Masukฮุ่ยเจียงนำความกลับมาบอกทุกคนที่จวน หรูเซียนที่อยู่ด้วยก็เกือบจะล้มทั้งยืน นางคิดไม่ถึงว่าลู่เหลียงจะเลือดเย็นเพียงนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะนาง นางเปิดเผยให้เขารู้ว่าตัวนางรู้แล้ว ถึงได้ลงมือก่อนที่นางจะบอกทุกสิ่งกับบิดาให้เขาเตรียมพร้อมรับมือ
“พี่ชาย เรื่องสร้างเขื่อนในปีนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ท่านพ่อมีส่วนรู้เห็นเรื่องเงินที่ถูกยักยอกไปหรือไม่”
“เจ้าคิดว่าท่านพ่อจะทำเรื่องไร้ยางอายเพียงนั้นหรือ การสร้างเขื่อนในปีนั้น ข้ายังไม่ได้เป็นขุนนางยังเคยติดตามท่านพ่อไปตรวจงานอยู่สองหน เงินมิได้ผ่านมือท่านพ่อแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว งานก็ดูราบรื่นดี แต่เหตุใดถึงได้มีคดีความขึ้นมาก็ไม่รู้” ฮุ่ยเจียงนั่งลงอย่างหมดสิ้นหนทาง
“ท่านลองคิดให้ดี ในปีนั้นเกิดเรื่องใดขึ้นบ้าง มีผู้ใดล้มตายหรือไม่” หากไม่มีคนล้มตาย ลู่เหลียงจะโกรธแค้นจนต้องเอาชีวิตบิดาของนางให้ได้เลยหรือ
“ชาวบ้านล้มตายเป็นเรื่องที่ย่อมต้องเกิดขึ้น สร้างเขื่อนใช้แรงงานไม่น้อย หากไม่มีคนตายคงเป็นเรื่องแปลก”
“ไม่ ต้องมีเรื่องใดร้ายแรงเกินกว่าเพียงแค่แรงงานที่ล้มตาย” หรูเซียนเหมือนน้ำท่วมปาก หากนางบอกว่าเกิดจากลู่เหลียงที่ทำให้บิดาของนางอยู่ในคุก พี่ชายของนางคงไม่ยอม และจะกลายเป็นทำให้เขาหาเรื่องใส่ตัวเองอีกด้วย
นางเดินวนไปวนมาอยู่ภายในห้องโถงไม่หยุด มารดาของนางก็เป็นลมไปหลายรอบแล้วยังดีที่ได้หลี่ซื่อที่คอยดูแลอยู่
“ข้าจะไปซีหนาน ข้าจะสืบหาเรื่องราวทั้งหมดด้วยตนเอง” นางเอ่ยขึ้นมา ทุกคนที่ได้ยินต่างตกใจกับความคิดของนาง
“ไม่ได้!!!” ฮุ่ยเจียงร้องห้ามเสียงดัง “เจ้าจะไปสืบหาสิ่งใดได้ ตอนนี้คนของท่านพ่อก็กำลังช่วยหาหลักฐานยืนนยันความบริสุทธิ์อยู่
“ข้ากลัวว่ามันจะไม่ทัน พี่ชาย ท่านรู้หรือไม่ หากท่านพ่อถูกตัดสินโทษ คนทั้งตระกูลลั่วจะต้องถูกลงโทษไปด้วย ท่านไม่นึกถึงอวี่เออร์เลยหรือ เขาอายุเพียงสองหนาวเท่านั้น” นางพูดถึงหลานชายเพื่อให้พี่ชายของนางคิดได้
เมื่อชาติที่แล้ว แม้แต่วันที่พวกเขาโดนเนรเทศออกจากเมืองหลวง นางเองก็ไม่อาจได้มาส่งพวกเขา ได้แต่นึกเสียใจจนถึงตอนนี้
ฮุ่ยเจียงดูเหมือนจะได้สติจากคำพูดของหรูเซียน “เจ้าจะทำเช่นใด”
“ข้าจะไปซีหนาน ท่านจัดหาองครักษ์ที่ไว้ใจได้ และคุ้มครองข้าได้ให้ข้าโดยเร็วที่สุด พรุ่งนี้ข้าจะออกเดินทาง ท่านไม่ควรบอกให้ท่านแม่รู้เรื่องจะดีที่สุด”
“อืม เซียนเซียนไม่ว่าจะพบหรือไม่พบ เจ้าต้องรีบกลับโดยเร็วที่สุดเข้าใจหรือไม่” มันคือหนทางเดียวที่จะช่วยบิดาและคนในตระกูลลั่ว แม้จะต้องส่งน้องสาวไปเสี่ยงชีวิตก็ตาม
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ พี่ชาย...ในกรมพิธีการจะมีเจ้าหน้าที่ย้ายมาใหม่หรือไม่เจ้าคะ”
“อืม...ตอนนี้ยังไม่มี” ฮุ่ยเจียงหยุดคิดไปครู่ก่อนจะเอ่ยตอบออกมาหลังจากที่นึกอะไรได้ “หากมีตำแหน่งโยกย้ายในตอนนี้มีเพียงเจ้าหน้าที่อาลักษณ์กับเจ้าหน้าที่ในกรมคลัง กรมอื่นยังไม่มีคำสั่งลงมา”
