LOGINรถแท็กซี่แล่นมาจอดเทียบหน้าคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางย่านสุขุมวิท พรีม ก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่ดูไม่จืดนัก เดรสรัดรูปสีดำที่เคยดูเปรี้ยวเข็ดฟันเมื่อคืน บัดนี้ยับยู่ยี่และดูขัดตากับแสงแดดสว่างจ้าในยามเช้า หญิงสาวเดินกอดอก ห่อไหล่ พยายามใช้ผมยาวสลวยของตัวเองปิดบังลำคอเอาไว้ตลอดเวลาขณะเดินผ่านล็อบบี้
ทันทีที่พรีมแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาในห้องพักของ ขิง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวซึ่งเป็นถึงลูกสาวนายหัวเศรษฐีใหญ่ทางใต้ และเป็นสปอนเซอร์บัตรวีไอพีผับหรูเมื่อคืนนี้ เสียงแหลมปรี๊ดก็ดังลั่นขึ้นมาจากโซฟาทันที
“ยัยพรีม! แกหายหัวไปไหนมา!”
ร่างเพรียวบางของขิงสปริงตัวลุกขึ้นยืน ในมือกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น ใบหน้าเฉี่ยวคมที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางดูอิดโรยและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ขะ... ขิง...” พรีมสะดุ้งโหยง ส่งยิ้มแหยๆ ให้เพื่อน
“ไม่ต้องมายิ้ม! โทรไปเป็นร้อยสายทำไมถึงปิดเครื่อง! ฉันบอกให้แกนั่งรออยู่ที่โต๊ะแป๊บเดียว พอเคลียร์บิลเสร็จแกก็หายวับไปแล้ว!” ขิงเดินปรี่เข้ามาหา ร่ายยาวเป็นชุดด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ
“แกรู้ไหมว่าฉันใจคอไม่ดีแค่ไหน! นี่เตรียมจะโทรไปฟ้องพ่อให้ส่งคนมาลากคอผู้จัดการร้านไปซักไซ้แล้วนะ ถ้าแกมาช้ากว่านี้อีกสิบนาที ฉันแจ้งตำรวจแน่! เมื่อคืนแกยิ่งเมาๆ อยู่ด้วย!”
“ขิง... ฉันขอโทษ...” พรีมก้มหน้างุด ดึงมือเพื่อนมาจับเอาไว้อย่างรู้สึกผิด
ขิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าอ่อนลงเมื่อเห็นเพื่อนกลับมาอย่างปลอดภัย “เออ... แกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ”
“อืม... ฉันเหนื่อยมากเลยขิง ขอไปอาบน้ำก่อนนะ ตัวเหม็นเหล้าจะแย่แล้ว”
พรีมรีบตัดบทและทำท่าจะเดินหนีเข้าห้อง แต่ขิงกลับตาไวสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เธอคว้าหมับเข้าที่แขนของพรีมทันที แรงกระชากเบาๆ เส้นผมที่ปรกอยู่เปิดทางให้เห็นผิวเนียนบริเวณไหปลาร้า...
รอยจ้ำสีแดงอมม่วงสองสามรอย ประทับอยู่บนผิวขาวผ่องอย่างชัดเจน!
พรีมหน้าตาตื่น รีบตะครุบคอเสื้อตัวเองปิดไว้ตามเดิม แต่มันไม่ทันแล้ว
ขิงยกแขนขึ้นกอดอก หรี่ตามองเพื่อนรักอย่างคาดคั้น ก่อนจะโพล่งประโยคเด็ดออกมาตรงๆ ไม่อ้อมค้อม
“ถามจริง... เมื่อคืนแกไปฟัดกับใครมา!?”
พรีมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ส่งยิ้มแห้งไปให้เพื่อน ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม “คือ... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นใคร...”
“ว่าไงนะ!?” ขิงตาโตเท่าไข่ห่าน
“รู้... รู้แค่ว่าเขาหล่อมาก แค่นั้นแหละแก...”
