Se connecterในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้
“สวัสดีค่ะป้าศรี” ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม
“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ” ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป
“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ” ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน
“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว” ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมาก ๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา
“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”
“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”
“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอคะ” หลังจากป้าแกทักทายสีคราม
“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ” สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไม สีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม
“ป้าสบายดีค่ะคุณสีครามไม่ได้ดุคุณหนูเยอะใช่ไหมคะ” ป้าแกถามพลางหัวเราะ
“ก็มีบ้างแหละครับ ก็ยัยตัวแสบดื้อเหลือเกิน” สีครามพูดจบก็เอามือมาขยี้หัวฉัน
ฉันจับมือสีครามออกแต่แวบหนึ่งฉันเห็นสายตาพี่เวนิสมองสีครามด้วยสายตาที่น้อยใจหรือว่าฉันตาฝาดกันนะ อาจจะใช่สีครามไม่น่ารู้จักกับพี่เขาแต่ในขณะนั้นก็มีเสียงของปันฟ้าดังขึ้น
“โอ๊ย นายถือของดี ๆ ไม่เป็นหรอฮะ โดนคนอื่นแล้วเนี่ย” ปันฟ้าพูดด้วยความไม่สบอารมณ์
“นี่ยัยเด็กบ้าฉันเป็นรุ่นพี่เธอนะ เรียกฉันดี ๆ หน่อยก็ได้มั้ง” เป็นพี่อาทิตย์ที่เป็นคู่กรณีปันฟ้า ปกติปันฟ้าไม่เคยโวยวายใส่ใครเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นปันฟ้าเป็นแบบนี้
“เอาล่ะ เข้าบ้านกันก่อนเถอะจะได้แบ่งว่าใครจะนอนกับใครป้ากลับไปเถอะค่ะ”
หลังจากนั้นป้าศรีก็ไปที่บ้านพักตัวเองแล้วพวกฉันก็เข้ามาในบ้านแล้วฉันก็อธิบายให้ทุกคนฟัง
“ห้องนอนมีสี่ห้องจะต้องมีหนึ่งห้องที่นอนสามคนค่ะใครจะนอนกับใครก็เลือกเอานะคะ”
“พี่นอนกับแฟนพี่นะครับ” พูดจบก็เดินมากอดคออั่งเปาแล้วเดินไปเลย
“งั้นพี่ขอนอนกับไอ้ธีมก็แล้วกันนานจะได้เจอกับคนที่นิสัยเหมือนกันพูดคุยกันถูกคอดี” พี่เขาพูดจบก็เดินไปกับไอ้ธีมเลย
“คงเหลือพี่กับผมแล้วล่ะเราคงต้องนอนห้องเดียวกัน” สีครามพูดจบพี่เขาก็พยักหน้าแต่ก่อนจะเดินไปสีครามหันมามองฉันแล้วเอ่ยทักขึ้นมาว่า
“ให้เราช่วยยกขึ้นไปให้ไหม” ฉันไม่ได้ตอบแต่ส่ายหน้าส่งไปให้สีครามก็พยักหน้าตอบแล้วเดินขึ้นข้างบนไป
“พี่เวนิสนอนกับพวกเราได้ใช่ไหมคะ ไม่อึดอัดใช่ไหมคะ” พี่เขายิ้มตอบแล้วเอ่ยขึ้นมาว่า
“ไม่อึดอัดเลยค่ะ พี่คิดว่าพวกเราจะอึดอัดซะอีก”
