LOGINตอนที่ 3:การออกเดินทาง
คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที่คอนโดเพื่อนน้องคอนโด B ก่อนถึงคอนโดมึง” “งั้นแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีก” หลังจากนั้นพวกผมก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัวแล้วก็นอน ตีสาม เพราะเด็กวิศวะอย่างพวกผมไม่เคยตื่นเช้าแบบนี้สักเท่าไหร่นอกจากจะมีกิจกรรมเช่น รับน้องหรือออกค่ายของคณะ ผมขับรถออกไปที่คอนโด B เพื่อที่จะไปยังสถานที่รวมตัว “เอ้ามึงมาถึงไวจังเลยมึงซื้อไรมาเยอะแยะว่ะ”ผมเห็นไอ้แทนลงจากรถแล้วเดินตรงมาพร้อมของเติมไม้เติมมือ “ทำไมมึงมาเร็วจังว่ะไอ้ดิน อ่อของในมือกูหรอ ของน้องๆเข้าน่ะอั่งเปาบอกว่าเพื่อนๆฝากซื้อด้วยงั้นมึงขึ้นไปพร้อมกับกูเลยไหม กว่าจะถึงเวลาอีกนาน” “กูขึ้นไปได้หรอว่ะ เกรงใจเจ้าของห้องว่ะ”ผมว่าถ้าผมคนที่ไม่สนิทขึ้นไปมันดูน่าเกลียดเกินไปไหม “ขึ้นไปเถอะน้องเขาไม่ว่าอะไรหรอก”ผมพยักหน้าให้แล้วเดินตามมันขึ้นไปยามหน้าคอนโดก็ไม่ได้ห้ามเพราะคงคุ้นเคยกับไอ้แทนดีมันมาที่นี่บอกเพราะมันเคยมารับแฟนมันที่นี้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เอ้ามาแล้วหรอคะพี่แทน พี่ดินมาด้วยหรอคะ เข้ามาก่อนค่ะพี่กว่าจะถึงเวลาออกเดินทางก็อีกตั้งหนึ่งชั่วโมง”อั่งเปาพูดจบก็เดินนำพวกผมเข้าไป “แกใครมาหรอ”น่าจะเป็นเสียงเพื่อนของอั่งเปาเธอเดินมาแล้วรีบหันหลังกับไปทันทีแล้วก็รีบหันกับมาพร้อมในมือน้องถือแว่นตาไว้ “เอ้าน้องเวถอดแว่นออกทำไมหรอครับ ถอดออกแล้วมองเห็นหรอครับ”เป็นเสียงของไอ้แทนที่ถามน้อง “มองเห็นสิคะพี่แทนเวไม่ได้สายตาสั้นสักหน่อย อันนี้แว่นกรองแสงค่ะ เมื่อกี้นั่งหน้าคอมเลยต้องใส่ไว้เฉยๆค่ะ”น้องตอบกับมาพรางยิ้มให้ “เออพี่ลืมแนะนำเลย นี่ไอปฐพีครับน้องเวเพื่อนพี่เอง ไอ้ดินนี่น้องวันเวฬานะเพื่อนของอั่งเปาแล้วก็เป็นเจ้าของห้องนี้ด้วย”น้องหันมายิ้มให้ผมแล้วเอ่ยทักทาย “สวัสดีค่ะ พี่ปฐพีทำไมนํ้าเสียงนี้ถึงได้ฟังดูคุ้นเคยมากๆกันนะไม่ใช่แค่เสียงรอยยิ้มนั่นก็ด้วย “สวัสดีครับน้องวันเวฬา”น้องยิ้มให้ผมแต่ทำไมกันนะรอยยิ้มนี้ถึงได้ดูคุ้นเคยยังไงอย่างบอกไม่ถูก “พี่นั่งก่อนนะคะเดี๋ยวเวไปเอานํ้ามาให้ทาน”น้องตอบแล้วเดินมาหยิบของที่ฝากแทนซื้อแล้วลากน้องอั่งเปาเข้าไปในครัวทันที ก่อนที่น้องจะได้ลากอั่งเปาไปในครัวก็มีเสียงของประตูห้องเปิดออกตามด้วยผู้ชายสองคนแล้วก็ผู้หญิงหนึ่งคนดุท่าแล้วน่าจะเป็นเพื่อนของน้อง น้องๆสองหันมาเห็นผมก็ทำตาโตกันผมได้แต่งงทำไมน้องๆถึงมีท่าทีกับผมแบบนี้ส่วนอีกคนก็มองผมด้วยสายตานิ่งๆแล้วเดินมาหาเพื่อนตัวเองทันที ผมมองไอ้แทนพร้อมสงสายตาว่ากูทำอะไรผิดหรือเปล่า ด้านของเจ้าของห้อง หัวใจฉันแทบจะกระดอนออกมานอกอกอยู่แล้ว