LOGINเคยไหม..ตกหลุมรักใครบางคนเพียงเพราะ รอยยิ้ม และ ความใจดีที่เขามีให้สัตว์ตัวเล็กๆ หลังจากอกหักจาก คุณหมอหนุ่มสุดเย็นชาวันเวฬา สาวนิเทศ สายลุยที่กำลังจะปิดใจแต่ใครจะไปคิดว่าโชคชะตาจะส่งหนุ่มวิศวะมาให้ ตัวละคร เหตุการณ์ และสถานที่ในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลหรือองค์กรใดให้เกิดความเสียหาย สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (และฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558)ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำ หรือนำเนื้อหาส่วนหนึ่งส่วนใดในนิยายเล่มนี้ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบสื่อบันทึกใดๆ หรือวิธีการใดๆ และไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ (นักเขียน) ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์และการวิจารณ์เท่านั้น
View Moreบทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บาน
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโพลารอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนออกมาจากตัวกล้องคู่ใจ 'วันเวฬา' สะบัดแผ่นฟิล์มในมือเบาๆ รอให้ภาพสีหม่นชัดเจนขึ้นทีละน้อย... ภาพนั้นคือแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สะอาดตาที่เธอมองตามมาตลอด 4 เดือน แต่น่าแปลกที่วันนี้หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับรู้สึกนิ่งสงบ... สงบจนน่าใจหาย "เวฬา... แกโอเคไหม?" อั่งเปา เพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน "อื้ม... โอเค" วันเวฬายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายเดือน "ฉันตัดสินใจแล้วเปา ฉันจะพอแล้วล่ะ ความพยายามที่เขาไม่ต้องการ มันก็แค่ความวุ่นวายที่ไปรบกวนชีวิตเขาเท่านั้นเอง" เธอบอกเลิกความรักครั้งเก่าในวันที่ท้องฟ้าดูเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดและให้กำลังใจ วันเวฬาสัญญาว่าจะกลับมาเป็น 'เวฬาคนเดิม' ที่ร่าเริงและรักตัวเองให้มากขึ้น เปิดภาคเรียนที่ 2 แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของวันเวฬากลับทรยศส่งเสียงกระตุกแล้วดับสนิทอยู่ข้างทางหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ "โธ่เอ๊ย! มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย" ร่างบางในชุดนักศึกษานิเทศฯ ยืนเกาหัวแกรกๆ พลางมองซ้ายมองขวาอย่างมีความหวัง "มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความใจเย็นดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อวันเวฬาหันไป เธอก็พบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีกรมท่า ใบหน้าคมคายนั้นดูเรียบเฉยแต่กลับมีนัยน์ตาที่ทอประกายความใจดี เขาขยับเข้ามาดูรถให้เธอด้วยความชำนาญ มือหนาที่เปื้อนคราบน้ำมันเล็กน้อยขยับโน่นนี่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ "เรียบร้อยครับ ลองสตาร์ทดูใหม่นะ" และนั่นคือวินาทีที่โลกของวันเวฬาเหมือนจะหยุดหมุน... รอยยิ้มของเขาไม่ใช่แค่การรักษามารยาท แต่มันอบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงบนพื้นดินที่เคยแห้งแล้ง "ขะ...ขอบคุณมากนะคะ" "ไม่เป็นไรครับ ทีหลังเช็กลมยางด้วยนะ... เดี๋ยวจะไปเรียนไม่ทัน" เขาพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้วันเวฬายืนค้างอยู่ตรงนั้น หัวใจที่เคยบอกว่า 'จะพัก' กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป... มันไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหอบเหมือนตอนที่วิ่งตามใครบางคน แต่มันรู้สึกเหมือนได้รับพลังงานบางอย่างที่ทำให้เธออยากจะ... 'เริ่มใหม่อีกครั้ง' "ชื่ออะไรนะ... ปฐพีเหรอ?" วันเวฬามองตามแผ่นหลังกว้างของ 'นายวิศวะ' คนนั้นไปพร้อมกับรอยยิ้ม และในมือของเธอก็เริ่มขยับเตรียมหยิบกล้องโพลารอยด์ขึ้นมาอีกครั้ง บางที... 'วันเวฬา' ของเธอ อาจจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ในวันนี้ก็ได้ "ถึง... คุณรอยยิ้มปฐพี ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือในวันนี้ซ้ำๆ นะคะ จาก... W”ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม“ป้าสบ
ตอนที่ 3:การออกเดินทาง คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที
ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเราม
ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่ บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสา