เข้าสู่ระบบเช้าวันเดินทางนั้นวุ่นวายกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย สัมภาระของเหม่ยฟางมีไม่มากนัก ทว่าของฝากจากท่านเสนาบดีชราที่มีให้ฮ่องเต้กลับท่วมท้นเกวียนสัมภาระ สาวใช้หลายคนต่างพากันโศกเศร้าเพราะไม่ต้องการให้คุณหนูเล็กจากบ้านต้าหวังไป และอีกหลายคนเกรงกลัวคุณแม่บ้านตันหยงที่กลับมาจัดการทุกอย่างในบ้านดังเดิม
หลายวันที่ผ่านมาองค์ชายหวังจื่อเทียนค่อนข้างหงุดหงิดและไม่พอใจนัก เนื่องจากสาวใช้ที่เขาหมายปองจนแทบคลั่ง ได้ขออนุญาตกลับบ้านเกิดและจะเดินทางรั้งท้ายมาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ของคุณหนูเล็กแห่งบ้านต้าหวัง หรือที่ทุกคนเรียกกันว่าคุณหนูเหม่ยฟาง เขาทราบจากผิงอันในภายหลังว่านางคือสตรีที่จะมารับภารกิจสำคัญ
“ตกลงแล้วคนที่เจ้าเลือกมาให้ข้าทำลูกก็คือน้องสาวตนเองเช่นนั้นหรือ เจ้ากล้าใจร้ายกับคนในครอบครัวได้ถึงเพียงนี้ ข้าคงจะต้องระมัดระวังให้ดีเสียแล้ว”
องค์ชายหวังจื่อเทียนเอ่ยประชดประชัดด้วยเสียงเรียบเย็นราวกับน้ำแข็ง เขาสาบานกับตนเองว่าจะไม่แต่งงานกับนางหากย้อนเวลาได้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ช่างห่างไกลจากคำว่าสามีภรรยา ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจกับอาโป ยังทำให้เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่านได้มากกว่าเวลาหลายปีที่อยู่ร่วมตำหนักกับผิงอัน
“หากรอช้ากว่านี้ ข้าคงต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งชายาเอก เพราะไม่สามารถให้กำเนิดรัชทายาทได้ เรื่องนี้จะทำให้ตระกูลของข้าเสื่อมเสีย ทางเหม่ยฟางเองก็ยินดีทำทุกอย่างเพื่อรักษาชื่อเสียงของครอบครัว ข้าไม่ได้บังคับฝืนใจนางเลยแม้แต่น้อย” ผิงอันอ้างถึงเหตุผลที่ฟังดูแล้วน่าชิงชังยิ่งนัก
“ข้ามั่นใจว่าท่านจะต้องพอใจในตัวของเหม่ยฟาง นางมีรูปโฉมงดงามและสติปัญญาที่ยากจะหาหญิงใดเทียบ ท่านพ่อแทบไม่อนุญาตให้นางออกจากบ้านเสียด้วยซ้ำ เพราะเกรงกลัวว่าจะเกิดปัญหา”
คุณหนูใหญ่ของบ้านเอ่ยชมน้องสาวบุญธรรม หากได้ฟังคำที่ตนเองกล่าวในภายหลังจากผู้อื่น ก็อาจจะรู้สึกหมั่นไส้เพราะคำชมที่ว่านั้น ดูเหมือนยกยอกันมากเกินไป
“ถ้านางงดงามจริงอย่างที่กล่าวมาจริง เหตุใดจึงไม่ให้ข้าแต่งกับนางตั้งแต่ทีแรก จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาทนลำบากอยู่กับข้าที่ตำหนักนอกเมือง ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เจ้ารักตามใจปรารถนา จะว่าไปแล้วน้องสาวของเจ้าเองก็คงจะไร้มนุษยธรรมมิแพ้กัน มิเช่นนั้นนางก็คงไม่ยอมทำเรื่องผิดศีลธรรมแบบนี้”
ผิงอันไม่สนใจคำเสียดสีขององค์ชายรอง ภาพในคืนที่หวังจื่อเทียนไปดักรอเหม่ยฟางนั้นยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของนาง น้องสาวบุญธรรมโป้ปดคำโตถึงสถานะที่แท้จริงของตน หลอกลวงว่าเป็นสาวใช้เพื่อจะได้เป็นอิสระและหลุดพ้นจากพันธนาการของคนที่กำลังจงเกลียดจงชังนางอยู่ตอนนี้