ไอน้ำสีขาวจางๆ ลอยอวลอยู่ภายในห้องน้ำกว้าง พรีมค่อยๆ เช็ดฝ้าที่เกาะกระจกเงาบานใหญ่ทิ้ง เผยให้เห็นเงาสะท้อนของหญิงสาวที่ใบหน้ายังคงดูอิดโรยจากศึกหนักเมื่อคืน เธออยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาด แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกวูบวาบในใจจางหายไป
มือเล็กสั่นเล็กน้อย ขณะที่ค่อยๆ แหวกสาบเสื้อคลุมออกช้าๆ ก่อนที่ลมหายใจจะสะดุดกึก เมื่อได้เห็น ผลงาน ที่ชายแปลกหน้าคนนั้นทิ้งเอาไว้บนร่างของเธออย่างเต็มตา
มันมากเกินไปจริงๆ
รอยสีกุหลาบเข้มประทับเด่นหราอยู่บนลำคอระหง ไม่ใช่แค่จุดเดียวแต่มันกระจายไปทั่วจนยากจะปกปิด และเมื่อเลื่อนสายตาลงต่ำ รอยตีตราเหล่านั้นยังคงลามไปถึงเนินอกเนียนละเอียด รวมถึงผิวเนื้ออ่อนไหวส่วนที่ลึกเร้นลงไปกว่านั้น... แม้กระทั่งต้นขาเนียนก็ยังมีรอยนิ้วมือจางๆ แฝงไปด้วยความเร่าร้อนและเอาแต่ใจของเขาที่ทิ้งสัมผัสไว้ให้เธอรู้สึกวาบหวามทุกครั้งที่มองเห็น
พรีมลอบถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงด้วยความกังวลใจอย่างที่สุด
“อาทิตย์หน้าก็ต้องเริ่มงานที่ใหม่แล้วนะพรีม...”
เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหยิบครีมบำรุงขึ้นมาทาบริเวณรอยจ้ำเหล่านั้นอย่างแผ่วเบาด้วยความหวังลึกๆ ว่าภายในเจ็ดวันที่เหลือ ร่องรอยจากพายุอารมณ์เมื่อคืนจะจางหายไปได้ทันเวลา
พรีมจัดการแต่งตัวด้วยชุดลำลอง ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องนอน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเช้าลอยมากระทบจมูกทันที เธอเดินมาที่โซนห้องนั่งเล่นกึ่งห้องครัว ก็เห็นขิงกำลังยืนแกะถุงโจ๊กเจ้าอร่อยเทใส่ชามอย่างขะมักเขม้น
“ถ้ายายกับแม่แกรู้เรื่องวีรกรรมเมื่อคืนนี้นะยัยพรีม... รับรองว่าแกโดนเรียกตัวกลับใต้ด่วนจี๋แน่ๆ” ขิงเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยที่ตายังจดจ่ออยู่กับการตอกไข่ลวกใส่ชาม แต่คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสะดุ้ง
“ขิง... แกต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับขั้นสุดยอดเลยนะ ห้ามหลุดปากเด็ดขาด” พรีมรีบเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ทำหน้าอ้อนวอนสุดชีวิต
“แกก็รู้ว่าที่ฉันดิ้นรนหนีมาสมัครเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพฯ ก็เพราะอยากหนีจากกรอบของครอบครัว ที่บ้านเลี้ยงฉันมาแบบเข้มงวดและตีกรอบทุกอย่างจนฉันอึดอัดไปหมด... ตอนนี้ฉันอายุสามสิบสามแล้วนะขิง ฉันก็แค่อยากมีอิสระ อยากใช้ชีวิตในแบบของตัวเองบ้าง...” พรีมถอนหายใจยาว แววตาหม่นลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน “ถึงแม้ว่าเมื่อวาน... ฉันจะเผลอทำในสิ่งที่ตัวเองก็คาดไม่ถึงที่สุดในชีวิตลงไปก็เถอะ”
ขิงมองหน้าเพื่อนรักที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วก็อดสงสารไม่ได้ เธอถอนหายใจยาวก่อนจะเลื่อนชามโจ๊กไปตรงหน้าพรีม
“เออๆ รู้แล้วน่า ฉันรูดซิปปากสนิทแน่นอน ไม่บอกผู้ใหญ่ให้แกเดือดร้อนหรอก กินโจ๊กซะ จะได้มีแรง” ขิงปลอบใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อดึงบรรยากาศ “ว่าแต่... แกแน่ใจเหรอว่าจะไม่อยู่ที่นี่ด้วยกันจริงๆ คอนโดฉันตั้งกว้าง แกจะไปเช่าห้องอยู่เองให้เปลืองเงินทำไม”
