Partager

บทที่ 3 ท้อง?

last update Date de publication: 2024-11-14 11:25:03

@บ้านเอกวิโรจน์

ส้มขับรถเข้ามาจอดยังบ้านหลังใหญ่โตโออาไม่ใช่สิต้องเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า คฤหาสน์ที่เป็นเหมือนกรงขังสำหรับเธอ เป็นคฤหาสน์ที่หาความสุขไม่เจอ

เธอนั่งมองรอบ ๆ บริเวณบ้านผ่านกระจกรถพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างใน

เมื่อเดินเข้ามาถึงห้องโถงก็เห็นพ่อกับแม่ และพี่ชายนั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาจึงยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะพ่อ แม่ พี่เบส"

"นี่ถ้าพ่อไม่ให้แม่เขาโทรตาม ลูกก็คงไม่คิดจะกลับบ้านเลยใช่ไหม" อภิสิทธิ์ประมุขของบ้านมองบุตรสาวคนเล็กที่กำลังหย่อนก้นนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาดุแทนที่จะรับไหว้

ส้มไม่ได้ตอบอะไรกลับทั้งที่ในใจอยากตะโกนบอกท่านดัง ๆ ว่าสาเหตุที่เธอไม่อยากกลับบ้าน หรืออยู่ในบ้านหลังนี้เพราะความเข้มงวดของพวกท่านสองคนนั่นแหละ

ทว่ารู้แก่ใจดีว่าถ้าพูดไปท่านทั้งสองคงจะพานโกรธหาว่าเธอไม่เคารพพวกท่านอีกเพราะมันเคยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นมาเธอจึงเลือกสงบปากสงบคำดีกว่าปล่อยให้พวกท่านบ่นไป

"พ่อก็อย่าดุน้องเลยครับ" เบสชายหนุ่มตาหล่อเหลาวัยสามสิบปีออกหน้ารับแทนน้องสาวเพราะเข้าใจดี เขาเองก็ถูกคาดหวังจากพ่อแม่ไม่ต่างจากน้องสาวเลย

"ลูกก็เข้าข้างน้องตลอด" เป็นอัปสรที่เลื่อนสายตาเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงตำหนิ ก่อนเลื่อนสายตามองหน้าบุตรสาวต่อ "ที่พ่อเขาพูดก็ถูก แม่ว่าลูกควรขายคอนโดแล้วกลับมาอยู่บ้านซะ"

"ส้มยอมทำตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการมาตลอด แต่เรื่องนี้ส้มขอเถอะค่ะให้ส้มได้ใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง" ทำพูดของผู้เป็นแม่ทำเอาส้มต้องหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดยาว ๆ พยายามระงับอารมณ์เอาไว้ แล้วปรือตาขึ้นบอกกล่าวอย่างใจเย็นที่สุด

ทุกวันนี้ถึงเธอจะอายุยี่สิบหกแล้วแต่ก็ยังต้องทำตามคำสั่งของพ่อแม่อยู่เลย พวกท่านบอกให้เธอเข้าไปช่วยงานที่บริษัทเธอก็ต้องทำทั้งที่ความฝันของเธอคือการเป็นดีไซน์เนอร์ต่างหาก

เพราะคำว่าบุญคุณที่พวกท่านพร่ำพูดกลอกหูเธออยู่ซ้ำ ๆ เพราะคำขู่ที่ว่าหากไม่ทำตามจะตัดออกจากกองมรดก และไม่ต้องมาเป็นเป็นพ่อแม่ลูกกันอีก

"แม่จะยอมให้ลูกอยู่คอนโดต่อก็ได้" คำตอบของผู้เป็นแม่ทำให้เธอยิ้มออกมาได้บ้าง แต่เพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้นใบหน้าก็พลันบึ้งตึงอีกครั้งกับประโยคถัดมาของท่าน

"แต่มีข้อแม้ว่าลูกต้องไปดูตัวกับจิณณะลูกชายคุณหญิงพิมพรรณวันพรุ่งนี้"

