Share

ตอนที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-08-20 21:11:45

"หา!”

“ฮะ! "

ทั้งหูเตี๋ยนและเซี่ยเสิ่นจั๋วถึงกับผลักสาวงามที่กำลังลูบไล้และทั้งควักทั้งล้วงจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง เมื่อได้ฟังว่าเจ้าก้อนหินเดินได้นั้นมันจะมีความคิดไปไกลถึงขนาดคิดสึกซือไท่ ล้ำหน้าพวกพ้องเช่นนี้ย่อมยากจะยอมกันได้!

...ปัง! ...

...ปัง! ...

"เป็นอารามใดกัน!”

“เป็นอารามซือไท่ที่ใดกันเล่า?"

สองเสียงประสานดูจริงจังอย่างยิ่ง

...เรื่องทำดีสร้างกุศลอย่าได้ไปชวนเจ้าสองคนนี้เป็นอันขาด ทว่า...เรื่องทำชั่วสร้างบาปมิต้องเอ่ยปากชวนเจ้าจอมเสเพลแห่งเฮยหู่ และจิ้งจอกเฒ่าเจ้าสำราญนามหูเตี๋ยนล้วนอาสาแข็งขัน...

"นางหาใช่ซือไท่...นางเพียงจะไปอาศัยอารามแห่งนั้นถือศีลสร้างกุศลให้แก่บิดาและมารดาผู้ล่วงลับเพื่อไว้ทุกข์หนึ่งหนาว แต่พวกเจ้าก็ย่อมรู้หากข้าพึงใจสตรีใด เจ้าคิดว่าข้าจะยินดีรอนางให้ไว้ทุกข์จนครบหนึ่งหนาวหรือไรเล่า"

เอ่ยเนิบนาบแล้วก็ยกจอกสุราขึ้นจิบมิยินยอมให้เหล่าสาวงามเข้ามานัวเนียพัวพัน ซึ่งนี่คือส่วนเดียวที่ไปคล้ายกับหวงอี้จือคือหากต้องการปลดปล่อยก็ทำเพียงเสร็จกิจเท่านั้น ทว่าก่อนหรือหลังจากปลดปล่อยกำหนัดไปแล้ว เขาและหวงอี้จือจะไม่ชอบอย่างยิ่งที่สตรีเหล่านั้นจะมาลูบไล้ล้วงและควักตลอดไปจนถึงสัมผัสร่างกายตนเองเช่นที่เซี่ยเสิ่นจั๋วกับหูเตี่ยนนิยมชมชอบ

"ว้า...ว่าแต่...แม่นางผู้นั้นเป็นผู้ใด...เป็นบุตรสาวตระกูลใด แล้วนาง...คงงดงามมากใช่หรือไม่เจ้าถึงกับยินยอมเป็นคนบาปเช่นนั้นน่ะเหล่าเหล่ย"

ย่อมสมกับเป็นเซี่ยเสิ่นจั๋วผู้รู้ทุกเรื่องใต้เตียงของชาวบ้าน ครั้นจะนิ่งเฉยไม่ไต่ถามเอาความจริงเห็นทีคงยากเสียแล้ว

"นางมิใช่สาวงาม...ที่ข้าพึงใจเพราะนางดูคล้ายหวงฮูหยินน้อย...หมายถึงรูปร่างน่ะ"

สองสหายถึงกับตาโตเท่าไข่เป็ดทันที

"นี่เจ้า?! ...มิใช่ว่าเจ้าไปแอบพึงใจต่อภรรยาของสหายเช่นนั้นหรือเหล่าเหล่ย!?"