“พวกเราชิว ๆ ค่ะ นอนกันเยอะ ๆ ไม่เหงาดี” พวกเราพูดคุยกันจบก็ขึ้นห้องพักไปทันที
ห้องที่พวกฉันได้เป็นห้องใหญ่สุดของทุกห้องที่มีในบ้าน หลังจากจัดของกันเสร็จพวกเราก็นอนพักผ่อนเอาแรงกันก่อน ที่จะลงไปข้างล่าง
เวลาสี่โมงเย็น
ทุกคนได้มารวมตัวกันที่โถงกลางบ้าน ดูเหมือนฉันจะลงมาเป็นคนสุดท้ายก่อนที่จะไปไหนกัน ฉันเลยบอกให้ทุกคนไปกันเลยฉันขออยู่ที่บ้าน สรุปที่ออกไปข้างนอกจะมีแค่พวกผู้ชายและก็อั่งเปาที่คอยไปเช็กของที่ซื้อ
“ทุกคนไปเถอะ” พูดจบฉันกำลังจะเดินออกไปแต่ก็มีเสียงของสีครามที่พูดออกมา
“ให้เราอยู่เป็นเพื่อนไหม” ฉันไม่ตอบได้แต่ส่ายหัวไปให้แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องห้อง
หนึ่งที่อยู่ห้องข้างล่างเป็นห้องที่มีอยู่ห้องเดียว มันเป็นห้องของคุณตาคุณยายของฉันแต่ตอนนี้พวกท่านเสียชีวิตไปแล้วตอนที่พวกท่านยังอยู่ฉันสนิทกับพวกท่านมาก
“คุณตาคุณยายคะ หนูคิดถึงคุณตาคุณยายคะมากเลยนะคะ คิดถึงสมัยตอนที่คุณยายยังสอนหนูทำขนม คิดถึงภาพตอนคุณตาสอนหนูถ่ายรูปริมทะเลสวย ๆ พาหนูออกไปจับปูตอนนั้นมันสนุกมาก ๆ เลยค่ะ” ฉันพูดออกไปในอากาศแม้ไม่รู้ว่าพวกท่านจะได้ยินไหม แต่ฉันก็อยากจะพูดออกมาฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ก็มีนํ้าตาไหลออกมา
ด้านตลาดของสด
“สีคราม กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงมัน” เสียงของอั่งเปาเอ่ยขึ้นมาอย่างลอยพวกผมที่นั่งอยู่ในรถได้แต่นั่งฟังอย่างเงียบ
“กลับมาที่นี่เมื่อไร เวจะเป็นแบบนี้ทุกทีทำตัวเหมือนว่าไม่เป็นไรแต่ก็ ช่างเถอะเรารีบไปซื้อของและรีบกลับไปดูเวกันเถอะ” ผมได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมน้องถึงเป็นห่วงน้องเวฬากันนัก เพราะน้องก็แค่อยู่ที่บ้านเองนะหรือจะมีเรื่องอะไร
หลังจากที่พวกผมเดินซื้อของจนได้ของครบพวกผมก็เดินทางกลับกันทันทีเลยเพราะเดี๋ยวจะมืด พอมาถึงบ้านน้องสองคนก็รีบเดินเข้าบ้านและถามปันฟ้า
“มันยังไม่ออกมาอีกหรอ นี่กูว่าพวกกูก็ไปนานอยู่นะ” เสียงของอั่งเปาพูดด้วยความเป็นห่วง
“มันได้กินอะไรรองท้องหรือยัง” ปกติเท่าที่ผมเห็นธีมมาถึงพึ่งจะได้รู้จักแต่น้องก็มีนิสัยเหมือนไอ้อาทิตย์แต่ครั้งนี้น้องดูทำหน้าเครียดแล้วอยู่สีครามก็สบถออกมาว่า
“กูไม่น่าอนุญาตให้มาที่นี่เลยกูไม่น่าเลยจริงถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้” เพราะเหมือนห้องนั้นจะล็อกสีครามหยิบพวงกุญแจออกมาแล้วเดินตรงไปที่ห้องนั้น พอผมหันไปก็เห็นเวนิสที่มองไปยังสีครามด้วยแววตาที่ดูเหมือนจะเศร้าและมีความน้อยใจอยู่ ผมว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ ในขณะที่คนอื่นเตรียมของอยู่สองคนนั้นก็ยังไม่ออกมาจากห้องนั้นเลย
แก๊ก แก๊ก แก๊ก
