LOGINรณชัยถึงกับทำหน้าสิ้นหวังกับความหวังเพียงหนึ่งเดียวของตน ราชสีห์ต้องการลูกสาวของเขาไปเป็นตัวค้ำประกันเงินกู้ แล้วถ้าหากเขาเกลี่ยกล่อมรัตนามณีไม่ได้ งานนี้เงินที่จะมากอบกู้บริษัทก็มีอันต้องพับเก็บไว้ยาว ธุรกิจของเขาก็ต้องล่มจมตามไปด้วย
“ถ้าหญิงไม่ช่วยพ่อ พ่อต้องล้มละลายแน่ๆ เลย หญิงช่วยพ่อหน่อยนะ นะลูกนะ” รณชัยขอร้องลูกสาวอีกครั้ง
“ไม่ค่ะ หญิงไม่ยอมไปเป็นนางบำเรอของเจ้าหนี้คุณพ่อ” รัตนามณีตอบกลับบิดาอย่างไม่ใยดี “คุณพ่อก็ให้นังตามันช่วยสิคะ มันก็ลูกคุณพ่อเหมือนกัน”
ถึงแม้จะไม่ช่วยแต่มองหาทางออกให้บิดา ทางออกที่จะทำให้ตนเองหลุดพ้นจากการไปเป็นของเล่นของชายที่ตนไม่รู้จัก
“แต่คุณสิงห์เจาะจงลูกนะ จะให้ตาไปแทนได้ยังไง” รณชัยพูดอย่างเป็นกังวล สีหน้าหนักใจ
“จากที่คุณพ่อพูดให้หญิงฟัง คุณสิงห์ไม่ได้เจาะจงนี่คะว่าลูกสาวคนไหน เขาแค่พูดประมาณว่าคุณพ่อต้องพาลูกสาวมาเป็นเครื่องประดับบนเตียงของเขา ขึ้นชื่อว่าลูกสาวจะคนโตหรือคนเล็กก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ คุณสิงห์ไม่ได้บอกนี่คะว่าลูกสาวคนไหนจริงไหมคะคุณพ่อ”
ประโยคคำพูดของรัตนามณีประโยคนี้เปรียบเสมือนแสงเทียนจุดสว่างกลางความมืด จุดประกายความหวังให้ก่อเกิด ราชสีห์ยื่นข้อเสนอให้คนกำลังร้อนเงินว่า ให้นำลูกสาวไปประเคนราชสีห์ถึงเตียง แต่ไม่ได้บอกว่าลูกสาวคนไหน ฉะนั้นหากเขาจะพาญาตาวีไปเป็นเครื่องบรรณาการทางเพศกับเจ้าของเดอะซัน กรุ๊ป ก็ไม่ถือว่าผิดสัญญา
“เออ จริงด้วยสิ” รณชัยทำเสียงเห็นด้วยกับคำพูดของลูกสาวคนโต “คุณสิงห์ไม่ได้บอกพ่อว่าต้องการลูกสาวคนไหนไปอยู่บนเตียงกับเขา พ่อส่งตาไปก็ไม่ผิด” ผู้พูดฉายแววเจ้าเล่ห์หาหนทางออกให้ตนเองได้สำเร็จ
“ใช่ค่ะ ไม่ผิดเลย คุณพ่อทำตามข้อตกลงทุกอย่าง คุณสิงห์ก็จะมาว่าคุณพ่อไม่ได้” รัตนามณีพูดเสริมให้บิดาสบายใจและหาทางออกให้ตัวเองไปในที “คุณพ่อไปบอกให้ตาเตรียมตัวไปเป็นอีหนูของคุณสิงห์เลยค่ะ ยิ่งมันไปไวคุณพ่อก็ยิ่งได้เงินไวนะคะ”
“งั้นพ่อจะไปบอกให้ตาเตรียมตัววันนี้เลย พรุ่งนี้พ่อจะพามันไปให้คุณสิงห์”
เมื่อนึกถึงเงินก้อนโตรณชัยรีบรุดเดินจ้ำอ้าวไปยังเรือนหลังเล็กทันทีลืมคิดไปว่าอีกฝ่ายจะยอมทำตามหรือไม่
“หญิงไปด้วยค่ะคุณพ่อ”
งานนี้รัตนามณีไม่พลาดที่จะไปดูน้ำหน้าญาตาวี น้องสาวต่างมารดาที่ตนเกลียดชัง งานนี้เธอคิดว่าคงมีเรื่องสนุกให้ตนดูแน่นอนแล้วอย่างนี้รัตนามณีจะพลาดได้อย่างไร น้ำตาและเสียงร้องไห้ของสองแม่ลูกคู่นั้นคือความสุขของเธอ รัตนามณีไม่คิดที่จะพลาดทอดมองภาพนั้น