"เมื่อไรแม่จะเลิกจับคู่ให้หนูสักทีคะ" เธอได้แต่ส่ายหน้าไปมามองผู้เป็นแม่ด้วยความผิดหวัง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านบังคับให้เธอไปดูตัว แต่มันนับไม่ถ้วนแล้วต่างหากจนเธอเอือมระอาเต็มทนแล้ว

"ก็ต่อเมื่อลูกได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดี และเหมาะสมกับลูกไง" อัปสรตอบกลับเสียงราบเรียบ ที่เธอทำไปทั้งหมดมีจุดประสงค์เดียวคือหวังดีต่อบุตรสาว อยากให้บุตรสาวได้เจอกับคนที่ดี

บุตรสาวเธอมีเพรียบพร้อมทุกอย่างทั้งฐานะ การศึกษา หน้าตา และชาติตระกูลผู้ชายที่จะเข้ามาเป็นลูกเขยเธอจึงต้องมีทุกอย่างเท่าเทียมกับบุตรสาว ต้องผ่านการค้ดกรองจากเธอจะคว้าใครมามั่ว ๆ ไม่ได้

"หนูหาเองได้ค่ะ แม่ไม่จำเป็นต้องมากังวลกับเรื่องนี้"

"แม่ต้องยุ่งสิเกิดลูกไปคว้าใครมามั่ว ๆ แม่จะทำยังไง ลูกเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่ แม่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด"

"แม่หวังดีกับหนูจริง ๆ หรือแม่กลัวจะอับอายขายหน้ากันแน่คะถ้าสมมุติว่าหนูคว้าผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาให้แม่" ส้มเอ่ยอย่างรู้ทันเพราะพ่อแม่ของเธอให้ความสำคัญกับหน้าตาทางสังคมมากไม่อย่างนั้นคงไม่บังคับให้เธอกับพี่ชายอยู่ในกรอบที่พวกท่านต้องการตลอด

"แม่เขาบอกว่าหวังดี ก็คือหวังดีแกเป็นลูกก็ควรทำตามไม่ใช่มายอกย้อนแบบนี้" อภิสิทธิ์เอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่ชอบใจที่บุตรสาวแข็งข้อขึ้นมา

ส้มกับเบสจึงได้แค่ส่ายหน้าไปมาสุดท้ายทั้งสองก็มิอาจชนะท่านทั้งสองได้เพราะคำว่าพ่อแม่มันค้ำคออยู่

"พรุ่งนี้แม่นัดทานข้าวกับคุณหญิงพิมพรรณช่วงเย็น ๆ ที่ร้านอาหารเดอะลองค์ ลูกต้องมาอย่าทำให้แม่ขายหน้าเด็ดขาด" อัปสรยื่นคำขาด มองหน้าบุตรสาวอย่างกดดันบ่งบอกให้รู้ว่าบุตรสาวจะได้เห็นดีหากไม่มาตามคำสั่ง

"มะ.."

"อาหารเสร็จแล้วค่ะ คุณท่านกับคุณผู้หญิงจะทานเลยไหมคะ" ส้มทำท่าจะตอบกลับไปแต่เสียงแม่บ้านก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อนเธอจึงจำใจต้องเงียบปากลง

"ทานเลยจ้ะ" อัปสรตอบแม่บ้านไปด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม ครั้นแม่บ้านหายหลังไปก็หันมาเอ่ยกับบุตรสาวต่อ "ตามนี้นะส้ม อย่าทำให้แม่ผิดหวัง" ว่าจบก็ลุกเดินไปยังห้องอาหารโดยมีประมุขของบ้านลุกเดินตามไปติด ๆ

"เฮ้อ.." ส้มได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายจนคนเป็นพี่ชายอย่างเบสต้องยื่นมือไปตบบ่าปลอบประโลม และให้กำลังใจในคราวเดียวกัน "อดทนนะพี่เชื่อว่าสักวันทุกอย่างจะดีขึ้น"

"ส้มก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้นค่ะ" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาเบาหวิวพร้อมกับลมหายใจหนัก ๆ บอกเลยว่าเธอมีความหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ

ว่าจบก็ลุกเดินตามพ่อกับแม่ไปยังห้องอาหาร เบสก็เช่นกัน

บนโต๊ะอาหารถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบบรรยากาศเป็นไปอย่างอึมครึมทั้งที่ความจริงการทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาภายในครอบครัวมันควรมีความสุข และเต็มไปด้วยความอบอุ่น

ส้มกับเบสมีความรู้สึกไม่ต่างกันเลยนั่นก็คืออึดอัดจนแทบอยากจะหายไป ทว่าก็ทำไม่ได้

ทั้งสองได้แต่นั่งมองตากัน ก่อนที่ส้มจะต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากปิดจมูกเมื่อแม่บ้านนำอาหารมาวางบนโต๊ะ "อึก.."

"เป็นอะไรส้ม" อัปสรขมวดคิ้วถามบุตรสาวด้วยความสงสัย คนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกัน

"เหม็นอะไรก็ไม่รู้ค่ะแม่ มันเหม็นมากเลย" ส้มบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ มือปิดปากกับจมูกไว้แน่นเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหม็นอะไร รู้เพียงว่ามันเหม็นมากจนเธออยากจะอาเจียนออกมา

"เหม็นอะไรพี่ไม่เห็นว่าจะเหม็นอะไรเลย" เบสทำจมูกฟุดฟิดพยายามสูดดมหากลิ่นตามที่น้องสาวบอก แต่ก็ไม่เห็นว่าจะได้กลิ่นอะไรเลยจึงหันมองหน้าน้องสาวด้วยความแปลกใจ "พี่ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย มีแต่หอมกับข้าวที่แม่บ้านยกมา"

"มันเหม็นจริง ๆ นะพี่เบส" เธอยังคงยืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมกับคลายมือออกจากปาก และจมูก พยายามสูดดมหาต้นตอของกลิ่นเพื่อยืนยัน ทว่าในวินาทีที่ก้มลงสูดดมหากลิ่นบริเวณถ้วยต้มข่าไก่เธอก็ต้องรีบยกมือขึ้นอุดปากเพราะรู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะอาเจียนออกมา

รีบผลุกผลันลุกวิ่งไปยังห้องน้ำสำหรับแขก โก้งคออาเจียนออกมาจนหน้าดำหน้าแดง

ทุกคนต่างพากันลุกขึ้นวิ่งตามไปดูด้วยความเป็นห่วง โดยเบสเป็นคนเข้าไปคอยลูบหลังให้น้องสาวพลางถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง "เป็นอะไรส้ม"

ส่วนประมุขของบ้านกับอัปสรยืนดูอยู่ที่ประตูห้องน้ำ สายตามองบุตรสาวที่กำลังโก้งคออาเจียนด้วยความเป็นห่วง

ทว่าในใจอัปสรนั้นกำลังนึกสงสัยอะไรบางอย่างอยู่กับอาการที่บุตรสาวเป็นอยู่

เธอสังเกตเห็นตั้งแต่บนโต๊ะอาหารแล้วว่าบุตรสาวมีอาการแปลก ๆ พอได้กลิ่นอาหารก็รู้สึกเหม็นทั้งที่มันออกจะหอม อาการคล้ายกับเธอตอนแพ้ท้องเมื่อก่อนไม่มีผิด แต่เธอยังไม่อยากคิดเองเออเองคงต้องหาทางพิสูจน์

"ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณหน่อยค่ะ" เธอกระซิบกับผู้เป็นสามีพร้อมกับลากแขนให้เดินตามออกมา ขณะที่เบสยังคงคอยยืนลูบหลังให้น้องสาวไม่ห่าง "ไหวไหมส้ม"

"อึก.." ส้มส่ายหน้าให้ผู้เป็นพี่ชายแทนคำตอบว่าไม่ไหว ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเรี่ยวแรงหดหายไปหมดคงเป็นเพราะอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง

ครั้นอาเจียนเสร็จก็ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นเย็นเฉียบอย่างอ่อนแรง เหงื่อเริ่มผุดพรายขึ้นตามใบหน้าจนชื่น จากผิวหน้าอมชมพูก็เปลี่ยนเป็นซีดเซียวไร้สีเลือดทำเอาเบสตกใจไม่น้อย

"พี่ว่าส้มขึ้นไปนอนพักที่ห้องดีกว่า จะได้เรียกหมอมาว่าตรวจดูด้วยว่าเป็นอะไร" รีบโน้มไปช้อนตัวน้องสาวขึ้นอุ้มพาเดินออกจากห้องน้ำ ซึ่งเจอกับพ่อแม่ที่เดินมาพอดีจึงรีบบอกกล่าว "ผมว่าน้องเหมือนจะเป็นลมเลยครับ ผมจะพาน้องขึ้นไปพักบนห้องแล้วโทรตามหมอว่าตรวจดู"

"โอเค รีบพาน้องขึ้นไปพักเถอะ เดี๋ยวแม่โทรตามหมอเอง" อัปสรพยักหน้ารับ แล้วหันมองหน้าสามีเพราะหลังจากได้ปรึกษาถึงอาการที่น่าสงสัยของบุตรสาวแล้วทั้งสองก็คิดว่าจะโทรตามหมอประจำตระกูลให้มาตรวจดูเช่นกันจึงเข้าทางพอดี

จะได้รู้ว่าสิ่งที่กำลังสงสัยเป็นจริงไหม หรือเธอกังวลไปเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   ตอนพิเศษ 2

    @บ้านวิสุทธิ์ภักดี"ว้าย!" ส้มร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกพ่อของลูกยกขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้านวิสุทธิ์ภักดี "จะอุ้มทำไมแบงค์ส้มก็กำลังจะเดินเข้าบ้านอยู่นี่ไง" ครั้นตั้งตัวได้เธก็โวยวายใส่ร่างสูงพลางใช้มือทุบอกเขาแรง ๆ ไม่เข้าใจว่าเขาจะมาอุ้มทำไมกันในเมื่อเธอก็ยอมเดินเข้าบ้านดี ๆ ไม่ได้จะวิ่งหนีกลับบ้านสักหน่อยแบงค์เพียงยิ้มให้เพื่อนสาวเล็กน้อยไม่ได้ตอบอะไรตั้งหน้าอุ้มเธอเดินดุ่ม ๆ เข้าบ้าน ก่อนจะพาเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านทำเอาส้มต้องขมวดคิ้วเป็นปม รีบเปล่งเสียงถามทันที "แบงค์จะพาส้มไปไหน ปล่อยส้มลงเดี๋ยวนี้นะ""พาขึ้นไปดูทะเบียนสมรส แล้วก็ใบหย่าไงเพื่อยืนยันว่าแบงค์ยังไม่ได้เซ็นมันจริง ๆ เพราะฉะนั้นเรายังเป็นสามีภรรยากันอยู่" สิ้นประโยคใบหน้าหล่อเหลาก็เคลือบไปด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม แววตาทอประกายเจ้าเล่ห์จนส้มอดหัวใจเต้นแรงไม่ได้รู้สึกว่ามันไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย พยายามข่มอาการเอาไว้แล้วเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงดุหวังว่าอีกคนจะเกรงขึ้นมาบ้าง "แบงค์ก็ขึ้นไปหยิบลงมาให้ดูสิ จะอุ้มส้มขึ้นไปด้วยทำไม" "อยากพาขึ้นไปดูให้ถึงที่ไง" "มันใช่เรื่องไหม