เมื่อฉันเห็นคนที่ฉันแอบชอบมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในห้องของตัวเองดีที่ตอนแรกหันกลับมาถอดแว่นทันไม่อย่างงั้นความแตกแน่เรื่องที่เธอตามจีบพี่เขาพอทักทายเสร็จก็ว่าจะลากยัยเพื่อนตัวดีไปตัดการแต่ยังไม่ทันได้ลากเลยก็มีเสียงคนเปิดประตูเข้ามาซะก่อน “เอ้าทำไมมาไวจังเลยสีคราม แล้วนี่มายังไงมาด้วยกันหรอ”ฉันถามเพราะเห็นพวกมันเดินมาพร้อมกับสีคราม “เปล่าหรอกเจอกันข้างล่างหนะเลยขึ้นมาพร้อมกันคุณอาให้เรามาเช็กเวก่อนว่าเตรียมของไปครบหรือเปล่า ยิ่งขี้ลืมเก่งซะด้วย” “ครบแล้ว สีครามไม่ต้องไปฟังแม่เรามาหรอกแต่ก็ลืมไปเธออะหลานรักแม่เรา เชิญเจ้าค่ะ”ฉันพูดพร้อมทำหน้ามุ้ยใส่แล้วเดินแต่ก็ไม่ลืมยัยตัวดีตามมาด้วยแต่ก่อนจะเดินไปถึงฉันหยุดแล้วหันไปเรียกไอ้คนจอมกวนประสาทกับยัยแม่ชีของกลุ่มให้ตามมาด้วย “จะยืนอีกนานไหมไอคนขี้กวน แกด้วยยัยแม่ชีตามฉันมาเร็วๆเลย”ฉันเร่งให้พวกมันเดินเร็ว ในห้องนอน เพี้ย เสียงฉันตีอั่งเปาหมั่นเขี้ยวมันที่ทำให้ฉันยังไม่ทันตั้งตัวก็เจอกับพี่เขาเข้ามานั่งในห้องแล้ว “โอ๊ย ตีฉันทำไมเนี่ยฉันทำอะไรผิดอีก”มันหันมาถามฉันตาใสชั่งกล้าถามคำนี้ “ที่นั่งอยู่คืออะไรไม่ทราบยะ เดินออกไม่เจอแทบสิ้นพระชนม์เลยฉันหัวใจจะวายเลย ดีนะถอดแว่นออกทันไม่งั้นความแตกแน่”ฉันตอบมันไปเมื่อกี้ใจเต้นแรงมากแต่ก็ต้องทำตัวไม่ให้มีพิรุธ “เหอะๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะแกเปิดประตูออกไปก็เจอพี่แกยืนอยู่กับพี่แทนแล้วอะ ชวนเขาเข้ามาแล้วว่าจะเดินไปบอกแกแต่แกออกมาก่อนเลยไม่ทันบอกแกเลยอะ”มันพูดพร้อมทั้งทำหน้าอ้อนใส่ฉัน “ห้ามหลุดพูดเรื่องรหัสลับเด็ดขาด โดยเฉพาะมึงไอ้ธีม จะแซวอะไรก็ได้แต่ห้ามหลุดเรื่องนี้เด็ดขาดเลย”มันไม่ตอบแต่พยักหน้ารับรู้ พวกฉันเดินออกมาจากห้องก็พบว่าพี่ปฐพีอยู่คนเดียวแล้วอั่งเเปาเลยพี่เขาไปถามว่า “พี่ปฐพีคะ พี่แทนไปไหนหรอคะ”อั่งเปาถามพี่เขาแล้วทำหน้าสงสัย “อ่อ มันไปรับไอ้สองคนนั้นขึ้นมาหนะ น้องวันเวฬาโอเคใช่ไหมครับที่เพื่อนพวกพี่อีกสองคนจะขึ้นมาด้วย ถ้าไม่โอเคบอกได้นะครับพวกพี่เข้าใจดีว่าห้องเป็นพื้นที่ส่วนตัว”พี่เขาถามฉันแต่ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรแต่ก้มหน้ามองนาฬิกาเห็นว่ามันพึ่งพาไปแค่ยี่สิบนาทีเลยเลยพยักตอบพี่เขาไปแล้วตอบพี่เขาไป “เวโอเคค่ะ อีกตั้งนานกว่าจะถึงเวลาออกเดินทางให้พี่ๆเขาเข้ามานั่งพักก่อนดีกว่า”ฉันลืมตัวเผลอปากแทนตัวว่าเวกับพี่เขาอย่างสนิทสนม ทั้งที่พึ่งเจอดกันแท้ๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก ฉันดันให้อั่งเปาไปเปิดประตูให้พี่แทนกับเพื่อนอีก 2 คน มันหันมาชักสีหน้าใส่ฉันแล้วรีบไปเปิดประตูทันที “หวัดดีจ้า ทำไมมากันเร็วจังสองคนนี้”พี่ผู้หญิงที่มาที่หลังถามพี่ปฐพีกับพี่แทน “จะอะไรอีกหละของไอแทนไม่ต้องแปลกใจมันติดเมียครับผม”พี่อีกคนท่าทางจะออกแนวกวนๆเหมือนไอ้ธีมเลยแล้ว