“แน่ใจสิ” พรีมส่ายหน้าพร้อมยิ้มบางๆ “ฉันเกรงใจแกนี่นา แกมีแฟนแล้วนะ ขืนฉันมาขออยู่ด้วยก็กลายเป็นก้างขวางคอชิ้นเบ้อเริ่มพอดี เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันก็จะเก็บของย้ายเข้าคอนโดที่ติดต่อเช่าเอาไว้แล้วล่ะ”
“อยู่ตั้งบางแคเนี่ยนะ? มันไกลจากที่ทำงานแกอยู่นะพรีม”
“ไม่เป็นไรหรอก โชคดีที่งานใหม่เขาให้เงินเดือนและสวัสดิการดีมาก ฉันถึงพอมีปัญญาเจียดเงินไปเช่าคอนโดแถวบางแคได้ ส่วนเรื่องการเดินทาง ฉันนั่งรถไฟฟ้ามาทำงานรวดเดียวถึง ก็ถือว่าสะดวกและพอรับได้แหละ แกไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกน่า”
พรีมฝืนยิ้มให้เพื่อนสบายใจ แม้ในใจจะยังแอบหวั่นกับร่องรอยบนร่างกาย และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวง
ตอนพิเศษบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาวของโรงแรมหรูอบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม ไอรินในชุดแต่งงานเปิดไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต กำลังนั่งมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยเฉียบที่มักจะดูเคร่งขรึมในมาดผู้อำนวยการโรงพยาบาล วันนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีหวานละมุน ขับให้เธอดูสง่าและนุ่มนวลจนไม่อาจละสายตา“แกสวยมากเลยไอริน ฉันรับรองเลยว่าถ้าคุณศิระเห็น จะต้องตะลึงแน่ๆ”เสียงหวานใสของ ‘พรีม’ เพื่อนสนิทคนสวยที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งน้องสะใภ้ เอ่ยชมอย่างจริงใจ ขณะช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมเจ้าสาวให้เพื่อนรักอย่างทะนุถนอมไอรินหันมายิ้มกว้างให้พรีม “ขอบใจนะพรีม... เอาจริงๆ ฉันก็ตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”“ตื่นเต้นก็เรื่องปกตินี่ วันสำคัญที่สุดในชีวิตทั้งที” พรีมยิ้มให้กำลังใจแกร๊ก...บานประตูห้องพักเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของ ‘หมอพายุ’ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของไอรินก้าวเข้ามาด้านใน พายุอยู่ในชุดสูทสีเข้มดูหล่อเนี้ยบสมกับที่เป็นคุณพ่อบ้านสายคลั่งรัก เขาเดินตรงเข้ามาโอบเอวพรีมผู้เป็นภรรยาเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะหันไปมองพี่สาวที่นั่งอยู่หน้ากระจก“สว
ตอนที่ 16 (ตอนจบ)ความวุ่นวายในช่วงเช้าของโรงพยาบาล BGH ดูเบาบางลงไปมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกโล่งใจของไอริน หญิงสาวก้าวลงจากรถสปอร์ตของศิระด้วยรอยยิ้ม หลังจากเคลียร์ใจกัน ซีอีโอหนุ่มก็กลับมารับหน้าที่สารถีส่วนตัวของเธออีกครั้งอย่างเปิดเผย“ตั้งใจทำงานนะครับ ผอ. เย็นนี้เดี๋ยวผมมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ” ศิระเอ่ยบอกขณะเลื่อนกระจกรถลงมาส่งยิ้มอบอุ่นให้“เตรียมตัวตอบคำถามคุณพ่อให้ดีเถอะค่ะ รายนั้นเตรียมตึงใส่คุณแน่ๆ” ไอรินเย้ากลับเบาๆ แม้ในใจจะแอบกังวลอยู่บ้างศิระไม่ได้มีทีท่าหวั่นวิตก เขายักคิ้วให้เธออย่างมั่นใจ “ระดับผมแล้ว... รับรองว่าว่าที่พ่อตาต้องยอมยกธงขาวแน่นอนครับ”ไอรินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจให้กับความมั่นใจของเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าโรงพยาบาลไปเพื่อสะสางภารกิจสำคัญอย่างแรกของวันช่วงบ่าย ไอรินนัดหมอวินมาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่คาเฟ่ใต้โรงพยาบาล เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเมื่อเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ ไอรินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเอ่ยเข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา“พี่วินคะ ไอรินต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ สำหรับเรื่องที่บรรดาบอร์ดบริหารหรือคุณพ่อพยายามจับคู่ให้เรา...
ตอนที่ 15 สารภาพความในใจบานประตูไม้สีเข้มของห้องทำงานประธานบริษัทถูกผลักออกโดยฝีมือของมารดาศิระ หญิงวัยกลางคนเดินนำหน้าไอรินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานภายในห้องทำงานกว้างขวาง ศิระนั่งจมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สภาพของเขาดูอิดโรย ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอนมาหลายคืน ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน ทว่าเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาพร้อมกับมารดาของตน ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ“แม่... แล้ว... ไอริน?” ศิระผุดลุกขึ้นยืน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง“เซอร์ไพรส์จ้ะ!” มารดาของศิระเดินเอากล่องขนมไปวางบนโต๊ะรับแขก “แม่เจอหนูไอรินที่ล็อบบี้ข้างล่าง เลยชวนขึ้นมาด้วยกัน แอบคบกับ ผอ. คนสวยก็ไม่บอกแม่สักคำ ปล่อยให้แม่รู้เองได้ยังไงฮึ”ไอรินเดินตามเข้ามาเงียบๆ เธอลอบมองใบหน้าซูบเซียวของศิระด้วยความรู้สึกผิดปนสงสาร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรเพื่อปรับความเข้าใจ คุณแม่ก็หันกลับมามองหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“เอ๊ะ... แต่จะว่าไป...” หญิงวัยกลางคนหรี่ตามองไอรินสลับกับลูกชาย “มองใกล้ๆ แบบนี้ หนูไอรินหน้าตาคล้ายคุณหมอคนที่ผ่า
ตอนที่ 14 ทวงเขากลับคืนมาสามวันแล้ว... สามวันที่ศิระหายตัวไปจากวงโคจรชีวิตของไอรินอย่างสมบูรณ์แบบการประชุมติดตามความคืบหน้าของระบบเอไอภายในโรงพยาบาล BGH ในเช้าวันนี้ บรรยากาศเงียบเหงาและตึงเครียดกว่าปกติ ไอรินนั่งอยู่ตำแหน่งประธานการประชุม สายตาของเธอเอาแต่จดจ้องไปที่ประตูห้อง หวังลึกๆ ว่าชายหนุ่มในชุดสูทที่คุ้นตาจะก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเหมือนทุกครั้งทว่าคนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็น ‘คุณนพ’ ผู้ช่วยคนสนิทของศิระ“ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาประชุมครับท่านผู้อำนวยการ พอดีช่วงนี้ท่านประธานศิระติดงานด่วนที่บริษัทแม่ยาวเลยครับ หลังจากนี้ผมจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานเรื่องระบบเฟสสุดท้ายแทนทั้งหมดครับ”คำชี้แจงอย่างเป็นทางการของคุณนพ ทำเอาหัวใจของไอรินหล่นวูบ ความหวังริบหรี่ที่จะได้เจอหน้าและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดพังทลายลง เขาไม่ได้แค่หลบหน้า แต่เขากำลัง 'ถอยห่าง' ออกไปจากชีวิตของเธอตลอดการประชุม ไอรินต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการดึงสติให้อยู่กับรายงานบนหน้าจอ หลังจากปิดการประชุมและทุกคนทยอยออกจากห้องไป ผู้อำนวยการสาวตัดสินใจเอ่ยเรียกผู้ช่วยของชายหนุ่มเอาไว้“เดี๋ยวค่ะคุณนพ”นพชะงัก