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   ตอนพิเศษ 1

    หลายปีต่อมา"คุณพ่อคะเมื่อวานตอนไปห้างมีหนุ่ม ๆ มาจีบคุณแม่ด้วยค่ะ" ทันทีที่แบงค์ย่างกรายเข้ามาภายในบ้านเอกวิโรจน์บุตรสาวที่นั่งรอการมาของเขาในห้องโถงก็รีบเอ่ยฟ้องเสียงเจื้อยแจ๋ว"จริงเหรอครับ" ทำเอาแบงค์ถึงกับหูผึ่งรีบเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งข้างบุตรสาว ถามไถ่ด้วยความร้อนรนใจ "แล้วผู้ชายคนนั้นหล่อไหม แล้วแม่เขาตอบผู้ชายคนนั้นไปว่ายังไงบ้าง""เขาก็หล่อนะคะ แต่น้อยกว่าคุณพ่อ" ภริตาเด็กน้อยวัยย่างเข้าเก้าขวบตอบไปตามความจริงเพราะสำหรับเธอแล้วไม่มีใครหล่อกว่าพ่อตัวเอง "ส่วนคุณแม่แค่ยิ้มหวานให้ผู้ชายคนนั้นค่ะไม่ได้ตอบอะไร น้องริตาเลยตอบแทนคุณแม่ไปว่ามีลูกแล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินหนีไปเลย""ทำดีมากลูกรัก ไม่เสียแรงที่พ่อให้ลูกช่วยดูแลแม่จากผู้ชายคนอื่น" ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบึ้งตึงก่อนหน้านี้เริ่มมีรอยยิ้มปรากฏให้เห็นเมื่อได้ยินประโยคต่อมาจากบุตรสาว ก่อนเขาจะเอื้อมมือไปหยีเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาสี่ปีเกือบห้าปีแล้วอีกแค่วันเดียวเท่านั้นก็จะคบห้าปีพอดี บุตรสาวของเขาอายุย่างเข้าเก้าปีเริ่มเติบโตเป็นสาวแล้วรู้เรื่องทุกอย่างจึงเป็นตัวช่วยของเขาได้ดีงานที่เขามอ

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 50 The end

    จากวันนั้นเวลาก็ดำเนินมาหนึ่งปีเต็ม ๆแบงค์ยังคงคอยดูแลลูกในฐานะคุณอาที่แสนดี ซึ่งเขาก็เต็มใจยอมรับไม่คิดเรียกร้องอะไรแค่ได้อยู่ในชีวิตผู้หญิงที่รักทั้งสองคนเขาก็มีความสุขแล้วครืดดด~สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้แบงค์ที่กำลังเดินไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปหาบุตรสาวที่บ้านเอกวิโรจน์เหมือนเช่นทุกวันต้องหยุดชะงัก ก่อนจะล้วงไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดูคิ้วเข้มพลันขมวดชนกันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสายที่โทรเข้ามาคือแม่ของลูกอดแปลกใจไม่ได้เพราะปกติเธอจะไม่โทรมาแต่เช้าแบบนี้ จึงกดรับสายด้วยความอยากรู้"โทรมาแต่เช้าเลยมีอะไรรึเปล่าส้ม"(ส้มจะโทรมาบอกว่าวันนี้ให้มาหาลูกตอนเย็น ๆ นะ เพราะช่วงเช้าพ่อกับแม่ส้มจะพาน้องริตาไปข้างนอก)พอได้ฟังประโยคจากปลายสายเขาก็หน้าหงอยลงฉับพลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะกะไว้ว่าจะไปรับสองแม่ลูกไปทำบุญด้วยกันที่วัดสักหน่อยเนื่องในวันนี้เป็นวันเกิดของเขา อดคิดไม่ได้ว่าเพื่อนสาวคงจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขาเพราะเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ทั้งสองไม่ได้ฉลองวันเกิดด้วยกันตั้งแต่เกิดเรื่องนั่น"อ๋อ..ได้ ๆ" เขาได้แต่เก็บความเศร้าไว้ในใจแล้วเปล่งเสียงตอบปลายสายไ