ในที่สุดประตูห้องก็เปิดออกมาคนที่ออกมาคนแรกก็เป็นสีครามตามมาด้วยวันเวฬาที่เดินออกมาพร้อมกัน
เพื่อน ๆ น้องที่อยู่ในครัวก็รีบวิ่งออกมาอย่าง
กระตือรือร้น ด้วยความเป็นห่วง การกระทำนี้กลับยิ่งทำให้พวกผมสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่แล้วผมกับได้ยินเสียงที่น้องตอบกลับ
เพื่อน
“เราไม่เป็นไร เดี๋ยวเข้าไปช่วยทำอาหารนะวันนี้เราขอโชว์ฝีมือ” น้อง ๆ เขาคงสนิทกันมากเลยนะแค่มองก็รู้ว่าเพื่อนไม่โอเคหรือเพื่อนโอเค
“เวนิสตกลงเป็นอะไร อย่าคิดว่าเราไม่เห็นนะเมื่อกี้” เวนิสหันมามองผมด้วยความไวและท่าทางตกใจมาก
“ดูออกขนาดนั้นเลยหรอ”
“เราไม่ได้ตาบอดนะ แต่ถ้าไม่ได้สังเกตก็ไม่สงสัยอะไรหรอก”
เวลาทานอาหารเย็น
กว่าจะได้ทานอาหารก็ปาไปจะหนึ่งทุ่มแล้ว แต่ว่าอาหารแต่ละอย่างดูน่าทานมาก ๆ เลยพวกเรามานั่งรวมกันเพื่อทานอาหารและพูดคุยเพื่อจะได้รู้สึกไม่ประหม่ากันและจะได้สนิทกันเร็ว“อ่ะ ๆ อาหารเย็นมื้อนี้ต้องยกต้องยกความดีความชอบให้สาว ๆ นะคะ พวกเราตั้งใจทำกันสุดฝีมือเลย”
“เออ พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมอะ พอดีเมื่อเย็นเห็นสีครามแทบสติหลุดอะ เลยอยากรู้ว่า สีครามกับน้องเวฬากิ๊กกันหรือเปล่าดูแล้วเหมือนทั้งสองจะสนิทกันมากคงมากว่าเพื่อนด้วยหรือเปล่าแต่ถ้าอึดอัดพี่ขอโทษด้วยนะ” เป็นไอ้อาทิตย์ที่ชอบสอดรู้สอดเห็น
“จะบอกว่ามากกว่าเพื่อนก็ได้นะคะ”
“ฮะพวกมึงคบกันจริงหรอ”
“ไอ้ธีม ไอ้บ้าตบปากตัวเองเลยนะ มึงก็รู้ยังจะมาพูดแบบนี้อีก”
“เอ้า ก็เผื่อมึงเปลี่ยนใจไง” คำพูดทีเล่นทีจริงของเพื่อนน้องน่าจะเป็นคำที่ทำให้เพื่อนของผมเสียใจก็ได้ถ้ามันเป็นแบบนั้น
“ถ้าพวกกูคบกันนะมึง บรรพบุรุษพวกกูคงได้ลุกออกมาเขกกบาลพวกกูแน่ๆ” ทำไมแค่คบกันเองหรือว่าบ้านของทั้งสองไม่ถูกกันนะ
“เลิกแกล้งพวกมันได้แล้วเว แค่นี้พวกมันก็อยากจะเสือกกันเต็มที่แล้ว”
“กูสองคนขอโทษพวกมึงล่วงหน้าไว้ก่อนนะ คือกูสองคนมีเรื่องที่ยังบอกพวกมึงไม่หมดอะ” น้องเขาทำหน้าตาหน้าสงสารใส่เพื่อน ๆ
“เรื่องไร แล้วไม่ต้องมาทำหน้าตาน่าสงสารเลยนะ บอกมาเลย”
“คือ กูกับสีครามเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอะ พ่อของสีครามเป็นพี่ชายแม่กูอะ “น้องพูดพลางยิ้มแหย ๆ ให้เพื่อน
“ฮะ พี่น้องกูไม่แปลกใจเลยทำไมป้าคนเมื่อเย็นถึงได้สนิทกับมัน”
“เออ ๆ ทดไว้ก่อนนะมึง กินข้าวเถอะพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้าจะได้พักผ่อนกันเร็ว ๆ” ผมนั่งมองน้อง ๆ คุยกันแต่ก็ต้องสะดุดกับรอยยิ้มของน้องเขา เป็นรอยยิ้มที่ส่งให้คนรับอย่างจริงใจ
“ฉันว่าจะออกมาถ่ายรูปคืนนี้อะ พวกแกพักกันเถอะ”
“นี่พี่ผมจะบอกอะไรให้นะ ไอ้เวเพื่อนผมคนนี้มันถ่ายรูปเก่งมาก ยิ่งถ้าเป็นกล้องฟิล์มด้วยแล้วนะอย่างงี้เลย” ธีมว่าพร้อมกับทำท่ายกนิ้วให้ แต่ผมกับสะดุดกับคำว่าถ่ายรูปกล้องฟิล์ม วันเวฬาคนนี้จะใช่คนที่ส่งของให้ผมหรือเปล่านะ ชักน่าสงสัยซะแล้ว