หูเตี๋ยนเร่งพยักหน้าหงึกหงักว่าเขาก็อยากถามคำถามนี้ต่ออู๋เหล่ยเช่นกัน

"เปล่า...เพียงแต่หนาวนี้ท่านย่าของข้าก็เจ็ดสิบสองหนาวเข้าไปแล้ว...ท่านย่าของข้ามาบ่นทุกวันที่พบหน้าว่าต้องการเหลนเอาไว้ชื่นชมก่อนจะลาจากโลกนี้ไป แล้วข้าก็เห็นว่าหวงฮูหยินน้อยนางเป็นสตรีซึ่งมีรูปกายอวบอัด เพียงตบแต่งให้แก่หวงอี้จือยังมิทันครบ 2 หนาว นางก็ตั้งครรภ์แล้ว ข้าจึงคิดว่าคุณหนูแปดสกุลกู้เหมาะจะมาเป็นแม่พันธุ์ให้ข้าผลิตทายาทสกุลอู๋ ทดแทนคุณท่านย่าและบรรพบุรุษก็เท่านั้น"

…จ้องเขม็ง…จ้องแน่วแน่…จับจ้องเอาตาย!...

พอได้ฟังคำกล่าวที่แสนจะเนิบนาบ ฟังคล้ายกับว่าที่ใต้เท้าอู๋เอ่ยมาทั้งหมดมันเป็นเพียงเรื่องแสนจะธรรมดาเช่นกินข้าวกับสิ่งใด หรือกำลังเล่าว่าเมื่อหลายวันก่อนอากาศในฉางโจวเป็นเช่นไรบ้างอย่างไรอย่างนั้น สองสหายจึงมองเจ้าก้อนหินเดินได้แน่วแน่

ก็ขนาดบุรุษกร้าวแกร่งเช่นจอมเสเพลเซี่ยเสิ่นจั๋วและจิ้งจอกเฒ่าเจ้าสำราญเช่นหูเตี๋ยน ได้ฟังยังรู้สึกว่าสตรีซึ่งถูกอู๋เหล่ยกล่าวถึงนั้นนางช่างโชคร้ายอย่างยิ่ง แต่ด้วยรู้จักคุ้นเคยกันดีจึงสงสัยทุกคำของสหายทว่าไม่ไต่ถามอันใด

…ก็เจ้าก้อนหินเฒ่ามันเคยเป็นหลานกตัญญูเช่นนั้นเมื่อใดกัน หากมันคิดได้เกรงว่าดวงตะวันคงได้ย้ายที่เริ่มต้นเสียเป็นแน่…

หากแต่ผู้ที่ไม่รู้แจ้งเรื่องราวภายหลังจวนของใต้เท้าฮู๋เช่นเหล่าสาวงามนั้นที่มีโอกาสได้มาฟังเหล่าคุณชายทั้งสามพูดคุย จึงถึงกับต้องมองคุณชายผมสีเงินยวงเจิดจรัสงดงามนี้เสียใหม่ ว่าเขาช่างน่ากลัวอย่างยิ่งเพราะทั้งฝีปากร้ายและใจทมิฬเกินจะต้านจริงแท้

...กล่าวมาได้เช่นไรกันว่าคิดนำสตรีนางหนึ่งมาเป็นเพียงแม่พันธุ์ผลิตทายาทรุ่นต่อไปของสกุลอู๋...

...ช่างใจเหี้ยมกับสตรีเกินไปแล้ว...

"ข้าขอถามเจ้าอีกคำเถิดก้อนหินเฒ่า...ที่เจ้าคิดจะตบแต่งนางนั้นมีเพียงคิดเอานางมาผลิตบุตรจริงหรือ? ...มิมีพึงใจในกายนางสักน้อยหรอกหรือ...หรือแท้จริงมีเหตุที่มากกว่านั้นกันแน่"

หูเตี๋ยนเอ่ยถามสหายด้วยมีหลายสิ่งติดค้าง เพราะเช่นไรเขาก็ยากจะเชื่อไปได้ว่าคนเช่นเจ้าก้อนหินเฒ่ามันจะคิดตบแต่งภรรยาตามใจของอู๋ฮูหยินผู้เฒ่าไปได้ ต่อให้มันไปอมภูเขาเทียนซานมาพูดทั้งลูกเช่นไรเขาก็ไม่เชื่อเด็ดขาด ทว่าเรื่องนั้นเขาจะสอบถามอีกที หากแต่จะเช่นไรการตบแต่งภรรยาสักนางหาใช่เรื่องล้อเล่น เอามาสร้างสถานการณ์กับชีวิตสตรีนางหนึ่งเขานั้นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง