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 49 หน้าที่พ่อแม่

    ส้มทอดสายตามองบรรยากาศยามค่ำคืนริมระเบียงห้องพักด้วยความรู้สึกผ่อนคลายหลังจากที่พาบุตรสาวเข้านอนเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ในสมองก็ครุ่นคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับเรื่องชายหนุ่มและลูก ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เธอจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดจนสายลมเย็นยะเยือกลอยสัมผัสผิวเรียบเนียนทำให้เธอต้องรีบยกมือขึ้นโอบกอดตัวเอง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีดำนิลที่มีดวงดาวน้อยใหญ่ลอยประดับประดาอย่างสวยงาม แต่นาทีต่อมาเธอก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรนุ่ม ๆ อุ่น ๆ ที่คลุมลงมาบนไหล่ ครั้นเอี่ยวหน้ามองก็พบว่าเป็นพ่อของลูกนั่นเองที่เอาผ้ามาคลุมไหล่ให้เธอ จึงเอ่ยขอบคุณไปตามมารยาท "ขอบคุณ"แบงค์เพียงยกยิ้มให้เพื่อนสาวบาง ๆ แล้วเดินไปยืนริมระเบียงข้าง ๆ ทอดสายตามองออกไปนอกท้องทะเลอันมืดสลัวโดยไม่พูดอะไรออกมา เฉกเช่นเดียวกับส้มที่มองออกไปยังทะเลอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ปกคลุมไปด้วยความเงียบมีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแว่วมาเป็นระยะไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ก่อนแบงค์จะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นชวนคุยขณะที่สายตายังคงจดจ่อกับทะเลเบื้องหน้า "บรรยากาศดีเนาะ ส้มว่าไหม

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 48 สายเลือด

    เช้าวันต่อมาหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันลงไปทานอาหาร ครั้นทานอาหารเสร็จก็เช่ารถของโรงแรมพาบุตรสาวไปเล่นที่สวนน้ำกระทั่งเที่ยงจึงพากันไปทานอาหารที่ร้านอาหารชื่อดังของภูเก็ต"กินข้าวเสร็จคุณอาใจดีจะพาน้องริตาไปเที่ยวไหนต่อคะ" เด็กน้อยภริตาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ๋วระหว่างที่นั่งรออาหารมาเสิร์ฟพร้อมกับเอียงหน้าขึ้นมองคุณอาใจดีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขณะที่ส้มนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้อีกฝั่งจ้องมองบุตรสาวด้วยความรู้สึกเอ็นดูระคนมันเขี้ยวเพราะยิ่งนับวันบุตรสาวก็ยิ่งติดคนเป็นพ่อมากขึ้น ดูอย่างตอนนี้สิแทนที่จะนั่งข้างเธอ กลับเลือกไปนั่งข้างชายหนุ่มแต่ก็คงไม่แปลกอะไรเพราะเขาเล่นตามใจบุตรสาวไปเสียทุกอย่างไม่ว่าบุตรสาวจะบอกจะขออะไรก็ทำให้หมดไม่เคยขัดจึงทำให้บุตรสาวชอบอยู่กับเขา"อืม..เราไปดูเครื่องบินที่หาดไม้ขาวกันไหมครับ พอแดดร่มหน่อยเดี๋ยวเราค่อยไปเล่นน้ำทะเลกัน" คนถูกถามอย่างแบงค์นั่งใช้ความคิดชั่วครู่ ก่อนเสนอความคิดเห็นให้บุตรสาวพร้อมกับยกมือลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดู"ได้ค่ะ"เด็กน้อยภริตายิ้มรับจนตาหยีพลอยทำให้คนเป็นพ่อแม่ยิ้มตามไปด้วย ก่อนแบงค์จะเล