หรูเซียนเพิ่งจะนึกออก ว่าก่อนที่ใต้เท้าหวงจะได้รับตำแหน่งในกรมพิธีการ เขาเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อมาเป็นเจ้าหน้าที่อาลักษณ์ก่อน
“ท่านรู้หรือไม่ ว่าตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาลักษณ์จะเข้ารับตำแหน่งเมื่อใด”
“คำสั่งลงมาแล้ว ไม่เกินสองเดือนต้องเข้ารับตำแหน่งทันที ดูเหมือนจะเป็นคนตระกูลหวง แต่ข้าไม่รู้ว่าเดินทางมาจากที่ใด”
หรูเซียนกดยิ้มเย็นทันที หลักฐานที่ลู่เหลียงจะได้รับคงมาจากพวกตระกูลหวงที่กำลังเดินทางเข้าเมืองหลวง หากนางชิงมาก่อน ย่อยจะช่วยบิดานางได้
“ท่านพี่ ท่านอยู่ทางนี้ ก็หารายงานเรื่องสร้างเขื่อนเอาไว้ด้วย ข้าเชื่อว่ามันอยู่ในห้องตำราของท่านพ่อ”
“ได้ ข้าจะรีบไปจัดการเรื่ององครักษ์ให้เจ้า”
“ท่านอย่าให้ลู่เหลียงรู้เรื่องที่ข้าจะเดินทางไปซีหนานเด็ดขาด ท่านเองก็รู้ว่าเขาคงไม่ยอมให้ข้าไปแน่”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ฮุ่ยเจียงไม่ได้เอ่ยถามว่าเพราะอันใด เขาเชื่อว่าหากลู่เหลียงรู้จะยอมปล่อยภรรยาของตนไปเพียงลำพังได้อย่างไร
หรูเซียนกลับไปที่เรือนพักของนางเพื่อเตรียมข้าวของที่จะใช้ออกเดินทาง นางให้เสี่ยวจิ่วไปจัดหาชุดบุรุษมาให้นางหลายๆ ชุด
ฮุ่ยเจียงก็ลงมืออย่างรวดเร็ว เขาจัดหาองครักษ์เก่าแก่ที่ไว้ใจได้ออกมาสิบคน เพื่อให้เดินทางไปพร้อมกับหรูเซียน คนทั้งหมดเห็นหรูเซียนมาตั้งแต่เล็กและภักดีต่อตระกูลลั่ว ทั้งหมดหารือเรื่องการออกเดินทางไปซีหนานอยู่หนึ่งชั่วยามก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัว
หลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
สิ้นคำพูดของฉีหยุนเสี่ยง ลู่เหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นทันที เรื่องที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมา เขาพอจะรู้ว่ากำลังคัดเลือกหาคุณหนูที่เหมาะสมให้แต่งแทนองค์หญิง เพียงแต่ไม่คิดว่ามีหลินซินรวมอยู่ด้วย“ข้ามิได้เร่งรัดคำตอบในตอนนี้ ใต้เท้ากลับไปค่อยๆ คิดเถิด” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองที่ลู่เหลียงอีกครั้ง “แต่เร็วหน่อยก็ดี หากเสด็จพ่อเลือกคุณหนูลู่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็คงแก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว”ลู่เหลียงมิได้เชื่อในสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมาทั้งหมด เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อสอบถามเรื่องราวให้กระจ่าง และเป็นเช่นนั้นจริง ราชครูเกาเสนอแผนสาวงาม คิดจะส่งลู่หลินซินไปจริงด้วยความงามของนางอาจจะทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ลุ่มหลง หากเป็นเช่นนั้น เรื่องสัญญาสงบศึกคงจะเจรจากันง่ายขึ้น“อาเหลียง เจิ้นยังมิได้ตัดสินใจว่าจะส่งผู้ใดไป หากบุตรีของเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายก่อนที่ราชทูตจะเดินทางมาถึงก็คงไม่อาจทำอันใดได้”ลู่เหลียงออกจากวังหลวงด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเดินทางไปที่จวนลั่วเพื่อหารือกับพ่อตาเสียก่อน“ตาเฒ่าเกา น่าตายนัก!!!” ลั่วจ้านตบโต๊ะเสียงดัง“ท่านพ่อตาระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ หลังจบเ
