로그인การเดินทางครั้งนี้ จะต้องเดินทางด้วยรถม้าหรือม้าเร็วไปจนถึงเมืองโจวเซิงเพื่อขึ้นเรือไปยังซีหนาน แต่หรูเซียนนางกลัวว่าจะคลาดเคลื่อนกลับตระกูลหวงที่ยังไม่รู้ว่าเดินทางออกมาจากซีหนานหรือยัง จึงจะเดินทางด้วยม้าเร็วเพียงอย่างเดียวเลย
“เดินทางด้วยเรือเร็วที่สุดแล้วขอรับ ใช้เวลาเพียงสิบวันก็ถึงซีหนานแล้ว พอเรือเริ่มล่องลงใต้แล้ว ทุกหัวเมืองล้วนมีท่าเทียบเรือ คุณหนูไม่ต้องห่วงว่าจะคลาดกับคนที่คุณหนูต้องการพบตัวขอรับ” ฮุ่ยเจียงออกไปที่ศาลต้าฉีเพื่อสอบถามเรื่องรายงานเขื่อนจากลั่วจ้านแล้ว หรูเซียนนางจึงไม่ต้องกลัวว่าพี่ชายจะสงสัยว่านางรู้จักคนตระกูลหวงได้อย่างไร
“เช่นนั้นก็เดินทางตามที่ท่านลุงตงว่าก็แล้วกันเจ้าค่ะ”
หลังจากที่พูดคุยกับองครักษ์ทั้งหมดแล้ว หรูเซียนนางก็กลับมาที่เรือนพัก ไม่นานลู่เหลียงก็มารับนางกลับจวนอย่างที่เขาว่าเอาไว้
“กลับจวนไปกับข้า เจ้าอยู่ก็ช่วยสิ่งใดไม่ได้” น้ำเสียงเขาอ่อนลงไม่น้อยเลย
“ไม่ ข้าจะรอจนกว่าท่านพ่อจะกลับออกมาถึงจะกลับไปที่จวนตระกูลเว่ย”
“เซียนเซียน ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงท่านพ่อตา ข้าเองก็กำลังหาทางช่วยอยู่ ข้าเป็นห่วงเจ้า อยากให้เจ้าอยู่ใกล้ข้า”
“หากท่านเป็นห่วงข้า ก็ปล่อยให้ข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่เถิดเจ้าค่ะ ตั้งแต่รู้เรื่องท่านพ่อถูกคุมตัว ท่านแม่ก็เป็นลมไปหลายหนแล้ว ข้าเองก็กลัวว่าท่านแม่จะเป็นอันใดขึ้นมา”
“เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้า ข้าให้เจ้าดูแลท่านแม่ยายอีกเพียงสามวัน ข้าจะกลับมารับเจ้า” เขาเดินเข้าไปลูบใบหน้าที่เหนื่อยล้าของนาง หรูเซียนเองก็ไม่ได้ถอยหนี
“ขอบคุณท่านที่เข้าใจ” นางมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “ท่านพี่...” นับตั้งแต่เกิดเรื่องนางก็ไม่เคยเรียกเขาท่านพี่อีกเลย ลู่เหลียงพอได้ยินก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้นาง “เห็นแก่ที่ท่านกับข้าเป็นสามีภรรยากันมาหลายปี ข้ามีเรื่องจะร้องขอท่านเพียงเรื่องเดียว”
เขานิ่งอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ “ว่ามาเถิด”
“ข้าขอให้ท่านช่วยดูแลท่านพ่อ ก่อนที่จะหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของเขาได้ หากท่านพ่อเป็นอันใดไป” นางยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ข้าเองก็จะตายตามท่านพ่อไปด้วย”
“เหลวไหลสิ้นดี!!! อย่าได้พูดเช่นนี้ออกมาอีก มิเช่นนั้น ข้าจะไม่ให้เจ้าอยู่ที่จวนลั่วต่อ” เขามองนางอย่างดุดัน
“ฟ้าใกล้มืดแล้ว ท่านกลับไปเถิดเจ้าค่ะ” นางลูบอกให้เขาใจเย็นลง
ลู่เหลียงดึงมือของนางมาจับเอาไว้ เขารู้สึกไม่อยากจะปล่อยมือนางออกเลย ราวกับว่าหากปล่อยนางไปครั้งนี้ เขาคงไม่อาจได้กุมมือนางไว้เช่นนี้อีกแล้ว
“เซียนเซียน เป็นเด็กดีรอข้าอยู่ที่จวนลั่ว ข้าจะรีบมารับเจ้า” เขาเชยคางนางขึ้นมามองสบตา
หรูเซียนกำลังจะอ้าปากตอบรับคำของเขา แต่ไม่คิดว่าลู่เหลียงจะโน้มตัวลงมาประกบปากจุมพิตนางเอาไว้ เขาไม่ทันให้นางได้ตั้งตัว เรียวลิ้นของเขาก็สอดเข้ามากวาดชิมความหวานในช่องปากของหรูเซียนแล้ว