เพราะที่เขามิคิดตบแต่งให้สตรีใด มาบัดนี้หูเตี๋ยนนั้นรู้ใจตนเองดีว่าเขานั้นมิอาจหยุดที่สตรีนางเดียวได้เช่นนี้ ใต้เท้าหูเขาจึงตั้งใจว่าจะไม่มีครอบครัวไปจนสิ้นลมหายใจนั่นเลยทีเดียว สาเหตุก็มาจากอดีตของเขามันหาได้สดใสนัก พอมาได้ฟังความคิดของสหายร่วมเป็นร่วมตายกันมานับกว่าสิบหนาวกำลังจำลงมือเลือดเย็นต่อสตรีนางหนึ่ง เขาจึงรู้สึกไม่ดีนัก ไม่ว่าสาเหตุแห่งวิวาห์นี้แท้จริงจะเป็นสิ่งใดก็ตาม หากไม่ใช่การร่วมเรือนกันด้วยความรัก หูเตี๋ยนล้วนไม่สนับสนุนทั้งสิ้น

"ไม่มีอย่างอื่น...ข้าเพียงพึงใจรูปร่างของนางเท่านั้น และหากภายในหนึ่งหนาว นางมิอาจตั้งครรภ์ได้ ข้าก็จะรับอนุภรรยามาเพิ่ม ส่วนหากนางมิยินดีจะเป็นภรรยาข้าต่อไปอีก จะขอใบหย่าข้าก็ยินดีให้นาง...หรือต่อให้นางตั้งท้องจนคลอดออกมาแล้ว นางสร้างความวุ่นวายต่อข้า เช่นนั้นก็คงต้องมอบหนังสือหย่าขาดให้แก่นางอยู่ดีเช่นกัน ดังนั้นนอกจากรูปร่างของนางเหมาะสมจะเป็นมารดาคนได้ดี ก็ยังเป็นคุณหนูไร้บารมีภายหน้าจะเกิดสิ่งใดข้าล้วนไม่สนใจ"

หูเตี๋ยนสูดลมหายใจเข้าจนสุดแล้วปล่อยออกมาโดยแรงอยู่หลายครั้ง ดูก็รู้ว่าเขากำลังข่มอารมณ์ไม่ให้เผลอกระโดดข้ามโต๊ะไปถีบปากของเจ้าก้อนหินเฒ่าได้มากมายเพียงใด เมื่อได้ฟังถ้อยคำร้ายกาจเย็นชานั้น

"นางคือน้องสาวของเจ้าคนชั่วแซ่กู้ผู้นั้นสินะ...เจ้าจึงเลือกนาง"

เป็นเซี่ยเสิ่นจั๋วที่พอจะจับทางบางสิ่งได้จากที่เมื่อครู่อู๋เหล่ยกล่าวถึงว่านางแซ่กู้ ซึ่งเขาย่อมไม่ลืมบุรุษรุ่นพี่ที่ไร้ยางอายเช่นกู้หยวนจิ้ง เจ้าแมวขโมยคู่หมั้นของสหายรักผู้นั้นไปได้

"แต่ต่อให้นางเป็นน้องสาวของเจ้าคนชั่วผู้นั้น เหล่าเหล่ย...แต่มันสมควรแล้วหรือไม่เล่าที่จะเอาความแค้นส่วนตัวไปลงกับอีกคนเช่นนี้...นางอาจมิรู้อันใดทั้งสิ้นก็ได้ ในวันที่เจ้าจากมาคาดว่าเด็กสาวผู้นั้นอาจจะแบเบาะด้วยซ้ำ"

มิบ่อยนักที่จอมเสเพลนั้นจะพูดจาจริงจังมีหลักการเช่นนี้ แต่เขาก็เป็นอีกผู้ที่ไม่คิดลงแค้นต่อผู้ไม่รู้ความ ถึงเขาจะเป็นคนบาป เป็นคุณชายเซี่ยจอมเสเพล ทว่าเรื่องรังแกคนที่ตนเองไม่พึงใจมันน่าละอายไปหรือไม่

"ข้ามิได้คิดไกลไปถึงปานนั้น...ก็บอกไปแล้ว...ข้าเพียงต้องการสตรีมาตั้งท้องบุตรสักหนึ่งนางเท่านั้น แล้วกู้เฝิงซีนางคือสตรีผู้เหมาะสมที่สุดสำหรับข้าแล้ว"

คนหน้าตายยังเอ่ยเนิบนาบใจเย็น ใบหน้าก็มิแสดงพิรุธใด ทั้งยิ่งเห็นผู้มีปมบาดแผลใหญ่เช่นเหล่าหูจิ้งจอกเฒ่าเจ้าสำราญก็อยากถีบมากขึ้นอีกเก้าส่วน!

