เข้าสู่ระบบพอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน
“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ
“เราขับรถของพี่ชายมา”
“แล้วจอดรถไว้ไหน”
“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้
“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก
“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ
“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”
“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”
ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพักให้นักศึกษาเช่า ใกล้ ๆ กันเป็นร้านของพี่สาวสลิลทิพย์ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน ก็มีลูกค้าเข้ามาเช่าชุดและตัดชุดกันมากมาย ทำให้ทุกคนหยุดเรื่องที่คุยค้างไว้แค่นั้นจนมันลืมเลือนหายไปเพราะคิดว่าเพื่อนสาวคงพูดเล่นกัน ขำ ๆ
“ตอนเย็นแต่งตัวสวย ๆ นะ พี่จะพาภรรยาไปออกงาน” นนทภัทรบอกหญิงสาวให้ทราบในเช้าวันหนึ่ง ระหว่างสวมชุดที่หญิงสาวเตรียมให้ อย่างเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยสูทสีเทา กางเกงสแล็กส์สีดำเข้าชุดกัน ทำให้ชายหนุ่มดูเหมือนนักธุรกิจร้อยล้านอย่างไงอย่างนั้น
“กิ่งต้องไปด้วยเหรอคะ ทุกทีไม่เห็นกิ่งต้องไปเลย” เสียงหวานโอดครวญ
“ไม่ไปไม่ได้จ้ะ ผู้ใหญ่ท่านกำชับมา”
หลังทำกับข้าวเสร็จเธอรีบขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวบนห้องเพื่อลงไปกินข้าวเช้ากับครอบครัว ปกติแล้วเมื่อคืนทั้งสองต้องไปนอนที่บ้านของเธอ แต่เพราะบิดามารดาไม่อยู่บ้านเลยให้พี่ชายนอนบ้านคนเดียว
“พี่นนท์...พรุ่งนี้พากิ่งไปซื้อของเข้าบ้านและร้านหน่อยนะคะ” กรรณิกาโผล่หน้าเรียกสามีไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้อง จะบอกตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มก็เอาแต่คลุกวงใน...สุดท้ายก็ไม่ได้คุย
“จ้ะ” รับปากอย่างเต็มใจ “พี่ลงไปก่อนนะคะ ฟอด!!”
“พี่นนท์น่ะ อยู่เรื่อยเลย” มือเล็กฟาดเพียะเข้าแขนแกร่งของสามี ข้อหาหอมไม่เกรงใจ
คุณภาวิดากำลังบอกให้แม่บ้านยกอาหารมาตั้งโต๊ะอยู่ชั้นล่างได้ยินเสียงหัวเราะลูกชายเกิดอาการหมั่นไส้ รู้ดีว่าบุตรตัวเองต้องแกล้งลูกสะใภ้ของนางอีกเป็นแน่ ๆ
“คุณวัฒน์ดูลูกคุณสิคะ แกล้งลูกสาวฉันอีกแล้ว” เมื่อลงที่ใครไม่ได้คนเป็นสามีที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโต๊ะอาหารเลยโดนหางเลขแทน
“เอาน่า สมัยผมหนุ่ม ๆ ก็หยอกคุณอย่างลูกทำไม่ใช่หรือ”
นางเกลียดแววตาวาวแววของสามีเป็นที่สุด เพราะนั่นหมายความว่าเธอกำลังถูกเสือสิ้นลายออกล่าเหยื่อ
“คุณล่ะก็...”
“แม่ครับมีอะไรให้กินบ้าง” เสียงของนนทภัทรเรียกความสนใจของพ่อแม่ที่กำลังหยอกล้อกันได้เป็นอย่างดี
“เยอะแยะเลยลูก” นางตอบ แล้วถามต่อเมื่อเห็นลูกชายลงมาคนเดียว “จะไปทำงานแล้วเหรอลูก”
“ครับ”
“ไม่กินข้าวก่อนหรือไง” คุณนันทวัฒน์ชำเรืองตามอง พลางเก๊กฟอร์มไม่ให้ลูกรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังหยอกเย้ากัน
“กินครับ”
“แล้วน้องล่ะ ทำไมยังไม่ลงมาอีก”
ปกติจะเห็นลงมาพร้อมกัน วันนี้ไม่เห็นถึงถามอย่างแปลกใจ
“กำลังแต่งตัวอยู่ครับ...นั่นไง ลงมาพอดีเลย”
คนถูกพูดถึงเดินมาพร้อมกับนันท์นลินที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้นแต่งตัวสวยเตรียมออกไปข้างนอก ส่วนหญิงสาวอีกคนอยู่ในชุดเดรสสีขาวผ้าลูกไม้สั้นเสมอเข่า ผมที่มักจะมัดรวบไว้วันนี้กับแปลกตาเมื่อเธอเลือกมัดผมทรงดังโงะที่เขาไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไทร่นัก เดินมานั่งข้างสามี
“จะไปไหนเหรอลูก” นางกล่าวถามลูกสาวเสียงนุ่ม
“ไปทำงานบ้านปาล์มค่ะ”
“ไปพร้อมพี่ไหม นลิน” กานตพงศ์ถาม ช่วงนี้ทุกคนไม่ค่อยได้เห็นหน้าเขานัก เพราะต้องเดินทางไปดูงานจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ตลอด วันนี้มีโอกาสอยู่ร้านหลักเลยจะให้นันท์นลินไปด้วย
“ไปสิคะ”
เมื่อสองพี่น้องนอกสายเลือดนัดแนะกันเรียบร้อย แม่บ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบตักข้าวและเสิร์ฟน้ำให้กับเจ้านายทุกคน วันนี้เป็นข้าวต้มและปลานิลแดดเดียวทอด อีกทั้งวันนี้มีกานตพงศ์มาร่วมกินข้าวเช้าด้วย พอกินอิ่มต่างพากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง...
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก







