Share

บทที่ 4

Author: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
บัดนี้ตำแหน่งฮองเฮาเว้นว่าง นอกจากจะต้องไปถวายพระพรไทเฮาที่ตำหนักบรรทมเดือนละครั้งแล้ว จะมีวันไหนบ้างที่เจียงหวนไม่ได้นอนตื่นสายจนตะวันโด่ง?

อ้อ ใช่แล้ว บางครั้งอวี๋ผินก็อยากจะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ เรียกนางไปคุกเข่ารับฟังคำสั่งสอนแต่เช้าตรู่ เวลาเข้าว่าราชการนั้นเช้ามาก วันนี้เจียงหวนจึงต้องตื่นเช้ายิ่งกว่าเดิม

ตอนที่ปลุกฮั่วหลิน สายตาของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ประทับอยู่บนแท่นบรรทมมังกร ชุดบรรทมหลุดลุ่ย พระพักตร์อันคมคายแฝงความอ่อนล้า มีความรู้สึกเฉยเมยราวกับผู้ที่มองเห็นทุกอย่างบนโลกได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว

[ฮ่า ๆ ต้องไปออกว่าราชการทั้งที่ท้องว่างอีกแล้ว เหตุใดเรายังไม่ตายอีกนะ?]

ขณะที่เจียงหวนกำลังผูกชุดคลุมมังกรให้ ก็ได้ยินเสียงในใจที่แทบจะสิ้นหวังของเขาระเบิดออกมา ตามธรรมเนียมของฮ่องเต้ทุกราชวงศ์ จะเสวยพระกระยาหารเช้าหลังจากว่าราชการเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น

ตื่นนอนตอนตีสี่ กว่าจะได้ทานมื้อเช้าก็ปาเข้าไปแปดเก้าโมงแล้ว

แค่คิดเจียงหวนก็รู้สึกว่าน่าสมเพชยิ่งนัก นางฉวยโอกาสตอนที่ฮั่วหลินเพิ่งจะบ้วนพระโอษฐ์เสร็จ แอบหยิบขนมดอกซิ่งบนโต๊ะในห้องโถงด้านนอกออกมา ใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อไว้สองสามชิ้นแล้วซ่อนไว้ในมือ

นี่เป็นของที่นางตั้งใจจะแอบนำกลับตำหนักไปกินเป็นของว่าง เพราะถึงอย่างไรของว่างในตำหนักหย่างซินก็ย่อมดีกว่าของในตำหนักของนางอยู่แล้ว แต่เมื่อครู่เจียงหวนเห็นฮั่วหลินแอบเหลือบมองหลายครั้ง ทว่าติดที่หวังเต๋อกุ้ยยังคอยปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ จึงไม่กล้าลงมือ

“ฝ่าบาท สร้อยประคำราชสำนักนี่ดูเหมือนจะเบี้ยวไปหน่อยนะเพคะ”

เจียงหวนขยับเข้าไปด้านข้าง บัดบังสายตาของหวังเต๋อกุ้ย แล้วแอบยัดผ้าเช็ดหน้าที่ห่อขนมดอกซิ่งไว้ในฝ่าพระหัตถ์ของฮั่วหลิน

“ว่าราชการยืดยาวนัก ฝ่าบาททรงจำไว้ว่าต้องถนอมพระวรกายด้วยนะเพคะ”

คำพูดของเจียงหวนประโยคนี้ดูไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เมื่อฮั่วหลินสัมผัสได้ถึงของว่างนุ่ม ๆ ในฝ่าพระหัตถ์ พระเนตรก็เบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

[นี่คืออะไร? คงไม่ใช่ขนมดอกซิ่งหรอกกระมัง? เจียงเสวี่ยนซื่อเจ้า...ช่างถูกใจเรายิ่งนัก!]

