Share

บทที่ 5

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-01 20:44:26

เสียงของท่านป้าซุ่นหว่าน ป้าข้างบ้านของหลงฉีวิ่งแตกตื่นมาแต่เช้า ไป๋หลานที่เหน็ดเหนื่อยจากการจัดการเหล่าคนร้ายมาเมื่อคืนตื่นขึ้นบิดขี้เกียจ และคาดว่าคงจะเป็นเรื่องคนที่โดนบุกรุกพวกนั้น

หลงฉีเองก็ตื่นขึ้น เขารีบล้างหน้าแล้วใช้กิ่งหลิวสีฟันก่อนออกมาด้านนอกสมทบกับพี่ไป๋หลานที่เพิ่งเปิดประตูออกมา

“นั่นเสียงท่านป้าซุ่นหว่านขอรับ” หลงฉีตื่นเต็มตาบอกกับพี่ไป๋หลานให้รับรู้ว่าเสียงที่มาตะโกนอยู่ด้านหน้าคือเสียงผู้ใด

“เรื่องเมื่อคืนเจ้าปิดปากให้เงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น” ไป๋หลานกำชับหลงฉี

“ขอรับ” หลงฉีพยักหน้ารับหงึกหงัก เพราะเขารู้ดีว่าเมื่อคืนมีคนร้ายจะเข้ามาตรวจค้นที่บ้านของพี่ไป๋หลาน หากพวกเขาไม่จัดการ ไม่แน่อาจจะไม่มีชีวิตเหลือรอดมายืนอยู่ได้ในขณะนี้

แอ๊ด!!!

เสียงประตูที่หน้าบ้านเปิดออก ทำให้คนที่ยืนอยู่อย่างร้อนใจขยับเข้ามาหาเหล่าเด็ก ๆ อย่างรวดเร็ว

“โอ๊ย...ข้าหัวใจแทบหลุดจากอก ในที่สุดพวกเจ้าก็ปลอดภัย นี่รู้หรือไม่เมื่อคืนนะ เสียงสุนัขเห่าหอนดังระงม ไม่มีใครกล้าเดินออกจากบ้านสักคนเดียว จนตอนเช้าคนที่ดูแลทำความสะอาดศาลบรรพชนเห็นคนร้ายโดนจับมัดเอาไว้ ทั้งหลับอย่างเอาเป็นเอาตายเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น”

ป้าหว่านเล่าอย่างเร่งรีบ อยากให้นางและหลงฉีรับรู้โดยเร็ว แต่ทั้งสองมีหรือจะส่อพิรุธออกมา พร้อมทำหน้าแตกตื่นโดยที่หลงฉีเป็นผู้ทำหน้าตาตื่นคล้ายกับได้ยินเรื่องลึกลับ

“ป้าหว่านขอรับ แล้วกลางคืนมีเสียงประหลาดคลายเสียงคนลากอะไรหนัก ๆ หรือไม่”

“ใช่ ๆ พวกเจ้าก็ได้ยินรึ” ซ่งหว่านทำสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันที ไรขนแขนลุกชันจนต้องเอามือลูบ

“บรื๋ยย เช่นนั้นเมื่อคืนก็ผีเจ้าป่าเจ้าเขาจับคนร้ายหรือ” หลงฉีพูดคล้ายกระซิบราวกับเรื่องไม่ควรพูดออกมา แสร้งทำให้เรื่องมันไปทางสิ่งลี้ลับเสีย ตามการนัดแนะของพี่ไป๋หลานเมื่อคืน

“เจ้ารู้ใจข้านัก ข้าก็คิดว่าผีบรรพชนกับผีเจ้าป่าคุ้มครองหมู่บ้านเราอยู่เป็นแน่ ตอนนี้รอเพียงหัวหน้าหมู่บ้านกับบิดาของเจ้ากลับมาเท่านั้น เพราะยังต้องแจ้งทางการ”

