เข้าสู่ระบบเช้าวันจันทร์ ณ โรงพยาบาล BGH Medical Center โรงพยาบาลเอกชนระดับซูเปอร์วีไอพีที่หรูหราและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ
พรีม ในชุดยูนิฟอร์มพยาบาลสีขาวสะอาดตาที่ถูกรีดจนเรียบกริบ ยืนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ อยู่หน้าแผนกศัลยกรรมประสาทและสมอง รอยช้ำสีกุหลาบที่เคยเด่นหราเมื่อสัปดาห์ก่อน บัดนี้จางลงจนแทบมองไม่เห็นแล้วด้วยความพยายามประโคมครีมบำรุงและใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดอย่างสุดความสามารถ
“น้องพรีมใช่ไหมจ๊ะ พี่ชื่อ จอย นะ เป็นหัวหน้าพยาบาลวอร์ดนี้” พยาบาลรุ่นพี่ท่าทางใจดีแต่ดูเจ้าระเบียบเดินเข้ามาทักทาย “พี่ดูประวัติเราแล้ว มีประสบการณ์เป็นพยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลใหญ่ทางใต้มาตั้งหลายปี พี่คงไม่ต้องสอนงานพื้นฐานอะไรมาก ถือว่าโชคดีของวอร์ดเราเลยที่ได้คนเก่งๆ มาช่วยงาน”
“สวัสดีค่ะพี่จอย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ พรีมยังต้องเรียนรู้ระบบของที่นี่อีกเยอะเลยค่ะ” พรีมยกมือไหว้พร้อมส่งยิ้มหวานอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน แม้จะมีประสบการณ์การทำงานมาพอสมควร แต่การย้ายมาโรงพยาบาลเอกชนระดับท็อปแบบนี้ก็ทำเอาเธอแอบประหม่าอยู่ไม่น้อย
“ไม่ต้องเกร็งไปหรอกจ้ะ เดี๋ยวพี่จะพาทัวร์วอร์ด แนะนำโซนวีไอพี แล้วก็อธิบายการดูแลคนไข้ของที่นี่ให้ฟังนะ” พี่จอยยิ้มรับ ก่อนจะเดินนำพรีมไปตามโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนหรูหรา
“กฎเหล็กของที่นี่คือความลับของคนไข้ และความเป๊ะในการทำงาน โดยเฉพาะวอร์ดศัลยกรรมประสาทของเรา... เพราะอาจารย์หมอแต่ละท่านค่อนข้างเนี้ยบมาก โดยเฉพาะ...”
ยังไม่ทันที่หัวหน้าพยาบาลจอยจะพูดจบประโยค เสียงซุบซิบฮือฮาเบาๆ จากกลุ่มพยาบาลสาวๆ และเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ก็ดังขึ้น พร้อมกับที่ทุกคนรีบจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้ดูดีที่สุด ราวกับกำลังรอต้อนรับซูเปอร์สตาร์
“อุ๊ย... คุณหมอพายุมาแล้ว พวกเรา เตรียมตัวเตรียมแฟ้มประวัติคนไข้เร็วเข้า!”
พรีมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เธอเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของทุกคนที่จดจ้องไปทางสุดโถงทางเดิน
บริเวณหน้าลิฟต์ผู้บริหาร ร่างสูงใหญ่ที่โดดเด่นสะดุดตาปรากฏขึ้น เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาวทับเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมสีเข้มและกางเกงสแล็ก ร่างสูงก้าวเดินด้วยท่วงท่ามั่นใจและดุดัน รังสีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาทำให้คนรอบข้างแทบจะแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
พรีมเบิกตากว้าง หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มและเต้นรัวกระหน่ำราวกับรัวกลอง มือเล็กที่ถือสมุดจดงานอยู่เย็นเฉียบขึ้นมาทันที
ทะ... ทำไมผู้ชายคนนั้นถึงมาอยู่ที่นี่!
ภาพในคืนอันเร่าร้อนที่เพนต์เฮาส์หรูตีกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ รสจูบที่เอาแต่ใจ สัมผัสที่ร้อนรุ่ม และความเจ็บปวดปนซาบซ่านที่เขามอบให้... ชายแปลกหน้าที่เธอมีอะไรด้วยเมื่อสัปดาห์ก่อน กำลังเดินตรงมาทางนี้!
“นั่นไง คุณหมอพายุ ลูกชายท่านผู้อำนวยการ...” พี่จอยกระซิบบอกพรีมด้วยน้ำเสียงชื่นชม “หล่อแถมเก่งระดับอัจฉริยะ แต่ดุและเย็นชาสุดๆ ไปเลยล่ะน้องพรีม เอ้อ... เดี๋ยวพี่พาไปสวัสดี...”
