Se connecterวันแต่งงาน
ใครจะคิดว่าทุกอย่างจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เพราะหลังจากถ่ายพรีเวดดิ้งวันนั้นงานแต่งของฉันกับพ่อเลี้ยงคีรีก็ถูกจัดขึ้นทันทีในสองอาทิตย์ถัดมา มันปุบปับจนฉันตั้งรับไม่ทัน เพราะตอนที่คุยกันวันนั้นคืองานแต่งจะถูกจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าแต่ก็นั่นแหละค่ะไม่ว่าจะแต่งเร็วหรือแต่งช้ายังไงซะฉันก็ต้องแต่งกับเขาอยู่ดี สถานที่จัดงานแต่งของฉันกับเขาก็ไม่พ้นไร่ศิวะรักษ์คีรี เมื่อคืนฉันมานอนที่นี่ส่วนคีรีเขานอนที่บ้านใหญ่และจะมาที่นี่อีกทีตอนเก้าโมงพร้อมกับขบวนขันหมาก แม้จะเป็นการแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรักและทำตามหน้าที่แต่ฉันก็อดตื่นเต้นไม่ได้เลยจริง ๆ ค่ะ หัวใจฉันเต้นเร็วแรงอยู่ตลอดเวลาจนฉันกลัวว่ามันจะทะลุออกมาโลดเต้นอยู่ด้านนอกเอา มองสภาพตัวเองที่อยู่ในชุดไทยสีทองอร่ามก็อดชื่นชมตัวเองไม่ได้จริง ๆ ว่าวันนี้ฉันสวยอย่าบอกใครเชียวล่ะ แกร่ก เสียงประตูห้องถูกเปิดเข้ามาฉันมองทางกระจกก็เห็นว่าเป็นแม่ของฉันที่เข้ามาหาฉันด้วยใบหน้าที่เปื้อนเต็มไปรอยยิ้มเห็นดังนั้นฉันจึงหมุนตัวกลับหันมาเผชิญหน้ากับคนเป็นแม่ "ลูกสาวของแม่สวยที่สุด" ฉันยิ้มรับต่อคำชมแม่เบา ๆ ก่อนจะเอ่ยชมแม่กลับไปว่า "วันนี้แม่เองก็สวยมากเหมือนกันนะคะ" "........." ฉันขมวดคิ้วมองแม่ที่จู่ ๆ ก็เงียบไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือเรียวบางของแม่วางทาบบนศีรษะของฉันก่อนจะลูบไล้เบา ๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมฉันอยู่ "คะ" ฉันถามอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำของแม่ ไหนจะสีหน้าแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ขอบคุณที่ทำเพื่อครอบครัวของเรา" ก่อนที่แม่ฉันจะเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา "ไม่ว่าวันข้างหน้าลูกจะเจอกับอะไรจงอดทนไว้นะเพียงจันทร์ เพราะคนเรากว่าจะเจอเข้ากับความสุขที่สวยงามเราต้องเจอกับความเจ็บปวดซะก่อน" ถึงจะไม่เข้าใจแน่แท้ในคำพูดของแม่แต่ฉันก็พอจะเดาได้ว่าท่านกำลังสื่อถึงอะไร ไม่ว่าคีรีจะร้ายกับฉันแค่ไหนแม่กำลังบอกกับฉันว่าให้ฉันอดทน "หนูรักแม่นะคะ" "แม่ก็รักหนู" เราสองคนแม่ลูกสวมกอดกันด้วยความรักใคร่ พ่อของฉันท่านไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะแต่กำลังช่วยคนอื่นดูแลงานดูด้านล่าง แม่พูดคุยกับฉันอีกนิดท่านก็เดินออกไปเพราะใกล้เวลาที่ขบวนขันหมากกำลังเคลื่อนตัวมาที่นี่ ยิ่งเวลาใกล้เข้ามาเท่าไหร่หัวใจของฉันก็เต้นแรงขึ้นเท่านั้นเพราะทันทีที่ฉันได้ยินเสียงขบวนขันหมากเข้ามาใกล้ฉันก็ลุกพรวดจากเก้าอี้มายืนส่องดูคีรีอยู่ตรงหน้าต่าง หนึ่งสิ่งในตัวคีรีที่ฉันไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเขานั้นเป็นคนที่หน้าตาดีมากถึงอายุของเขาจะปาเข้าไปสามสิบห้าปีแล้วก็ตามและวันนี้ที่เขาอยู่ในชุดจองกระเบนสีทองอร่อมขับกับผิวขาว ๆ ของเขาก็ยิ่งทำให้เขาดูดีและมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นไปอีก พรึ่บ ฉันผงะเมื่อจู่ ๆ คีรีก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันที่มองเขาอยู่ ฉันเห็นว่าเขาเหยียดยิ้มมุมปากให้ฉันก่อนที่ฉันจะรีบปิดม่านเมื่อโดนคนตัวโตจับได้คาหนังคาเขา คีรีเป็นคนมารับฉันในห้องก่อนจะออกมาทำพิธีต่าง ๆ ตามขนบธรรมเนียมไทยพ่อแม่ฉัน พ่อแม่คีรีหรือแม้แต่แขกคนอื่น ๆ ที่มาร่วมงานต่างพากันยิ้มหน้าบานให้กับงานแต่งครั้งนี้ทุกคนดูมีความสุข ต่างจากบ่าวสาวที่แทบจะไม่มองหน้ากันเลย คีรีทำหน้าเหมือนรังเกียจฉันอยู่ตลอดเวลาและทุกครั้งที่ต้องแตะตัวฉันเขาก็ทำเหมือนจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้ เขาแสดงออกมาชัดเจนว่ารังเกียจเดียดฉันท์ฉันขนาดไหน เขาแสดงทุกอย่างที่เขารู้สึกออกมาอย่างไม่คิดปิดบังไม่สนใจด้วยซ้ำว่าฉันจะอับอายกับการกระทำของเขาแค่ไหน เจอเขาทำแบบนี้ใส่ต่อหน้าคนมากมายบอกตามตรงว่าฉันก็ไปต่อไม่เป็นจริง ๆ ทุกอย่างดำเนินไปจวบจนตอนเย็นถึงเวลางานเลี้ยงทั้งฉันและคีรีเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนจะออกมารับแขกในขณะนั้นเองก็มีคนเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับเขามากมายเนื่องจากคีรีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่างจากฉันที่มีแค่พ่อกับแม่เท่านั้น เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวก็ไปเรียนต่ออยู่ต่างประเทศ "ยินดีด้วยนะเว้ยเพื่อน" ในขณะที่ฉันกำลังยืนเหม่อก็มีกลุ่มคนสามถึงสี่คนเดินเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับคีรีฉันจำได้ว่ากลุ่มคนพวกนี้เป็นเพื่อนของเขา "น่ายินดีตรงไหน" คีรีตอบเพื่อนกลับด้วยใบหน้าเบื่อหน่ายเต็มทน "แต่งกับหมายังน่ายินดีซะกว่าอีก" ฉันกำหมัดแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้มันระเบิดออกมา เพื่อน ๆ ของคีรีที่ได้ยินคีรีพูดแบบนั้นก็ต่างพากันมองทางฉัน ฉันเลยยิ้มเจื่อน ๆ ส่งไปให้ "ทำไมมึงพูดแบบนั้นไอ้คี น้องเพียงเขาจะรู้สึกยังไง" เพื่อนของเขาต่อว่าเขาออกไป "ยัยนี่จะรู้สึกอะไรคนเห็นแก่เงินแบบนี้ไม่มีความรู้สึกหรอก"หลายวันผ่านไป หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหกสาวน้อยวิวาห์ของฉันตอนนี้อายุสองขวบแล้ว