เรื่องราวที่เกิดในหมู่บ้าน ป้าซุ่นหว่านเล่าอีกมากมายราวสองเค่อ ก่อนที่ท่านป้าจะจากไปสองพี่น้องต่างแซ่ร่วมแสดงอย่างไร้พิรุธใด ๆ ดีที่เมื่อคืนนางนึกขึ้นได้ตอนที่ลากคนเหล่านั้นไป ขากลับจึงหักกิ่งไม้กวาดลบรอยต่าง ๆ ของการลากคนยี่สิบคนไปพร้อมกับหลงฉีแล้ว

“อิอิ...ป้าซุ่นหว่านยังหลอกง่ายเช่นเดิม” หลงฉีพูดขึ้นพร้อมปิดปากขำ เขาไม่กลัวว่าใครจะได้ยิน เพราะบ้านหลังนี้อยู่เป็นหลังสุดท้ายของหมู่บ้านชายเขา

ไป๋หลานปิดประตูลงดาลจากนั้นก็เข้ามาดูคนเจ็บบนแคร่ นางจับขาของเขาก็รับรู้ว่ากระดูกไม่ได้หัก ข้อเท้าพลิก แล้วก็สะโพกน่าจะหลุด เมื่อขยับกระดูกให้เคลื่อนกลับเข้าที่เดิมน่าจะทำให้เขาเดินได้

“หลัวอวิ๋น เจ้าตื่นได้แล้ว” ไป๋หลานเรียกอยู่เหนือหัวของเขา จากนั้นก็เห็นคนที่นอนขี้เซาลืมตาอย่างขี้เกียจ อดทำให้ไป๋หลานถอนหายใจไม่ได้

“อยู่บ้านข้าขี้เกียจสันหลังยาวไม่ได้ ตำแหน่งเยียนอ๋องเจ้าก็ทิ้งไว้เมืองหลวง ตอนนี้เจ้าเป็นแค่หลัวอวิ๋น ญาติห่าง ๆ ของมารดาข้ารู้หรือไม่” ฐานะใหม่ของเยียนอ๋องถูกกำหนดทันทีหลังคิดว่าต้องให้เขาหลบอยู่ที่นี่อีกหน่อย

“ก็ได้...แต่ข้ายังเดินไม่ได้” หลัวอวิ๋นจนใจนัก เขาไม่ใช่บุรุษเสเพลเอาแต่เที่ยวเตร่ไม่ทำงานทำการ แม้ว่าทุกวันจะท่องตำรา ฝึกวิชามากมาย แต่ทว่าเขาก็ทำเป็นทุกอย่างทั้งเรื่องในบ้านนอกบ้าน ยกเว้นงานครัว

แม้เป็นเยียนอ๋องตำหนักเดิมใหญ่โต แต่ทว่าบ่าวรับใช้และสาวใช้ถูกสั่งให้จับตัวไปจนหมด จนเขาก็ไม่รู้ว่าทุกคนที่เลี้ยงเขามาจนห้าหนาวเป็นหรือตาย เพราะเสด็จอาต้องการให้เขาไม่มีคนช่วยเหลือ

แต่นับว่ายังโชคดีที่จูเฟยองครักษ์คนเก่าของเสด็จพ่อขอมาติดตามเขาอยู่ข้างกาย ทำให้เขายังมีทางรอดอยู่เรื่อยมา ดังนั้นครั้งนี้ที่หนีรอดได้เพราะจูเฟยเป็นคนเสียสละล่อคนร้ายไปอีกทาง

ไป๋หลานคิดจะจัดกระดูกให้เข้าที่เข้าทางแต่ทว่าต้องมีคนจับเขาไว้

“หลงฉีขึ้นไปนั่งเอาขาไขว้รัดหน้าอกเขาไว้ แล้วเอาแขนสอดใต้รักแร้จับอย่าให้เขาขยับได้”

หลัวอวิ๋นคิดภาพตามที่นางพูดแล้วก็ต้องรู้สึกหวาดหวั่น เจ้าอ้วนนี่ตัวก็หนักหากรัดเขาไม่ตายหรอกหรือ

“ดะ...เดี๋ยวเจ้าทำดีกว่าไหม” หลัวอวิ๋นไม่อยากตายเพราะถูกทับ แต่ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของนางแล้วก็รับรู้ทันทีว่าไม่ได้ แล้วนางจะทำอะไรกับเขาต่อ