“พะ... พี่จอยคะ!” พรีมเรียกขัดขึ้นมา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตัดสินใจหันหลังวิ่งหนี สัญชาตญาณความกลัวก็ถูกตีด้วยเหตุผลและหลักความเป็นจริง
‘หนีตอนนี้แล้วจะได้อะไร... ในเมื่อต้องทำงานวอร์ดเดียวกัน ยังไงสักวันก็ต้องเจอกันอยู่ดี!’
พรีมสูดลมหายใจเข้าลึกเข้าปอด พยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในจังหวะเดียวกับที่ดวงตาคมกริบของนายแพทย์พายุตวัดเงยหน้าขึ้นมามองทางกลุ่มพยาบาลที่เคาน์เตอร์พอดี
หัวใจของพยาบาลสาวเต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เมื่อสายตาอันตรายคู่นั้นกวาดผ่านมาหยุดอยู่ที่เธอ
“อ้าว คุณหมอมาพอดีเลย” พี่จอยยิ้มกว้าง ก่อนจะหันมาแตะแขนพรีมเบาๆ “มาสิจ๊ะน้องพรีม ไปสวัสดีคุณหมอกัน”
พรีมก้าวเท้าที่หนักอึ้งเดินตามรุ่นพี่พยาบาลไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างสูงสง่า เธอพยายามควบคุมมือที่เย็นเฉียบและสั่นเทาของตัวเอง ยกขึ้นพนมไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีค่ะคุณหมอ...” เธอเอ่ยทักทายเสียงแผ่ว ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ได้แต่มองจ้องไปที่ป้ายชื่อบนอกเสื้อกาวน์ของเขา
“คุณหมอพายุคะ นี่พรีม พยาบาลวิชาชีพคนใหม่ที่จะมาประจำวอร์ดศัลยกรรมประสาทของเราตั้งแต่วันนี้ค่ะ” พี่จอยแนะนำอย่างกระตือรือร้น
พรีมกลั้นหายใจ เผลอกำชายเสื้อยูนิฟอร์มตัวเองแน่น รอคอยปฏิกิริยาของชายหนุ่มตรงหน้า... ทว่า สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบงัน
พายุปรายตาจ้องมองใบหน้าหวานของพยาบาลสาวคนใหม่ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเรียบนิ่ง ไร้ร่องรอยของความตกใจใดๆ มันว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนน่าใจหาย ราวกับเธอกลายเป็นเพียงอากาศธาตุสำหรับเขา
“อืม... ยินดีต้อนรับ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็แล้วกัน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างขอไปทีด้วยท่าทีของคนที่ไม่แยแสต่อสิ่งใดบนโลก ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าเสื้อกาวน์เข้าไปในห้องพักแพทย์ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธออีกเลย
แกร๊ก...
ทันทีที่ประตูห้องพักแพทย์ปิดลง พรีมก็ลอบพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ราวกับเพิ่งยกภูเขาออกจากอก ร่างกายที่เกร็งจนปวดเมื่อยผ่อนคลายลงในพริบตา
เขาจำไม่ได้... เขาจำฉันไม่ได้จริงๆ ด้วย!
พรีมลอบยิ้มกว้างอยู่ในใจ ความหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น แน่ล่ะ... ระดับคุณหมอพายุผู้หล่อเหลาและเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ คงมีผู้หญิงผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ซ้ำหน้า เขาคงมองเธอเป็นแค่ผู้หญิงชั่วข้ามคืนที่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป ใครจะมามัวจดจำคู่นอนที่เจอกันแค่คืนเดียวให้รกสมองกันล่ะ!
หญิงสาวลูบหน้าอกตัวเองเบาๆ รอยยิ้มสบายใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง... ในที่สุด เธอก็สามารถทำงานหาเงินและใช้ชีวิตอิสระในโรงพยาบาลแห่งนี้ได้อย่างสงบสุขเสียที!
ตอนพิเศษบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาวของโรงแรมหรูอบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม ไอรินในชุดแต่งงานเปิดไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต กำลังนั่งมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยเฉียบที่มักจะดูเคร่งขรึมในมาดผู้อำนวยการโรงพยาบาล วันนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีหวานละมุน ขับให้เธอดูสง่าและนุ่มนวลจนไม่อาจละสายตา“แกสวยมากเลยไอริน ฉันรับรองเลยว่าถ้าคุณศิระเห็น จะต้องตะลึงแน่ๆ”เสียงหวานใสของ ‘พรีม’ เพื่อนสนิทคนสวยที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งน้องสะใภ้ เอ่ยชมอย่างจริงใจ ขณะช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมเจ้าสาวให้เพื่อนรักอย่างทะนุถนอมไอรินหันมายิ้มกว้างให้พรีม “ขอบใจนะพรีม... เอาจริงๆ ฉันก็ตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”“ตื่นเต้นก็เรื่องปกตินี่ วันสำคัญที่สุดในชีวิตทั้งที” พรีมยิ้มให้กำลังใจแกร๊ก...บานประตูห้องพักเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของ ‘หมอพายุ’ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของไอรินก้าวเข้ามาด้านใน พายุอยู่ในชุดสูทสีเข้มดูหล่อเนี้ยบสมกับที่เป็นคุณพ่อบ้านสายคลั่งรัก เขาเดินตรงเข้ามาโอบเอวพรีมผู้เป็นภรรยาเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะหันไปมองพี่สาวที่นั่งอยู่หน้ากระจก“สว
ตอนที่ 16 (ตอนจบ)ความวุ่นวายในช่วงเช้าของโรงพยาบาล BGH ดูเบาบางลงไปมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกโล่งใจของไอริน หญิงสาวก้าวลงจากรถสปอร์ตของศิระด้วยรอยยิ้ม หลังจากเคลียร์ใจกัน ซีอีโอหนุ่มก็กลับมารับหน้าที่สารถีส่วนตัวของเธออีกครั้งอย่างเปิดเผย“ตั้งใจทำงานนะครับ ผอ. เย็นนี้เดี๋ยวผมมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ” ศิระเอ่ยบอกขณะเลื่อนกระจกรถลงมาส่งยิ้มอบอุ่นให้“เตรียมตัวตอบคำถามคุณพ่อให้ดีเถอะค่ะ รายนั้นเตรียมตึงใส่คุณแน่ๆ” ไอรินเย้ากลับเบาๆ แม้ในใจจะแอบกังวลอยู่บ้างศิระไม่ได้มีทีท่าหวั่นวิตก เขายักคิ้วให้เธออย่างมั่นใจ “ระดับผมแล้ว... รับรองว่าว่าที่พ่อตาต้องยอมยกธงขาวแน่นอนครับ”ไอรินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจให้กับความมั่นใจของเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าโรงพยาบาลไปเพื่อสะสางภารกิจสำคัญอย่างแรกของวันช่วงบ่าย ไอรินนัดหมอวินมาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่คาเฟ่ใต้โรงพยาบาล เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเมื่อเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ ไอรินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเอ่ยเข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา“พี่วินคะ ไอรินต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ สำหรับเรื่องที่บรรดาบอร์ดบริหารหรือคุณพ่อพยายามจับคู่ให้เรา...
ตอนที่ 15 สารภาพความในใจบานประตูไม้สีเข้มของห้องทำงานประธานบริษัทถูกผลักออกโดยฝีมือของมารดาศิระ หญิงวัยกลางคนเดินนำหน้าไอรินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานภายในห้องทำงานกว้างขวาง ศิระนั่งจมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สภาพของเขาดูอิดโรย ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอนมาหลายคืน ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน ทว่าเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาพร้อมกับมารดาของตน ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ“แม่... แล้ว... ไอริน?” ศิระผุดลุกขึ้นยืน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง“เซอร์ไพรส์จ้ะ!” มารดาของศิระเดินเอากล่องขนมไปวางบนโต๊ะรับแขก “แม่เจอหนูไอรินที่ล็อบบี้ข้างล่าง เลยชวนขึ้นมาด้วยกัน แอบคบกับ ผอ. คนสวยก็ไม่บอกแม่สักคำ ปล่อยให้แม่รู้เองได้ยังไงฮึ”ไอรินเดินตามเข้ามาเงียบๆ เธอลอบมองใบหน้าซูบเซียวของศิระด้วยความรู้สึกผิดปนสงสาร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรเพื่อปรับความเข้าใจ คุณแม่ก็หันกลับมามองหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“เอ๊ะ... แต่จะว่าไป...” หญิงวัยกลางคนหรี่ตามองไอรินสลับกับลูกชาย “มองใกล้ๆ แบบนี้ หนูไอรินหน้าตาคล้ายคุณหมอคนที่ผ่า
