ไม่เห็นค่อยแกล้งแบบนี้ แต่มีหรือยัยปันฟ้าจะยอมปกติปันฟ้าจะเป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในกลุ่ม แต่ก็เห็นมีแค่กับพี่อาทิตย์นี่แหละที่มันจะต่อปากต่อคำกับพี่เขามากเป็นพิเศษ
“เฮ้อ ถ้าไม่เห็นเป็นรุ่นพี่ฉันคงด่าพี่ไปแล้ว พี่ก็ช่วยเงียบ ๆ หน่อยเถอะถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครว่าพี่เป็นใบ้หรอกนะ” ตามสไตล์มันตอบกลับ
ด้วยหน้าไม่สบอารมณ์
“นี่ครับกุญแจ” พี่เขายื่นกุญแจให้ฉัน ฉันรับมาจากมือเขาแต่ก็มีปลายนิ้วของฉันที่ไปโดนปลายนิ้วของพี่เขา ฉันเหมือนจะโดนไฟช็อตเลย
แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปเก็บของในขณะนั้นฉันกลับได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์
“กลุ่มวิศวะหวานใจนิเทศ”
ใครตั้งกลุ่มอะไรว่ะเนี่ย ถ้าจะให้เดาน่าจะเป็นไอ้ธีมที่ทำแบบนี้ได้ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่กลุ่มของพวกฉันน่าจะมีพวกพี่เข้ามาด้วย
“คือกูอยากทราบ ไอ้หมาตัวไหนมันตั้งชื่อกลุ่ม” เป็นพี่เวนิสที่ถามออกมา
“กูกับไอ้ธีมเอง ใครมีปัญหากับการตั้งชื่อของกูไหม” พี่อาทิตย์ตอบกลับมากวนแม้กระทั่งในแชตก็ยังสามารถกวน
“อะ คือกูเข้าใจนะไอ้แทนกับอั่งเปาอะกำลังคบกัน
ส่วนกูกับครามก็กำลังคุยกัน แล้วไอ้ที่เหลือน่ะ คือหรือมึงไปรู้อะไรดี ๆ มาแล้วไม่ยอมบอก” ฉันได้แต่อ่านแชตแล้วคิดว่าหรือไอ้บ้าธีมมันหลุดปากเรื่องนั้นไปแล้วนะ
“เอ้า มึงลืมไอ้ดินไปอีกคนได้งั้นเวนิส ถ้าให้กูเดาน้องรหัสลับของมันก็ต้องเรียนคณะนิเทศเหมือนกันถ่ายรูปออกมาอย่างมืออาชีพแบบนั้น”
หลังจากนั้นแชตกลุ่มก็เงียบสนิท เพราะไม่มีใครตอบพี่อาทิตย์เลยสักคนส่วนตัวฉันก็ทำได้แค่อ่านแชต
นั้นไป ฉันขี้เกียจจะนอนพักแล้วเลยหยิบกระเป๋ากล้องไปแล้ว ออกไปเดินเล่นเผื่อจะเจอบรรยากาศที่น่าสนใจจะได้ถ่ายรูปไว้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบแว่นตากรองแสงออกไปด้วย
“อ้าว ลงมากันหมดเลยหรอ นึกว่าจะนอนเล่นกันซะอีก” ฉันถามออกไปเมื่อเห็นทุกคนอยู่กันครบเลย
“ตอนแรกก็จะชวนอยู่หรอก แต่เห็นเมื่อคืนแกนอนไม่หลับเลยคิดว่าแกอยากจะนอนพักเลยไม่ได้ชวนลงมา"
พวกฉันก็พากันเดินออกมาจากที่พัก แล้วมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มาก พอเป็นร่มเงาให้พวกฉันได้นั่งเล่นละนั่งพักผ่อนกันได้ ในขณะที่พวกพี่เขานั่งกินลมชมวิวกันอยู่ ฉันได้ลืมตัวและกำลังจะหยิบแว่นออกมาใส่ดีที่ปันฟ้ายั้งฉันไว้ได้ทัน ไม่งั้นโป๊ะแตกแน่นอน
“ยัยเวแกเก็บแว่นไปเดี๋ยวนี้เดี๋ยวก็โป๊ะแตกหรอก”
“เอ้อ ๆ ฉันลืมเลย” ฉันรีบเก็บแว่นเข้ากระเป๋าไปทันที
ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงฉันได้ ถ่ายรูปไปเยอะเลยพอที่จะมีรูปที่จะถูกใจบ้างแต่ก็ยังไม่มากพอที่ฉันอยากจะเอาไปส่งอาจารย์ พวกฉันเลยหยุดพักกันแล้วลงไปเล่นน้ำกัน แกล้งกันไปมาไอ้ธีมมันสาดน้ำใส่ฉัน ฉันค่อย ๆ เดินถอยหลังเพื่อที่จะหนีแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะหลังดันไปชนเข้ากับแผงอกของใครบางคน พอหันไปฉันกลับเห็นเป็นคนที่ชอบทำให้ฉันใจสั่นอยู่เรื่อยเลย
“พี่ดิน เวขอโทษค่ะ เวไม่ได้ตั้งใจ” พี่เขายิ้มกลับมาแล้วค่อย ๆ โน้มหน้าเข้ามาใกล้หูให้แล้วเอ่ยตอบมา
“เฮียยังไม่ได้ว่าอะไรนะครับ” เขาพูดแค่นั้นก็ทำให้ฉันเขินได้ ฉันดันพี่เขาออกเบา ๆ แล้วรีบเดินออกไปแต่สงสัยเพราะรีบเดินไปจึงทำให้ขาสะดุดเกือบล้มดีที่มีคนมารับไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นหน้าแหกแน่ อายตายเลย
“พี่ดิน เออปล่อยเวก่อนนะคะ เวไม่ได้เป็นอะไรแล้วค่ะ” ฉันเอ่ยบอกพี่เขาออกไป
“แน่ใจนะครับน้องเว ว่าไม่ได้เป็นอะไร” พี่เขาทำหน้าตาจริงจังมากแล้วเอ่ยตอบฉันออกมา
“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวเวเดินให้ดูเลยค่ะ โอ๊ย” ฉันพูดแล้วทำท่าจะเดินให้พี่เขาดูแต่แล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าจนต้องร้องออกมาเบา ๆ
“ไหนว่าไม่เป็นอะไรไงครับมาเฮียช่วยดีกว่า” ว่าจบพี่เขาก็เดินเข้ามาแล้วอุ้มฉันขึ้นและเดินตรงไปที่ห้องพยาบาลทันที
ห้องพยาบาล
พี่เขาค่อย ๆ วางฉันลงที่เตียงคนไข้ แล้วตัวเขาเองก็ย่อตัวลงมือหยาบกร้านจากการทำงานช่างกลับสัมผัสลงบนข้อเท้าของฉันอย่างเบามือ
“น่าจะข้อเท้าแพลง มาครับเดี๋ยวพี่ประคบเย็นให้แล้วค่อยทายาอีกที” ตอนนี้เหมือนเวลาหยุดเดินเลย พอมองมุมนี้พี่เขาก็หล่อไปอีกแบบ
“มองพอไหมครับ ถ้าไม่พอเอาพี่กลับห้องไปดูเพิ่มได้นะครับ” ฉันถึงกับสะดุ้งเมื่อได้ยินพี่เขาพูด
“อะ เฮียทายาให้เสร็จแล้วครับ”
“อะ..เออ…ขอบคุณมากนะคะทำพี่ลำบากอีกแล้ว” ฉันพูดกับพี่เขาแต่ก็ก้มหน้าก้มตาพูดไม่ได้มองเขาหรอก พี่เขาหล่อเกินไปมองแล้วใจชอบเต้นแรง
“จะพูดกับอะไร ก็มองหน้าอีกฝ่ายด้วยครับไม่เอาครับไม่ก้มหน้าครับหนู” ฉันไม่ตอบอะไร แต่ก็ค่อย ๆ เงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ ด้วยตาใส ๆ
“เอาแบบนี้ดีไหมครับ ถ้าเราเกรงใจที่พี่ทำแผลให้งั้นคืนนี้เรามาดูดาวกับพี่ได้ไหมครับเดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้เราก็อยู่เป็นวันสุดท้ายแล้วเย็นก็กลับคงไม่ได้มานั่งดูดาวแบบนี้” ฉันพยักหน้าให้เป็นการตอบตกลง เพราะโอกาสมาอยู่ตรงหน้าใครจะไม่คว้าโอกาสแบบนี้ไว้ โอกาสที่จะได้นั่งดูดาวกับคนที่ชอบ