วัยกำลังพูดกำลังจา วัยกำลังซนเลยแหละค่ะ และเหมือนเดิมวิวาห์น้อยของฉันยังติดพ่อของเธอเหมือนเดิม "แม่ขา" นั่นไงคะพูดยังไม่ทันขาดคำเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยก็ดังมาแต่ไกลพร้อมกับวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาฉันที่กำลังนั่งปอกผลไม้อยู่ "ไม่ปีนนั่งตักแม่นะคะ แม่ถือมีดอยู่หนูเห็นไหมอันตรายมาก ๆ นะคะ" ฉันบอกเมื่อวิวาห์กำลังจะปีนขึ้นมานั่งบนตักของฉัน "มีดแทงตายหย๋อคะ" วิวาห์เอียงคอถามฉันตาแป๋ว ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาน้อย ๆ น่าจูบจังเลยค่ะ "ใช่ค่ะ เลือดออกเยอะเลยนะคะ" "เจ็บแน่" คิ้วเรียวของลูกขมวดมุ่นมองมาที่มีดที่ฉันกำลังถืออยู่ "เจ็บแน่ถ้าวิวาห์เล่น ถ้าวิวาห์ไม่อยากเจ็บวิวาห์ต้องทำยังไงคะ" ฉันเลิกคิ้วถามลูกสาว "ไม่เล่นมีด อยู่ห่าง ๆ มีด" "เก่งมาก" ฉันเอ่ยชมให้กับความฉลาดของลูกสาวตัวน้อยพลางคว้าตัวเธอเข้ามาใกล้กดจูบบนแก้มอ้วนของเธออย่างแผ่วเบาด้วยความรักใคร่ "ชื่นใจไหมคะ" วิวาห์ถามฉันตาแป๋ว "ชื่นใจมาก ๆ เลยค่ะ" แก้มใครเล่าจะชื่นใจเท่าแก้มอ้วนของลูกสาวฉัน "คุยอะไรกันอยู่ครับสองแม่ลูก" ฉันกับวิวาห์หันไปม
หนึ่งเดือนผ่านไป หลังจากกลับมาจากทริปเที่ยวฉันกับคีรีก็กลับมาทำหน้าที่ของตัวเองกันต่อ ฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูก ส่วนคีรีก็ไปทำงานในไร่บ้างก็เข้าไปช่วยคีรันดูแลงานในบริษัทบ้างเป็นครั้งคราวที่คนเป็นน้องดูแลไม่ไหวและงานเยอะจนล้นมือ "เดี๋ยววันนี้เพียงฝากวิวาห์หน่อยนะคะ เพียงจะออกไปซื้อของหน่อย" ฉันบอกกับแม่บ้านที่ยื่นแขนมารับวิวาห์จากฉันไปอุ้ม วันนี้ฉันว่าจะไปเดินห้างสักหน่อยเพื่อซื้ออาหารมาเลี้ยงฉลองวันเกิดวิวาห์ในวันนี้ หนูน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของฉันจากวันนั้นที่เป็นทารกน้อยตัวแดงร้องไห้จ้ามาวันนี้เธออายุครบหนึ่งปีเต็มแล้ว ร่างกายเติบโตไปตามกาลเวลาแต่ดูเหมือนว่าลูกสาวของฉันจะโตนำเด็กคนอื่นไปหน่อย วิวาห์ในวัยหนึ่งขวบเธออ้วนมากเลยค่ะ และนอกจากวันนี้จะเป็นวันเกิดของลูกสาวอันเป็นที่รักยังเป็นวันครบรอบแต่งงานของฉันกับคีรีอีกด้วย วันนี้ฉันเลยจัดงานเลี้ยงฉลองควบสองไปเลยค่ะ เมื่อจัดการฝากลูกกับแม่บ้านจนสำเร็จฉันก็ขึ้นห้องมาจัดการตัวเองต่อ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ในเวลาต่อมาฉันก็โผล่หัวอยู่ที่ห้าง ฉันมาคนเดียวขับรถของคีรีมา ส่วนเงินน่ะฉันมีเป็นกอบเป็นกำเลยค่ะเพราะคีรีเพิ่งโอนเงินมาให