“แม่เจ็บมากรึเปล่าคะ เดี๋ยวตาไปเอายามาทาให้แม่นะคะ”
คล้อยหลังร่างของบิดาและพี่สาว เสียงหวานปนสะอื้นของญาตาวีก็ดังถามผกากรอง ซึ่งเป็นคำถามและสิ่งที่เธอต้องทำทุกครั้งที่รณชัยมาระบายอารมณ์กับมารดาอันเป็นที่รัก
“แม่เจ็บแค่นี้แม่ทนได้ แต่แม่ทนไม่ได้ที่เห็นลูกต้องไปตกนรกเหมือนกับแม่”
นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ ยามนึกถึงคำพูดของรณชัยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีและเจ้าหนี้ของตนว่า จะให้ญาตาวีไปเป็นตัวค้ำประกันเงินกู้ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งว่าไปเป็นเครื่องบรรณาการสนองตัณหาของเจ้าของเงินจำนวนหลายร้อยล้าน จนกว่ารณชัยจะใช้หนี้สินหมด
คำถามเกิดขึ้นในใจของผกากรองว่า แล้วเมื่อไหร่ที่รณชัยจะใช้หนี้สินจำนวนนี้หมด จะกี่เดือน กี่ปี กี่สิบปีหรือชาตินี้ทั้งชาติ หากเป็นอย่างหลังญาตาวีคงทุกข์ทรมานทั้งกายและใจไม่ต่างกับสิ่งที่นางเผชิญมาตลอดยี่สิบห้าปี
ไม่ได้...นางทนเห็นลูกสาวเจ็บปวดไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ลำพังเป็นทายาทนอกสายตา ถูกกดขี่จนแทบไม่เหลือความเป็นคน แค่นี้หัวใจของผกากรองก็เจียนสลาย อยากจะช่วยเหลือลูกสาวแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะลำพังตัวเองนางยังช่วยตัวเองไม่ได้เลย
“ตาพบกับนรกมาตั้งแต่เกิดแล้วค่ะแม่ ทำไมตาจะทนอยู่ในนรกต่อไปอีกไม่ได้ ขอเพียงแม่ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ต่อให้ตกนรกขุมที่ลึกที่สุด ตาก็ยอมค่ะ”
การเกิดมาในตระกูลร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคมเป็นที่อิจฉาในสายตาของใครหลายคน น่าจะใช้กับรัตนามณีมากกว่าญาตาวี ที่เกิดกับผกากรอง ภรรยาน้อยของรณชัย นอกจากจะไม่ได้รับการยกย่องเป็นลูกแล้ว ยังถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ กดขี่ข่มเหงตั้งแต่เธอจำความได้ ทั้งจากบิดา นภาพรภรรยาหลวงของรณชัยและรัตนามณี ทว่าผกากรองกับญาตาวีใช้คำว่าอดทนและจำยอมเรื่อยมา หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้รับอิสระจากตระกูลสุวรรณเจริญ
“แต่มันทุกข์ทรมานมากนะลูก ทรมานเหลือเกิน แม่รู้จักความรู้สึกนั้นดีนะลูก แม่ไม่อยากให้ตาต้องทุกข์ใจ ทุกข์กายอย่างแม่ แม่ทนไม่ได้...ฮือ”
