LOGINดวงหน้าจิ้มลิ้มเอียงน้อย ๆ ใช้ดวงเนตรกระจ่างใสดุจดาราเบิกราตรีจ้องมองบุรุษร่างใหญ่ที่กำลังแผ่กำจายกลิ่นอายมัจจุราชเข้มขลัง
หญิงสาวมองถังไห่เฉิงตรงๆ กะพริบตาปริบๆ ส่งเสียงหวานๆ ตอบอย่างใสซื่อว่า
“ข้ามีนามว่าลี่เซียนจากหอเหินหย่ามาปรนนิบัติท่าน ทว่า ‘ของจริง’ ที่เห็นกับในตำราทำข้าแปลกใจนัก ทั้งใหญ่โตแลดูทรงพลัง ทำให้ข้าต้องศึกษาให้มาก”
นับเป็นคำตอบที่ตรงกับคำถามอย่างที่สุดสำหรับลี่เซียน ทว่ากลับไม่เกี่ยวกันเลยกับเหตุการณ์ยามนี้สำหรับถังไห่เฉิง
แม่นางน้อยกล่าวจบยังเลื่อนดวงตากลมโตลงต่ำ
มองเบื้องล่างบุรุษ
อีกครั้งที่เรียวคิ้วคมต้องกระตุก ถังไห่เฉิงหรี่ตาคำรามเสียงเหี้ยม
“อย่าบังอาจเล่นลิ้นกับข้า”
ลี่เซียนได้ยินพลันเบิกตากว้าง นางคุ้นๆ กับประโยคเกี่ยวกับการเล่นลิ้นอยู่บ้าง ขอเปิดอ่านก่อน…
ดวงหน้าเล็กก้มลงมองตำรารัญจวนที่ยังอยู่ในมือตน
นางจำได้ดีว่าอยู่หน้าใด เปิดครั้งเดียวก็เจอเลย
เนตรงามกวาดมองภาพวาด ‘เล่นลิ้น’ ระหว่างชายหญิงแวบหนึ่ง ก่อนล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบตลับขี้ผึ้งหอมออกมา แล้วบรรจงทากลีบปากตนเอง
เย่เสียเป็นคนมอบขี้ผึ้งนี้ให้ด้วยหวังดี ยังบอกอีกว่าหอมหวนยวนใจ ชายใดได้สัมผัสผ่านปลายลิ้นร้อนชื้นดูดดื่มดุดัน สูดกลิ่นผ่านปลายจมูกโด่งสันข้างแก้มนุ่มนิ่ม
ย่อมโปรดปรานแน่นอน…
ร่างสูงนิ่งขึงตึงเครียด สีหน้าเย่อหยิ่งเย็นชา ดวงตาคมดำมองทุกปฏิกิริยานั้นอย่างไม่ไว้วางใจ
ลี่เซียนทาเสร็จก็รีบเก็บเข้าอกเสื้อเช่นเดิมอย่างหวงแหน พลางเม้มปากเบาๆ เกลี่ยขี้ผึ้งจนทั่วกลีบปากสีชมพูนุ่มฉ่ำ นำความชุ่มชื้นน่ากดจูบอย่างที่สุด
นางยังเผยสีหน้าอ่อนโยนดุจสายน้ำเย็นกลางคิมหันต์ คลี่ยิ้มกริ่มส่งให้ชายหนุ่มร่างใหญ่ได้อย่างน่ารักน่าชัง
โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าหากชายใดได้เห็นตนในยามนี้ ย่อมต้องอยากกลืนกินนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ทว่าถังไห่เฉิงหาได้นำพากิริยาล่อลวงนั้น แววตาที่มองโฉมงามยังคงเย็นชาฉายชัดถึงความเหี้ยมเกรียมและรังเกียจเดียดฉันท์ เขาแค่นเสียงลอดไรฟัน
“อย่าเสียเวลามารยาใส่ข้า หากไม่อยากตาย”