[พวกขุนนางนั่นพูดมากที่สุด ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขากำลังพล่ามเรื่องไร้สาระแอบกินสักสองคำ...เช้านี้ก็ไม่ต้องหิวจนขาอ่อนแล้ว!]

[ดีเหลือเกิน!]

น้ำเสียงที่พลันร่าเริงขึ้นของฮั่วหลิน ทำเอาเจียงหวนตกใจไปเหมือนกัน แค่ขนมดอกซิ่งไม่กี่ชิ้นก็ทำให้ฝ่าบาททรงดีพระทัยได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

เด็กคนนี้ต้องเคยถูกปล่อยให้หิวโหยขนาดไหนกันนะ?

“เลื่อนขั้นให้เจียงเสวี่ยนซื่อเป็นฉางไจ้ พระราชทานราชทินนามว่าจวง สั่งให้กรมวังฝ่ายในจัดของรางวัลส่งไปเพิ่มด้วย”

ทันทีที่เจียงหวนชักมือกลับมา ข่าวดีก็หล่นลงมาบนหัว แม้ว่าการได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนางเสียทีเดียว แต่โชคดีที่ตำแหน่งฉางไจ้ก็ยังไม่นับว่าสูงมากนัก

ที่สำคัญคือมีของรางวัล! พอมีของรางวัล ชีวิตในวันข้างหน้าก็จะสุขสบายขึ้นแล้ว!

“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”

เจียงหวนดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ขณะที่คุกเข่าลงขอบพระทัย มุมปากก็ยกยิ้มไม่หยุด เมื่อฮั่วหลินเสด็จไปว่าราชการ เจียงหวนจ้องมองแผ่นหลังของเขา แล้วได้ยินเสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง

[ให้รางวัลไปแล้ว นางก็น่าจะรู้ตัวว่าต้องส่งของกินมาให้เราแล้วกระมัง?]

[หากไม่มีไหวพริบแม้แต่เรื่องแค่นี้ คืนนี้จะสั่งลดตำแหน่งนางกลับไปเหมือนเดิม]

เจียงหวนเบ้ปาก ในใจบ่นพึมพำว่าในหัวของฮ่องเต้พระองค์นี้มีแต่คำว่า “กิน” อยู่คำเดียว

“จวงฉางไจ้ ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ ท่านเป็นสนมคนแรกที่ฝ่าบาททรงเรียกปรนนิบัติเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!”

หวังเต๋อกุ้ยเป็นคนที่รู้จักวางตัว เมื่อเห็นว่าฮั่วหลินทอดพระเนตรเจียงหวนเป็นพิเศษ ถึงแม้พิธีแต่งตั้งจะยังไม่ทันจัด ก็รีบเปลี่ยนคำเรียกขานทันที แต่พอหันกลับไปมองจานเปล่าบนโต๊ะในห้องโถงด้านนอก หวังเต๋อกุ้ยก็ส่งเสียง “เอ๊ะ” ออกมาด้วยความสงสัย

“ขนมดอกซิ่งนี่เพิ่งจะยกเข้ามามิใช่หรือ เหตุใดจึงหมดแล้วเล่า?”

เจียงหวนเลียริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน “อืม เมื่อครู่ข้าหิวเล็กน้อย ก็เลยหยิบมากินรองท้องเจ้าค่ะ”

แม้ว่าหวังเต๋อกุ้ยจะสงสัย แต่ก็เพียงยิ้มรับ

“จวงฉางไจ้เจริญอาหารดีจริง ๆ หากท่านชอบ บ่าวจะสั่งให้ห้องเครื่องส่งมาเพิ่มอีกหลาย ๆ จานเลย”

“เช่นนั้นก็รบกวนหวังกงกงแล้ว”

ตอนนี้แม้ว่านางจะยังไม่นับว่าเป็นสนมคนโปรด แต่อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าเป็นสนมคนแรกที่ได้ถวายตัว หัวหน้าขันทียังรีบเข้ามาประจบประแจง หากไม่รู้จักกาลเทศะ รอจนวันข้างหน้าฮั่วหลินหมดความสนใจในตัวนางแล้ว ก็คงไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีเช่นนี้อีก