หลังจากกินข้าวเสร็จคีรีก็พาฉันตระเวนเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมชอบไปกันถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะค่ำแต่ก็ยังมีสถานที่หลายแห่งให้เราสองคนได้ทำสิ่งแปลกใหม่ด้วยกัน อย่างเช่นนั่งดื่มกันอยู่ร้านเหล้าและเล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาให้กันฟัง เป็นความธรรมดาที่พิเศษมาก ๆ เพราะตั้งแต่แต่งงานกันมาเราทั้งสองคนยังไม่เคยมีโมเมนต์แบบนี้ด้วยกันเลย อย่างการมาเที่ยวแบบนี้ก็ด้วย ดื่มเสร็จก็กลับมาที่ห้อง ฉันมีสภาพเมามายในขณะที่คีรีซึ่งเป็นคนดื่มเยอะกว่าฉันมีสภาพปกติทุกอย่าง เขาประคองฉันมาที่เตียงนอนวางฉันนอนลงอย่างเบามือ ก่อนจะเดินหายไปหาผ้ามาเช็ดหน้า เช็ดตาให้ฉัน "เมาแล้วเซ็กซี่จัง" ฉันได้ยินเขาพูดมันเต็มสองหู แววตาคมเข้มดุดันพราวระยับในยามที่มองสำรวจตัวฉันเขาไล่ฝ่ามือลูบไล้กันก่อนจะตะบมมันเข้ากับสองเต้าอวบอิ่มเค้นคลึงมันอย่างเมามัน สะกิดยอดปทุมถันจนแข็งชูชันขึ้นเป็นไต "อื้อ คีรี" ฉันครางเสียงกระเส่าในยามที่ริมฝีปากเรียวหยักของคีรีครอบงำเต้านมอวบอิ่มของฉัน เขาดูดดื่มมันราวกับเด็กน้อยดูดนมมารดาก็ไม่ปาน "เสียวเหรอ" เสียงทุ้มแหบพร่าถามฉันด้วยแววตาพราวระยับ คีรีกวาดสายตาจดจ้องไปทุกส่วนข
หลังจากเสร็จกิจกรรมเข้าจังหวะยามแปดโมงเช้าทั้งฉันและคีรีก็พาฉันกันหลับเป็นตายด้วยความเพลียขั้นสุด ตื่นมาอีกทีตะวันก็ลับขอบฟ้าไปเสียแล้ว ฉันที่ตื่นก่อนคีรีก็ลุกไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะออกมาแต่งตัวหน้ากระจกในขณะที่คีรีนอนหลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา แต่ฉันไม่คิดจะปลุกเขาหรอกนะเพราะเข้าใจเขาได้ว่าเขาคงเหนื่อยมาก ก่อนหน้าจะได้หยุดพักคีรีก็ทำงานตลอดเวลาเจอหน้าลูกหน้าเมียแค่ตอนเช้าก่อนออกไปทำงานแค่นั้น ไหนจะขับรถพาฉันมาที่นี่ตั้งแต่เช้าตรู่ ไหนจะกิจกรรมเข้าจังหวะแบบเมามันส์เมื่อเช้าอีก "อื้อ" เสียงครางเครือของคนบนเตียงทำให้ฉันที่ยืนมัดอยู่หันไปมอง คีรีกำลังบิดขี้เกียจก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกโพลงกว้าง เขามองหน้าฉันนิ่ง ๆ ในขณะที่ฉันก็มองหน้าเขาอยู่เหมือนกัน "กี่โมงแล้ว" คีรีถามพลางหยัดตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงยกมือนวดขมับตัวเองเบา ๆ "จะสองทุ่มแล้ว" "ตื่นนานยัง ทำไม่ไม่ปลุก" คีรีเลิกคิ้วถามก่อนจะไล่สายตามองตัวฉันที่อยู่ในพร้อมออกไปกินข้าว "ก็ไม่อยากกวน เห็นนายนอนหลับสบาย" "เธออาจจะหิว" "ฉันกินนายอิ่มแล้ว" ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ ยามพูดประโยคนี้ ฉันแอบเห็นคีรีเม้มริมฝีปากพลาง
หลายวันมาต่อมา..... คีรีชวนฉันมาเที่ยวที่จังหวัดหนึ่ง เป็นจังหวัดที่อยู่ในภาคเหนือไม่ได้ไกลจากไร่ศิวะรักษ์คีรีมากโดยฝากลูกไว้กับพ่อแม่เขาและพ่อแม่ฉัน คีรีให้เหตุผลว่าอยากใช้ชีวิตอยู่กับฉันสองคนตามลำพังเพราะมันนานมากแล้วที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามลำพังแบบสองต่อสอง พอถึงช่วงวันหยุดยาวคีรีเลยช่วยฉันมาเที่ยวโดยที่เขาเป็นคนวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าหลายวันแล้ว ฉันเพิ่งมารู้ก็วันที่เขาใช้ให้ฉันเก็บกระเป๋าบอกกับฉันว่าจะพาไปฮันนีมูนบนยอดเขาอันสูงชันและหนาวเหน็บ ฟังดูทะแม่งทะแม่งนะคะแต่ถามว่าฉันยอมมากับเขาไหมก็มาค่ะ พูดก็พูดเถอะว่าฉันอยากใช้ชีวิตกับคีรีสองคนเหมือนกันแต่ไม่ได้หมายความว่ามีลูกอยู่ด้วยแล้วมันไม่ดีนะคะ มันดี มันดีมาก แต่ฉันก็อยากมีเวลาส่วนตัวกับคนเป็นสามีบ้าง หลังจากที่เมื่อคืนปู่ ย่ามารับวิวาห์ไป เช้าตรู่ของอีกวันฉันกับคีรีก็ออกเดินทางกันทันที ทันดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าด้วยค่ะออกมาหน้าไร่จุดนี้ทำให้เห็นพระอาทิตย์ชัดมากและมันสวยมากด้วย ฉันใช้ให้คีรีจอดรถแล้วให้เขาไปยืนตรงพระอาทิตย์ขึ้นแล้วฉันก็ถ่ายรูปเขาไว้ คีรีกับพระอาทิตย์ตอนเช้ามันดีมาก ๆ เลยค่ะ "เ
เมื่อทานข้าวเสร็จคีรีเป็นคนเก็บของไปไว้ที่รถให้ก่อนที่เขาจะเดินย้อนกลับมาทิ้งตัวนั่งลงช้อนหลังฉัน เขาสอดแขนโอบเอวฉันไว้ออกแรงดันให้หลังของฉันแนบชิดไปกับอกแกร่งของเขาคล้ายว่าฉันกำลังนั่งพิงอกของเขาอยู่ สายตาของเราทั้งสองคู่มองโฟกัสไปในจุดเดียวกันนั่นก็คือลูกที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังสนั่นเมื่อพบเจอสิ่งที่ถูกใจ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกพลอยทำให้ฉันกับคีรีที่นั่งมองอยู่อดอมยิ้มตามให้กับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูนั่นไม่ได้ เด็กหญิงวิวาห์ของฉันเธอน่ารักน่าเอ็นดูไม่แพ้ใครเลยค่ะ ในช่วงจังหวะหนึ่งที่ลูกหันมาทางฉันกับคีรีแล้วโบกมือบ๊ายบายให้ ฉันรีบยกมือบ๊ายบายลูกกลับเร็วไว ไม่เพียงแค่นั้นเด็กหญิงวิวาห์ยังส่งจุ้บ ๆ พร้อมกับยิ้มแป้นแล้นอีกด้วย "น่ารักจังเลย" ฉันเอ่ยชมลูกด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมเต็มไปด้วยความสุข ความสดใสของลูกทำให้ชีวิตของฉันมีชีวิตชีวา วิวาห์คือคนที่เข้ามาเติมเต็มความสุขในชีวิตฉัน เธอเปรียบเสมือนพลังที่ทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้ "เธอก็น่ารักไม่แพ้ลูกหรอกนะเพียงจันทร์" ฉันเอี้ยวหน้ามองคีรีพลันขมวดคิ้วมองเขาเมื่อจู่ ๆ เขาก็เอ่ยชมฉันโต้ง ๆ หลังจากที่ฉันเอ่







![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)