ตอนที่ 14 ทวงเขากลับคืนมาสามวันแล้ว... สามวันที่ศิระหายตัวไปจากวงโคจรชีวิตของไอรินอย่างสมบูรณ์แบบการประชุมติดตามความคืบหน้าของระบบเอไอภายในโรงพยาบาล BGH ในเช้าวันนี้ บรรยากาศเงียบเหงาและตึงเครียดกว่าปกติ ไอรินนั่งอยู่ตำแหน่งประธานการประชุม สายตาของเธอเอาแต่จดจ้องไปที่ประตูห้อง หวังลึกๆ ว่าชายหนุ่มในชุดสูทที่คุ้นตาจะก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเหมือนทุกครั้งทว่าคนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็น ‘คุณนพ’ ผู้ช่วยคนสนิทของศิระ“ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาประชุมครับท่านผู้อำนวยการ พอดีช่วงนี้ท่านประธานศิระติดงานด่วนที่บริษัทแม่ยาวเลยครับ หลังจากนี้ผมจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานเรื่องระบบเฟสสุดท้ายแทนทั้งหมดครับ”คำชี้แจงอย่างเป็นทางการของคุณนพ ทำเอาหัวใจของไอรินหล่นวูบ ความหวังริบหรี่ที่จะได้เจอหน้าและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดพังทลายลง เขาไม่ได้แค่หลบหน้า แต่เขากำลัง 'ถอยห่าง' ออกไปจากชีวิตของเธอตลอดการประชุม ไอรินต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการดึงสติให้อยู่กับรายงานบนหน้าจอ หลังจากปิดการประชุมและทุกคนทยอยออกจากห้องไป ผู้อำนวยการสาวตัดสินใจเอ่ยเรียกผู้ช่วยของชายหนุ่มเอาไว้“เดี๋ยวค่ะคุณนพ”นพชะงัก
ตอนที่ 13 อาจจะสูญเสียเขาไปจริงๆเช้าวันจันทร์ที่ความสดใสของวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงตกค้างอยู่ในความรู้สึก ไอรินก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ดูมีน้ำมีนวลและผ่องใสกว่าปกติ รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนมุมปากเมื่อนึกถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นในเพนต์เฮาส์ของศิระผู้อำนวยการสาวเดินเข้ามาในโซนห้องทำงานผู้บริหาร ทว่าความอารมณ์ดีทั้งหมดกลับต้องสะดุดลง เมื่อเห็นผู้เป็นบิดา นั่งรออยู่ที่โซฟารับรองในห้องทำงานของเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณพ่อ... มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมารอไอรินแต่เช้าเลย” ไอรินวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจภาคินปรายตามองลูกสาว ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “นั่งลงก่อนสิไอริน พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย... เรื่องภาพลักษณ์ของลูกในฐานะผู้อำนวยการ”ไอรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามบิดา “เกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ”“ช่วงนี้กรรมการบอร์ดหลายคนเริ่มตั้งคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของลูกกับคุณศิระ” น้ำเสียงของภาคินจริงจังและเด็ดขาด “การที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปสนิทสนมกับคู่ค้าที่รับเหมาทำระบบเอไออย่างออกหน้าออกตา มันทำให้คนอื่นมองว่าลูกอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ลูกรู้ใช่
ตอนที่ 12 ผมรักคุณนะไอรินเวลาผ่านไปเกือบสองเดือนนับตั้งแต่ทริปภูเก็ต ความสัมพันธ์ของไอรินและศิระพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าพันธมิตรทางธุรกิจ แม้ในเวลาทำงานไอรินจะยังคงรักษาระยะห่างในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เมื่ออยู่นอกเวลางาน ศิระก็ทำหน้าที่คนรักได้อย่างไร้ที่ติ เขาทั้งสม่ำเสมอ เอาใจใส่ และแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอจนไอรินขาดเขาไม่ได้อีกต่อไปเย็นวันเสาร์ที่ฝนโปรยปราย แทนที่จะออกไปทานอาหารค่ำที่ร้านหรูเหมือนทุกที ศิระกลับเสนอตัวชวนผู้อำนวยการสาวมาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา โดยอ้างว่าอยากจะโชว์ฝีมือทำอาหารอิตาเลียนสูตรต้นตำรับให้เธอทานบรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์กว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนย ศิระในชุดเสื้อยืดสีขาวสบายๆ สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมงผิดกับมาดซีอีโอที่เธอเคยเห็นไอรินในชุดเดรสยาวทรงเข้ารูปสีเบจที่ดูเรียบหรูแต่ผ่อนคลายสำหรับวันหยุด เดินเข้ามาในโซนเคาน์เตอร์ครัว หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังของคนทำอาหารแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ เชฟศิระ” ไอรินเดินเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าดูซอสพาสต้าที่กำลังเดือดปุดๆศิระหันมายิ้