ตอนขากลับตำหนักวันนี้ เจียงหวนได้นั่งเกี้ยวกลับมา ระหว่างทางที่ผ่านตำหนักอื่น ๆ สายตาแต่ละคู่ที่มองมานั้น ราวกับอยากจะถลกหนังนางออกมาทั้งเป็น

ตอนนี้เวลายังเช้าอยู่ แต่ข่าวที่เจียงหวนได้เลื่อนขั้นเป็นฉางไจ้ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งวังแล้ว เข้าวังมาสามปี คนพวกนั้นมองเจียงหวนเป็นคนที่อ่อนแอรังแกได้ง่ายมาตลอดสามปี กดขี่ข่มเหงมาตลอดสามปี

พวกนางแต่ละคนพยายามทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน แต่ใครจะคิดว่าคนที่ได้ปีนขึ้นเตียงฮ่องเต้ในท้ายที่สุด กลับเป็นเจียงหวนที่พวกนางดูแคลนมากที่สุด!

เพียงแค่คืนเดียวก็ได้เลื่อนตำแหน่ง แถมยังมีราชทินนามอีกด้วย หากปล่อยให้นางได้ปรากฏตัวต่อหน้าฝ่าบาทอีกสักสองสามครั้ง จะไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรือ?

ณ ตำหนักจิ่นหวา

อวี๋ผินถูกเจียกุ้ยเฟยเรียกไปตำหนิตั้งแต่เช้าตรู่ เนื้อหาก็ไม่พ้นเรื่องที่นางปกครองคนในตำหนักไม่เข้มงวด ปล่อยให้แม้แต่สนมเสวี่ยนซื่อเล็ก ๆ กล้าไปทำตัวโดดเด่นต่อหน้าฝ่าบาทได้

ตอนนี้อวี๋ผินนั่งหน้าตาบึ้งตึงอยู่ในตำหนัก รอคอยเจียงหวนที่กลับมาจากการถวายตัว

เจียกุ้ยเฟยมีรับสั่งแล้ว ให้นาง “สั่งสอน” เจียงหวนให้ดี!

“ฉางไจ้สกุลเจียง ถวายพระพรอวี๋ผินเพคะ”

นี่เป็นการถวายตัวครั้งแรกของเจียงหวน ตามกฎแล้วเมื่อกลับมาถึงตำหนักต้องรีบมาคารวะนายหญิงของตำหนักทันที ตอนนี้เจียงหวนคุกเข่าอยู่บนพื้น เผชิญหน้ากับสายตาเหมือนจะฆ่าคนของอวี๋ผินแล้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

นางได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว อย่างไรเสียนางก็เป็นสนมที่ได้รับความโปรดปรานคนหนึ่ง อวี๋ผินคงไม่คิดจะเล่นงานนางอีกใช่หรือไม่?

“ดีจริง ๆ เจียงหวน ข้าไม่ทันได้สังเกตเลยว่า เจ้าจะมีมารยาจิ้งจอกยั่วยวนเช่นนี้ด้วย!”

เมื่อคืนนางกำลังลงโทษเจียงหวนอยู่ดี ๆ ฝ่าบาทก็มีรับสั่งเรียกตัวนางไปถวายตัว ความแค้นนี้ยังไม่ทันจางหาย ตอนเช้าก็มาถูกเจียกุ้ยเฟยตำหนิอีก

ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าต้องให้เจียงหวนเป็นผู้รับไป!

“อวี๋ผินกล่าวเกินไปแล้ว หม่อมฉันมิกล้าเพคะ”

เจียงหวนก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง นางรู้สึกว่าตำแหน่งที่ได้เลื่อนมานี้ มันเหมือนไม่ได้เลื่อนอย่างไรก็ไม่รู้

“ชุ่ยอิง ไปทำให้จวงฉางไจ้รู้สำนึกเสียบ้างว่า อะไรเรียกว่ากฎระเบียบ!”