ตอนที่ 13 อาจจะสูญเสียเขาไปจริงๆเช้าวันจันทร์ที่ความสดใสของวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงตกค้างอยู่ในความรู้สึก ไอรินก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ดูมีน้ำมีนวลและผ่องใสกว่าปกติ รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนมุมปากเมื่อนึกถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นในเพนต์เฮาส์ของศิระผู้อำนวยการสาวเดินเข้ามาในโซนห้องทำงานผู้บริหาร ทว่าความอารมณ์ดีทั้งหมดกลับต้องสะดุดลง เมื่อเห็นผู้เป็นบิดา นั่งรออยู่ที่โซฟารับรองในห้องทำงานของเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณพ่อ... มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมารอไอรินแต่เช้าเลย” ไอรินวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจภาคินปรายตามองลูกสาว ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “นั่งลงก่อนสิไอริน พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย... เรื่องภาพลักษณ์ของลูกในฐานะผู้อำนวยการ”ไอรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามบิดา “เกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ”“ช่วงนี้กรรมการบอร์ดหลายคนเริ่มตั้งคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของลูกกับคุณศิระ” น้ำเสียงของภาคินจริงจังและเด็ดขาด “การที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปสนิทสนมกับคู่ค้าที่รับเหมาทำระบบเอไออย่างออกหน้าออกตา มันทำให้คนอื่นมองว่าลูกอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ลูกรู้ใช่
ตอนที่ 12 ผมรักคุณนะไอรินเวลาผ่านไปเกือบสองเดือนนับตั้งแต่ทริปภูเก็ต ความสัมพันธ์ของไอรินและศิระพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าพันธมิตรทางธุรกิจ แม้ในเวลาทำงานไอรินจะยังคงรักษาระยะห่างในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เมื่ออยู่นอกเวลางาน ศิระก็ทำหน้าที่คนรักได้อย่างไร้ที่ติ เขาทั้งสม่ำเสมอ เอาใจใส่ และแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอจนไอรินขาดเขาไม่ได้อีกต่อไปเย็นวันเสาร์ที่ฝนโปรยปราย แทนที่จะออกไปทานอาหารค่ำที่ร้านหรูเหมือนทุกที ศิระกลับเสนอตัวชวนผู้อำนวยการสาวมาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา โดยอ้างว่าอยากจะโชว์ฝีมือทำอาหารอิตาเลียนสูตรต้นตำรับให้เธอทานบรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์กว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนย ศิระในชุดเสื้อยืดสีขาวสบายๆ สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมงผิดกับมาดซีอีโอที่เธอเคยเห็นไอรินในชุดเดรสยาวทรงเข้ารูปสีเบจที่ดูเรียบหรูแต่ผ่อนคลายสำหรับวันหยุด เดินเข้ามาในโซนเคาน์เตอร์ครัว หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังของคนทำอาหารแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ เชฟศิระ” ไอรินเดินเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าดูซอสพาสต้าที่กำลังเดือดปุดๆศิระหันมายิ้




![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