พี่ผู้หญิงคนที่พูดก่อนหน้านี้ก็หันมาทางพวกฉัน “นี่เพื่อนๆน้องอั่งเปาหรอคะ พี่ชื่อเวนิสนะคะเรียกพี่ว่าเวนิสก็ได้”แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือพี่เข้าหันไปมองสีครามแล้วยิ้มให้แล้วสายตานั้นอีก ฉันรู้สึกว่าสองนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล “อ่อพี่ชื่ออาทิตย์นะครับ”พี่เขาแนะนำตัวกับพวกฉันแต่สายตากับมองไปที่เพื่อนของฉันอีกคนอย่างเจ้าเล่ห์ “พี่ๆคะไหนๆก็ไหนๆแล้วหนูจะแนะนำไอ้พวกตัวแสบพวกนี้ให้รู้จักอีกรอบนะคะ คนนี้ไอ้ธีมจอม กะล่อนตัวป่วนของกลุ่มพวกหนู ส่วนคนนี้ สีครามคนเย็นชาที่ตอบคำถามทีตอบได้หน้าตายสุดๆ คนนี้ปันฟ้าสาวหวานแม่ชีของกลุ่มใจเย็นประดุจนอนอยู่ในนํ้า ส่วนนี้วันเวฬาค่ะสาวห้าวของกลุ่มจัดหมดไม่สนหน้าใครถ้าพูดจาไม่เข้ารูหู แถมเป็นสายลุยด้วยนะคะ แล้วอีกอย่าง” ก่อนที่มันจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ฉันจึงกระแอมเบาเพื่อส่งสัญญาณว่าควรหยุดได้แล้ว แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงประตูเปิดจากด้านนอกเข้ามาแล้วไอ้ธีมมันก็รีบหันมาถามฉัน “มึงได้ชวนใครไปอีกไหมเนี่ย”ฉันส่ายหัวแล้วไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไรกับไปก็มีเสียงอีกของอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องก็ดังออกมา “จะไปแล้วหรอตัวแสบ”ฉันก็นึกตกใจว่าไปเอ่ยปากฉันใครม่อีกไหมทที่แท้พี่ชายสุดที่รักของฉันเอง “อ้าวก็นึกว่าใครที่แท้เฮียเตอร์เองหรอ เฮียมาทำไมอะ”ฉันถามออกไปด้วยท่าทีเฉยๆ “เอ้าไอ้เด็กนี่ เฮียจะมาห้องน้องสาวไม่ได้หรอ หรือว่าเราจะเอาหนุ่มที่ไหนมาซ่อน”พูดจบเฮียก็เดินมาล็อคคอฉันทันที “ปล่อยหนูจะได้เวลาออกแล้ว”ฉันสะบัดออกเล็กน้อย “อะเฮียให้”อยู่เฮียแกก็ส่งของออกมให้ฉันฉันได้แต่ทำหน้างงแล้วถามอกไป “อะไรอะ กล้องฟิล์มหรอซื้อให้หรอฮืออ เฮียหนูรักเฮียที่สดเลยอ่าา”ฉันหอมแก้มเฮียหลายรอบเป็นการขอบคุณ “ไปๆไปได้แล้ว”หลังจากนั้นเฮียก็เดินมาส่งฉันที่รถแล้วพวกเราก็ออกเดินทาง ฉันนั่งกับปันฟ้า พี่แทนนั่งกับอั่งเปา พี่อาทิตย์นั่งกับพี่ปฐพี สีครามนั่งกับพี่เวนิส ส่วนไอ้ธีมมันขอนั่งคนเดียวข้างหลัง ข้างๆที่นั่งของฉันเป็นอั่งเปากับพี่แทน ส่วนด้านหลังจะเป็นพี่อาทิตย์กับพี่ปฐพี ในขณะที่พวกเราเดินทางก็มีแวะทานข้าวกันบ้างมีแวะร้านสะดวกซื้อกันบ้างแวะปั๊มกันบ้างเพื่อเข้าห้องนำ้ “โอ๊ย ใครสั่งใครสอนให้นั่งรถนั่งรถไปใต้ว่ะ เมื่อยชิบหาย”ไอ้ธีมลงรถมาได้มันก็บ่นเอาบ่นเอา “ควายถ้าจองตั๋วกันทันจะนั่งรถมาเองไหมพูดไม่คิดอีกแล้วมึง”ปันฟ้ามันคงรำคาญเต็มทนถึงได้สวนขึ้นมา “ชิบหายนั่งมากี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะถึง”มันก็ยังบ่นไม่เลิก “เดี๋ยวก็ถึงแล้ว จะบ่นอะไรตอนใกล้จะถึงไม่ทราบไอ้คนปากสุนัข หลบด้วยกูจะไปห้องนํ้า”ฉันพูดจบก็เดินชนมันไปเลย