หรูเซียนที่มัวแต่ตกตะลึง ด้วยเขาไม่เคยจุมพิตนางมาก่อน นับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ผ่านมาหอมแก้มก็นับว่ามากแล้วสำหรับทั้งคู่
ลู่เหลียงจุมพิตนางอย่างดูดดื่มราวกับไม่อยากจะถอนริมฝีปากออก หากมิใช่ว่าหรูเซียนนางหายใจไม่ทัน เขาคงไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ
“เมื่อเรื่องทุกอย่างจบลง ข้าจะให้เจ้าตั้งครรภ์ให้ข้าสักสองสามคน” เขาลูบริมฝีปากนางอย่างอาลัยอาวรณ์ พอเห็นดวงตาที่เบิกกว้างอย่างตกใจของหรูเซียนก็อดที่จะกดจูบนางหนักๆ อีกหนไม่ได้ ก่อนจะยอมกลับออกไป
หรูเซียนได้แต่นั่งลงที่เตียงอย่างเหม่อลอย การกระทำของลู่เหลียงในชาตินี้ดูเหมือนจะโจ่งแจ้งกว่าชาติที่แล้ว ที่แม้แต่นางตายเขาก็ไม่เคยจุมพิตนางสักครั้ง
หากเป็นเมื่อชีวิตก่อนที่นางยังไม่รู้เรื่องทั้งหมด เขาแสดงความรักต่อนางเช่นนี้ หรูเซียนคงจะยินดีไม่น้อย แต่ในตอนนี้นางได้แต่ปวดใจที่รักคนเช่นเขา คนที่ทำลายครอบครัวของนาง คนที่หลอกให้นางรักหมดใจ แต่เห็นนางเป็นตัวแทนของหวงซีเยว่ ทั้งรักทั้งแค้นมันเจ็บเจียดตายเช่นนี้เอง
หรูเซียนร้องไห้อยู่นาน กว่าที่นางจะยอมลุกขึ้นจากเตียงเพื่ออาบน้ำ และช่วยเสี่ยวจิ่วจัดเตรียมข้าวของ นางพาเสี่ยวจิ่วไปด้วย ถึงไม่อยากพาไปแต่เสี่ยวจิ่วนางไม่มีทางปล่อยให้หรูเซียนไปเพียงลำพังกับองครักษ์สิบคนเป็นแน่
หลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
สิ้นคำพูดของฉีหยุนเสี่ยง ลู่เหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นทันที เรื่องที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมา เขาพอจะรู้ว่ากำลังคัดเลือกหาคุณหนูที่เหมาะสมให้แต่งแทนองค์หญิง เพียงแต่ไม่คิดว่ามีหลินซินรวมอยู่ด้วย“ข้ามิได้เร่งรัดคำตอบในตอนนี้ ใต้เท้ากลับไปค่อยๆ คิดเถิด” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองที่ลู่เหลียงอีกครั้ง “แต่เร็วหน่อยก็ดี หากเสด็จพ่อเลือกคุณหนูลู่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็คงแก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว”ลู่เหลียงมิได้เชื่อในสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมาทั้งหมด เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อสอบถามเรื่องราวให้กระจ่าง และเป็นเช่นนั้นจริง ราชครูเกาเสนอแผนสาวงาม คิดจะส่งลู่หลินซินไปจริงด้วยความงามของนางอาจจะทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ลุ่มหลง หากเป็นเช่นนั้น เรื่องสัญญาสงบศึกคงจะเจรจากันง่ายขึ้น“อาเหลียง เจิ้นยังมิได้ตัดสินใจว่าจะส่งผู้ใดไป หากบุตรีของเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายก่อนที่ราชทูตจะเดินทางมาถึงก็คงไม่อาจทำอันใดได้”ลู่เหลียงออกจากวังหลวงด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเดินทางไปที่จวนลั่วเพื่อหารือกับพ่อตาเสียก่อน“ตาเฒ่าเกา น่าตายนัก!!!” ลั่วจ้านตบโต๊ะเสียงดัง“ท่านพ่อตาระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ หลังจบเ