“จะเหน็บแนมส่อเสียดอย่างไรก็ตามแต่ใจของท่าน อย่างไรเสียเราก็ต้องทำตามแผนที่วางไว้อยู่ดี ตอนนี้ปากท่านยังไม่ยอมรับว่าแผนของข้าคือทางออกที่ดีที่สุด ทว่าทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าส่วนลึกในใจท่านเห็นด้วยจนถึงขั้นยอมเดินทางตามข้ามาที่นี่”
“วาจาร้ายกาจยิ่งนัก ที่ผ่านมาข้ารู้สึกวิงเวียนทุกครั้งที่ต้องทนมองหน้าเจ้า คุณหนูเหม่ยฟางแห่งบ้านต้าหวังเองก็คงจะฤทธิ์เยอะไม่ต่างกัน นางอาจจะงดงามอย่างที่เจ้าว่า แต่กลับทำให้ข้ารู้สึกรังเกียจได้แม้ยังไม่เคยพบเจอ คงต้องใช้ความพยายามมากหน่อย ที่จะทำให้ข้าเกิดความรู้สึกต้องการนางขึ้นมาได้”
องค์ชายรองฉุนเฉียวกว่าเกินกว่าจะสำรวมวาจา เขารู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เลยเถิดมาไกล จนเกือบต้องผิดต่อหลักการที่ตนได้ยึดถือมาตลอด
“ข้าขอยกเลิกข้อตกลงไร้สาระพวกนี้ ให้ข้าไร้ทายาทสืบสกุลก็ยังดีกว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อหลักการของตนเอง” หวังจื่อเทียนตัดสินใจยกเลิกแผนการทั้งหมด เขายอมแบกรับปัญหาของตนแทนที่จะให้ผู้อื่นมารับกรรม ทารกน้อยควรเกิดมาเพราะความรักและมีสิทธิ์ที่จะได้อยู่กับมารดาที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน
“ท่านพี่โปรดให้โอกาสนางได้อยู่ร่วมตำหนักเดียวกันก่อน หากเหม่ยฟางไม่สามารถเอาชนะใจท่านและตั้งครรภ์ได้ในระยะเวลาหนึ่งปี ข้าจะยอมหย่าขาดและปล่อยท่านให้เป็นอิสระ ไม่ต้องฝืนใจพรากลูกจากอกของแม่อีก” ผิงอันเอ่ยข้อเสนออันยั่วยุเพื่อดึงความสนใจขององค์ชายรอง
“ให้เป็นไปตามนั้น! ต่อให้นางมีเสน่ห์ยั่วยวนราวกับนางสรรค์ ข้าก็อดใจได้หากรางวัลนั้นคือการได้หย่าขาดและเป็นอิสระจากความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง ขอบคุณสวรรค์ที่ดลใจให้เจ้าเสนอทางออกที่ตรงกับใจของข้า”
หวังจื่อเทียนดีใจอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มเสียกิริยาอีกครั้ง ห่างออกไม่ไกลนักปรากฏร่างเล็กสวมชุดบุรุษสีน้ำตาลเข้มดูคุ้นตา ลำคอของเขาแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ เมื่อนางโอบกอดคนตัวโตที่เพิ่งลงจากม้าได้เพียงอึดใจเดียว
แม้มองจากระยะที่อยู่ไกลพอสมควร ยังรู้สึกได้ว่าเหม่ยฟางและลู่เหวินเจี๋ยมีความสนิทสนมกันอยู่มาก อารมณ์โกรธแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า คิ้วเข้มขมวดเป็นปมเผยความรู้สึกขุ่นเคืองที่มิอาจหลบซ่อนต่อไปได้อีก รอยยิ้มเยาะเย้ยหยันของผิงอันช่วยทวีความโกรธให้เพิ่มพูนจนเกินกว่าขีดจำกัดที่เขาจะรับไหว
หวังจื่อเทียนได้ตัวสาวใช้โฉมงามอย่างอาโปมาตามต้องการก็จริง แต่นางก็พ่วงสตรีที่เขารังเกียจอย่างเหม่ยฟางมาด้วย ผิงอันเลิกล้มความพยายามที่จะให้พบกับน้องสาวของนางทันทีที่เขาได้เอ่ยปากขออาโปกลับเมืองหลวง นับเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องทนมองนางผู้ที่จะทำให้เขาผิดต่อหลักการของตนเอง