ฉันเข้าไปได้สักพักแล้วก็เดินออกมา ได้ยินพี่แทนพูดกับอั่งเปา “หนูคะ อันนี้ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหมคะ”คนอื่นพลางพยักหน้าเห็นด้วยเป็นตาเดียว “ปกติค่ะ อันนี้ถือว่าเบามากแล้วนะคะยังถือว่ามีพวกพี่อยู่ด้วยพวกมันเลยออมมือกันแล้ว”ดูพวกพี่เขาทำหน้าอึ้งๆกันเหมือนว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ “เดี๋ยวพวกพี่รู้จักพวกเราไปนานๆก็จะชินเองแหละค่ะและที่สำคัญพวกเราเล่นกันแรงเป็นปกติอยู่แล้วพวกพี่ไม่ต้องตกใจนะคะ”ฉันเดินออกไปแล้วพูดกับพวกพี่ๆเขาตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาว หลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า “ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น”ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบาๆ “ทำไม กูทำสายตาแบบไหน”ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ตอบมันกลับไป “ไอ้ดิน เมื่อคืนกูเห็นนะว่ามึงไปคุยกับน้องเขาอ่ะ” “กูแค่ไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเจอน้องเขาเข้าเลยไปคุยด้วยเฉยๆ” “เอาจริงๆนะ กูสงสัยว่าน้องเวฬาอาจจะเป็นคนเดียวกับน้องรหัสลับของมึง” “ทำไมมึงคิดแบบนั้นว่ะ”ผมได้ถามมันกลับไปแสดงว่าผมไม่ได้คิดไปเองคนเดียว “ก็ที่ไอ้ธีมมันพูดเรื่องกล้องไงแล้วประจวบเหมาะกับชื่อน้องไง วันเวฬา กับมี W เหมือนกัน”มึงพูออกมาเหมือนที่ผมคิดเลยแต่จะคิดแบบนี้ก็ไม่ได้ “แต่มึงอย่าลืมนะว่าไม่ใช่น้องแค่คนเดียวที่ชอบกล้องฟิล์มและก็ไม่ใช่แค่น้องที่จะมีชื่อที่ขึ้นด้วย W”ผมบอกมันออกไป เพราะถ้าไม่ใช่น้องเขาเราอาจจะหน้าแตกได้และที่สำคัญเราอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี”ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“คุณหนูคะ ป้ากับหลานสาวมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วตามคำสั่งของคุณหญิงค่ะ”ฉันยิ้มตอบให้ป้าแล้วเอ่ยบอกแกไป“ขอบคุณค่ะป้าศรี ลำบากป้าแล้วค่ะ”ป้าแกยิ้มตอบให้ฉัน“ไม่ลำบากเลยค่ะ คุณหนูที่คุณท่านกับคุณหญิงช่วยป้าไว้ป้าก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ ถ้าตอนนั้นคุณท่านไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยหลานสาวป้าคงได้ป่วยตายไปแล้ว”ในตอนนั้นฉันจำได้ว่าป้าแกลำบากมากๆ ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อยา“คุณหนูมาพักกี่คืนคะ ให้ป้ากับหลานสาวอยู่ช่วยทำอาหารไหมคะ”“แค่คืนนี้ค่ะป้าแล้วป้ากลับไปพักเถอะค่ะที่เหลือพวกหนูจะจัดการกันเอง”“อ้าว คุณสีครามก็มาด้วยหรอค่ะ”หลังจากป้าแกทักทายสีคราม“ป้าศรีสวัสดีครับ ป้าสบายดีใช่ไหมครับ”สีครามเอ่ยทักทายป้าศรีอย่างสนิทสนม ทุกคนได้แต่ทำหน้างงว่าทำไหมสีครามถึงได้รู้จักป้าแกได้แถมทักอย่างสนิทสนม“ป้าสบ