หลังจากนั้นพี่เขาก็ให้ฉันขี่หลังแล้วเดินมาส่งที่หน้าห้อง ฉันเดินไปอาบน้ำแล้วก็นอนพักทันที ตื่นขึ้นมาก็เห็นปันฟ้ามานอนข้างแล้ว ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ก็ปาไปสี่โมงเย็นแล้ว
“กลุ่มวิศวะหวานใจนิเทศ”
“ตื่นกันหรือยัง” พี่เวนิสทักมาในไลน์กลุ่ม
“ถ้าตื่นกันแล้ว ใครจะไปตลาดก็ลงมานะ”
“เวคงไม่ไปนะคะ พอดีข้อเท้าเจ็บนิดหน่อย” ฉันเลยบอกทุกคนในกลุ่มไปเลยว่าขาเจ็บ
“เป็นไรมาหรือเปล่า”
“เราไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกสีคราม ประคบแล้วทายาแล้วด้วย”
“โอเค เราค่อยหายห่วงหน่อย”
“กูก็ไม่ไปนะ จะนอนเล่นอยู่ห้อง” เป็นพี่เขาที่ตอบ
“สรุปที่เหลือไปนะ” แล้วพี่แกก็เงียบหายไปเลย
หลักจากกลุ่มที่ไปตลาดกลับมาพวกเราก็ทำของกินกับ ปิ้งย่างและอย่างอื่นอีกเล็กน้อย กินกันจนอิ่มพี่เขาก็มาสะกิดฉันแต่ฉันก็ไม่ลืมเอากล้องไปด้วย ฉันได้เอากล้องถ่ายแผ่นหลังของเขาแล้วติดท้องฟ้าที่มีดาวมาด้วย ฉันมัวแต่มองรูป พอเงยหน้าขึ้นก็เจอกับสายตาที่เขาสงสัยอะไรบางอย่างแต่ก็แค่แวบเดียว เรานั่งดูดาวด้วยกันไม่มีใครพูดอะไรออกมา เป็นสถานการณ์ที่มีแต่ความสบายใจถึงจะไม่มีการพูดอะไรก็ตาม
ตอนที่ 14 กามเทพแผลงศรหลังจากวันนั้นวันที่ฉันได้เจอครอบครัวของเขา ตอนนี้ฉันกับเขาก็คบกันได้เกือบจะสามเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่ฉันเราคบกันเขาดูแลฉันดีมาก ๆ ทั้งเอาใจใส่ทั้งให้เกียรติฉัน ตอนนี้ฉันมาเรียนส่วนเขาเองก็มีเรียนด้วยเหมือนกันเขาเลยขับรถมาส่งฉันก่อน“ตัวเล็กถึงแล้วค่ะ หนูตื่นขึ้นมาก่อนนะเดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันก่อนขึ้นเรียน”“เฮียวันนี้จะทานข้าวที่คณะหนูหรอ”“ใช่ค่ะตัวเล็ก ไอ้พวกนั้นมันก็มาด้วยนะ” ไอ้พวกนั้นที่เขาว่าน่าจะเป็นพวกพี่เพื่อนของเขานั้นแหละ“ไปค่ะ วันนี้เฮียมีเรียตอนสิบโมงเช้าใช่ไหมคะ หนูว่าหนูจำไม่ผิดนะคะ”“ใช่ค่ะ แต่หนูมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งใช่ไหมคะตัวเล็ก”“ใช่ค่ะ งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ” หลังจากนั้นพวกฉันก็ลงจากรถไปแล้วพากันเดินตรงไปยังโรงอาหาร แต่วันนี้ฉันกับรู้สึกว่ามีอะไรบ้างอย่างเปลี่ยนไประหว่างยัยปันฟ้ากับพี่อาทิตย์“แฮ่ม ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีใครบ้างคนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง” ฉันพูดพลางหันไปมองหน้าของปันฟ้า“มาถึงก็กวนส้นตีนเลยนะมึง” ฉันหันไปตามเสีย
