Share

บทที่ 10

last update publish date: 2026-06-18 23:52:44

บทที่ 10

เช้าวันถัดมา เรือนนอนของฮูหยินแม่ทัพเซียวที่ควรจะเงียบสงบหลังคืนอันเหน็ดเหนื่อยกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญ

ม่านบางถูกเลิกขึ้นเบา ๆ เสียงฝีเท้าแผ่วเบา และกลิ่นหอมของเครื่องหอมชั้นดีที่ไม่คุ้นเคย อู่เหมยหลินยังไม่ลืมตา แต่สติกลับตื่นเต็มที่ นางเอียงหูเล็กน้อย รับฟังเสียงกระซิบของสาวใช้ทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“ท่านราชครูมา…” เสียงของม่านม่านสั่นเล็กน้อย “พร้อมฮูหยินอู่…”

อี้เจียงกลืนน้ำลาย “มาแต่เช้าเช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่…”

เหมยหลินยังคงหลับตา แต่ในใจตื่นเต็มที่

ราชครูอู่…บิดาของเจ้าของร่างนี้

และต้นตอของปัญหาหลายอย่างที่นางเพิ่งรับรู้

ไม่นานนักเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังใกล้เข้ามาก่อนจะหยุดลงไม่ไกลจากเตียง

“ยังไม่ตื่นหรือ” เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นนิ่ง เรียบแต่แฝงอำนาจ

“เพิ่งคลอดเมื่อคืน คงอ่อนเพลีย” เสียงสตรีอีกคนตอบ น้ำเสียงอ่อนโยน แต่กลับเย็นลึกอย่างประหลาด

เหมยหลินค่อย ๆ ลืมตาขึ้น อย่างช้า ๆเหมือนเพิ่งตื่น สายตาเลื่อนมองไปยังคนทั้งสองชายวัยกลางคนในชุดขุนนางสีหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยการคำนวณข้างกายสตรีในชุดหรูหรา ท่าทางสง่างามแต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่มองมุมใดก็ไม่มีส่วนใดเหมือนนาง

“ท่านพ่อ…”

เหมยหลินเอ่ยเสียงแผ่ว แกล้งทำเป็นอ่อนแรง ราชครูอู่พยักหน้าเล็กน้อย

“ตื่นแล้วก็ดี” เขาไม่แม้แต่จะถามไถ่อาการสายตาเพียงกวาดมองนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าเรื่อง“เย็นนี้…” เขาเอ่ย “สามีของเจ้าจะไปงานเลี้ยงใช่หรือไม่” คำถามนั้นตรงและไม่มีการอ้อมค้อม เหมยหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย

“งานเลี้ยงหรือเจ้าคะ…” นางแกล้งทำเป็นงุนงง ทั้งที่ในใจเริ่มระแวดระวัง ราชครูอู่แค่นหัวเราะเบา ๆ

“ก็งานเลี้ยงที่ข้าสั่งให้เจ้ามากล่อมให้แม่ทัพเซียวเข้าร่วมอย่างไรล่ะ”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นลงทันที อี้เจียงกับม่านม่านก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาใคร เหมยหลินนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบกลับ

“ลูกยังไม่ทันได้พูดเรื่องนี้กับท่านแม่ทัพ…” ทั้งที่ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมได้พูดคุยเรื่องนี้กับสามีแล้วหรือไม่ แต่ตอบเช่นนี้ไปก่อน แต่ดูสิ…

บุตรสาวเพิ่งตกน้ำกลับไม่มาเยี่ยม พอคลอดลูกแทนที่จะถามถึงอาการหรือถามถึงหลานก่อน ดันเอาเรื่องงานเลี้ยงมาก่อน

“ไร้ประโยชน์จริง ๆ” ราชครูตัดบททันทีน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าตั้งท้องให้เขาแถมดูสิ…” สายตาเขาเลื่อนลงไปยังทารกที่นอนอยู่ข้างกาย “ยังคลอดบุตรชายให้ขนาดนี้ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนกก็ยังได้แล้วมิใช่หรือ”