หลินซินนางไม่รู้เลยว่าการไปไหว้พระของนางจะได้ดูตัวด้วย อวิ๋นซีได้รับคำสั่งจากบิดาให้พาน้องสาวไปเดินเล่นที่สวนป่าเหมยทางด้านหลังอาราม“ซินซิน บุรุษชุดฟ้าครามที่เจ้าเห็นคือใต้เท้าหม่า สอบได้ทั่นฮวาเมื่อสองปีก่อน อยู่กรมเดียวกับท่านตา นับว่านิสัยใจคอดีไม่น้อย ในจวนไม่มีผู้อาวุโส เจ้าแต่งเข้าไปก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้ใด”“อืม...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ หากเห็นว่าสำหรับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้า”“จริงหรือ?” เสียงของบุรุษด้านหลังของสองพี่น้องดังขึ้น สองพี่น้องพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นฉีหยุนเสี่ยงเดินมาพร้อมกับองครักษ์ของเขา“ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หลินซินย่อกายเสร็จก็หันหน้าหนีไปทางอื่น“เจ้าแต่งกายเช่นนี้ดีกว่าชุดบุรุษเป็นไหนๆ” ฉีหยุนเสี่ยงมองนางอย่างหยอกล้อ“องค์ชายสามเคยพบน้องสาวกระหม่อมนอกจวนด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เคยเจ้าค่ะ องค์ชายสามคงเข้าใจผิด ท่านพี่พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากไปดูใต้เท้าหม่าใกล้” หลินซินดึงแขนพี่ชายนางให้ออกเดิน“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าจะแต่งกับใต้เท้าหม่าจริงหรือ” เขาเลิกคิ้วถามอย
ลู่เหลียงสังเกตเห็นท่าทางของคนอื่นเช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะขยับโดยไร้เสียง “เข้าไปด้านในได้แล้ว” หรูเซียนอดนึกขำไม่ได้ คงไม่ได้มีเพียงนางที่ทำไหน้ำส้มสายชูแตก แม้แต่ลู่เหลียงเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลย หรูเซียนโบกมือให้หลิวหมิงฮวนก่อนที่จะหลบเข้าไปในห้องรับรองพอชาวเมืองที่มาชมความครึกครื้
พอมีสัญญาหมั้นหมายแล้ว ดูเหมือนลู่เหลียงจะปรากฏตัวที่จวนตระกูลลั่วอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่าแทบจะทุกวันที่สำนักศึกษาหยุดเลยก็ว่าได้ เขามักจะหาเรื่องมาถามเรื่องตำราจากหลิวหมิงฮวน ทั้งที่เขามีความรู้มากกว่าหลิวหมิงฮวนเสียอีก“ต่อไปถ้าเจ้าใช้ข้าเป็นข้ออ้าง แต่ไม่ยอมช่วยทบทวนตำราให้ข้า ข้าจะไม่ยอมช่วยเจ
“เจ้าคิดว่าเป็นข้า?” ลู่เหลียงมองนางอย่างปวดใจ ต่อให้เขาต้องการให้ลั่วจ้านตาย แต่ไม่ได้อยากให้เขาตายเพราะถูกฆ่าปิดปากเช่นนี้“หรือไม่ใช่ เป็นท่านที่อยากให้พ่อข้าตายมาโดยตลอด” หรูเซียนหันไปมองห่อผ้าที่มือของเสี่ยวจิ่ว ก่อนจะแย่งมาถือเอาไว้ในมือหรูเซียนโยนห่อผ้าที่มีสมุดบัญชีหลายเล่มใส่ตัวของลู่เหลี
ทางด้านใต้เท้าหวง วันที่เก็บของจะเริ่มออกเดินทาง เขามาจัดเก็บหลักฐานด้วยตนเองที่ห้องตำรา ก็เพิ่งจะรู้ว่าพวกมันหายไปเสียแล้วความหวาดกลัวเข้ากัดกินหัวใจ มันไม่ได้หายไปเพียงบัญชีสองเล่มที่เขาสร้างขึ้นเพื่อตบตาลู่เหลียง แต่บัญชีรับเงินและรายละเอียดการโยกย้ายเงินที่ยักยอกมาไปให้ผู้ใดบ้าง จำนวนเท่าใดก็ห