ตอนที่ 13: เยือนบ้านแฟนครั้งแรกหลังจากนั้นพวกเราก็กับถึงกรุงเทพเกือบบ่ายเพราะพวกเราแวะที่กันอีกนิดหน่อยแล้วก็แวะทานข้าวกันส่วนฉันที่ตอนแรกว่าจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนเขากับเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีฉันก็ตื่นขึ้นมาตอนเราเข้ามาในกรุงเทพแล้ว“หนูตื่นแล้วหรอคะตัวเล็ก” เขาเอ๋ยถามฉันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล โดยที่สายตายังจดจ้องอยู่กับเส้นทางเบื้องหน้าอยู่“ตื่นแล้วค่ะ เราจะไปไหนกันหรอคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัยเพราะทางที่เขาพาฉันมามันไม่ใช่ทางกลับคอนโดของฉัน“เราจะไปบ้านเฮียกันค่ะตัวเล็ก” หืม ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเขาบอกว่าจะพาฉันไปบ้านของเขา“ฮะ ไปบ้านเฮียหรอคะ ไปทำไมคะ”“ป๊ากับม๊าของเฮียอยากเจอหนูค่ะ หนูไม่ต้องกลัวนะคะพวกท่านใจดีมาก”“ป๊าม๊าของเฮียจะชอบหนูหรอคะ หนูกลัวว่าพวกท่านจะไม่ชอบหนู”“ตัวเล็กหนูไม่ต้องกังวลนะ ป๊าม๊าของเฮียต้องชอบหนูมากแน่ๆ”“เฮียไม่ได้หลอกให้หนูดีใจเล่นใช่ไหมคะ” ฉันถามเขาออกไปเพราะด้วยความกังวลนิดหน่อยถึงเขาจะบอกว่าไม่ต้องกังวลก็ตามเขาขับรถมาสักพักก็ถึงบ้านที่มีขนาดใหญ่โตพอสมควรซึ่งไม่ต่างจากบ้านฉันเท่าไหร่ มีคนออกมาเปิดประตูรั่วให้พวกเราแล้วเขาก็ขับรถไปที่โรง
ตอนที่ 12: ขอเป็นแฟนเธอผมตื่นเช้ามาด้วยความงงนิดหน่อยว่ามาอยู่ที่ห้องของน้องได้ยังไง ผมจึงนั่งแล้วค่อย ๆ ใช้ความคิดว่าเมี่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างพอนึกออกก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อคืนน้องหอมแก้มผมบอกว่าให้รางวัล ผมได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกมาน้องคงจะตื่นแล้วแหละ“ตื่นแล้วเหรอคะเฮียดิน ปวดหัวไหมคะเดี๋ยวหนูไปหายาแก้แฮงค์ให้ไหมคะ”“ตื่นแล้วค่ะ เฮียปวดหัวนิดหน่อยค่ะเดี๋ยวก็หายหนูไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” น้องว่าจบก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม“ทำไมเมื่อคืนถึงได้เมาแบบนั้นล่ะคะ ถ้าพวกพี่ ๆ เขาไม่ได้ไปด้วยแล้วเมาแบบนี้จะทำยังไงคะ” น้องถามผมน้ำเสียงเหมือนจะงอแงนิดหน่อยคงเพราะนั่งรอผมแน่เลยถึงได้งอแง“เฮียขอโทษค่ะ เฮียไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอนค่ะ”“แน่ใจนะคะ” น้องถามผมเพื่อยืนยันอีกครั้ง“แน่ใจค่ะ เฮียรับปากหนูแล้วเฮียก็จะทำให้ได้”“หนูคะวันนี้มีแพลนจะไปไหนไหมคะ”“ไม่มีค่ะ เฮียมีอะไรหรือเปล่าคะ”“พอดีเฮียอยากพาหนูไปที่ที่หนึ่ง หนูไปกับเฮียนะ”“โอเคค่ะ เฮียอาบน้ำก่อนนะคะ เมื่อเช้าหนูเก็บห้องนั้นให้แล้วเพราะหนูคิดว่าเฮียต้องมายึดพื้นที่หนูแน่นอน” น้องพูดกับผมพลางชี้นิ้วไปที่อีกห้องน