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 47 เที่ยว

    นับจากวันนั้นเวลาก็ผ่านมาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ แล้วที่แบงค์ได้กลับเข้ามาในชีวิตเพื่อนสาวกับลูกอีกครั้ง ตอนเช้าของทุกวันก่อนไปทำงานเขาจะแวะมาหาบุตรสาวก่อนเสมอ และหลังเลิกงานตอนเย็นก็แวะมาเล่นกับบุตรสาวอีกครั้ง หากเป็นวันหยุดเขาก็จะมารับบุตรสาวพาไปเที่ยวเป็นประจำ บางครั้งก็พาไปนอนค้างคืนที่บ้านด้วยกัน ส่วนความสัมพันธ์กับแม่ของลูกก็ไม่มีอะไรคืบหน้ามากกว่าเดิมเพราะเธอปิดกั้นเขาทุกทางคงจะมีแค่เรื่องลูกที่ทำให้เธอยอมเกี่ยวข้องกับเขา ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ถอดใจหวังว่าสักวันจะแทรกซึมเข้าไปในใจเธอได้อีกครั้งวันนี้เป็นวันหยุดเขาเลยชวนบุตรสาวไปเที่ยวทะเลตามที่ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้ และเขายังแอบพูดกับบุตรสาวว่าให้ชวนแม่ไปด้วยเพราะหวังว่าจะได้สร้างโมเม้นท์ดี ๆ กับแม่ของลูกเผื่ออะไร ๆ จะดีขึ้นกว่าเดิม และทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนส้มยอมไปเที่ยวทะเลด้วยเพราะทนแรงออดอ้อนจากบุตรสาวไม่ไหว ทะเลที่เขาจะพาสองแม่ลูกไปเที่ยวก็คือภูเก็ตนั่นเองเพราะเขาไปมาครั้งที่แล้วมันสวยมาก ที่เที่ยวก็มีเยอะแยะจึงอยากให้บุตรสาวได้เที่ยวบ้าง ทั้งสามออกเดินทางจากกรุงเทพตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยรถส่วนตัวโดยแบงค์ทำหน้าที่เป็นคนขับ เขาอยากจะ

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 10 แค่แปดเดือน

    ส้มมองคู่รักหนุ่มสาวที่พากันมาลองชุดภายในร้านด้วยความรู้สึกจุกในอกระคนอิจฉา ผู้หญิงเหล่านั้นช่างโชคดีที่ได้แต่งงานกับคนที่รัก ใบหน้าของพวกเธออิ่มเอมไปด้วยความสุข ออร่าเจ้าสาวจับ ต่างจากเธอที่ได้แต่งงานกับคนที่รักก็จริง แต่กลับไม่มีความสุขเลยเพราะเป็นการรักข้างเดียว หนำซ้ำการแต่งงานยังเกิดขึ้นเพราะ

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 9 ตัดสัมพันธ์

    "มีอะไรก็ว่ามา" ทันทีที่เดินมาถึงลานสนามหญ้าหน้าบ้านแบงค์ก็ถามไถ่ขึ้นทั้งที่ไม่หันไปมองหน้าคนที่ดินตามหลังมาสักนิด เขาไม่อยากเห็นหน้าเพื่อนสาวตอนนี้เกรงว่าจะข่มอารมณ์ไม่อยู่แล้วเผลอทำอะไรรุนแรงไป"ส้มขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส้มมันสะเพร่าเองทำให้แบงค์ต้องมาเดือดร้อนด้วย แบงค์คงโกรธส้มมากสินะ" ส้มไ

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 8 ไม่เหมือนเดิม

    @บ้านเอกวิโรจน์สุดท้ายแบงค์ก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดัน และคำประกาศกร้าวของพ่อแม่ได้จำใจต้องมาที่บ้านของเพื่อนสาวกับพวกท่าน เขาถอนหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ครั้นรถจอดลงหน้าบ้านเอกวิโรจน์ บ้านของเพื่อนสาวที่เขาเข้าออกเป็นว่าเล่น แต่ตอนนี้เขากลับไม่อยากจะเหยียบเข้าไปที่สุด"ทำหน้าให้มันดี ๆ ตาแบงค์" ผกา

  • อุ้มรักเพื่อนสนิท   บทที่ 7 ตลบหลัง

    วันต่อมา@บ้านวิสุทธิ์ภักดี"ตาแบงค์มานั่งคุยกับแม่หน่อย" เสียงของผู้เป็นแม่ทำให้แบงค์ที่กำลังจะเดินผ่านห้องโถงหยุดชะงัก หันไปเลิกคิ้วถามท่านด้วยความสงสัย "แม่มีอะไรครับผมต้องรีบไปเคลียร์งานที่บริษัท เสร็จแล้วจะได้ไปเปิดคลินิกต่อ""วันนี้ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ลูกต้องไปธุระกับพ่อ และแม่" คุณหญิงผกา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status