หลินซินนางไม่รู้เลยว่าการไปไหว้พระของนางจะได้ดูตัวด้วย อวิ๋นซีได้รับคำสั่งจากบิดาให้พาน้องสาวไปเดินเล่นที่สวนป่าเหมยทางด้านหลังอาราม“ซินซิน บุรุษชุดฟ้าครามที่เจ้าเห็นคือใต้เท้าหม่า สอบได้ทั่นฮวาเมื่อสองปีก่อน อยู่กรมเดียวกับท่านตา นับว่านิสัยใจคอดีไม่น้อย ในจวนไม่มีผู้อาวุโส เจ้าแต่งเข้าไปก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้ใด”“อืม...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ หากเห็นว่าสำหรับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้า”“จริงหรือ?” เสียงของบุรุษด้านหลังของสองพี่น้องดังขึ้น สองพี่น้องพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นฉีหยุนเสี่ยงเดินมาพร้อมกับองครักษ์ของเขา“ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หลินซินย่อกายเสร็จก็หันหน้าหนีไปทางอื่น“เจ้าแต่งกายเช่นนี้ดีกว่าชุดบุรุษเป็นไหนๆ” ฉีหยุนเสี่ยงมองนางอย่างหยอกล้อ“องค์ชายสามเคยพบน้องสาวกระหม่อมนอกจวนด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เคยเจ้าค่ะ องค์ชายสามคงเข้าใจผิด ท่านพี่พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากไปดูใต้เท้าหม่าใกล้” หลินซินดึงแขนพี่ชายนางให้ออกเดิน“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าจะแต่งกับใต้เท้าหม่าจริงหรือ” เขาเลิกคิ้วถามอย
ตัวนางไม่ได้บอบบางน่าทะนุถนอมเช่นดอกมู่ตานเสียหน่อย นางซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนหวานเหมาะสมกับดอกเหมยกุ้ยที่มีหนามแหลมคมเสียมากกว่า“เอ๊ะ!!!” นางช้อนสายตาขึ้นมามองสำรวจบุรุษตรงหน้า ดวงตาดอกท้อที่ทำให้ใจของนางสะดุด จนต้องจ้องมองไม่ละสายตา บุรุษตรงหน้างดงามเกินกว่าจะเป็นบุรุษ “แต่คนรัก
หรูเซียนพักอยู่ภายในห้อง จนถึงเวลามื้อเย็น พวกเสี่ยวตงที่ออกไปสืบหาข้อมูลก็เริ่มทยอยกลับมาที่โรงเตี๊ยม“คุณชาย ได้เรื่องแล้วขอรับ” หรูเซียนนางอยู่ในชุดบุรุษหรูเซียนนางเขยิบเข้าไปใกล้เสี่ยวตงทันที ตระกูลหวงยังคงไม่ได้เดินทางออกจากเมืองซีหนาน ด้วยระยะเดินทางด้วยเรือใช้เวลาเพียงสิบวัน อีกทั้งหนังสือแ
ก่อนฟ้าสว่างคนทั้งหมดก็เตรียมตัวออกเดินทาง นางไม่ต้องการมารดาและพี่สะใภ้รู้ จึงได้ออกทางประตูหลังไปอย่างเงียบๆ หรูเซียนนางสวมใส่ชุดเช่นเดียวกับองครักษ์ นางวาดคิ้วแต่งเติมใบหน้าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น เสี่ยวจิ่วเองก็เช่นกันม้าทั้งสิบตัววิ่งออกจากเมืองหลวงเดินทางลงตอนใต้ของแคว้น พอออกจากประ
ฮุ่ยเจียงนำความกลับมาบอกทุกคนที่จวน หรูเซียนที่อยู่ด้วยก็เกือบจะล้มทั้งยืน นางคิดไม่ถึงว่าลู่เหลียงจะเลือดเย็นเพียงนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะนาง นางเปิดเผยให้เขารู้ว่าตัวนางรู้แล้ว ถึงได้ลงมือก่อนที่นางจะบอกทุกสิ่งกับบิดาให้เขาเตรียมพร้อมรับมือ“พี่ชาย เรื่องสร้างเขื่อนในปีนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ท่านพ่