“ข้าจะจัดกระดูกเจ้าให้เข้าที่เข้าทาง เจ้าสะโพกหลุด ข้อเท้าพลิก ทำให้เดินไม่ได้” ไป๋หลานพูดจบก็ไม่รีรออีกต่อไป นางระลึกถึงภาพการจัดกระดูกที่เคยผ่านตามาก่อนที่นางจะฆ่าตัวตายวิญญาณเกิดใหม่มายังโลกนี้

แต่เมื่อคิดก็เหมือนภาพจะชัดเจนราวกับตาเห็น จึงทำตามในสิ่งที่ตัวเองเห็น

กร็อบ! กร็อบ! กึก!

เสียงดัดกระดูกที่ข้อเท้าเริ่มก่อน ด้วยแรงของไป๋หลานที่มีมากกว่าเด็กคนใด แล้วก็ผู้ใหญ่รวมกันยี่สิบคน นางจึงสามารถจัดกระดูกข้อเท้าของเขาได้อย่างง่ายดาย

“เย้ย...เจ้าเบาหน่อยกระดูกข้าจะหัก” เสียงที่นางจับข้อเท้าของเขาบิดทำให้คนถูกจับตกอกตกใจ ไม่ใช่ว่านางตั้งใจหักกระดูกของเขาทิ้งหรอกนะ

“ใจเสาะ!” หลงฉีที่เป็นคนจับเขาไว้พูดทับถม จนคนที่โดนจัดกระดูกกัดฟันแน่น

“หากค่อย ๆ ทำกระดูกไม่เข้าที่ยังจะทำให้มันอักเสบด้วย อดทนหน่อย ต่อไปจัดตรงสะโพกแล้ว” ไป๋หลานเห็นว่าเขาตัวใหญ่กว่าก็จริง แต่ทว่านางแรงมากกว่าดังนั้นจึงกดกระดูกสะโพกที่เคลื่อนให้เข้าที่

กร็อบ! กึก!

เสียงตรงนี้ดังหนักกว่าข้อเท้าทำให้คนเจ็บตะโกนร้องออกมา

“โอ๊ย!”

“เงียบปาก เดี๋ยวชาวบ้านก็แห่กันมาพอดี” หลงฉีดุเขาทั้งจัดการเอาผ้าอุดปาก จากนั้นพี่ไป๋หลานก็ดึงรั้งกระดูกเขาอีกสองสามครั้ง แต่ละครั้งหากใครไม่เคยโดนพี่ไป๋หลานดึงกระดูกมาก่อนย่อมคิดว่าร่างกายของพวกเขานั้นแหลกสลายไปแล้ว

แต่ทว่าหลงฉีเคยโดนเด็กในหมู่บ้านชายเขารังแกจนข้อเท้าเคล็ด และได้พี่ไป๋หลานช่วยเพราะบิดาออกไปล่าสัตว์ ทำให้หลงฉีไม่กลัวว่าเจ้าเด็กหนุ่มนี่จะแหลกคามือ

หลัวอวิ๋นหายใจโล่งอก เมื่อเจ้าเด็กแปดหนาวคนนี้หยุดเสียที นางทำให้เขาทึ่งอยู่หลายเรื่อง นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าทึ่งในทักษะการแพทย์ เพราะเขาเริ่มขยับได้แล้ว และไม่เจ็บปวดเหมือนเดิมรวมทั้งรู้สึกเบาสบายกว่าเดิมอีกด้วย เหลือแค่แผลที่ก้นเท่านั้นที่ยังเจ็บปวดอยู่ ร่างกายในส่วนอื่นเหมือนจะไม่เป็นปัญหาแล้ว

“ลองขยับดู” ไป๋หลานกล่าวสั้น ๆ แล้วก็เดินเข้าครัวไปหุงข้าวอุ่นต้มกระดูกใส่หน่อไม้ จากนั้นจึงไปเก็บไข่หลังบ้านมาสามฟอง แล้วก็ลงมือผัดหน่อไม้ที่ต้มไล่ความขมแล้วเมื่อคืน