เรื่องเป็นตายไหนเลยจักอยู่ในความสนใจของลี่เซียน นางฝึกตบะบำเพียรพรตมานาน ความตายมิใช่เรื่องที่ต้องใส่ใจเลยสักนิด แต่การใช้ชีวิตอยู่รอดอย่างสงบสุขต่างหากที่สำคัญ
และการศึกษาหาความรู้ยิ่งต้องคำนึงถึงให้มากเข้าไว้
นอกจากไร้ซึ่งอาการหวาดกลัวอย่างที่ควรเป็นเมื่อเจอมัจจุราชต้าถัง เนตรดำขลับกระจ่างใสไร้มลทินยังเลื่อนผละจากวงหน้าหล่อเหลาลงมองช่วงเอวบุรุษอีกครา
ดวงตานางทำรุ่ยอ๋องขมวดคิ้ววูบ สีหน้าไม่สบอารมณ์เพิ่มยิ่งขึ้น เมื่อชุดคลุมสีขาวจันทราปักลายเมฆาดำคล้ายกับว่าจะปิดส่วนสงวนไม่มิดอีกต่อไป นางเสมือนมองทะลุเนื้อผ้าได้
ลี่เซียนเพ่งพิศสิ่งที่ต้อง ‘ศึกษาหาความรู้’ อย่างจริงจัง เพราะนี่คือเรื่องที่นางควรให้ความสนใจในยามนี้
มันคือหน้าที่สำคัญซึ่งได้รับมอบหมายในคืนนี้
มนุษย์เรานั้นความรับผิดชอบย่อมสำคัญยิ่งชีพ ไม่อาจกระทำแบบขอไปทีหรือขาดตกบกพร่องได้
คนงามกางตำราในมือเดินขึ้นหน้า พาร่างอรชรเข้าใกล้ร่างหนา แผ่กระดาษที่มีภาพวาดในท่วงท่าชายหญิงกอดกระหวัด พลางแหงนมองเจ้าขององค์ความรู้แล้วกล่าว
“ท่านพึงใจท่าใด?”
“...!?”
นอกจากไม่กลัวเกรงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่าน ยังอาจหาญเชิญชวนเล่นท่ายากตามตำราครวญวสันต์
เส้นโลหิตข้างขมับของรุ่ยอ๋องแห่งต้าถังพลันขาดผึง ร่างสูงเกร็งกล้ามเนื้อจนตึง สองมือกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นดังกร๊อบ
ลี่เซียนช่างไม่รู้เลยว่าบุรุษตรงหน้าคือมหันตภัยร้ายแรง
“เจ้าไม่คิดว่าควรทำสิ่งใด?” ในน้ำเสียงทุ้มลึกแผ่วเบาเจือกระแสเย็นเยียบไม่น้อยลี่เซียนย่อมซาบซึ้งในน้ำใจของเขา“ข้าขอบคุณท่าน”บุรุษเลิกคิ้วสูง ความไม่พอใจผุดวาบในแววตา“แค่นั้น?”เรียวนิ้วงามชะงักเล็กน้อยยามจัดชั้นใน ลี่เซียนเงยหน้าช้อนตาขึ้น เอ่ยอย่างระมัดระวัง“ข้าคงไม่ต้องแบ่งปันท่านหรอกกระมัง”ชุดพวกนี้มิใช่สีขาวพิสุทธิ์สวมได้ทั้งชายหญิงเสียหน่อยแม่นางน้อยคิดในใจอย่างไม่ยินยอมอยู่บ้างหากท่านปรมาจารย์ในอารามผิงอันล่วงรู้ว่านางบังเกิดจิตใจคับแคบเช่นนี้ คงสั่งขังนางไว้ในหอพระธรรมอดข้าวอดน้ำเจ็ดวันเจ็ดคืนแน่นอน ดียิ่งนักที่นางห่างไกลมาหลายร้อยปีแล้ว จึงตระหนี่ได้เต็มที่แววตาสตรีฉายชัดปานนั้น นางหวงแหนสิ่งที่เขาหยิบยื่นถังไห่เฉิงให้รู้สึกพึงใจอย่างประหลาด เรียวปากบางเฉียบค่อยๆ ยกโค้ง เกิดเป็นรอยยิ้มตรงมุมปากอย่างช้าๆ“ช่างเถอะ!”ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง ก่อนขยับไปทางด้านในของเตียงแล้วนั่งเอนกายอิงกำแพงห้องนอน สองตายังคงจ้องมองผิวเนื้อขาวๆ เรียวขาเนียนๆ ไม่มีเกรงใจเมื่อฝ่ายหนึ่งไม่ว่าอะไร ลี่เซียนจึงก้มหน้าใส่เสื้อผ้าต่อไป นางไม่คิดว่าต้องระวังตัวอันใด เพราะตั้งแต่เล็
ห้องพักในเรือนบัญชาการหลังจากเดินหาอยู่เนิ่นนาน ลอยตัวหา หายตัวไปมา หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ลี่เซียนจึงคิดตัดใจไม่หาต่อ ก่อนจะคิดได้ว่าควรกลับไปสารภาพผิดกับเย่เสียตามตรง โทษฐานไม่อาจรักษาสิ่งของสำคัญอันเป็นน้ำใจของอีกฝ่ายได้เมื่อคิดโดยละเอียดจึงคำนวณง่ายๆ ว่าสมควรชดเชยด้วยของมีค่าอย่างอื่น ทว่านางยังไม่มีเงิน ในโลกนี้เงินสำคัญมาก ยังต้องเร่งหาจากท่านอ๋องลี่เซียนเริ่มตระหนักถึงข้อนี้เนื่องจากเย่เสียพูดพร่ำให้นางฟังไม่หยุด อีกฝ่ายบอกว่ารุ่ยอ๋องมีเงินมีอำนาจ อยากได้สิ่งใดย่อมได้ทั้งนั้นหญิงสาวจึงทำตัวประหนึ่งวิญญาณ ลอยวูบหายวาบกลับมายังห้องนอนที่ถังไห่เฉิงจัดเตรียมให้ หมายมั่นไปขอเงินเขาทันทีที่ร่างงามทะลุกำแพงห้องเข้ามา ดวงเนตรงามพลันปะทะกับเนตรคมดำมหาภัย หญิงสาวชะงักค้างเกร็งร่างทันใด เนื่องจากนางสังเกตแววตาของเขาเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่านั่งรอนาง จนหงุดหงิดแล้วลี่เซียนคลี่ยิ้มแห้ง กำลังจะเอ่ยคำเอาอกเอาใจหมายให้เขาคลายโทสะ กลับเห็นสิ่งของที่วางเอาไว้ข้างกายสูงสง่า“อ๊ะ! หาเจอแล้ว”หญิงสาวละความสนใจออกจากชายหนุ่มทันที รีบปรี่เข้ามาทางตำราครวญวสันต์ทั้งหลายทันใด“ข้าหาอยู่นาน
นอกจากมิได้กำจัดหญิงนางโลมชั้นต่ำและรับความดีความชอบที่เปิดโปงความชั่วของมัน นางกลับมีโทษถึงสองข้อหา ล่วงเกินรุ่ยอ๋องทางสายตาและล่วงล้ำอาณาเขตส่วนพระองค์แม้จะโง่งมและวู่วามจนเกินงาม ทว่าบัดนี้ช่านเย่ถึงได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง นางตระหนักแล้วว่าตนผิดพลาดอย่างมหันต์นางประเมินนังสตรีน่ารังเกียจนั่นต่ำเกินไป แต่ยังไม่ทันคิดการณ์เพื่อเอาตัวรอด กระแสเสียงอำมหิตพลันดังขึ้นอีกครั้ง“พาตัวหมอหญิงไม่รู้ความผู้นี้ไปตบปากสั่งสอนห้าสิบที คุมขังในคุกมืดรอคำสั่งต่อไป”“...!?”