ตอนที่ 11: ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำอีก“ธีม กูถามมึงจริง ๆ นะทำไมบอกพวกกูวะ อะกูเข้าใจนะว่ามึงไม่พร้อมที่จะเปิดตัวหรือมึงยังไม่พร้อมจะบอกพวกกูพวกกูก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มึงควรเกริ่นกับพวกกูก่อนไหมล่ะ ไม่ใช่เปิดตัวมาปัง เล่นกูแทบสิ้นพระชนม์เลย”“เฮ้อ เอาจริง ๆ กูยังไม่อยากให้พวกมึงรู้เท่าไหร่ว่า…”“ว่ามึงชอบผู้ชาย ไม่ใช่สิ มึงไม่ได้ชอบผู้ชายมึงแค่รักพี่เขาแล้วมึงก็กลัวพวกกูรับไม่ได้ใช่ไหมที่แฟนมึงเป็นผู้ชาย”เฮ้อ ฟังจากที่มันพูดแล้วฉันว่ามันกลัวพวกฉันรับไม่ได้มากกว่า ฉันล่ะอยากจะตบมันให้หัวทิ่มจังเลย คิดมาได้ไง ฉันเลยพูดกับมันต่อ“เฮ้อ นี่ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้คนเยอะแล้วแฟนมึงก็อยู่กูจะตบให้หัวทิ่มเลยธีม คิดมาได้ไงถามจริง มึงกับพวกกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปี ตั้งแต่จำความได้แล้วมั้ง”“เออ…กูขอโทษกูมาคิดเยอะไปเอง” ฉันยิ้มให้กับมันสำหรับพวกฉันไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหนมันก็คือเพื่อนของพวกฉัน“เออ..กินเถอะเดียวเย็นหมดแล้ว” มันพยักหน้าส่งมาให้ฉัน ฉันเลยยิ้มตอบให้มันไปหลังจากพวกเราทานอาหารเสร็จ ก็เดินออกมาจากร้านมันหันมามองฉันแล้วพูดว่า“เดี๋ยวคืนนี้กูจะเล่าทั้งหมดให้ฟัง” ฉันพยักหน้าให้แล้วบอกมัน“ที่หลังมีอะไรห
ตอนที่ 10: เดทแรกวันนี้ท้องฟ้าสดใส ไม่มีเมฆฝนเลยพอพูดถึงฝนก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนบ่ายทันที ฉันนี่ก็นะนึกยังไงถึงชวนผู้ชายขึ้นห้องแถมยังอนุญาตให้เขานอนค้างได้ด้วย ถ้าแม่รู้ฉันโดนตีก้นลายแน่ ๆ อ๊ะ ๆ ทุกคนคิดใช่ไหมว่าเราสองคนนอนเตียงเดียวกับแต่ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะ เฮียเขานอนที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นที่พวกเราดูหนังด้วยกันเมื่อวาน“หืม…ทำไมห้องถึงดูเงียบ ๆ นะ” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วเดินตรงไปที่โซฟากลางห้องนั่งเล่น"หลับอยู่ยังไม่ตื่นนี่เอง คนอะไรขนาดหลับยังหล่อเลยจมูกก็โด่ง ปากก็สวย” ฉันพึมพำออกมาเบากลัวว่าถ้าเสียงดังจะรบกวนคนที่กำลังนอนอยู่“เฮียหล่อมากไหมคะหนู”“หล่อมาก เฮ้ย เฮียตื่นมาตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย” ฉันมัวแต่เผลอมองความหล่อของเขาจนไม่ได้สังเกตว่าเขาตื่นนอนแล้ว จึงได้เผลอตอบคำถามของเขาไป แพ้เสียงในหัวตัวเองอีกแล้วฉัน“ก็ตื่นตั้งแต่ที่หนู ที่หนูเปิดประตูออกมานั่นแหละค่ะ” ฉันได้โป๊ะแล้วโป๊ะอีก ทำเอาฉันอายจนอยากจะมุดหนีไปกับโซฟาเลย“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” ฉันพูดพลางดึงเขาให้ลุกขึ้น ฉันพยายามที่จะดึงเขาขึ้นมาแต่เขาก็ไม่ยอมลุกขึ้น“เฮียไหนเฮียรับปากหนูแล้วไงว่าจะพ
ตอนที่ 9: พายุฝนเป็นใจหลังจากนั้นเฮียจูงมือฉันมาที่รถเขา โดยที่ฉันยังไม่ทันที่จะได้ตอบตกลงเขาเลยตกลงตอนนี้ฉันจีบเฮียเขาหรือเขาจีบฉันกันแน่ฉันชักไม่มั่นใจซะแล้ว เดินอยู่ดี ๆ เขาก็หยุดแล้วก็หันกลับมามองฉัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัย“ขึ้นรถก่อนค่ะ เฮียมีอะไรจะถาม” เขาพูดพลางเปิดประตูรถให้ฉันขึ้น พอฉันขึ้นไปบนรถเขาก็ปิดประตูให้แล้วเดินอ้อมไปทางคนขับ“เฮียมีอะไรจะถามหนูหรอคะ” แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามของฉันเขากลับ โน้มตัวลงมาแล้วดึงสายเบลมาคาดให้ฉัน“หนูเป็นน้องสาวของเฮียวินหรอ” เอ๊ะ เมื่อกี้เฮียดินเรียกเฮียวินว่าเฮียหรอเขารู้จักกันหรอ“เฮียดินรู้จักเฮียวินด้วยหรอคะ” เขาพยักหน้าให้ฉัน“อืม..เฮียรู้จักกับเฮียวินเพราะว่าเฮียวินเป็นพี่รหัสของเฮีย” ระหว่างเขาตอบฉันเขาก็ขับรถไปด้วย แบบนี้นี่เอง ถึงว่าพอเฮียวินรู้ว่าฉันจีบเขาถึงไม่ห้ามเหมือนครั้งที่แล้วเพราะแบบนี้เอง“ก็ว่าอยู่ทำไมเฮียวินถึงไม่ว่าอะไรตอนที่รู้ว่าหนูจีบเฮีย ถ้าเป็นคนอื่นนะ หนูไม่รอดแน่” ฉันพูดจบประโยคสุดท้ายก็ทำท่าทางขนลุกขนพอง“ทำไมคะ เฮียวินดุมากเลยหรอ” ฉันหันไปมองเขาแล้วก็พยักหน้าส่งไปให้“แต่เฮียแกก็ดุจริง
ตอนที่ 8: โดนจีบ“เดี๋ยวนะ นี่แกเป็นน้องสาวของพี่ ๆ เขาหรอ” ฉันไม่ตอบได้แต่พยักหน้าให้ธีมมันถามออกมาด้วยความตกใจ จะตกใจก็ไม่แปลกก็ไม่เคยมีใคร ๆ เคยเห็นพวกเฮียอยู่กับฉันหรือลงรูปฉันก็ลงให้เห็นแค่ด้านหลัง แต่ที่เฮียรีบออกมาแก้ข่าว คงเพราะพี่สาวคนสวยคนนั้นแน่เลย“งั้นกูขอถามมึงหน่อยนะ ยังมีอะไรอีกบ้าง
ตอนที่ 7: ข่าวปลอมหลังจากสีครามมาส่งฉันถึงบ้านแล้วฉันก็ได้เอ่ยชวนว่าจะเข้าบ้านไปพักก่อนไหมแต่เขากลับปฏิเสธแล้วก็รีบขับรถออกไปทันที“รีบไปไหนของเขานะ” ฉันได้แต่พูดลอย ๆ ขึ้นมา แต่กว่าจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ฉันก็เห็นป้านวลคนที่ดูแลฉันกับพวกเฮียมาตั้งแต่เด็ก“สวัสดีค่ะ ป้านวล”“ว๊ายย คุณหนูขาไปโดนอะไ
ตอนที่ 6: น้ำเมาเป็นเหตุหลังจากนั่งดูดาวกับพี่เขาได้สักพักแล้วฉันก็ชวนพี่เขาดื่มเพราะว่ากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ไกลเริ่มเปิดขวดดื่มกันบ้างแล้วถึง ฉันจะไม่ได้คอแข็งมากแต่ก็พอดื่มได้บ้างนิดหน่อย ในขณะที่พวกเราดูดาวก็จิบเหล้าเข้าไปบ้างพูดคุยกันบ้าง สักพักฉันว่าฉันเริ่มเมาแล้วพี่เขาก็อาสาไปส่งที่ห้อง
ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี” ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“ค