ตอนที่ 3:การออกเดินทาง คืนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทางไปทริปเที่ยวทะเลกับรุ่นน้องที่ไม่ค่อยรู้จัก มันทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไรเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบคนเยอะๆสักเท่าไรแต่ที่ต้องไปเพราะ เพื่อนๆลงความเห็นว่าควรไปเที่ยวพักผ่อนกันบ้าง กลุ่ม “เสือสี่กับกระต่ายหนึ่ง” “สรุปว่าต้องไปรวมตัวกันที่ไหน”ผมทักเข้าไปในแชทกลุ่มเพราะก่อนกลับบ้านก็ลืมถามว่าควรจะไปรวมตัวกันที่ไหน “เออ เดี๋ยวกูถามอั่งเปาก่อน เมื่อเย็นเห็นน้องหน้าเครียดเลยลืมถามเหมือนกัน”มันตอบเสร็จก็หายไปเลยคงโทรไปถามแฟนมันแหละมั้ง “นี่ไอ้แทนมันก็หายไปนานแล้วนะมันจะลืมถามแล้วมัวแต่อ้อนแฟนอยู่เปล่านะ” หึหึ แสดงว่าไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแล้วแหละต้องขอบคุณเวนิสมันที่พิมพ์แทนผมไปหมดแล้ว “กูว่าใช่แหงๆ หรือไม่มันก็คงลืมคำถามมึงไปแล้วแหละไอ้ดิน”เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้วยกับไอ้อาทิตย์ “เออ นินทากูเข้าไปกูไม่บอกแล้ว”ไอ้แทนแม่งทำตัวเหมือนเด็กน้อยพวกผมมีนิสัยบางส่วนที่จะไม่ทำให้คนนอกเห็นนอกจากคนที่สนิทด้วยเท่านั้น “เออ สรุปยังไงแม่งเป็นแพลนที่พวกเราไม่ทันเตรียมตัวด้วย”ผมถามมันทันทีขี้เกียจต่อความยาวแล้ว “เออน้องบอกว่าตีสี่ให้ไปรวมกันที
ตอนที่ 2: กลยุทธ์พิชิตใจ เช้าวันที่ควรจะสดใสของใครหลายคน กลับกลายเป็นวันมหาโหดของเหล่านักศึกษาปีหนึ่ง คณะนิเทศศาสตร์ เพราะโจทย์ใหญ่จากอาจารย์ที่สั่งให้นำภาพถ่ายส่งเข้าประกวดนิทรรศการ ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่ความภูมิใจเป็นเดิมพัน แต่ยังมีคะแนนเก็บก้อนใหญ่ที่ทำเอาทุกคนนั่งไม่ติด “โอ๊ย! จะบ้าตายรายวัน อาจารย์สั่งงานอะไรเนี่ย ให้เวลาเตรียมตัวแค่สามวัน แถมต้องส่งวันจันทร์อีก สุดยอดไปเลยครับ!”เสียงโวยวายนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากธีมเจ้าเก่าเจ้าเดิม “เลิกบ่นน่าธีม ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสามวัน รวมเสาร์อาทิตย์ด้วย มอก็หยุดพอดี งั้นพวกเราหาสถานที่ไปถ่ายรูปกันเถอะ”ปันฟ้าพูดปรามด้วยความใจเย็นตามสไตล์ “แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?เชียงใหม่ไหม? หรือเชียงรายดี?”อั่งเปาเสนอเป็นคนแรก “ไม่เอาอ่ะเคยไปกันบ่อยแล้ว ไปหนองคายกันไหมมึง”ธีมสวนขึ้นทันทีจนอั่งเปาหน้ามุ่ย “เราลองไปทะเลกันดูไหม? พวกเรายังไม่เคยไปถ่ายงานที่ทะเลด้วยกันเลยนะ”ฉันลองเสนอไอเดียบ้าง “ทะเลก็ดีนะ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ?”ปันฟ้าถามย้ำ “เกาะเต่า-เกาะนางยวนไหม? เราจำได้ว่าคุณอามีโรงแรมอยู่ที่สุราษฎร์ธานีพอดี”ใช่สิ! ฉันลืมไปได้ยังไงว่าครอบครัวเราม
