LOGINตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้อง
ในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้ “สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม “คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป “ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน “ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา “คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ” “แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง” “อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม “ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม “ป้าสบายดีค่ะคุณสีครามไม่ได้ดุคุณหนูเยอะใช่ไหมคะ”ป้าแกถามพรางหัวเราะ “ก็มีบ้างแหละครับ ก็ยัยตัวแสบดื้อเหลือเกิน”สีครามพูดจบก็เอามือมาขยี้หัวฉัน ฉันจับมือสีครามออกแต่แวบหนึ่งฉันเห็นสายตาพี่เวนิสมองสีครามด้วยสายตาที่น้อยใจหรือว่าฉันตาฝาดกันนะ อาจจะใช่สีครามไม่น่ารู้จักกับพี่เขาแต่ในขณะนั้นก็มีเสียงของปันฟ้าดังขึ้น “โอ๊ย นายถือของดีๆไม่เป็นหรอห้ะ โดนคนอื่นแล้วเนี้ย”ปันฟ้าพูดด้วยความไม่สบอารมณ์ “นี่ยัยเด็กบ้าฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะ เรียกฉันดีๆหน่อยก็ได้มั้ง”เป็นพี่อาทิตย์ที่เป็นคู่กรณีปันฟ้า ปกติปันฟ้าไม่เคยโวยวายใส่ใครเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นปันฟ้าเป็นแบบนี้ “เอาล่ะ เข้าบ้านกันก่อนเถอะจะได้แบ่งว่าใครจะนอนกับใครป้ากับไปเถอะค่ะ” หลังจากนั้นป้าศรีก็ไปที่บ้านพักตัวเองแล้วพวกฉันก็เข้ามาในบ้านแล้วฉันก็อธิบายให้ทุกคนฟัง “ห้องนอนมีสี่ห้องจะต้องมีหนึ่งห้องที่นอนสามคนค่ะใครจะนอนกับใครก็เลือกเอานะคะ” “พี่นอนกับแฟนพี่นะครับ”พูดจบก็เดินมากอดคออั่งเปาแล้วเดินไปเลย “งั้นพี่ขอนอนกับไอ้ธีมก็แล้วกันนานจะได้เจอกับคนที่นิสัยเหมือนกันพูดคุยกันถูกคอดี”พี่เขาพูดจบก็เดินไปกับไอ้ธีมเลย “คงเหลือพี่กับผมแล้วล่ะเราคงต้องนอนห้องเดียวกัน”สีครามพูดจบพี่เขาก็พยักหน้าแต่ก่อนจะเดินไปสีครามหันมามองฉันแล้วเอ่ยทักขึ้นมาว่า “ให้เราช่วยยกขึ้นไปให้ไหม”ฉันไม่ได้ตอบแต่ส่ายหน้าส่งไปให้สีครามก็พยักหน้าตอบแล้วเดินขึ้นข้างบนไป “พี่เวนิสนอนกับพวกเราได้ใช่ไหมค่ะ ไม่อึดอัดใช่ไหมคะ”พี่เขายิ้มตอบแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่อึดอัดเลยค่ะ พี่คิดว่าพวกเราจะอึดอัดซะอีก” “พวกเราชิวๆค่ะ นอนกันเยอะๆไม่เหงาดี”พวกเราพูดคุยกันจบก็ขึ้นห้องพักไปทันที ห้องที่พวกฉันได้เป็นห้องใหญ่สุดของทุกห้องที่มีในบ้าน หลังจากจัดของกันเสร็จพวกเราก็นอนพักผ่อนเอาแรงกันก่อน ที่จะลงไปข้างล่าง เวลาสี่โมงเย็น ทุกคนได้มารวมตัวกันที่โถงกลางบ้าน ดูเหมือนฉันจะลงมาเป็นคนสุดท้ายก่อนที่จะไปไหนกัน ฉันเลยบอกให้ทุกคนไปกันเลยฉันขออยู่ที่บ้าน สรุปที่ออกไปข้างนอกจะมีแค่พวกผู้ชายและกอั่งเปาที่คอยไปเช็กของที่ซื้อ “ทุกคนไปเถอะ”พูดจบฉันกำลังจะเดินออกไปแต่ก็มีเสียงของสีครามที่พูดออกมา “ให้เราอยู่เป็นเพื่อนไหม”ฉันไม่ตอบได้แต่ส่ายหัวไปให้แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องๆหนึ่งที่อยู่ห้องข้างล่างเป็นห้องที่มีอยู่ห้องเดี๋ยว มันเป็นห้องของคุณตาคุณยายของฉันแต่ตอนนี้พวกท่านเสียชีวิตไปแล้วตอนที่พวกท่านยังอยู่ฉันสนิทกับพวกท่านมาก “คุณตาคุณยายคะ หนูคิดถึงคุณตาคุณยายคะมากเลยนะคะ คิดถึงสมัยตอนที่คุณยายยังสอนหนูทำขนม คิดถึงภาพตอนคุณตาสอนหนูถ่ายรูปริมทะเลสวยๆ พาหนูออกไปจับปูตอนนนั้นมันสนุกมากๆเลยค่ะ” ฉันพูดออกไปในอากาศแม้ไม่รู้ว่าพวกท่านจะได้ยินไหม แต่ฉันก็อยากจะพูดออกมาฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ก็มีนํ้าตาไหลออกมา ด้านตลาดของสด “สีคราม กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงมัน”เสียงของอั่งเปาเอ่ยขึ้นมาอย่างลอยพวกผมที่นั่งอยู่ในรถได้แต่นั่งฟังอย่างเงียบ “กลับมาที่นี่เมื่อไร เวจะเป็นแบบนี้ทุกทีทำตัวเหมือนว่าไม่เป็นไรแต่ก็ ชั่งเถอะเรารีบไปซื้อของและรีบกลับไปดูเวกันเถอะ”ผมได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมน้องถึงเป็นห่วงน้องเวฬากันนัก เพราะน้องก็แค่อยู่ที่บ้านเองนะหรือจะมีเรื่องอะไร หลังจากที่พวกผมเดินซื้อของจนได้ของครบพวกผมก็เดินทางกับกันทันทีเลนยเพราะเดี๋ยวจะมืด พอมาถึงบ้านน้องสองคนก็รีบเดินเข้าบ้านและถามปันฟ้า “มันยังไม่ออกมาอีกหรอ นี้กูว่าพวกกูก็ไปนานอยู่นะ”เสียงของอั่งเปาพูดด้วยความเป็นห่วง “มันได้กินอะไรลองท้องหรือยัง”ปกติเท่าที่ผมเห็นธีมมาถึงพึ่งจะไดรู้จักแต่น้องก็มีนิสัยเหมือนไอ้อาทิตย์แต่ครั้งนี้น้องดูทำหน้าเครียดแล้วอยู่สีครามก็สบถออกมาว่า “กูไม่น่าอนุญาตให้มาที่นี่เลยกูไม่น่าเลยจริงถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้”เพราะเหมือนห้องนั้นจะล็อคสีครามหยิบพวงกุญแจออกมาแล้วเดินตรงไปที่ห้องนั้น พอผมหันไปก็เห็นเวนิสที่มองไปยังสีครามด้วยแววตาที่ดูเหมือนจะเศร้าและมีความน้อยใจอยู่ ผมว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ในขณะที่คนอื่นเตรียมของอยู่สองคนนั้นก็ยังไม่ออกมาจากห้องนั้นเลย แก๊ก แก๊ก แก๊ก ในที่สุดประตูห้องงก็เปิดออกมาคนที่ออกมาคนแรกก็เป็นสีครามตามมาด้วยวันเวฬาที่เดินออกมาพร้อมกัน เพื่อนๆน้องที่อยู่ในครัวก็รีบวิ่งออกมาอยา่งกระตือรือร้น ด้วยความเป็นห่วง การกระทำนี้กับยิ่งทำให้พวกผมสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่แล้วผมกับได้ยินเสียงที่น้องตอบกับเพื่อน “เราไม่เป็นไร เดี๋ยวเข้าไปช่วยทำอาหารนะวันนี้เราขอโชว์ฝีมือ”น้องๆเขาคงสนิทกันมากเลยนะแค่มองก็รู้ว่าเพื่อนไม่โอเคหรือเพื่อนโอเค “เวนิสตกลงเป็นอะไร อย่าคิดว่าเราไม่เห็นนะเมื่อกี้”เวนิสหันมามองผมด้วยความไวและท่าทางตกใจมาก “ดูออกขนาดนั้นเลยหรอ” “เราไม่ได้ตาบอดนะ แต่ถ้าไมได้สังเกตุก็ไม่สงสัยอะไรหรอก” เวลาทานอาหารเย็น กว่าจะได้ทานอาหารก็ปาไปจะหนึ่งทุ่มแล้ว แต่ว่าอาหารแต่ละอย่างดูน่าทานมากๆเลยพวกเรามานั่งรวมกันเพื่อทานอาหารและพูดคุยเพื่อจะได้รู้สึกไม่ประหม่ากันและจะได้สนิทกันเร็ว “อ่ะๆ อาหารเย็นมื้อนี้ต้องยกต้องยกความดีคววามชอบให้สาวๆนะคะ พวกเราตั้งใจทำกันสุดฝีมือเลย” “เออ พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมอะ พอดีเมื่อเย็นเห็นสีครามแทบสติหลุดอะ เลยอยากรู้ว่า สีครามกับน้องเวฬากิ๊กกันหรือเปล่าดูแล้วเหมือนทั้งสองจะสนิทกันมากคงมากว่าเพื่อนด้วยหรือเปล่าแต่ถ้าอึดอัดพี่ขอโทษด้วยยนะ”เป็นไอ้อาทิตย์ที่ชอบสอดรู้สอดเห็น “จะบอกว่ามากกว่าเพื่อนก็ได้นะคะ” “ห้ะพวกมึงคบกันจริงหรอ” “ไอ้ธีม ไอ้บ้าตบปากตัวเองเลยนะ มึงก็รู้ยังจะมาพูดแบบนี้อีก” “เอ้า ก็เผื่อมึงเปลี่ยนใจไง”คำพูดทีเล่นทีจริงของเพื่อนน้องน่าจะเป็นคำที่ทำให้เพื่อนของผมเสียใจก็ได้ถ้ามันป็นแบบนั้น “ถ้าพวกกูคบกันนะมึง บรรพบุรุษพวกกูคงได้ลุกออกมาเขกกะบาลพวกกูแน่ๆ”ทำไมแค่คบกันเองหรือว่าบ้านของทั้งสองไม่ถูกกันนะ “เลิกแกล้งพวกมันได้แล้วเว แค่นี้พวกมันก็อยากจะเสือกกันเต็มที่แล้ว” “กูสองคนขอโทษพวกมึงล่วงหน้าไว้ก่อนนะ คือกูสองคนมีเรื่องที่ยังบอกพวกมึงไม่หมดอะ”น้องเขาทำหน้าตาหน้าสงสารใส่เพื่อนๆ “เรื่องไร แล้วไม่ต้องมาทำหน้าตาน่าสงสารเลยนะ บอกมาเลย” “คือ กูกับสีครามเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอะ พ่อของสีครามเป็นพี่ชายแม่กูอะ “น้องพูดพรางยิ้มแหย่ๆให้เพื่อน “ห้ะ พี่น้องกูไม่แปลกใจเลยทำไมป้าคนเมื่อเย็นถึงได้สนิทกับมัน” “เออๆทดไว้ก่อนนะมึง กินข้าวเถอะพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้าจะได้พักผ่อนกันเร็วๆ”ผมนั่งมองน้องๆคุยกันแต่ก็ต้องสะดุดกับลอยยิ้มของน้องเเขา เป็นรอยยิ้มที่ส่งให้คนรับอย่างจริงใจ “ฉันว่าจะออกมาถ่ายรูปคืนนี้อะ พวกแกพักกันเถอะ” “นี่พี่ผมจะบอกอะไรให้นะ ไอ้เวเพื่อนผมคนนี้มันถ่ายรูปเก่งมาก ยิ่งถ้าเป็นกล้องฟิล์มด้วยแล้วนะอย่างงี้เลย”ธีมว่าพร้อมกับทำท่ายกนิ้วให้ แต่ผมกับสะดุดกับคำว่าถ่ายรูปกล้องฟิล์ม วันเวฬาคนนี้จะใช่คนที่ส่งของให้ผมหรือเปล่านะ ชักน่าสงสัยซะแล้ว หลังจากนั้นพวกเราก็ทานอาหารกันอาจจะมีพูดคุยกันนิกหน่อยแต่ก็ไม่เงียบเหงา เพราะนอกจากมีไอ้อาทิตย์ที่คอยป่วนบนโต๊ะอาหารมันกับได้คู่หูค่อยช่วยแกล้งคนอื่นอีก อาหารมื้อนี้กับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคสามสนุกสนานและการกระชับมิตร สองทุ่มบรรยายกาศกำลังดี ผมออกมาเดินเล่นแต่ก็ต้องพบกับน้องวันเวฬา ผมเลยเดินเข้าไปชวนน้องพูดคุย “ทำอะไรอยู่ครับ น้องวันเวฬา” “อุ้ย ตกใจหมดเเลยค่ะพี่ปฐพีทำไมเงียบๆแบบนี้ล่ะคะ และอีกอย่างไม่ต้องเรียกชื่อเต็มขนาดนี้ก็ได้นะคะ เรียกว่าเวก็พอค่ะ”ดูเหมือนน้องน่าจะตกใจจริงๆ ดูทำหน้าตาตื่นเชียว “ครับน้องเว เราก็เรียกพี่ว่าเฮียดินก็ได้นะคะ” “คะ เฮียดินหรอคะ”น้องหันมาหาผมพร้อมทวนคำถามอีกครั้ง “ครับ”ผมตอบน้องกับไปด้วยเสียงหนักแน่น ว่าแต่ผมว่าผมคุ้นๆกับนํ้าเสียงนี้มากเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่นึกอย่างไงก็นึกไม่ออก ในขณะที่ผมใช่ความคิดนั้น น้องเขาก็ดึงผมเข้ามาหลบที่หลังพุ่มไม้ “ดึงพี่เข้ามาทำไหมครับ”น้องทำท่าจุ๊ปากแล้วพูดเสียงเบาๆออกมา “ชู่เบาๆสิคะ พี่ไม่ได้ยินเสียงคนเดินมาหรอคะเหมือนหนูจะได้ยินเสียงของสีครามเลย”ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่แค่สีครามคนเดียวแล้วผมได้ยินเสียงผู้หญิงเดินพูดมาผมน่าจะเป็นเสียงของเวนิส พวกผมสองคนแอบอยู่หลังพุ่มไม้รอฟังเงียบๆ “เป็นอะไรครับ เห็นเงียบๆมาตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว”นี่น่าจะเป็นเสียงของสีคราม “พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยก็บอกไปแล้วไง”ห้ะเวนิสหรอน่าจะเป็นอย่างที่ผมคิดแล้วแหละ “ถ้าเรื่องเวล่ะก็ ผมกับเวเป็นญาติกันจริงๆ ไม่ได้โกหกเลยพี่อย่าคิดมากซิ” “ไม่ได้คิดมากจริงๆ” “เชื่อได้ใช่ไหมครับ พี่ยิ่งมีอะไรแล้วไม่ค่อยพูดอยู่” คนข้างผมนี้นั่งฟังนิ่งมากแต่พอหันกับไปดู ที่ว่านิ่งอาจจะไม่ใช่เพราะเจ้าตัวกำลังกลั้นขำอย่างสุดกำลังแต่แล้วก็ทนไม่ไหว หัวเราะลั่นเลยจนสองคนนนั้นได้ยิน “ใครน่ะ ออกมาเดียวนี้เลยนะ”เสียงของสีครามตะโกนถามผมกับน้องจึงค่อยๆโพล่หน้าออกมาทีละนิด “เว/ดิน”ทั้งสองเรียกด้วยเสียงที่ตกใจ “จะเสียงดังทำไมเนี่ยเดี๋ยวความก็แตกอีกหรอก เก็บเงียบไม่บอกเราเลยนะ” “ทำไมมาอยู่ตรงนี้ ไม่ไปนอน” “ก็ถ้าเราไปนอนจะได้เห็นเรื่องดีๆหรอ ตั้งแต่จำความได้เธอไม่เคยอ้อนใครแบบนี้เลย”น้องเขาแซวตนอื่นก็เป็นด้วยหรอ “ถ้ายังไม่เลิกแซวเราอาจจะหลุดปากเรื่องนั้นก็ได้นะ”พอสีครามขู่นน้องเขาถึงกับหน้าเสียแล้วก็เงียบไปเลย “ดิน ไม่ตกใจหน่อยหรอ” “ก็ไม่เกินจากที่คาดคิดสักเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยตกใจ” “ไม่กวนแล้วจ้า ไปถ่ายรูปก่อน”น้องพูดจบแต่แทนที่ตะเดินไปคนเดียวกับลากผมไปด้วย หลังจากที่พวกเราเดินมาได้สักพัก “เราชอบกล้องฟิล์มหรอ”ผมถามออกไปเพราะเห็นว่าเพื่อนของน้องพูดว่าน้องถ่ายรูปที่ใช้กล้องฟิล์มสวยมาก “ใช่ค่ะ เวชอบกล้องฟิล์มมากเลยค่ะ เพราะคุณตาเป็นคนสอนใช้มาตั้งแต่เด็ก”ตอนแรกน้องเขาก็ยิ้มอยู่หรอกแต่พพูดถึงคุณตาน้องก็ทำหน้าเศร้าแต่ก็กลบเกลื่อนด้วยการหันมายิ้มให้ผม พูดถึงกล้องมันทำให้ผมนึกถึง รหัสลับW ถ้ามองดีน้องก็มีความคลายอยู่ส่วนหนึ่งนะ ในขณะที่ผมกำลังคิดกับได้ยินเสียงกดชัดเตอร์ แชะ แชะ แชะ “ไว้เวจะส่งรูปไปให้นะคะ”น้องหันมายิ้มให้ผมแล้วยื่นรูปมาให้ผมดู จะเป็นไปได้ไหมที่น้องจะเป็นคนๆนั้นที่คอยส่งขนมแล้วรุปสวยมาให้ผม งั้นลองหยั่งเชิงดูดีกว่า “สวย รูปสวยมากครับ ทำให้พี่นึกถึงคนที่ชอบส่งขนมกับรูปมาให้พี่เกือบทุกเช้าเลย” “หรอคะ พี่รู้ไหมค่ะว่าเขาเป็นใคร”น้องถามผม แต่ผมสังเกตุเหมือนหน้าทำเป็นไม่รู้แต่สายตากับสั่นๆ “เออ หนูว่าพวกเรารีบกับไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า”หลังจากที่น้องพูดเสร็จก็รีบลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกจากชายหาดเข้าบ้านไปโดยมีผมเดินตามข้างหลังมองแผ่นหลังของน้องเขา วันเวฬา ก็ตัว W เสียอย่างเดียวที่ไม่ได้ใส่แว่นไม่อย่างงั้นคงได้คำตอบที่แน่นอนไปแล้วตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า “ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ “ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป “ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ” “กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ” “เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง” “ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว “ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ “แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม“ป้าสบ
ตอนที่ 3:การออกเดินทาง คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที
ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเราม
ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่ บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสา
บทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บานเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโพลารอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนออกมาจากตัวกล้องคู่ใจ 'วันเวฬา' สะบัดแผ่นฟิล์มในมือเบาๆ รอให้ภาพสีหม่นชัดเจนขึ้นทีละน้อย... ภาพนั้นคือแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สะอาดตาที่เธอมองตามมาตลอด 4 เดือนแต่น่าแปลกที่วันนี้หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับรู้สึกนิ่งสงบ... สงบจนน่าใจหาย"เวฬา... แกโอเคไหม?" อั่งเปา เพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน"อื้ม... โอเค" วันเวฬายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายเดือน "ฉันตัดสินใจแล้วเปา ฉันจะพอแล้วล่ะ ความพยายามที่เขาไม่ต้องการ มันก็แค่ความวุ่นวายที่ไปรบกวนชีวิตเขาเท่านั้นเอง"เธอบอกเลิกความรักครั้งเก่าในวันที่ท้องฟ้าดูเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดและให้กำลังใจ วันเวฬาสัญญาว่าจะกลับมาเป็น 'เวฬาคนเดิม' ที่ร่าเริงและรักตัวเองให้มากขึ้นเปิดภาคเรียนที่ 2แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของวันเวฬากลับทรยศส่งเสียงกระตุกแล้วดับสนิทอยู่ข้างทางหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์"โธ่เอ๊ย! มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย" ร่างบางในชุดนักศึก