โห…………………พ่อเจ้าของร่างนี้จริงดิ ไม่แปลกใจแล้วทำไมแม่ทัพเซียวจึงไม่ค่อยชอบพ่อตา

คำพูดนั้นไม่ต่างจากการตำหนิ หรือแม้แต่ดูแคลน เหมยหลินรู้สึกเลือดขึ้นหน้าเล็กน้อยแต่ยังคงเก็บสีหน้า หากเป็นนางในยุคปัจจุบัน ไม่มีทางที่ใครจะฉอดใส่นางแล้วรอดไปได้สักคน หัวหงอกหัวดำนางดึงทิ้งมาหมดแล้วหากล้ำเส้นกัน

ชีวิตของหมวยเล็กรายล้อมไปด้วยคนรักและเอ็นดู…ยกเว้นอาคิราเอาไวคนแล้วกัน แต่ถึงอย่างนั้นกว่าจะอายุสามสิบ หมวยเล็กก็ผ่านเรื่องราวมากมาย ใช้ชีวิตหนึ่งชีวิตครบรสชาติ บุตรสาวคนเล็กของเจ้าสัวก็ใช่ว่าจะไม่ต้องทำงาน หมวยเล็กเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายบุคคล การเจรจาต่อรองกับคนเธอทำได้ดี แต่ก็นั่นล่ะยกเว้นอาคิรา ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงฟิลขาดทุกรอบเวลาเจอคู่หมั้นหนุ่ม

ฮูหยินอู่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยิ้มบางก่อนจะเอ่ยเสริม “ท่านพี่อย่าได้ดุนางนักเลยเจ้าคะ”

น้ำเสียงอ่อนโยนแต่สายตากลับจับจ้องมาที่นางอย่างประเมิน ทำเอาวนิดาตัดเรื่องในอดีตที่ผ่านมากลับมาอยู่ที่เรื่องราวตรงหน้าเสียก่อน

“อย่างไรเสีย…ลูกสาวของเราก็เพิ่งคลอดควรให้เวลาปรับตัวบ้าง”

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนปกป้อง แต่กลับไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย ราชครูอู่แค่นเสียงในลำคอ

“ข้าหรือสู้อุตส่าห์ลงแรงไปตั้งมากมาย” เขาพูดช้า ๆ เน้นทุกคำ “หากไม่เพราะยาปลุกกำหนัด…” สายตาคมหันมาจ้องนางตรง ๆ “มีหรือเจ้าจะได้บุตรชายจากแม่ทัพ”

คำพูดนั้นเหมือนค้อนหนักทุบลงกลางใจแม้จะรู้อยู่แล้ว แต่การได้ยินจากปากคนที่ลงมือทำจริง ๆ ก็ยังทำให้รู้สึก…ขยะแขยง

เหมยหลินกำมือแน่นใต้ผ้าห่มเล็บจิกลงบนฝ่ามือ แต่สีหน้ายังคงเรียบ

“ลูก…” นางเอ่ยเสียงเบา “ไม่คิดว่าท่านพ่อจะต้องทำถึงเพียงนี้เพื่อลูก”

ราชครูอู่หรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง

“ทำเพื่อเจ้าอะไรกัน…” เขาตอบเรียบ ๆ “ใช้เงินทองก็แล้ว ใช้ตำแหน่งก็แล้ว แม่ทัพเซียวก็ไม่คิดจะหันหลังใช้รัชทายาท ก็เหลือแต่วิธีหญิงงาม หากไม่เพราะวางแผนว่าเจ้าจะฆ่าตัวตาย มีหรือเจ้าจะได้แต่งเข้าจวนแม่ทัพหรือ”

คำถามนั้นไม่มีคำตอบที่ต้องการเพราะคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว ว่าแท้จริงแล้ว จุดเริ่มต้นไม่ใช้เพราะอู่เหมยหลินหลงรักแม่ทัพหนุ่ม แต่เพราะราชครูต้องการให้บุตรสาวเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพ ว่าแล้วเชียว มันจะไปมีได้อย่างไร `รักแรกพบ` แต่ดันต้องมารู้ว่าเจ้าของร่างนี้ถูกบิดาจับให้แต่งงานกับชายแปลกหน้าเพื่อผลประโยชน์ การที่ราชครูเอ่ยออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมเช่นนี้ก็แสดงว่าอู่เหมยหลินคนก่อนก็รู้อยู่แล้วว่าบิดาของนางตั้งใจทำส่ิงใด นางร่วมมือกับบิดาสินะ

“จำเอาไว้” เสียงของเขาเย็นลง “เจ้าคือหมากตัวหนึ่งของตระกูลหน้าที่ของเจ้า…คือทำให้แม่ทัพเซียวอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา”

คำพูดนั้นหนักแน่นไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้งเหมยหลินเงียบ แต่ในใจเดือดพล่าน

หมาก?