อวี๋ผินกัดฟันสั่งการลงไป ก็เห็นชุ่ยอิงเดินเข้ามาพลางบิดข้อมือไปมา เจียงหวนพลันตัวสั่นราวกับลูกนก

แม้ว่านางจะเพิ่งทะลุมิติเข้ามาในนิยายได้เพียงสามเดือน แต่ในหัวก็ได้รับความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมาไม่น้อย เมื่อก่อนเวลาที่อวี๋ผินอารมณ์ไม่ดี ก็จะเรียกให้ชุ่ยอิงมาทุบตีนางเพื่อระบายอารมณ์

หลังจากที่เจียงหวนมาอยู่ที่นี่ ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวมาตลอด แม้จะถูกตัดค่าใช้จ่ายและถูกสั่งให้คุกเข่าบ้างเป็นครั้งคราว แต่เรื่องถูกทุบตีนั้น นางยังไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน ยังไม่ทันที่ชุ่ยอิงจะเข้ามาใกล้ เสี่ยวเจาก็กางแขนออก ปกป้องเจียงหวนไว้ราวกับแม่ไก่ปกป้องลูกเจี๊ยบ

“อวี๋ผินโปรดไตร่ตรองให้ดีนะเพคะ อีกสักครู่จวงฉางไจ้ของพวกเรายังต้องนำเครื่องเสวยไปถวายฝ่าบาท ถึงตอนนั้นหากฝ่าบาททอดพระเนตรเห็นเข้า เกรงว่าจะอธิบายได้ยากนะเพคะ!”

เหงื่อเย็น ๆ ไหลซึมบนหน้าผากของเจียงหวน นางเข้าใจดีว่าเสี่ยวเจาทำไปเพราะเจตนาดีต้องการปกป้องนาง

เมื่อครู่ระหว่างทางกลับตำหนัก เจียงหวนได้เปรยกับเสี่ยวเจาว่าวันนี้ต้องเตรียมของเสวยให้ฝ่าบาทเพิ่มสักหน่อย นางคงจะจำเข้าหัวไปแล้ว

แต่คำพูดของเด็กโง่คนนี้พอพูดออกมาแล้ว เหตุใดฟังดูเหมือนการข่มขู่เช่นนี้นะ?

เป็นไปตามคาด วินาทีต่อมาอวี๋ผินก็ลุกขึ้นยืนกัดฟันกรอด “เจ้ากล้าข่มขู่ข้าหรือ? แค่ได้ถวายตัวครั้งเดียวก็ทำให้เจ้าได้ใจถึงเพียงนี้ คิดจะไปทำตัวโดดเด่นต่อหน้าฝ่าบาทอีกแล้วหรือ?”

อวี๋ผินมองซ้ายมองขวา สุดท้ายก็ผลักชุ่ยอิงออกไป แล้วใช้ปลอกเล็บยาวทั้งสองของตัวเอง ตบลงไปที่หน้า “เพียะ ๆ ” สองฉาด

แก้มของเจียงหวนแดงก่ำขึ้นมาทันที

“จวงฉางไจ้ ในเมื่อได้รับความโปรดปรานแล้วก็จงอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเสียบ้าง สภาพเช่นนี้ เจ้ายังจะกล้าไปปรากฏตัวต่อหน้าฝ่าบาทอีกหรือ? เรื่องในวันนี้ เป็นรับสั่งของเจียกุ้ยเฟย ต่อให้เจ้าจะเอาของกินไปส่งให้ฮ่องเต้ เจ้าก็ต้องอดทนไว้!”

“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป หากไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ห้ามเจียงหวนก้าวออกจากตำหนักจิ่นหวาแม้แต่ก้าวเดียว!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status