"แต่ก็เป็นสตรีอื่นก็ได้หรือไม่เล่า...เหล่าเหล่ย...ข้าเป็นสหายเจ้ามากี่หนาวแล้ว เจ้าเลิกปั้นหน้าตายมาโกหกดีกว่า หากเจ้าคิดจะเอาเพียงนางมาตั้งครรภ์บุตรเช่นนั้น ข้าหาสตรีที่เพียบพร้อมและเต็มใจมาทดแทนนาง เจ้าจะยินยอมให้ข้าได้ไหม ก็เพียงเอ่ยปากว่าใต้เท้าอู๋อยากเลือกภรรยาสักนาง เกรงว่าคุณหนูถานคงมาถึงกายเจ้าก่อนสตรีใดในเทียนหนิงเป็นแน่"

เขาเองถึงจะเป็นบุตรชายโทนแต่ก็ยังมีญาติผู้น้องที่เป็นสตรี การตบแต่งสตรีมาเพียงให้นางอุ้มท้องแล้วคลอด จากนั้นคิดส่งนางไปจากบุตรมันใจร้ายใจอำมหิตเกินไป เขาเองรับไม่ไหวหากเจ้าบุรุษสารเลวผู้นั้นจะเป็นดังพี่น้องเช่นนี้

"เจ้ามิได้เป็นผู้ถูกสวมเขา เจ้าย่อมจะพูดจาให้สวยหรูงดงามเช่นไรก็ได้...แต่ข้า...ต้องอับอายเพียงใดเจ้าเคยรับรู้หรือไม่! "

... เพล้ง! ...

"ว้าย! "

จอกสุราถูกปาออกไปสุดแรงจนแตกกระจาย จากนั้นกายสูงใหญ่กำยำก็ลุกขึ้นไปคว้าข้อมือของสาวงามนางหนึ่งที่ตกใจนั่งตัวสั่นยังมุมห้องพุ่งออกไปทันที เห็นเช่นนั้นทั้งสองที่เหลือก็ย่อมรู้อู๋เหล่ยจะไปที่ใดเพราะเป็นสหายกันมานานนานจนรู้แจ้งต่อกันแทบจะทุกมุมของอารมณ์แล้ว วันนี้เจ้าก้อนหินเฒ่ามันอารมณ์ฉุนเฉียวมีหรือพวกเขาจะไม่เข้าใจ

หูเตี๋ยนเมินมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ส่วนเซี่ยเสิ่นจั๋วนั้นกัดกรามแน่น มิบ่อยนักที่การสังสรรค์ระหว่างสหายที่เป็นดังพี่น้องจะจบลงด้วยความขัดเคืองใจต่อกันเช่นนี้

"หากคิดตามที่เจ้าก้อนหินเฒ่ามันกล่าวออกมาแล้วเล่าก็...บางทีหากเป็นตัวของข้าก็คงเจ็บแค้นเช่นกัน ก็บุรุษใดเล่าจะทนทานการทรยศเช่นนี้ไปได้"

สุดท้ายก็เป็นหูเตี๋ยนที่เอ่ยขึ้นมาประโยคแรก หลังจากที่ต่างคนต่างเงียบกันมาครู่ใหญ่ ส่วนเหล่าสาวงามนั้นมิกล้าส่งเสียงทั้งสิ้นเพราะกลิ่นอายอำมหิตดุเดือดกรุ่นไปทั่ว