โหดมาก...นอกจากไม่สามารถพูดได้หลายวันยังไม่อาจกินข้าวได้อีกด้วย ช่านเย่ได้อดตายเป็นแน่แท้ พลทหารที่ยืนรอรับใช้องค์เหนือหัวคิดในใจอย่างสังเวช พลางประสานหมัดค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ”“ท่ะ...ท่านอ๋อง ช่านเย่มิกล้าแล้วเพคะ”เสียงร้องโหยหวนของสตรีเกิดขึ้นทันทีเมื่อพลทหารสองนายเดินเข้ามาพร้อมรังสีสังหาร พวกเขากระชากร่างบอบบางของช่านเย่ขึ้นอย่างแรงไร้ซึ่งความปราณีใด ๆ คล้อยหลังพลทหารที่ลากตัวช่านเย่หายลับไปจากครรลองสายตา ถังไห่เฉิงจึงมองสิ่งของตรงหน้านิ่งๆภายใต้เนตรคมเข้มสีรัตติกาลยากคาดเดาห้วงอารมณ์ ในใจอ๋องหนุ่มนึกสงสัยครามครันว่าสตรีผู
นับว่าโชคดีที่ยามนั้นนางมีคัมภีร์พระธรรม ตำราคำสอนบาปกรรมช่วยกล่อมเกลาจิตใจมิให้ฟุ้งซ่าน นางอ่านหนังสือเหล่านั้นอย่างตรากตรำก่อนที่ทุกคนจะเอือมระอานางที่ดื้อรั้นเมื่อคิดได้ดังนั้น ลี่เซียนจึงนึกถึงตำรารัญจวนขึ้นมาได้ทว่าเมื่อมองหากลับไม่เจอในสาบเสื้อย่อมไม่มี ในแขนเสื้อชุดแดงก็ไม่เห็นเรียวคิ้วงามขมวดมุ่น ลี่เซียนค่อยๆ คิดว่าลืมไว้ที่ใด ท้ายที่สุดก็คิดออกว่าคงลืมไว้ในเรือนบัญชาการหากแต่นางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปที่ใดนี่นาหญิงสาวครุ่นคิดลึกซึ้ง ครู่หนึ่งจึงมองชุดแดงตรงหน้าคำสั่งนั่นอยู่บนเงื่อนไขการใส่ชุดงามนี่นา ยามนี้นางมิได้ใส่ชุดที่ชอบ ย่อมออกไปได้แน่นอนว่าหญิงสาวไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินกรีดกรายนางเพียงขับปราณบริสุทธิ์สายหนึ่ง ชั่วพริบตาร่างงามพลันอันตรธานหายไป อย่างไร้ร่องรอยแสงแดดสีทองค่อยๆ โรยตัว บ่งบอกเวลายามเย็นภายในห้องหนังสือของถังไห่เฉิงเริ่มมีการจุดเทียนเพิ่มโดยพลทหารรับใช้หลังโต๊ะสลักลายพยัคฆ์คำราม ร่างสูงใหญ่สง่างามนั่งนิ่งไม่ไหวติงใด ๆ บนโต๊ะมี ‘สิ่งของบางอย่าง’ วางไว้ในระดับสายตา ด้านหน้าของโต๊ะห่างเพียงสามก้าว มีร่างระหงของสตรียืนอย่างสำรวมแต่แววตากลับท