“เหม่ยฟางเป็นนายของสาวใช้อาโป หากท่านยังสนใจในตัวของนางอยู่ก็ควรรักษาน้ำใจของผู้เป็นนายด้วย ข้าไม่เข้าใจเลยว่าท่านเห็นดีอะไรในตัวนาง ร้อยวันพันปีมิเคยเอ่ยปากคุยกับข้าก่อน แต่กลับยอมฝืนใจตนเองเพื่อขอให้สตรีต่ำศักดิ์เดินทางกลับเมืองหลวงด้วยกัน”
ผิงอันฝืนเอ่ยถ้อยคำที่บาดหูเพื่อให้ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผน หวังจื่อเทียนยังไม่ควรทราบในตอนนี้ว่าแท้จริงแล้วสตรีรูปงามผู้นั้นไม่ใช้สาวใช้ธรรมดา
ผิงอันไม่คิดแก้ไขความจริงและปล่อยให้ทุกคนในบ้านต้าหวังเข้าใจผิด คิดไปเองว่าองค์ชายรองปรารถนาในตัวสาวใช้ แม่บ้านตันหยงเองก็เห็นดีด้วยเพราะไม่ต้องการให้เรื่องนี้ไปถึงหูของเสนาบดีเจิ้งอี้เหยียน หากประมุขของบ้านเกิดระแคะระคายเข้า แผนที่วางก็คงจะล้มไม่เป็นท่า เพราะชายชราเอ็นดูเหม่ยฟางราวกับเป็นเลือดเชื้อไขของตน
หวังจื่อเทียนตระหนักว่าตนมิสามารถระงับความโกรธที่กำลังปะทุขึ้นได้ นอกจากวาจาส่อเสียดของผิงอันแล้ว ยังมีภาพตำตาของอาโปและชายผู้หนึ่งที่อาจดำรงสถานะคนรักของนาง
เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ตนเองเดือดดาลจนใช้อารมณ์เหนือเหตุผล องค์ชายรองจึงได้ตัดสินใจขี่ม้าล่วงหน้าไปยังเมืองหลวงทันทีโดยไม่รอให้ขบวนพร้อมออกเดินทาง เขาเลือกกลับไปสงบสติอารมณ์ที่ตำหนักเหลียนฮวาและภาวนาให้ช่วงเวลาแห่งการรอคอยจบสิ้นลงเสียที
“ดีใจนักที่ท่านอามาถึงก่อนที่ข้าจะออกเดินทาง”
เหม่ยฟางดีใจท่วมท้นที่ลู่เหวินเจี๋ยเดินทางมาทันได้เวลา นางฝากฝังให้อดีตแม่ทัพช่วยดูแลบิดาตามโอกาสอำนวย เนื่องจากตนเองต้องเดินทางไปยังเมืองหลวงกับพี่สาว
เขาส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย เสนาบดีเจิ้งอี้เหยียนชรามากแล้วและต้องการการดูแลจากคนในครอบครัว ร่างสูงถอนหายใจยาวเมื่อสำนึกได้ว่าผิงอันยังคงทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบเช่นเดียวกับเจ็ดปีที่ผ่านมา
เหม่ยฟางคุ้นเคยกับรสจูบแสนหวานนี้เป็นอย่างดี ทว่ายังมีมือเรียวยาวที่สร้างความประหลาดใจได้ไม่หยุดหย่อน นอกจากการจับพู่กันวาดภาพเขียนคำกลอนแล้ว ยังสามารถทำสิ่งอื่นที่เหนือความคาดหมายได้อีกมาก หวังจื่อเทียนพรมปลายนิ้วลงบนเรียวขาราวว่ากำลังเล่นเครื่องดนตรีประเภทหนึ่งครั้นมือเรียวเลื่อนต่ำจนถึงจุดต้องห้าม เหม่ยฟางก็ผวากอดคนตรงหน้าเสียแน่น สัมผัสอันจาบจ้วงขององค์ชายรองก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บและไม่สบายตัว ทว่าร่างกายของนางกลับน้อมรับความอึดอัดนี้อย่างเต็มใจยิ่ง เขาตักตวงความหวานจากเรือนร่างของนางอย่างไม่รู้อิ่ม สร้างความสงสัยว่าความทรมานในครั้งนี้จะจบลงอย่างไรแน่หวังจื่อเทียนลอบยิ้มเมื่อพบว่าเหม่ยฟางพร้อมแล้วที่จะทำความรู้จักกับร่างกายของบุรุษอย่างใกล้ชิด เขาเปลื้องท่อนล่างของตนออกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้จังหวะรักต้องเปลี่ยนไปจากทำนองเดิม ก่อนเชยคางของนางกลับมาเพื่อมอบจูบที่ดุดันซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์ชายรองใช้เวลากับนางมากเกินไปแล้ว“ถึงคราวของเจ้าแสดงฝีมือแล้ว”เหม่ยฟางทำได้ดีกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก ท่วงทำนองรักจึงดำเนินต่อไปได้อย่างไม่ติดขัดนัก หวังจื่อเทียนเปิดโอกาสให้นางสำรวจร่างกายของเข