"ช่างเถิด...บางทีทุกสิ่งอาจมิได้เลวร้ายถึงปานนั้นก็เป็นได้...บางทีแม่นางกู้ผู้นั้นอาจจะเอาชนะความเจ็บแค้นของเจ้าก้อนหินพูดได้ในท้ายที่สุดก็ได้ผู้ใดจะไปรู้...มาเถิดวันนี้ข้าชวนพวกเจ้าออกมาหาความสำราญ...ก็สมควรสนุกสนานอย่าขุ่นใจต่อกันเลย"

เซี่ยเสิ่นจั๋วตัดความขุ่นมัวออกไป เพราะความที่พวกตนคุ้นเคย และร่วมเสี่ยงตายเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาไม่น้อยมีหรือจะไม่แจ้งใจ เจ้าก้อนหินเฒ่ามันจะต้องมีสิ่งที่พูดมากไม่ได้อยู่เป็นแน่ หาไม่เพียงแค้นมันคงไม่คิดแต่งน้องสาวศัตรูมาร่วมหมอน ก็เจ้านั่นหาใช่พระเอกงิ้วปัญญานิ่ม แต่มันคือพยัคฆ์เฒ่าที่หากลงมือกางกรงเล็บเหยื่อย่อมมากค่าไม่ธรรมดา

พอคิดตกเช่นนั้นเขาจึงได้หันมาเสพสุขกับสาวงามทั้งสามนางที่เขาเรียกหา จากนั้นก็ต่างแยกย้ายไปห้องใครห้องมัน ตามประสาบุรุษโสดที่แม้แต่สตรีอุ่นเตียงในจวนของพวกเขาก็ไม่เคยรับ อาจเพราะหน้าที่ขององครักษ์หลวงหน่วยพยัคฆ์ดำนั้นมิใช่จะอยู่เป็นที่เป็นทาง บางคราวต้องไปทำงานยังต่างแดนต่างแคว้นครั้งหนึ่งก็นานเป็นหนาว พวกเขาจึงสะดวกใจจะซื้อกินภายนอกเสียมากกว่า มิคิดผูกสำรับอาหารประจำให้วุ่นวายด้วยการรับสตรีมาทิ้งร้างให้เฝ้าจวนเช่นคุณชายสกุลอื่น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินของข้าเจ้าช่างน่ารักแกยิ่งนัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย...อีกห้าเดือนต่อมา... หลายวันก่อนข่าวจากสกุลกู้มีมาถึงหูของอู๋ฮูหยินน้อย ที่พอได้ฟังสตรีครรภ์แก่ซึ่งปกติก็เจ้าน้ำตาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ข่าวที่พี่สะใภ้คนงามของนางทอดทิ้งบุตรวัยไม่ทันจะครบสองหนาวหนีตามพ่อค้าจากดินแดนทะเลทรายไป ปล่อยให้พี่ชายของนางต้องเลี้ยงบุตรทั้งสามแต่เพียงลำพัง น้ำตาก็แทบท่วมเรือนอรุณฉาย เดือดร้อนให้อู๋เหล่ยต้องปลอบโยนจนเพลีย ห่วงใยทั้งลูกน้อยในครรภ์และภรรยาตัวนุ่มสุดหัวใจ"อ้ายเหริน...คนดี...อย่าร้องอีกเลย ดวงตาของเจ้าบวมจนแทบปิดแล้ว"จุมพิตหน้าผากนูนเด่นแผ่วเบาทะนุถนอม"เจ้ายิ่งร้อง ข้ากลับยิ่งเจ็บปวดหัวใจ"กู้เฝิงซีนางก็รู้ตัวแต่มันกลับบังคับใจตนเองให้หยุดร้องไม่ได้ ตลอดหลายเดือนที่ต้องเผชิญกับอาการบ่อน้ำตาตื้นที่เกิดขึ้น นางมีแต่หงุดหงิดใจเพราะปกตินางเป็นคนที่เรียกว่าร้องไห้ยากเย็น พอมีสิ่งใดหรือเรื่องใดกระทบใจนิดหน่อยก็น้ำตาริน ส่วนลึกบอกชัดเจนว่านางนั้นรำคาญตนเองอย่างยิ่งเมื่อจนปัญญาสุดท้ายใต้เท้าอู๋ผู้ปราบเหล่าร้ายมาค่อนชีวิตสามสิบหนาวไม่เคยกลัวตาย และยิ่งไม่เคยกลัวเจ็บ หากแต่วันนี้ที่เขากลัวที่สุดก็เห็นจะเป็นน้ำตาของอ้ายเหรินตัวนุ่มในอ้อมแขนน

  • ฮูหยินของข้าเจ้าช่างน่ารักแกยิ่งนัก   ตอนจบ

    ตอนจบราตรีนี้ก็เป็นเช่นหลายราตรีที่ผ่านมา ภายนอกจวนว่าใต้เท้าอู๋นั้นเอาใจภรรยาจนสตรีทั่วฉางโจวริษยาแล้ว ทว่าภายในห้องหอกลับยิ่งน่าริษยากว่า เพราะบัดนี้เป็นกู้เฝิงซีที่นอนเหยียดยาวโดยมีอู๋เหล่ยบีบนวดตั้งแต่ปลายเท้าจนสูงขึ้นถึงปลีน่อง วนเวียนเช่นนั้นจนคนท้องสี่เดือนเหมือนจะเคลิ้มหลับ"อุ๊ย!..."...เฮือก!..."เม่นน้อยเจ้าเป็นอันใดเจ็บตรงใดหรือเจ้า ฟู่จวินบีบเจ้าแรงไปหรือ?"ก้อนหินเฒ่าแตกตื่นเพราะเกรงว่าตนเองจะบีบลงแรงมากไป จนอ้ายเหรินอาจจะเจ็บปวดนางจึงร้องออกมาเช่นนี้ เห็นเช่นนั้นกู้เฝิงซีนางจึงอมยิ้มด้วยเอ็นดูก้อนหินเฒ่าผู้เป็นสามีอย่างยิ่ง"เปล่าเจ้าค่ะ เอ่อ...เจ้าตัวเล็กดิ้นเจ้าค่ะ เขาดิ้นแล้ว เขาเพิ่งดิ้นครั้งแรกเจ้าค่ะ"อู๋เหล่ยเร่งขยับไปใกล้แล้วแตะยังหน้าท้องที่นูนเด่นขึ้นมาพอสมควรด้วยกิริยาระมัดระวังจนคนท้องมองแล้วอมยิ้มเอ็นดูก้อนหินเฒ่าจนเต็มใบหน้าไปอีก จากอดีตที่เขาคือก้อนหินเฒ่าร้ายกาจ บัดนี้ช่างเอาอกเอาใจจนนางนั้นเอาใจออกห่างเขาไม่ลง“ตรงนี้เจ้าค่ะ”นางจึงเลือกจะจับมือของสามีทาบลงไปในจุดที่คนซึ่งอยู่ด้านในนั้นขยับเป็นครั้งแรก และอาจเป็นเพราะจังหวะหรืออันใดก็สุดจะรู้ เพียงอู๋เ

  • ฮูหยินของข้าเจ้าช่างน่ารักแกยิ่งนัก   ตอนที่ 50

    ตอนที่ 50"เสี่ยวฝูเร็วเข้า เร่งพาใต้เท้าของเจ้าไปนอนในห้องเดี๋ยวนี้ ฉิงเหม่ยมากับข้า"บังเกิดความวุ่นวายขึ้นครู่ใหญ่ ถึงในยามนี้กู้เฝิงซีนางอยากหยิบกระบี่ของสามีออกมาแทงตาเฒ่ามากเล่ห์เช่นเซี่ยเสิ่นจั๋วมากเพียงใด แต่อาการของสามีก็ไม่อาจละเลย จึงต้องวางทุกสิ่งแล้วดูแลอู๋เหล่ยก่อน แต่กระนั้นนางก็ยังมีแก่ใจหันมาคว้าเอาข้อมือของน้องสาวบุญธรรมติดกายไปด้วย เซี่ยเสิ่นจั๋วนั้นให้นับถือพี่บุญธรรมของภรรยาเด็กอย่างยิ่งหวงกว่าบิดาเสียอีก..."ฟู่จวิน..."ทั้งน้ำเสียงและสัมผัสอ่อนโยนก็พอให้อู๋เหล่ยได้เบาใจว่าราตรีนี้เขาจะไม่ต้องถูกไล่ออกไปท่องพระสูตรที่หน้าเรือนเป็นเพื่อนเจ้าสหายชั่วเซี่ยเสินจั๋วเป็นแน่"ข้าเป็นอันใดไปหรือเม่นน้อย"เขาจำได้ว่ารู้สึกมึนศีรษะ จากนั้นทุกสิ่งก็ดับมืดลงไปเลย พอฟื้นคืนความกังวลเลยมากมายเพราะกลัวตนเองจะอายุมากจนร่างกายเจ็บป่วยไม่ไหวเสียแล้ว"เฝิงซีตรวจอย่างละเอียดแล้ว นอกจากอ่อนเพลียฟู่จวินก็ร่างกายแข็งแรงปกติดีทั้งหมด แต่เพื่อความไม่ประมาท เมื่อครู่จึงให้เฉียนฝูเร่งไปเชิญท่านหมอจางมาตรวจดูซ้ำอีกครั้งเจ้าค่ะ"ถึงนางจะเก่งกาจด้านพิษ แต่ทางด้านการแพทย์รักษาคน กู้เฝิงซียังห