นางเริ่มจากทุบกระเทียมหนึ่งกลีบแล้วตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปจากนั้นก็ใส่กระเทียมสับแล้วตามด้วยไข่ นางขยี้ให้ไข่แตกจากกันแล้วตามด้วยหน่อไม้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว เกลือ น้ำตาล

กลิ่นหอมอาหารฟุ้งไปรอบบ้านทำให้หลงฉีที่นั่งคุยโม้กับหลัวอวิ๋นอยู่ข้างนอกกระโดดลงจากแคร่ เดินเข้าครัวทันทีแต่กลับถูกเรียกเอาไว้

“เจ้าอ้วนจะไปไหน”

หลงฉีรู้สึกว่าเจ้าหลัวอวิ๋นอะไรนี่หยาบคายมาก ใครเขาให้ติเตียนรูปร่างผู้อื่น อีกอย่างคนอย่างหลงฉีเรียกว่าน่ารักจะเหมาะกว่าเจ้าอ้วน

“ข้าไม่ได้อ้วน แค่บิดาข้าเลี้ยงดีต่างหาก ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครน่ารักไปกว่าข้าแล้ว เจ้าควรเรียกใหม่ว่าหลงฉีผู้น่ารัก เหมือนพี่ไป๋หลาน”

หลัวอวิ๋นแบะปาก มองท่าทางคนที่บอกว่าน่ารักแล้วก็ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ เจ้านี่ไม่ยอมรับความจริงเอาเสียเลย

“ช่างเถอะถือว่าข้าไม่ได้พูด นั่นเจ้าจะไปไหน”

“กินข้าวน่ะสิ พี่ไป๋หลานน่าจะทำอาหารใกล้เสร็จแล้ว ข้าต้องไปช่วยจัดโต๊ะ...ส่วนเจ้าหลังกินข้าวก็ล้างจาน” หลงฉีมอบหมายหน้าที่นี้ให้เสียเลย จะได้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน แต่หลัวอวิ๋นเป็นถึงอ๋องกลับโดนเจ้าตัวกระเปี๊ยกที่สูงแค่เข่าของผู้ใหญ่สั่งเอาได้ พาให้รู้สึกคันยุบยิบในอก อยากเตะอัดก้นเจ้านี่สักทีสองที

@พลับพลาล่าสัตว์เขตม่อเป่ย ติดกับเมืองหลวงแคว้นหนิงโจว

การล่าสัตว์ของฮ่องเต้ ‘หลัวเหวินเทา’โกลาหลอีกครั้ง เมื่อเยียนอ๋องหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย เหล่าขุนนางต่างร้อนอกร้อนใจ เพราะฝ่าบาทพูดอยู่ทุกวันว่านี่คือหลานรักของพระองค์

เพล้ง!

เสียงถ้วยชาที่ทำจากหยกขาวถูกปาลงพื้นหลังจากเหล่าแม่ทัพออกตามหาเยียนอ๋องถึงห้าวันแล้ว ร่องรอยต่าง ๆ ไม่พบ แม้แต่เงาก็ไม่เห็นนี่มันอะไรกัน

“พวกท่านเดินหลับตาหาหรืออย่างไร คนของท่านมากมาย ทหารตั้งหนึ่งกองราวหมื่นนาย คน ๆ เดียวจะไม่พบได้อย่างไร” หลัวเหวินเทากริ้วโกรธ แต่ขันทีข้างกายรับรู้ดีว่าการกระทำนี้ของฝ่าบาทเหมือนพูดอย่างทำอย่าง

เพราะทุกครั้งที่คนมารายงาน ท่าทางกริ้วโกรธก็จริง แต่ทว่าใบหน้าอิ่มเอิบราวกับคนมีความสุขได้รับข่าวดี

เฉาเฟิงเป็นขันทีข้างกายมาตั้งแต่สมัยยังเป็นองค์ชายสาม จะไม่รู้ถึงการกระทำของฝ่าบาทได้อย่างไร ไม่รู้ว่าตอนนี้นักฆ่าจะถึงตัวเยียนอ๋องหรือยังก็เท่านั้น