“ข้ารู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก”เหม่ยฟางเอ่ยออกมาอย่างอยากลำบาก มือของนางเลื่อนมาโอบกอดองค์ชายตามสัญชาตญาณ แม้จะเคยถูกยั่วยุมาก่อน แต่ก็ไม่หนักหนาถึงปานนี้ ในใจนึกหวาดกลัวและอยากจะถอยหนีให้ไกลห่าง ทว่าร่างกายของนางกลับตอบรับสัมผัสนั้นอย่างกล้าหาญความวาบหวามที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกลับหยุดลงอย่างกะทันหันจนเหม่ยฟางนึกแปลกใจ คนที่กำลังรุกเร้านางอย่างหนักหน่วงถอนตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งถอยห่างจากเตียงอยู่อีกหลายก้าว ใบหน้าของเขาแดงจัดราวกับคนมีไข้สูง นางได้สติรีบรวบคอเสื้อเข้าหากัน พร้อมกับมองหวังจื่อเทียนอย่างไม่เข้าใจนัก“นั่นคือแรงปรารถนาที่เกิดกับข้าในทุกนาทีที่เราใช้เวลาร่วมกัน วันนี้ข้ายอมผิดคำสัญญาที่มีต่อตนเอง เพื่อให้เจ้าได้รับรู้ว่ามันยากเพียงใดที่จะต้องอดกลั้นความต้องการนี้” หวังจื่อเทียนผ่อนลมหายใจเรียกสติ เขาคงต้องทิ้งอุดมการณ์ของตนเองหากถอนตัวช้ากว่านี้เพียงชั่วอึดใจเดียว ชาสมุนไพรของทางวังหลวงนั้นออกฤทธิ์รุนแรงกว่าที่คิดไว้มาก“ข้าหวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้คงจะคลายความสงสัยที่เจ้ามีต่อรสนิยมของข้าเสียที” องค์ชายรองผายมือเชิญเหม่ยฟางให้ออกไปจากห้องพักส่วนตัว เขาก
อาโปรีบเอ่ยทันทีที่มาถึง ด้วยคิดว่าปากของนางพาซวยอีกแล้ว คราวนี้ไม่ใช่แม่บ้านตันหยงที่นางต้องรับมือ แต่เป็นคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ จนแม้แต่คุณหนูของนางก็คงช่วยอะไรไม่ได้“หากเจ้าเล่าทุกข่าวลือให้ฟังอย่างละเอียด ข้าจะไม่เอาความเรื่องที่เจ้ากล่าววาจาล่วงเกิน ยุติธรรมดีหรือไม่” องค์ชายรองเอ่ยถามหลังจากไล่สาวใช้ออกไปจนหมด เหลือเพียงอาโปที่นั่งตาโตกับข้อเสนอที่ได้รับเพื่อล้างความผิดที่ตนก่อเอาไว้“ข้าน้อยยินยอมพร้อมใจถวายชีวิต ขอเพียงองค์ชายรับสั่ง อาโปยอมทำได้ทุกอย่าง” ทว่านางกลับต้องกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินคำถาม การตอบแบบตรงไปตรงมาอาจทำคนตรงหน้าโมโหหนักยิ่งกว่าทุกครั้ง แต่ถ้าหากตอบไม่ตรงคำถามหรือโกหก ก็อาจจะทำให้เรื่องแย่กว่าเดิม การเล่าสิ่งที่นางเคยได้ยินมาจึงเป็นทางออกเพียงทางเดียวหลังจากใช้เวลาอยู่พักใหญ่ หวังจื่อเทียนก็อนุญาตให้สาวใช้ผู้รอบรู้กลับไปพักผ่อน เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง ก่อนนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นต้นแบบของคำว่าสุภาพบุรุษที่ดี ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นบุรุษผู้นิยมชมชอบชายหนุ่มรูปงามไปเสียแล้ว บทลงโทษของเก็บเนื้อเก็บตัวในครั้งนี้หนักหนายิ่งนักองค์ชายรองไม่แน่ใจว่าควรโก