  • ฮูหยินของข้าเจ้าช่างน่ารักแกยิ่งนัก   ตอนที่ 49 /2

    และเพราะเหตุการณ์คราวนี้นอกจากจะได้กำจัดรากร้ายของเหล่ากบฏ กลับยังมีผลอนันต์ต่อความสัมพันธ์อันรุ่งริ่งยิ่งกว่าด้ายเก่าใกล้ขาดสะบั้นในอดีตระหว่างต้าเว่ยกับเทียนหนิงให้ฟื้นคืนกลับมาสดใสแนบแน่นอีกครั้ง จากการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ ที่ฝ่ายเทียนหนิงรักษาชาวบ้านโดยไม่แบ่งแยกสองดินแดน โดยมีผู้นำเช่นท่านหมอจาง รองหัวหน้าแพทย์หลวงแห่งเทียนหนิง คอยส่งเสริมทั้งกำลังแพทย์และตัวยา ทั้งยังมีกู้เฝิงซีคอยให้ความร่วมมือไม่ย่อท้อ ทำให้องค์ฮ่องเต้ของต้าเว่ยซาบซึ้งน้ำใจอย่างยิ่ง ถึงกับส่งสาสน์และบรรณาการมาขอบคุณฝ่ายเทียนหนิงเสียมากมาย แล้วยิ่งเมื่อท่านหญิงหม่าหลานเย่ ท่านหญิงลำดับที่สามในฉินอ๋อง นางกำลังจะตบแต่งไปกับท่านหัวหน้าเผ่าน้อยแห่งเผ่าเซียะอันด้วยแล้ว อนาคตทางด้านความสัมพันธ์จึงยิ่งดูจะมั่นคง ส่งผลให้เขตชายแดนฟากฝั่งแคว้นต้าฉินมีแววจะสุขสงบไปอีกหลายหนาว ดังนั้นหลังจากส่งมอบหน้าที่คืนกลับให้แก่ฉินอ๋องได้ดูแลปกครองแคว้นต้าฉินต่อ แต่ยังมีข้อแม้ว่าต้องส่งท่านหญิงลำดับที่สี่หม่าเย่เจาไปอยู่เมืองหลวง โดยองค์ฮ่องเต้หลี่ปิงเฉิงได้ทรงรับนางเป็นบุตรบุญธรรม พร้อมมอบตำแหน่งกงจู่ให้ภายนอกคือการตอบแทนฉ