ถังไห่เฉิงใช้เวลาช่วงบ่ายไปกับการเขียนรายงานการรบเพื่อถวายฮ่องเต้ถังไท่หลินผู้เป็นพี่ชายเมื่อเสร็จจากงานในห้องหนังสือจึงเดินกลับมาที่ห้องหนึ่ง เพื่อยืนมองใครบางคนจากหน้าประตูห้องนี้เดิมทีเป็นห้องรับรองชั้นในอยู่ระหว่างห้องนอนกับห้องหนังสือของเขา แต่บัดนี้กลายเป็นห้องนอนของนางไปแล้วเขาสั่งให้คนเพิ่มตั่งยาว ม่านมุ้งและเครื่องเรือนครบครัน โดยไม่รู้เช่นกันว่าทำไปเพื่ออันใด ทั้ง ๆ ที่นางไม่น่าไว้ใจ ที่มาที่ไปยังไม่แน่ชัด แต่เขาไม่ถามไถ่ให้กระจ่างกลับซื้อตัวนางไว้ข้างกาย ท้ายที่สุด นอกจากไม่คิดถามถึงตัวตนแท้จริงอันเป็นสาระสำคัญ ถังไห่เฉิงยังสนใจอาการแปลกๆ ของลี่เซียนมากกว่าชายหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าหาแม่นางผู้ซึมเศร้า“เจ้าเป็นอะไร?”สุ้มเสียงทุ้มต่ำทำลี่เซียนจำต้องวางผ้าลงโดยไว รีบปาดน้ำใสที่หางตาอย่างเร็วอึดใจต่อมา นางลุกขึ้นยืนแล้วกางแขนออกถังไห่เฉิงขมวดคิ้ว มองอย่างงุนงงยังไม่ทันได้ถาม คนงามพลันเดินหน้าแล้วโถมร่างนุ่มใส่ วงแขนเล็กยังกระชับเอวสอบแน่น“...!?”อีกครั้งที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด หญิงสาวผู้กำลังส่ายหน้าขลุกขลักตรงแผงอกกว้าง พลันส่งเสียงหวานนุ่มเล็ดลอดออกมา “ข้าจะ
นางไม่ชอบชุดทหารแบบนี้เอาเสียเลย ไม่งามเลยสักนิด สู้ชุดของพี่เย่เสียก็ไม่ได้ ลี่เซียนเริ่มเอาแต่ใจ โดยการหันหลังให้ถังไห่เฉิงไม่มองหน้า ไม่พูดจา ไม่สนใจเขาอีกอ๋องหนุ่มเห็นเช่นนั้นกลับรู้สึกดีอย่างประหลาดเขาหมุนกายไปนั่งลงที่โต๊ะกลมพลางเอ่ย “เจ้า...มานี่!”เสียงทุ้มเย็นชาเช่นทุกคราทว่าครั้งนี้กลับเจือความอบอุ่นผิดปกติ ผู้ถูกเรียกเอียงคอมองเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ หมุนตัวเข้าหาอย่างไม่เต็มใจเลย“ท่านจะทำสิ่งใดอีก?”“ยืนนิ่งๆ”“...”แม้ดวงหน้าจะงอง้ำทว่าดวงเนตรกระจ่างใสที่ทอดมองกลับพร่างพราวดุจดวงดาวในคืนวสันต์ ยังผลให้บุรุษที่โต๊ะกลมยิ่งอารมณ์ดี วงหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางเบาตรงมุมปาก เนตรมังกรดำจัดเจือริ้วขบขันสายหนึ่งน้อยคนนักที่จะมีวาสนาได้ยลรุ่ยอ๋องที่เป็นเช่นนี้เมื่อฝ่ายสตรีหมุนกายมาหยุดยืนเบื้องหน้า ฝ่ามือหนาจึงช่วยจับสาบเสื้อให้เข้าที่ ผูกสายรัดเอวแน่น จับปกเสื้อให้มิดชิด ปิดถึงปลายคาง มีเพียงหน้าผากจรดคางมนที่เผยให้เห็นการแนบชิดเช่นนี้ ถังไห่เฉิงไม่เคยทำกับใคร ทว่าตั้งแต่เจอลี่เซียน เขากับนางกลับทำเรื่องสนิทสนมนับครั้งไม่ถ้วนเหลือเพียงสอดประสานเรือนกายแนบแน่นลึกซึ้งเท่านั้