หลังจากนั้นพวกเราก็ทานอาหารกันอาจจะมีพูดคุยกันนิกหน่อยแต่ก็ไม่เงียบเหงา เพราะนอกจากมีไอ้อาทิตย์ที่คอยป่วนบนโต๊ะอาหารมันกลับได้คู่หูคอยช่วยแกล้งคนอื่นอีก อาหารมื้อนี้กับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสนุกสนานและการกระชับมิตร
สองทุ่มบรรยากาศกำลังดี ผมออกมาเดินเล่นแต่ก็ต้องพบกับน้องวันเวฬา ผมเลยเดินเข้าไปชวนน้องพูดคุย
“ทำอะไรอยู่ครับ น้องวันเวฬา”
“อุ้ย ตกใจหมดเเลยค่ะพี่ปฐพีทำไมเงียบ ๆ แบบนี้ล่ะคะ และอีกอย่างไม่ต้องเรียกชื่อเต็มขนาดนี้ก็ได้นะคะ เรียกว่าเวก็พอค่ะ” ดูเหมือนน้องน่าจะตกใจจริง ๆ ดูทำหน้าตาตื่นเชียว
“ครับน้องเว เราก็เรียกพี่ว่าเฮียดินก็ได้นะคะ”
“คะ เฮียดินหรอคะ” น้องหันมาหาผมพร้อมทวนคำถามอีกครั้ง
“ครับ” ผมตอบน้องกลับไปด้วยเสียงหนักแน่น
ว่าแต่ผมว่าผมคุ้น ๆ กับนํ้าเสียงนี้มากเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนแต่นึกอย่างไงก็นึกไม่ออก ในขณะที่ผมใช้ความคิดนั้น น้องเขาก็ดึงผมเข้ามาหลบที่หลังพุ่มไม้
“ดึงพี่เข้ามาทำไมครับ” น้องทำท่าจุ๊ปากแล้วพูดเสียงเบา ๆ ออกมา
“ชู่เบา ๆ สิคะ พี่ไม่ได้ยินเสียงคนเดินมาหรอคะเหมือนหนูจะได้ยินเสียงของสีครามเลย” ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่แค่สีครามคนเดียวแล้วผมได้ยินเสียงผู้หญิงเดินพูดมาผมน่าจะเป็นเสียงของเวนิส พวกผมสองคนแอบอยู่หลังพุ่มไม้รอฟังเงียบ ๆ
“เป็นอะไรครับ เห็นเงียบ ๆ มาตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว” นี่น่าจะเป็นเสียงของสีคราม
“พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยก็บอกไปแล้วไง” ฮะเวนิสหรอน่าจะเป็นอย่างที่ผมคิดแล้วแหละ
“ถ้าเรื่องเวล่ะก็ ผมกับเวเป็นญาติกันจริง ๆ ไม่ได้โกหกเลยพี่อย่าคิดมากซิ”
“ไม่ได้คิดมากจริง ๆ”
“เชื่อได้ใช่ไหมครับ พี่ยิ่งมีอะไรแล้วไม่ค่อยพูดอยู่”
คนข้างผมนี้นั่งฟังนิ่งมากแต่พอหันกลับไปดู ที่ว่านิ่งอาจจะไม่ใช่เพราะเจ้าตัวกำลังกลั้นขำอย่างสุดกำลังแต่แล้วก็ทนไม่ไหว หัวเราะลั่นเลยจนสองคนนั้นได้ยิน
“ใครน่ะ ออกมาเดียวนี้เลยนะ” เสียงของสีครามตะโกนถามผมกับน้องจึงค่อย ๆ โผล่หน้าออกมาทีละนิด
“เว/ดิน” ทั้งสองเรียกด้วยเสียงที่ตกใจ
“จะเสียงดังทำไมเนี่ยเดี๋ยวความก็แตกอีกหรอก เก็บเงียบไม่บอกเราเลยนะ”
“ทำไมมาอยู่ตรงนี้ ไม่ไปนอน”
“ก็ถ้าเราไปนอนจะได้เห็นเรื่องดี ๆ หรอ ตั้งแต่จำความได้เธอไม่เคยอ้อนใครแบบนี้เลย” น้องเขาแซวคนอื่นก็เป็นด้วยหรอ
“ถ้ายังไม่เลิกแซวเราอาจจะหลุดปากเรื่องนั้นก็ได้นะ” พอสีครามขู่น้องเขาถึงกับหน้าเสียแล้วก็เงียบไปเลย
“ดิน ไม่ตกใจหน่อยหรอ”
“ก็ไม่เกินจากที่คาดคิดสักเท่าไหร่ เลยไม่ค่อยตกใจ”