  • ฮูหยินของข้าเจ้าช่างน่ารักแกยิ่งนัก   ตอนที่ 49 /1

    ตอนที่ 49ต่อจากนั้นผ่านไปอีกหกวัน กู้เฝิงซีและจางจิ้งเหยาก็ค้นพบที่มาของจุดกำเนิดแห่งโรคร้ายว่าแท้จริงก็ล้วนไม่ผิดไปจากที่หย่งจงหวางและองค์ไท่จื่อหลี่โม่คังสงสัย โรคนี้แท้จริงมิใช่ภัยธรรมชาติ ทว่ามันคือภัยจากฝีมือคน...ซึ่งวิธีนั้นช่างแยบยลอย่างยิ่ง นั่นก็คือพวกมันใช้ยุงและมดคันเป็นตัวพาหะ ซึ่งยุงนั้นเป็นชนิดกลางวัน เมื่อชาวบ้านถูกกัด อาการหลังผู้ได้รับพิษเมื่อผ่านไปราวห้าถึงเจ็ดวัน อาการนั้นจะใกล้เคียงกับกาฬโรคจนแพทย์ทั้งหลายล้วนเข้าใจผิด การให้ยาจึงยิ่งส่งผลไปกระตุ้นให้ผู้ถูกพิษแทนที่จะหายกลับกลายเป็นยิ่งทรุดหนักและตายลงในท้ายที่สุด เพราะตัวสมุนไพรที่ใช้รักษากาฬโรคกลับเป็นยาที่เมื่อร่างกายของผู้ป่วยรับเข้าไปเจอกับพิษร้าย จะยิ่งเพิ่มความร้ายกาจของพิษหญ้าหมอกทมิฬ และหญ้าเกล็ดหิมะม่วง ที่เป็นตัวตั้งต้นพิษปีศาจ คำนึงตัวยาเก่าแก่ของเผ่าเหลียงที่สาบสูญไปร่วมร้อยกว่าหนาวแล้วพอพิษร้ายเจอกับหญ้าพญาหงแดง ตัวยาหนึ่งที่ใช้บรรเทาความปวดของกาฬโรค ความรุนแรงจากเดิมเพียงสร้างความเจ็บป่วยเท่านั้น จึงเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีกถึงเก้าส่วน นับว่าผู้คิดค้นพิษนี้ช่างฉลาดล้ำลึก และต้องคุ้นเคยกับสมุนไพรที่ให

  • ฮูหยินของข้าเจ้าช่างน่ารักแกยิ่งนัก   ตอนที่ 48 /2

    “เห็นที…ก่อนจะใช้จริง คงต้องทดลองกับร่างคนตายเสียก่อนเจ้าค่ะ เพราะกับกระต่ายแล้วก็หนู เฝิงซีเกรงว่าจะไม่แน่ชัดพอ เช่นไรก็อยากทดลองกับผิวหนังมนุษย์อีกครั้งเจ้าค่ะ”เพราะอาการเริ่มต้นของผู้ป่วยก็คือมีตุ่มคันขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่พอพวกเขาเผลอไปเกาเท่านั้นการลุกลามของตุ่มคันกลับรุนแรงจนเกิดเป็นแผลพุพองใหญ่ บางคนที่ตายลงก็เพราะทานทนต่อความเจ็บปวดและพิษไข้จากแผลอักเสบไม่ไหวกันทั้งนั้น“อ้อ…พรุ่งนี้จางจิ้งเหยามีเรื่องจะหารือกับเจ้า คาดว่าก่อนยามอู่เขาคงเดินทางมาถึง”เมื่อช่วงหัวค่ำคนของกระโจมเสบียงหลวงเพิ่งมาส่งข่าวนี้ แต่ตอนนั้นเขากำลังจะออกไปลาดตระเวนจึงรอกลับมาบอกนางครั้งเดียวเมื่อเข้านอนเลย ถึงส่วนใหญ่จะมีเขาที่มานอนเฝ้านางแต่เขาก็พอใจเพียงเท่านี้ อย่างน้อยก่อนหลับไปก็เห็นนางอยู่ในสายตา พอตื่นลืมตาก็จะพบภาพของกู้เฝิงซีนางเป็นคนแรก สำหรับเขาในสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียดขึ้นทุกวัน เพียงเท่านี้ก็สุขใจเหลือเกินแล้ว ซึ่งราตรีนี้สองสามีภรรยาต่างก็พูดคุยกัน จนกู้เฝิงซีเห็นท่านก้อนหินเฒ่านิ่งไป นางจึงสงบปากแล้วเร่งทำงานในมือของตนเองต่อไป หวังจะให้เสร็จสิ้นก่อนยามรุ่งอรุณมาเยือนอีกครั้ง…ปลายยามอิ๋

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status