“กระหม่อมเกรงว่าเยียนอ๋องจะ...” แม่ทัพน้อยที่รับหน้าที่อารักขาขบวนเสด็จเอ่ยสิ่งที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมา เพราะหลายวันแล้วยังไม่พบเยียนอ๋อง หากไม่ถูกเสือกินไปแล้วก็อดตายไปในป่า เพราะเยียนอ๋องอยู่แต่ในตำหนักไม่ได้ออกไปที่ใดมาแปดปีหลังจากฝ่าบาทขึ้นครองราชย์

“พูดพล่อย ๆ อยู่ต้องเห็นหน้าตายต้องเห็นศพ หากันให้ทั่ว หากไม่พบหลานรักของเรา เราจะไม่กลับเด็ดขาด” สุรเสียงแข็งกร้าวของฝ่าบาททำให้แม่ทัพน้อยรีบออกไปค้นหาต่อทันที

แต่ทว่าเสนาบดีเฒ่าที่อยู่มาหลายปีทูลทัดทานต่อฝ่าบาท เพราะหากรั้งอยู่ที่นี่งานราชกิจในเมืองหลวงจะยิ่งล่าช้า ส่งผลต่อความทุกข์ยากราษฎรเพิ่มพูน

“ฝ่าบาทเยียนอ๋องหายไปพวกเราย่อมร้อนใจ แต่ว่านี่ก็เลยเวลาเสด็จกลับนานแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ”

หลัวเหวินเทาหรี่ตามองไปยังเสนาบดีที่กล้าตักเตือนเขา นานแล้วที่ไม่มีใครขัดใจแม้ว่าเขาอยากทำสิ่งใด จึงยิ้มอย่างมาดร้าย ส่งสายตาแข็งกร้าวกลับไป

“ใบหน้าของข้าดูเหมือนเชื่อฟังท่านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ท่านเสนาบดี ท่านก็อยู่ในตำแหน่งมาสองแผ่นดินแล้ว ถึงเวลาพักผ่อนแล้วกระมัง”

เสนาบดีที่กล้าอาจเอื้อมสั่งสอนฝ่าบาทราวกับไม่กลัวตายทำให้เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างซุบซิบนินทาต่าง ๆ นานา จากนั้นก็ได้ยินเสียงเสนาบดีคุกเข่าสมควรตายอยู่ด้านนอกพลับพลา ส่วนฝ่าบาทนั้นเข้าไปให้สนมปรนนิบัตินานแล้ว

จิ้งอันโหวเป็นขุนนางกรมโยธา มีรับสั่งให้ตามเสด็จด้วยถึงกับส่ายหน้าระอาใจ ฝ่าบาทหลัวเหวินเทาผู้นี้เป็นฮ่องเต้กังฉินโดยแท้จริง และถนัดใช้อำนาจมากกว่าเหตุผล

แต่เมื่อมาถึงกระโจมพักของขุนนางตามเสด็จเขาเห็นฮูหยินของตนทำลับ ๆ ล่อ ๆ จึงเดินเข้ามาสอบถาม จนได้ยินคำหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากทำให้สงสัยตัวตนของภรรยา

“ส่งจดหมายถึงชายแดนม่อยวน ข้าอยากรู้ข่าวเรื่องนั้นโดยเร็ว หากนางสบายดีข้าจะจัดการทุกอย่างโดยเร็ว”

สิ้นเสียงฮูหยินเสียงของจิ้นอันโหวดังขึ้นทันที

“ข่าวผู้ใดรึฮูหยิน!”