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจเมื่อคนตรงหน้าถามหาถึงพ่อบ้านคนใหม่ของตำหนักเหลียนฮวา องค์ชายหวังจื่อเทียนซ่อนความรู้สึกที่แปลกประหลาดนี้ไว้อย่างมิดชิดที่สุด เป็นความรู้สึกที่ผสมผสานกันจนยุ่งเหยิง ทั้งหวาดกลัวว่าความจริงเกี่ยวกับเหม่ยฟางจะรั่วไหล และสงสัยท่าทีของแม่ทัพซุนเมิงฉวนมีเหตุผลอันใดกันที่เขาต้องถามถึงนาง“ข้าเพียงต้องการขอโทษพ่อบ้านคนใหม่ที่ทำตัวเสียมารยาท ข้าไม่ต้องการผิดใจกับชายาเอกของท่านเพราะเผลอตัวพูดจาไม่ดีกับคนของบ้านต้าหวัง” ซุนเมิงฉวนรีบให้เหตุผลเมื่อเจ้าของบ้านมีสีหน้าไม่ใคร่จะพอใจนัก ราวกับว่าใครไปเหยียบเท้าเข้าก็มิปาน“คนของบ้านต้าหวังไม่ได้ขวัญอ่อนขนาดนั้น แต่หากเจ้าต้องการเอ่ยคำขอโทษก็จะให้คนไปตามมาให้” องค์ชายไม่ขัดข้องเพราะไม่ต้องการให้เกิดพิรุธ นับเป็นโชคดีที่เหม่ยฟางยืนยันหนักแน่นว่าจะสวมชุดบุรุษตลอดเวลา จึงใช้เวลาไม่นานนักก่อนจะปรากฏตัวเจ้าของใบหน้างามเดินตรงเข้ามาพร้อมกับกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม เหม่ยฟางดัดเสียงเข้มเพื่อให้คนเข้าใจว่านางไม่ใช่สตรีเพศ และยังพยายามเอ่ยปากให้น้อยที่สุดเพื่อให้ทุกอย่างยังถูกเก็บเป็นความลับ“ข้าขอโทษที่เผลอตัวตวาดเสียงดังใส
“ทำไมเสี่ยวหลานยังไม่ออกมาช่วยพวกเจ้าจัดการงานครัว หรือว่าเดี๋ยวนี้ดื้อดึงหัดเป็นคนเกียจคร้านไปเสียแล้ว” ผิงอันแสร้งถามอย่างไม่ใส่ใจนัก สาวใช้อีกคนที่อาวุโสกว่าจึงเฉลยว่าเสี่ยวหลานมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า จึงไล่ให้ไปพักผ่อนและจะกลับมาทำงานในช่วงบ่าย“ข้าฝากเนื้อไว้กับเสือ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดนางจึงหมดแรงไปเช่นนั้น” ผิงอันพยายามสะบัดความคิดอันไร้สาระออกจากสมอง นางไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาหึงหวงหรือไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และหากลู่เหวินเจี๋ยพึงพอใจในตัวนางก็ควรจะยกให้เป็นรางวัลตอบแทนร่างสูงเดินออกมาจากห้องส่วนตัวทั้งชุดนอน ไม่สนใจแต่งตัวให้สุภาพ ลู่เหวินเจี๋ยบิดตัวเพื่อคลายอาการปวดเมื่อย นับเป็นโชคที่เขาเลือกที่จะกลับบ้านเพื่อพักผ่อน จนอาการดีขึ้นในระยะเวลาเพียงชั่วข้ามคืน อาการมึนศีรษะและคลื่นไส้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง“ข้าให้คนเตรียมอาหารเช้าให้ท่านเรียบร้อยแล้ว เป็นข้าวต้มอุ่นๆ และเครื่องเคียงอีกสองสามอย่าง อาการเพิ่งจะดีขึ้น จึงควรทานอะไรที่ไม่หนักมากจนเกินไปนัก” ผิงอันเลี่ยงการสบตายามสนทนากับร่างสูง นางไม่แน่ใจว่าตนควรจะรู้สึกอย่างไร จึงเอื้อนเอ่ยวาจากว่าทุกวัน“ขอบใจมาก ข้า