“ไม่กวนแล้วจ้า ไปถ่ายรูปก่อน” น้องพูดจบแต่แทนที่จะเดินไปคนเดียวกลับลากผมไปด้วยหลังจากที่พวกเราเดินมาได้สักพัก
“เราชอบกล้องฟิล์มหรอ” ผมถามออกไปเพราะเห็นว่าเพื่อนของน้องพูดว่าน้องถ่ายรูปที่ใช้กล้องฟิล์มสวยมาก
“ใช่ค่ะ เวชอบกล้องฟิล์มมากเลยค่ะ เพราะคุณตาเป็นคนสอนใช้มาตั้งแต่เด็ก” ตอนแรกน้องเขาก็ยิ้มอยู่หรอกแต่พพูดถึงคุณตาน้องก็ทำหน้าเศร้าแต่ก็กลบเกลื่อนด้วยการหันมายิ้มให้ผม พูดถึงกล้องมันทำให้ผมนึกถึง รหัสลับW ถ้ามองดี ๆ น้องก็มีความคล้ายอยู่ส่วนหนึ่งนะ ในขณะที่ผมกำลังคิดกลับได้ยินเสียงกดชัดเตอร์
แชะ แชะ แชะ
“ไว้เวจะส่งรูปไปให้นะคะ” น้องหันมายิ้มให้ผมแล้วยื่นรูปมาให้ผมดู จะเป็นไปได้ไหมที่น้องจะเป็นคน ๆ นั้นที่คอยส่งขนมแล้วก็รูปสวยมาให้ผม งั้นลองหยั่งเชิงดูดีกว่า
“สวย รูปสวยมากครับ ทำให้พี่นึกถึงคนที่ชอบส่งขนมกับรูปมาให้พี่เกือบทุกเช้าเลย”
“หรอคะ พี่รู้ไหมคะว่าเขาเป็นใคร” น้องถามผม แต่ผมสังเกต
เหมือนหน้าทำเป็นไม่รู้แต่สายตากับสั่น ๆ
“เออ หนูว่าพวกเรารีบกับไปพักผ่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า” หลังจากที่น้องพูดเสร็จก็รีบลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกจากชายหาดเข้าบ้านไปโดยมีผมเดินตามข้างหลังมองแผ่นหลังของน้องเขา วันเวฬา ก็ตัว W เสียอย่างเดียวที่ไม่ได้ใส่แว่นไม่อย่างงั้นคงได้คำตอบที่
ตอนที่ 14 กามเทพแผลงศรหลังจากวันนั้นวันที่ฉันได้เจอครอบครัวของเขา ตอนนี้ฉันกับเขาก็คบกันได้เกือบจะสามเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่ฉันเราคบกันเขาดูแลฉันดีมาก ๆ ทั้งเอาใจใส่ทั้งให้เกียรติฉัน ตอนนี้ฉันมาเรียนส่วนเขาเองก็มีเรียนด้วยเหมือนกันเขาเลยขับรถมาส่งฉันก่อน“ตัวเล็กถึงแล้วค่ะ หนูตื่นขึ้นมาก่อนนะเดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันก่อนขึ้นเรียน”“เฮียวันนี้จะทานข้าวที่คณะหนูหรอ”“ใช่ค่ะตัวเล็ก ไอ้พวกนั้นมันก็มาด้วยนะ” ไอ้พวกนั้นที่เขาว่าน่าจะเป็นพวกพี่เพื่อนของเขานั้นแหละ“ไปค่ะ วันนี้เฮียมีเรียตอนสิบโมงเช้าใช่ไหมคะ หนูว่าหนูจำไม่ผิดนะคะ”“ใช่ค่ะ แต่หนูมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งใช่ไหมคะตัวเล็ก”“ใช่ค่ะ งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ” หลังจากนั้นพวกฉันก็ลงจากรถไปแล้วพากันเดินตรงไปยังโรงอาหาร แต่วันนี้ฉันกับรู้สึกว่ามีอะไรบ้างอย่างเปลี่ยนไประหว่างยัยปันฟ้ากับพี่อาทิตย์“แฮ่ม ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีใครบ้างคนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง” ฉันพูดพลางหันไปมองหน้าของปันฟ้า“มาถึงก็กวนส้นตีนเลยนะมึง” ฉันหันไปตามเสีย