‘อวี๋หรง’หัวใจเต้นราวกับจะหลุดจากอก เมื่อเสียงสามีดังขึ้นด้านหลัง นางจะแก้ตัวอย่างไรดี จึงมองไปยังสาวใช้ข้างกายก่อนจะหันหน้ามาเผชิญกับสามี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 84

    “องค์หญิงสาม ห้ามให้ผู้ใดเห็นสูตรขนมนี้เด็ดขาด เป็นสูตรลับและทำให้ขนมอร่อยกว่าคนทั่วไป ส่วนวัตถุดิบท่านสั่งซื้อมาได้เลย ข้าจะจัดหาให้ครบส่งไปให้ท่านไม่ต้องห่วง” ไป๋หลานพูดอย่างมีไมตรี แต่นอกจากขายอาวุธนางยังได้ขายวัตถุดิบทำขนมอีกด้วย ดูอย่างไรก็ได้เปรียบทุกประตู แบบนี้ไม่ขาดดุลการค้าแน่นอน

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 83

    เมื่อมาถึงพวกเขาทำความเคารพแล้วก็นั่งลง แต่หลงฉีเห็นไหเหล้าที่โต๊ะองค์ชายรองมีมากกว่าผู้อื่นไม่พอ ยังหันมองเขายิ้ม ๆ อีกด้วย “นี่ท่าน!” หลงฉีตรากตรำหลายวันกว่าจะได้เหล้าชั้นดีมา แต่องค์ชายรองกลับดื่มคนเดียวขนาดนั้น เหล้าของเขาไม่หมดแล้วหรือ “หลงฉีมาแล้วรึ ขนมนี้อร่อยยิ่งนัก กินกับส

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 82

    ในตำหนักรับรองราชทูตต่างแคว้น แม้ว่าองค์ชายใหญ่ของแคว้นไห่หยางที่มีตำแหน่งเป็นถึงไท่จื่อหรือองค์รัชทายาทคนต่อไป แต่ทว่ายังไม่ได้อภิเษกกับผู้ใดจึงสนอกสนใจเป่ยหนิงเป็นพิเศษ แต่เท่าที่รู้ข่าวคือเขารับรู้ว่าองค์หญิงของแคว้นเป่ยหนิงแทบสิ้นไปเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ไปแล้ว จึงได้แต่เศร้าใจที่ไม่อ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 81

    “เจ้าใส่ยาในไหเหล้าหรือไม่ เหตุใดยิ่งดื่มก็อยากจะดื่มอีกเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันรสหอมหวานดื่มมากควรจะเลี่ยน” หลงฉีคิดไว้แล้วไหเดียวไม่เคยพอ เพราะเขาก็ทดลองแล้วดื่มไม่เมาดื่มได้เรื่อย ๆ แบบนี้ทำกำไรดีนักเพราะเรียกหาได้บ่อย ๆ “นี่เป็นเหล้าท้อจักรพรรดิทำจากลูกท้อและเกสรดอกท้อตัวผู้ รสชา

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 80

    หลังจากเดาได้ราง ๆ ว่าพี่ไป๋หลานยืมมือเขาเพื่อกระตุ้นให้เหล่าขุนนางที่มีอันจะกินออกมาบริจาคทานบ้าง แจกของบ้าง แจกอาหารบ้างเพื่อช่วยเหลือเหล่าคนยากไร้ที่กำลังจะถูกจัดระเบียบในอีกไม่ช้า และด้วยการดำเนินการที่ต้องมีหลายขั้นตอนทำให้ไม่อาจรีรอได้ เพราะท้องของคนเหล่านี้ยังคงหิวอยู่ทุกวัน และไม่แปลกที่ระยะ

  • อ๋องน้อยผู้นี้ข้าเก็บได้ที่ชายป่า   บทที่ 79

    “สั่งการลงไป ให้เบิกอาหารในคลังไปส่งยังบ้านหลงฉีเอาไว้สำหรับทำทานแจกชาวบ้าน” “เอ่อ...ฝ่าบาทแต่อาหารบ้านจิ้งอันโหวเป็นคนทำนะพ่ะย่ะค่ะ” จูเฟยเอ่ยเตือน เพราะเจ้าหนูน้อยนั้นก็คงจะไปแจกอย่างเดียว “จริงสินะ...เช่นนั้นก็ส่งไปบ้านท่านน้าหรงเถอะ” ขณะสั่งการจูเฟย คนที่เขาคิดถึงอยู่ท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status