ตอนที่ 1: ปฏิบัติการจีบรุ่นพี่ บรรยากาศเช้าวันใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยดูจะสดใสกว่าทุกวันสำหรับ 'วันเวฬา' ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยแบกไว้ตลอดหลายเดือนดูจะเบาบางลงไปทันทีที่ภาพใบหน้าของ 'นายวิศวะ' คนนั้นแวบเข้ามาในหัว "พวกมึง!" เสียงใสตะโกนนำมาก่อนตัว ทำให้กลุ่มเพื่อนสนิทที่นั่งอออยู่ใต้ตึกนิเทศศาสตร์เงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว "มาทรงนี้... ตกหลุมรักรอบที่ร้อยแปดแล้วสิมึง" ธีม เพื่อนปากร้ายประจำกลุ่มชิงขัดขึ้นทันควัน "ตบปากตามอายุเดี๋ยวนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นคนในชุดกาวน์คนเดิม" "คนใหม่ย่ะ!" วันเวฬายืดอกตอบอย่างมั่นใจ "ชื่อพี่ปฐพี วิศวะปี 2 หล่อ นิ่ง ใจดีเหมือนพระเอกนิยายเป๊ะ" "พี่ดินน่ะเหรอ?" อั่งเปา โพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม "ถือว่าแกตาถึงนะเวฬา พี่เขาเป็นเพื่อนสนิทพี่แทนแฟนเราเอง ประวัติสะอาดกริบ ข้อมูลแน่น บอกเลยว่าคนนี้... ผ่าน!" "เดี๋ยวนะ..." ปันฟ้า สาวมาดนิ่งขยับแว่นพลางช็อตฟีลเบาๆ "วิศวะปี 2 ดีกรีเฮดว้ากเชียวนะเว ประวัติเขาเงียบขนาดนั้น แกแน่ใจนะว่ารอบนี้จะไม่ต้องไปยืนร้องไห้เหมือนตอนวิ่งตามพี่หมอคนก่อน?" สีคราม พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของวันเวฬาขมวดคิ้ว มองน้องสา
บทนำ: จุดเริ่มต้นในวันที่ดอกไม้บานเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับภาพโพลารอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนออกมาจากตัวกล้องคู่ใจ 'วันเวฬา' สะบัดแผ่นฟิล์มในมือเบาๆ รอให้ภาพสีหม่นชัดเจนขึ้นทีละน้อย... ภาพนั้นคือแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สะอาดตาที่เธอมองตามมาตลอด 4 เดือนแต่น่าแปลกที่วันนี้หัวใจที่เคยเต้นแรงกลับรู้สึกนิ่งสงบ... สงบจนน่าใจหาย"เวฬา... แกโอเคไหม?" อั่งเปา เพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอยืนนิ่งมองภาพนั้นอยู่นาน"อื้ม... โอเค" วันเวฬายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสที่สุดในรอบหลายเดือน "ฉันตัดสินใจแล้วเปา ฉันจะพอแล้วล่ะ ความพยายามที่เขาไม่ต้องการ มันก็แค่ความวุ่นวายที่ไปรบกวนชีวิตเขาเท่านั้นเอง"เธอบอกเลิกความรักครั้งเก่าในวันที่ท้องฟ้าดูเหงากว่าปกติ เพื่อนๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดและให้กำลังใจ วันเวฬาสัญญาว่าจะกลับมาเป็น 'เวฬาคนเดิม' ที่ร่าเริงและรักตัวเองให้มากขึ้นเปิดภาคเรียนที่ 2แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันเปิดเทอมควรจะเริ่มต้นด้วยความสดใส แต่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจของวันเวฬากลับทรยศส่งเสียงกระตุกแล้วดับสนิทอยู่ข้างทางหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์"โธ่เอ๊ย! มาเสียอะไรตอนนี้เนี่ย" ร่างบางในชุดนักศึก