ตอนที่ 13: เยือนบ้านแฟนครั้งแรกหลังจากนั้นพวกเราก็กับถึงกรุงเทพเกือบบ่ายเพราะพวกเราแวะที่กันอีกนิดหน่อยแล้วก็แวะทานข้าวกันส่วนฉันที่ตอนแรกว่าจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนเขากับเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีฉันก็ตื่นขึ้นมาตอนเราเข้ามาในกรุงเทพแล้ว“หนูตื่นแล้วหรอคะตัวเล็ก” เขาเอ๋ยถามฉันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล โดยที่สายตายังจดจ้องอยู่กับเส้นทางเบื้องหน้าอยู่“ตื่นแล้วค่ะ เราจะไปไหนกันหรอคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัยเพราะทางที่เขาพาฉันมามันไม่ใช่ทางกลับคอนโดของฉัน“เราจะไปบ้านเฮียกันค่ะตัวเล็ก” หืม ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเขาบอกว่าจะพาฉันไปบ้านของเขา“ฮะ ไปบ้านเฮียหรอคะ ไปทำไมคะ”“ป๊ากับม๊าของเฮียอยากเจอหนูค่ะ หนูไม่ต้องกลัวนะคะพวกท่านใจดีมาก”“ป๊าม๊าของเฮียจะชอบหนูหรอคะ หนูกลัวว่าพวกท่านจะไม่ชอบหนู”“ตัวเล็กหนูไม่ต้องกังวลนะ ป๊าม๊าของเฮียต้องชอบหนูมากแน่ๆ”“เฮียไม่ได้หลอกให้หนูดีใจเล่นใช่ไหมคะ” ฉันถามเขาออกไปเพราะด้วยความกังวลนิดหน่อยถึงเขาจะบอกว่าไม่ต้องกังวลก็ตามเขาขับรถมาสักพักก็ถึงบ้านที่มีขนาดใหญ่โตพอสมควรซึ่งไม่ต่างจากบ้านฉันเท่าไหร่ มีคนออกมาเปิดประตูรั่วให้พวกเราแล้วเขาก็ขับรถไปที่โรง
ตอนที่ 12: ขอเป็นแฟนเธอผมตื่นเช้ามาด้วยความงงนิดหน่อยว่ามาอยู่ที่ห้องของน้องได้ยังไง ผมจึงนั่งแล้วค่อย ๆ ใช้ความคิดว่าเมี่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างพอนึกออกก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อคืนน้องหอมแก้มผมบอกว่าให้รางวัล ผมได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกมาน้องคงจะตื่นแล้วแหละ“ตื่นแล้วเหรอคะเฮียดิน ปวดหัวไหมคะเดี๋ยวหนูไปหายาแก้แฮงค์ให้ไหมคะ”“ตื่นแล้วค่ะ เฮียปวดหัวนิดหน่อยค่ะเดี๋ยวก็หายหนูไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” น้องว่าจบก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม“ทำไมเมื่อคืนถึงได้เมาแบบนั้นล่ะคะ ถ้าพวกพี่ ๆ เขาไม่ได้ไปด้วยแล้วเมาแบบนี้จะทำยังไงคะ” น้องถามผมน้ำเสียงเหมือนจะงอแงนิดหน่อยคงเพราะนั่งรอผมแน่เลยถึงได้งอแง“เฮียขอโทษค่ะ เฮียไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอนค่ะ”“แน่ใจนะคะ” น้องถามผมเพื่อยืนยันอีกครั้ง“แน่ใจค่ะ เฮียรับปากหนูแล้วเฮียก็จะทำให้ได้”“หนูคะวันนี้มีแพลนจะไปไหนไหมคะ”“ไม่มีค่ะ เฮียมีอะไรหรือเปล่าคะ”“พอดีเฮียอยากพาหนูไปที่ที่หนึ่ง หนูไปกับเฮียนะ”“โอเคค่ะ เฮียอาบน้ำก่อนนะคะ เมื่อเช้าหนูเก็บห้องนั้นให้แล้วเพราะหนูคิดว่าเฮียต้องมายึดพื้นที่หนูแน่นอน” น้องพูดกับผมพลางชี้นิ้วไปที่อีกห้องน
ตอนที่ 11: ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำอีก“ธีม กูถามมึงจริง ๆ นะทำไมบอกพวกกูวะ อะกูเข้าใจนะว่ามึงไม่พร้อมที่จะเปิดตัวหรือมึงยังไม่พร้อมจะบอกพวกกูพวกกูก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มึงควรเกริ่นกับพวกกูก่อนไหมล่ะ ไม่ใช่เปิดตัวมาปัง เล่นกูแทบสิ้นพระชนม์เลย”“เฮ้อ เอาจริง ๆ กูยังไม่อยากให้พวกมึงรู้เท่าไหร่ว่า…”“ว่ามึงชอบผู้ชาย ไม่ใช่สิ มึงไม่ได้ชอบผู้ชายมึงแค่รักพี่เขาแล้วมึงก็กลัวพวกกูรับไม่ได้ใช่ไหมที่แฟนมึงเป็นผู้ชาย”เฮ้อ ฟังจากที่มันพูดแล้วฉันว่ามันกลัวพวกฉันรับไม่ได้มากกว่า ฉันล่ะอยากจะตบมันให้หัวทิ่มจังเลย คิดมาได้ไง ฉันเลยพูดกับมันต่อ“เฮ้อ นี่ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้คนเยอะแล้วแฟนมึงก็อยู่กูจะตบให้หัวทิ่มเลยธีม คิดมาได้ไงถามจริง มึงกับพวกกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปี ตั้งแต่จำความได้แล้วมั้ง”“เออ…กูขอโทษกูมาคิดเยอะไปเอง” ฉันยิ้มให้กับมันสำหรับพวกฉันไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหนมันก็คือเพื่อนของพวกฉัน“เออ..กินเถอะเดียวเย็นหมดแล้ว” มันพยักหน้าส่งมาให้ฉัน ฉันเลยยิ้มตอบให้มันไปหลังจากพวกเราทานอาหารเสร็จ ก็เดินออกมาจากร้านมันหันมามองฉันแล้วพูดว่า“เดี๋ยวคืนนี้กูจะเล่าทั้งหมดให้ฟัง” ฉันพยักหน้าให้แล้วบอกมัน“ที่หลังมีอะไรห
ตอนที่ 10: เดทแรกวันนี้ท้องฟ้าสดใส ไม่มีเมฆฝนเลยพอพูดถึงฝนก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนบ่ายทันที ฉันนี่ก็นะนึกยังไงถึงชวนผู้ชายขึ้นห้องแถมยังอนุญาตให้เขานอนค้างได้ด้วย ถ้าแม่รู้ฉันโดนตีก้นลายแน่ ๆ อ๊ะ ๆ ทุกคนคิดใช่ไหมว่าเราสองคนนอนเตียงเดียวกับแต่ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะ เฮียเขานอนที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นที่พวกเราดูหนังด้วยกันเมื่อวาน“หืม…ทำไมห้องถึงดูเงียบ ๆ นะ” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วเดินตรงไปที่โซฟากลางห้องนั่งเล่น"หลับอยู่ยังไม่ตื่นนี่เอง คนอะไรขนาดหลับยังหล่อเลยจมูกก็โด่ง ปากก็สวย” ฉันพึมพำออกมาเบากลัวว่าถ้าเสียงดังจะรบกวนคนที่กำลังนอนอยู่“เฮียหล่อมากไหมคะหนู”“หล่อมาก เฮ้ย เฮียตื่นมาตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย” ฉันมัวแต่เผลอมองความหล่อของเขาจนไม่ได้สังเกตว่าเขาตื่นนอนแล้ว จึงได้เผลอตอบคำถามของเขาไป แพ้เสียงในหัวตัวเองอีกแล้วฉัน“ก็ตื่นตั้งแต่ที่หนู ที่หนูเปิดประตูออกมานั่นแหละค่ะ” ฉันได้โป๊ะแล้วโป๊ะอีก ทำเอาฉันอายจนอยากจะมุดหนีไปกับโซฟาเลย“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” ฉันพูดพลางดึงเขาให้ลุกขึ้น ฉันพยายามที่จะดึงเขาขึ้นมาแต่เขาก็ไม่ยอมลุกขึ้น“เฮียไหนเฮียรับปากหนูแล้วไงว่าจะพ