นางกอดร่างลูกสาวแน่นร้องไห้ปานขาดใจ ผกากรองรู้ซึ้งถึงความรู้สึกนั้นดีว่า หนักหนาสาหัสแค่ไหนที่ต้องหลับนอนกับชายที่ไม่รู้จัก ที่กลายร่างเป็นผีห่าซาตาน ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจนางมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของเขาได้ด้วยเหตุผลบางประการ
“ตาทนได้ทุกอย่างค่ะ ทุกอย่างที่กำลังเข้ามาในชีวิต ตาทนทุกข์กายและใจมาตั้งแต่เด็ก จะทุกข์ซ้ำไปอีกเพราะช่วยแม่ ตายอมค่ะ ยอมทั้งนั้น”
ผกากรองเปรียบเสมือนลมหายใจและชีวิตของญาตาวี หากขาดมารดาไปชีวิตก็คงไม่เหลืออะไร ใช้ชีวิตอย่างไร้ซึ่งจุดหมาย มีลมหายใจเพื่อรอวันตาย ฉะนั้นเธอทนได้ทุกความรู้สึก ทุกสิ่งอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะร้ายแรง เจ็บปวด เสียใจมากแค่ไหน ญาตาวีทนได้...เพื่อแม่
Chapter 75“สวัสดีครับ คุณชื่อหญิงใช่ไหมครับ” ชายร่างสูงสวมหน้ากากอนามัยปิดทับปากกับจมูกเอ่ยถามรัตนามณี “ใช่ มีอะไร” รัตนามณีตอบกลับ พอได้รับคำตอบ ชายอีกสองคนที่หลบอยู่ตรงรถยนต์อีกคันได้เดินเข้ามาล็อคตัวรัตนามณีอย่างรวดเร็ว เธอตกใจมากอ้าปากจะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่จังหวะที่กำลังอ้าปากตะโกน ยังไม่มีเสียงใดเล็ดรอด ชายตรงหน้าได้กรอกน้ำที่อยู่ในขวดเครื่องดื่มบำรุงกำลังใส่ปากเธอ วินาทีนั้นรัตนามณีรู้สึกแสบร้อนในคอมาก มันเหมือนทั่วทั้งปากเธอไปจนถึงลำคอกำลังพุพองกับสารบางอย่างที่กัดกิน เธอทำอะไรไม่ได้ แม้แต่เปล่งเสียงยังไม่ได้ ไม่เพียงแค่กรอกน้ำกรดใส่ปาก ชายคนนั้นยังสาดน้ำกรดที่เหลือไปบนใบหน้าของรัตนามณีที่ตอนนี้ลงไปนอนชักดิ้นชักงอบนพื้น ตาเหลือกลาน มีความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน “ไปโว้ย!” ชายทั้งสามเมื่อทำงานเสร็จเรียบร้อย ก็รีบสลายตัวแยกย้ายกันหลบหนีก่อนมีใครมาพบเห็น รัตนามณีนอนดิ้นบนพื้น ใบหน้าพุพองจากน้ำกรดที่กัดเซาะซึมผิวหนังจนหลุดลุ่ย เผยให้เห็นผิวชั้นในที่กำลังถูกฤทธิ์ของน้ำกรดชนิดรุนแรงกัดกร่อนถึงกระดูก และตอนนี้อวัยวะภายในท้องก็กำลังถ
Chapter 74“ผมเอาเงินมาคืนคุณสิงห์ครับ แล้วต้องขอบคุณที่ไม่เอาดอกเบี้ย” รณชัยยื่นเช็คจำนวนห้าร้อยล้านส่งให้ราชสีห์ ที่รับเช็คใบนั้นมาดูตัวเลข“ใช้คืนหมดเลยหรือครับ เราตกลงกันไว้ว่าผ่อนจ่ายได้ คุณเอามาคืนผมหมดแบบนี้จะมีไว้หมุนหรือครับ”ราชสีห์ไม่ใช่นักธุรกิจเขี้ยวลากดิน แม้ว่าอยากจะทำกับชายตรงหน้ามากแค่ไหน แต่พอนึกถึงเสียงหวานๆ ดวงตาเว้าวอนของภรรยา ใจเขาอ่อนยวบ สั่งสอนชายตรงหน้าไม่ลง“คอนโดผมขายเกือบหมดแล้วครับ เหลือขายไม่ได้อีกแค่สิบห้าห้อง อีกห้าสิบห้องอยู่ในระหว่างยื่นกู้ แต่ผมคิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาอะไร มีเงินแล้วใช้หนี้ไปเลยดีกว่า ดีกว่าอยากใช้แต่ไม่มี”“งั้นก็ตามใจครับ ถ้าคุณคิดว่าไหวก็ไหว” ราชสีห์ไม่ขัดความต้องการของรณชัย “โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะเปิดโครงการใหม่หรือเปล่าครับ”“คงไม่ครับ ผมแก่แล้ว อยากพักบ้าง รอให้ขายคอนโดหมดเสียก่อน ผมจะไปอยู่เชียงใหม่ ผมซื้อบ้านพร้อมไร่ไว้ที่นั่น ผมจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนกว่าจะตาย” รณชัยบอกความตั้งใจของตนให้ลูกเขยฟัง“แล้วหญิงล่ะ คุณพาไปอยู่ด้วยไหม”ราชสีห์ถามถึงลูกสาวอีกคนของรณชัย ใบหน้าของคนถูกถามหมองเศร้า ตาไม่บอกถึงความสุขเมื่อเอ่ยถึง
Chapter73“เมียใครก็ไม่รู้น่ารักจัง แต่จะน่ารักกว่านี้ถ้าให้สามีผลิตทายาทอีกสักยกเพื่อความชัวร์” คนเจ้าเล่ห์พูดเย้าแต่ทำจริง“เดี๋ยวไม่ทันนะคะ” ญาตาวีท้วงเบาๆ รู้ทั้งรู้ว่าห้ามเขาไม่ได้“ทันอยู่แล้วเชื่อมือราชสีห์เถอะ”ว่าแล้วราชสีห์ก็แสดงให้ภรรยาสาวรู้ว่า เวลาที่เหลือมีมาพอที่ผลิตทายาทตัวน้อยๆ ที่บ่มเพาะมาจากความรักของพ่อและแม่“ฉันจะมีเธอคนเดียวตลอดชีวิต ฉันสัญญา”เป็นคำสัญญาที่ราชสีห์จะรักษาสัจจะไปจนชั่วชีวิต เพราะเขารู้สึกขยาดกับเหตุการณ์ในอดีตที่ตนเองเผชิญ มันเจ็บปวดมากแค่ไหนเขารู้ดี มันอ้างว้างเดียวดายแค่ไหนเขาไม่เคยลืม ราชสีห์ไม่มีวันยอมให้ลูกของตนเองต้องสัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับเขาแน่นอน แล้วจะไม่เจริญรอยตามผู้เป็นพ่อเด็ดขาด ราชสีห์รักญาตาวีก็รักมั่นเพียงคนเดียวตราบฟ้าดินสลายอีกสามชั่วโมงต่อมา ราชสีห์กับญาตาวีก็เดินลงมาสมทบกับเศรษฐา สุจิตรา ราเมศร์ และผกากรอง ที่กำลังย่างบาร์บีคิวและอาหารสดอยู่หน้าบ้านพักริมทะเล“ลงมาช้าจังเลยนะครับพี่สิงห์ มัวแต่ทำอะไรอยู่นะ อยากรู้จัง”ราเมศร์แซวพี่ชาย หยักคิ้วลิ่วตาทำหน้าทะเล้นใส่ผู้เป็นพี่ที่อยากจะเอากำปั้นซัดหน้าให้หายหมั่นไส้ คนถูกถา
Chapter72แล้วในเมื่อราชสีห์ต้องการให้มันหลุดออกจากกายเธอ เขาก็เร่งรีบจัดการตามความปรารถนา เขาถอนจุมพิตออกชั่วคราว เร่งมือปลดเสือผ้าของญาตาวีที่เต็มใจให้เขาถอด และไม่ให้เป็นการเสียเวลาเขาก็ได้จัดการกับเสื้อผ้าของตนไปพร้อมๆ กันเลยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เริ่มวิ่งวนไปทั่วกายสาว เลือดลมในร่างเริ่มแปรปรวน เมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ไล้ลูบสัมผัสร่างกายที่เขานวดเฟ้นไปในที