ก่อนพระอาทิตย์จะลับฟ้าเพียงเล็กน้อย ร่างสูงใหญ่ก็กลับเข้าบ้านเหล่าอิง พร้อมอารมณ์ขุ่นมัวอันเปรียบเสมือนเครื่องหมายประจำตัวของเขา ลู่เหวินเจี๋ยต้องการอยู่ห่างจากนางผู้รักการสร้างปัญหาให้มากที่สุด ทว่าสังขารของเขากลับกลับไม่เอื้ออำนวย บุรุษผู้นี้ดื้อดึงและหัวแข็งในหลายๆ เรื่อง แต่เขาเคารพขีดจำกัดร่างกายของตนอยู่เสมอ“หลังจากชำระร่างกายแล้ว ข้าต้องการพักผ่อนและห้ามใครรบกวน” อดีตแม่ทัพสั่งเสียงเข้ม โดยปกติแล้วเขาไม่จะเป็นต้องออกคำสั่งไร้สาระพวกนี้ แต่กลับต้องย้ำเตือนเพราะเกรงว่าสมาชิกใหม่จะฝ่าฝืนและล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวที่เขาหวงแหน สาวใช้ของผิงอันและบ่าวหญิงบรรจงเทน้ำร้อนลงในถังไม้ขนาดใหญ่ ใช้เวลาเพียงไม่นานนักก็เต็มสนิท ทั้งยังมีดอกไม้อบแห้งนานาชนิดลอยอยู่ด้วย คาดว่าเป็นฝีมือของผิงอันอย่างไม่ต้องสงสัย ลู่เหวินเจี๋ยไม่อยากเสียเวลาคิดถึงเรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้ปวดหัว จึงตัดสินใจเปลื้องผ้าก่อนแช่ตัวลงน้ำเพื่อผ่อนคลายเวลาผ่านไปพักใหญ่อาการปวดเมื่อยตามร่างกายจึงทุเลาลงบ้าง ระหว่างแต่งตัวเขาได้กลิ่นของอาหารลอยมาเตะจมูก แม้ก่อนนี้เขาจะมีอาการวิงเวียนและคลื่นไส้ ทว่าเมื่อได้กลิ่นของดอกไม้แห้งแ
“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับคุณหนูผิงอัน ไปบอกนางว่าข้าต้องการพบเดี๋ยวนี้” อดีตแม่ทัพลู่เหวินเจี๋ยเอ่ยสั่งคนสนิทเสียงเข้ม ก่อนจะหันไปกำชับอาโปเรื่องดูแลเหม่ยฟางมิให้ขาดตกบกพร่อง ทั้งยังบอกถึงช่องทางการติดต่อหากต้องการความช่วยเหลือในอนาคต“เจ้านี่ยังเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะผิงอัน” ลู่เ
ร่างบางโกหกพร้อมอาศัยจังหวะทีเผลอ ผลักองค์ชายที่กำลังงุนงงกับชื่อของคุณหนูที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มือหนาพยายามคว้าตัวนางไว้แต่ไม่ทัน นับว่าโชคยังคงเข้าข้างเหม่ยฟางที่บริเวณนั้นมีผู้คนเดินผ่านมาพอดี“คราวหน้าเจ้าไม่รอดแน่ อาโป!” หวังจื่อเทียนคำรามอยู่ในใจด้วยไม่เคยต้องการอะไรมากเช่นนี้มาก่อนนางเป็นเพี
บรรยากาศของบ้านต้าหวังวุ่นวายกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากทุกคนช่วยกันเตรียมงานอย่างขยันขันแข็งตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าก็ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่ตกหล่นหรือขาดหายไปอยู่ดีคุณหนูเล็กของบ้านตอนนี้ใต้ตาดำคล้าอย่างคนอดนอน นางอ้างแก่อาโปว่านอนไม่หลับเพราะความตื่นเต้น เหม่ยฟางได้รับคำสั่งจากทหารที่
“อีกมินานตะวันก็จะลับฟ้าแล้ว อากาศเย็นอาจจะทำให้ท่านไม่สบายเอาได้ เรากลับบ้านต้าหวังเพื่อเลี่ยงปัญหานั้นจะเป็นการดีกว่านะเจ้าคะคุณหนู” อาโปพูดพลางหอบ นางตัวเล็กแคล่วคล่องว่องไวก็จริง แต่ไม่มีทางเลยที่จะรู้สึกสบายตัวเมื่อต้องเดินไต่ขึ้นเขาหลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวันเช่นนี้“เจ้าอย่าได้กังวลจนเก