ตอนที่ 9: พายุฝนเป็นใจหลังจากนั้นเฮียจูงมือฉันมาที่รถเขา โดยที่ฉันยังไม่ทันที่จะได้ตอบตกลงเขาเลยตกลงตอนนี้ฉันจีบเฮียเขาหรือเขาจีบฉันกันแน่ฉันชักไม่มั่นใจซะแล้ว เดินอยู่ดี ๆ เขาก็หยุดแล้วก็หันกลับมามองฉัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัย“ขึ้นรถก่อนค่ะ เฮียมีอะไรจะถาม” เขาพูดพลางเปิดประตูรถให้ฉันขึ้น พอฉันขึ้นไปบนรถเขาก็ปิดประตูให้แล้วเดินอ้อมไปทางคนขับ“เฮียมีอะไรจะถามหนูหรอคะ” แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามของฉันเขากลับ โน้มตัวลงมาแล้วดึงสายเบลมาคาดให้ฉัน“หนูเป็นน้องสาวของเฮียวินหรอ” เอ๊ะ เมื่อกี้เฮียดินเรียกเฮียวินว่าเฮียหรอเขารู้จักกันหรอ“เฮียดินรู้จักเฮียวินด้วยหรอคะ” เขาพยักหน้าให้ฉัน“อืม..เฮียรู้จักกับเฮียวินเพราะว่าเฮียวินเป็นพี่รหัสของเฮีย” ระหว่างเขาตอบฉันเขาก็ขับรถไปด้วย แบบนี้นี่เอง ถึงว่าพอเฮียวินรู้ว่าฉันจีบเขาถึงไม่ห้ามเหมือนครั้งที่แล้วเพราะแบบนี้เอง“ก็ว่าอยู่ทำไมเฮียวินถึงไม่ว่าอะไรตอนที่รู้ว่าหนูจีบเฮีย ถ้าเป็นคนอื่นนะ หนูไม่รอดแน่” ฉันพูดจบประโยคสุดท้ายก็ทำท่าทางขนลุกขนพอง“ทำไมคะ เฮียวินดุมากเลยหรอ” ฉันหันไปมองเขาแล้วก็พยักหน้าส่งไปให้“แต่เฮียแกก็ดุจริง
ตอนที่ 8: โดนจีบ“เดี๋ยวนะ นี่แกเป็นน้องสาวของพี่ ๆ เขาหรอ” ฉันไม่ตอบได้แต่พยักหน้าให้ธีมมันถามออกมาด้วยความตกใจ จะตกใจก็ไม่แปลกก็ไม่เคยมีใคร ๆ เคยเห็นพวกเฮียอยู่กับฉันหรือลงรูปฉันก็ลงให้เห็นแค่ด้านหลัง แต่ที่เฮียรีบออกมาแก้ข่าว คงเพราะพี่สาวคนสวยคนนั้นแน่เลย“งั้นกูขอถามมึงหน่อยนะ ยังมีอะไรอีกบ้าง
ตอนที่ 7: ข่าวปลอมหลังจากสีครามมาส่งฉันถึงบ้านแล้วฉันก็ได้เอ่ยชวนว่าจะเข้าบ้านไปพักก่อนไหมแต่เขากลับปฏิเสธแล้วก็รีบขับรถออกไปทันที“รีบไปไหนของเขานะ” ฉันได้แต่พูดลอย ๆ ขึ้นมา แต่กว่าจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ฉันก็เห็นป้านวลคนที่ดูแลฉันกับพวกเฮียมาตั้งแต่เด็ก“สวัสดีค่ะ ป้านวล”“ว๊ายย คุณหนูขาไปโดนอะไ
ตอนที่ 6: น้ำเมาเป็นเหตุหลังจากนั่งดูดาวกับพี่เขาได้สักพักแล้วฉันก็ชวนพี่เขาดื่มเพราะว่ากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ไกลเริ่มเปิดขวดดื่มกันบ้างแล้วถึง ฉันจะไม่ได้คอแข็งมากแต่ก็พอดื่มได้บ้างนิดหน่อย ในขณะที่พวกเราดูดาวก็จิบเหล้าเข้าไปบ้างพูดคุยกันบ้าง สักพักฉันว่าฉันเริ่มเมาแล้วพี่เขาก็อาสาไปส่งที่ห้อง
ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาวหลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า“ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น” ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบา ๆ“ทำไม กูทำสายตาแบบไหน” ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้า