ขยำบั้นท้ายกลมกลึงที่กระชับมือของเขาเหลือเกิน ก่อนจะลากฝ่ามือขึ้นสูงไปตามสีข้าง หน้าท้องแบนราบที่แขม่วเป็นจังหวะจากความกระสันที่ไหลวนอยู่ตรงบริเวณนั้นจุดหมายที่แท้จริงของฝ่ามือใหญ่ หาใช่หน้าท้องเนียนเรียบนั้นไม่ แต่เป็นทรวงอกสล้างพอดีมือของเขาต่างหาก พอมือใหญ่ทาบวางลงบนความนุ่มหยุ่นนั้น ราชสีห์กอบกุมและเคล้นคลึงอย่างเบามือแต่สร้างความซาบซ่านได้ดีทีเดียว“คุณสิงห์ คุณสิงห์” ญาตาวีส่งเสียงครางผะแผ่วทันทีที่ปากสาวได้รับอิสระ ที่มาของเสียงคือปลายนิ้วใหญ่ดีดเบาๆ บนยอดถันสีหวาน สลับกับหมุนไปมา และบางครั้งกดมือลงแล้วขยี้ ญาตาวีถึงกับสั่นไปทั้งกาย บิดร่างกายไปมาจากความรุมร้อนที่ลามเลียไปทั่วริมฝีปากหนาสูดดมซุกไซ้หาความหอมไปทั่ว ละเรื่อยมาถึงดอก
Chapter71 ญาตาวีใช้ฝ่ามือปาดน้ำตาที่รินไหลให้พ้นจากแก้ม เธอรู้สึกตื้นตันและดีใจกับภาพตรงหน้า ภาพนี้เองที่เธอต้องการจะเห็นมากที่สุด ญาตาวีไม่ต้องการให้หัวใจของเขาเกิดความทุกข์อีกต่อไป ระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ไฟแห่งความโกรธลามเลียหัวใจด้านชาของราชสีห์ มันเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป นานจนเธอกลัวว่าจะดับไฟที่ลามลึกไม่ได้ ญาตาวีทำให้ราชสีห์เห็นว่าการให้อภัย การปล่อยวางคือหนทางที่ดีที่สุดของมนุษย์ ผูกความเจ็บแค้นไว้ในใจ ใจเราก็จะเป็นทุกข์ หากปล่อยวาง ใจเราก็จะพบกับความสุข จะสุขจะทุกข์ขึ้นอยู่ที่ใจเรา หาใช่คนอื่นไม่ และวันนี้ญาตาวีก็มองเห็นราชสีห์มีความสุข หลังจากที่สองพ่อลูกปรับความเข้าใจกันเสร็จเรียบร้อย การรับประทานอาหารมื้อแรกแบบพร้อมหน้าพร้อมตาก็เกิดขึ้นในเวลาต่อมา เศรษฐาเตรียมอาหารไว้รอรับราชสีห์เต็มโต๊ะ มีให้เลือกรับประทานหลายชนิด บรรยากาศในการทานอาหารมื้อนี้เต็มไปด้วยความสุข รอยยิ้มของทุกคนระบายเต็มใบหน้าตลอดเวลา เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะที่ดังออกมาเป็นระยะ ทำให้ทุกคนเจริญอาหาร อิ่มอร่อยทั้งรสชาติของอาหารและอิ่มสุขล้นใจ นี่แหละหนาที่เขามักจะพูดกันว่า ฟ้าหลังฝนงดงามเสม
Chapter70 “นั่งสิคะคุณสิงห์” สุจิตราเปิดฉากพูดคนแรก คนถูกเชิญถูกมือเล็กของญาตาวีกระตุกเบาๆ ราวกับให้เขาทำในสิ่งที่สมควรทำ “สวัสดีครับคุณพ่อ สวัสดีครับคุณน้า” ราชสีห์พนมมือไหว้ผู้สูงวัยทั้งสอง ก่อนที่ญาตาวีจะพนมมือไหว้ทั้งสองในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน จากนั้นทั้งคู่จึงทรุดกายลงนั่งบนโซฟารับแขก “พ่อดีใจนะที่สิงห์ยอมมาหาพอซะที” ความตื่นเต้นดีใจของเศรษฐาถูกเปล่งผ่านน้ำเสียงและสีหน้า เขาดีใจเป็นที่สุด เป็นความดีใจที่ปรารถนามานานหลายสิบปี นับตั้งแต่เขามีอนุภรรยา ราชสีห์ไม่เคยเรียกเขาว่าพ่ออีกเลย หนำซ้ำยังไม่ให้เขาพบหน้าอีกด้วย แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ความหวังและความปรารถนาของเขาเป็นจริง ความปรารถนาที่ว่าเศรษฐาจะได้ยินคำว่าพ่อออกมาจากปากของลูกชายคนโตก่อนเสียชีวิต และหวังว่าราชสีห์จะให้อภัยพ่อคนนี้ เมื่อสองวันก่อนเศรษฐาได้รับโทรศัพท์จากราชสีห์ เขาดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้ยินเสียงของลูกชาย เป็นเสียงที่เขาไม่ได้ยินมานาน และยิ่งดีใจมากขึ้นทบทวี เมื่อราชสีห์บอกกับเขาว่าจะมาหาตนที่บ้านในวันมะรืน วินาทีนั้นเศรษฐาถึงกับน้ำตาซึม หัวใจของคนเป็นพ่อลิงโลด ไม่เคยดีใจแบบนี้มาก่อน
Chapter10รูปกายของราชสีห์เป็นอีกข้อที่ทำให้เธอเกิดความรู้สึกหวาดกลัว แม้ว่าเขาจะสวมใส่เสื้อคลุมปิดทับ เธอยังมองเห็นความบึกบึน กำยำแฝงอยู่ภายใต้เสื้อคุลมตัวนั้น ไม่อยากจะคิดต่อไปเลยว่า หากเรือนกายกำหนัดของชายผู้นี้ปราศจากเสื้อผ้า รูปร่างของเขาจะเป็นเช่นไร แค่คิดใจก็สั่นพรั่นพรึง สมองของญาตาวีเหมือน
Chapter9อันที่จริงแล้วรณชัยไม่จำเป็นต้องกังวลหรือวิตกว่าราชสีห์จะคุ้มทุนหรือไม่ เพราะเขาเป็นฝ่ายได้ ลูกสาวทั้งสองคนก็ได้ด้วยเช่นกัน ได้ความสุขสบาย อยู่ในกรงทองของราชสีห์ชายหนุ่มผู้ร่ำรวย ถึงแม้ว่าจะทำให้ราชสีห์กลายเป็นพระยาเทครัว ได้ทั้งพี่ ได้ทั้งน้อง แต่จะสนใจไปใยในเมื่อยุคสมัยนี้ เขาไม่ถือกันแล
Chapter8ถึงแม้ว่าราชสีห์จะไม่พอใจและโกรธกับความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายที่ทำผิดข้อตกลงมากเพียงใด เขาก็ทำนิ่งเฉยไม่แสดงให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ในเมื่อรณชัยเจ้าเล่ห์กับตนก่อน มีหรือที่คนอย่างราชสีห์จะไม่เจ้าเล่ห์กลับ“ก็ได้ครับ ผมไม่ขัดข้องที่คุณเอาลูกเมียน้อยมาประเคนให้ผม เพราะถือว่าลูกเมียน้อยก็เป็นลูกของค
Chapter7ลิขิตมองหญิงสาวที่รณชัยบอกว่าเป็นลูกสาวนิ่ง ลูกสาวของรณชัยที่เขารู้จักและเห็นหน้าไม่ใช่คนนี้ แต่เป็นอีกคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงเพรียว กระเดียดไปทางหุ่นนางแบบ ไม่ใช่ตัวเล็กแต่หน้าตาน่ารักความสูงไม่ถึงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตรคนนี้ หรือว่าจะเป็นข้อตกลงใหม่ระหว่างรณชัยกับราชสีห์เจ้านายของตน“คนนี