นางไม่ใช่หมากของใคร อู่เหมยหลินคนก่อนอาจจะยอม แต่นางไม่ใช่ ไม่ใช่ของเขา ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น

ฮูหยินอู่ก้าวเข้ามาใกล้เล็กน้อยยิ้มบาง“เหมยหลิน…” นางเรียกชื่อเบา ๆ “เจ้าเป็นเด็กดีมาตั้งแต่เด็ก เชื่อคำพูดของพ่อเจ้า เพียงแค่ใช้สิ่งที่เจ้ามี…” สายตานางเลื่อนไปยังทารก “ทั้งความงาม…และลูกคนนี้ แม่ทัพจะไม่ยอมตามใจเจ้าได้อย่างไร”

คำพูดนั้นชัดเจนและน่ารังเกียจ เหมยหลินรู้สึกอยากหัวเราะแต่ก็กลั้นไว้ “ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ…” นางตอบเบา ๆ ก้มหน้าลง เหมือนยอมรับ แต่ในใจตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ราชครูอู่พยักหน้าพอใจ

“ดี” เขาหันหลังเตรียมจะออกจากห้อง“อย่าทำให้ข้าผิดหวังอีก” คำสั่งทิ้งท้าย หนักอึ้ง

ฮูหยินอู่มองนางอีกครั้งก่อนจะยิ้มบางแล้วเดินตามออกไป ประตูปิดลงความเงียบกลับมาอีกครั้ง อี้เจียงกับม่านม่านเงยหน้าขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล

“ฮูหยิน…” ม่านม่านเอ่ยเสียงเบา

เหมยหลินยังคงนั่งนิ่ง ไม่ตอบมือค่อย ๆ ลูบศีรษะทารกเบา ๆ แววตาเปลี่ยนไป จากที่เคยสับสน กลายเป็นนิ่งลึก และเย็นลง

“ได้ยินแล้วใช่ไหม…” นางพึมพำเบา ๆเหมือนพูดกับลูกน้อย “เขาบอกให้แม่ใช้เจ้าเป็นเครื่องมือ” นิ้วเรียวหยุดลง ก่อนจะกำแน่นเล็กน้อย

“แต่แม่ไม่ใช่เขา…จิ้งเฉิน ความสุขตลอดไปของแม่” ไม่ว่าค่านิยมยุคนี้จะมองลูกเป็นเครื่องมือ เป็นลู่ทาง แต่สำหรับนางไม่ใช่ แม้จะไม่ใช่คนในยุคนี้แต่แรก แต่นางคลอดเด็กคนนี้ออกมา เจ็บปวดจนร่างกายแทบฉีกขาด เด็กคนนี้คือลูกของนาง ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ สำหรับนางลูกคือสิ่งล้ำค่า อีกอย่างหนึ่ง นางคือหมวยเล็กบุตรสาวคนสุดท้องของเจ้าสัวประจักษ์ เป็นที่รักของทุกคนในบ้าน รวมทั้งบ้านของคู่หมั้นอย่างอาคิราด้วย เขาถึงได้จิกกัดหมวยเล็กทุกครั้งที่เจอหน้า เพราะไม่ชอบที่ทุกคนรักหมวยเล็กแม้กระทั่งบิดามาราของเขา

“เจ้าไม่ใช่หมากของแม่…แต่เป็นที่รัก เป็นดวงใจ” นางเงยหน้าขึ้นสายตาคมกริบ ตัวนางไร้ซึ่งความผูกพันกับราชครูอู่ ดูท่าจะอยู่ที่จวนแห่งนี้ไม่ได้เสียแล้ว ลมพัดผ่านม่านเบา ๆ แสงแดดอ่อนส่องเข้ามาในห้อง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็น

    ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นค่ำคืนหนึ่งหลังแต่งงานกับเฉินยวี่ได้หลายเดือนเสี่ยวถังฝัน เป็นความฝันที่ชัดเจนเสียจนเหมือนเรื่องจริงนางยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่งรอบกายเงียบสงบ ดอกเหมยสีขาวผลิบานเต็มกิ่ง หิมะโปรยลงมาอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งงดงามราวกับฉากหนึ่งในนิยายตรงหน้าของนาง มีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้อาภรณ์สีแดงเข้ม เรือนผมดำยาว แผ่นหลังอรชรที่คุ้นตาเหลือเกิน คุ้นเสียจนหัวใจของเสี่ยวถังพลันเต้นช้าลงนางค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าจมลงบนหิมะบางเบาเมื่อสตรีผู้นั้นหมุนกายกลับมา เสี่ยวถังก็ชะงักทันทีเพราะใบหน้านั้น…คือใบหน้าของซวีหยวนหยาน เหมือนกันทุกประการ สตรีผู้นั้นยิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกรี้ยวกราดไม่มีความคับแค้น มีเพียงความสงบที่ลึกซึ้ง“ในที่สุด…ข้าก็ได้พบเจ้าเสียที”เสี่ยวถังเม้มริมฝีปาก “ท่าน…คือซวีหยวนหยาน”อีกฝ่ายพยักหน้า “ใช่ เจ้าคือผู้ที่มาใช้ชีวิตแทนข้า”ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง เสี่ยวถังไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน นางเคยคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาหลายครั้งคิดว่า หากซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นทุกอย่างนางจะโกรธหรือไม่จะเสียใจหรือไม่จะคิดว่าเสี่ยวถังขโมยชีว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง“ถังถัเจ้าว่า…หรือเรื่องราวของเรา กำลังถูกใครบางคนอ่านอยู่เช่นกัน”เสี่ยวถังมองเขา ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คงไม่หรอก”นางตอบทันทีแต่ในใจ…กลับไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อยสายลมพัดผ่านลานเรือน หน้าหนังสือพลิกไปเองทีละหน้า จนไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้ายหน้าซึ่งก่อนหน้านี้ยังว่างเปล่าบัดนี้…กลับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละบรรทัดตอนพิเศษเมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้…เสี่ยวถังถึงกับยกมือกุมหน้าผากก่อนหัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่“นี่มัน…จะเกินไปแล้วนะ”เฉินยวี่เองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “อย่างน้อย ตอนจบคราวนี้ ผู้เขียนก็ใจดีกับท่าน”เสี่ยวถังปิดหนังสือลงเบา ๆ บุรุษนักเดินทางมองทั้งสองสลับกันด้วยสีหน้างุนงง“ตกลง…พวกท่านรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”เสี่ยวถังมองหนังสือในมือ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามเหนือยอดต้นท้อ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า“รู้จักเจ้าค่ะ รู้จักดีมากทีเดียว”เฉินยวี่มองนางด้วยรอยยิ้ม “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับมัน”เสี่ยวถังค่อย ๆ ลูบปกหนังสือว่างเปล่า ก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 1เช้าวันหนึ่งในเมืองหลวงแสงแดดอ่อนของต้นฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านกิ่งท้อในลานเรือน ดอกท้อสีชมพูอ่อนผลิบานเต็มกิ่ง กลีบบางปลิวร่วงตามสายลม ตกลงบนพื้นหินและขอบโต๊ะไม้ราวกับหิมะสีอ่อนเสี่ยวถังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อบนโต๊ะมีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันปลายพู่กันในมือนางเคลื่อนไปตามแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วสามปีผ่านไป นางยังคงทำงานตรวจบัญชีเช่นเดิมเพียงแต่เวลานี้ ชื่อของนางมิใช่เพียงผู้ช่วยของหน่วยตรวจการอีกต่อไปผู้คนทั่งแคว้นต่างรู้กันดีว่าหากบัญชีใดตกถึงมือซวีหยวนหยาน ต่อให้ซ่อนตัวเลขไว้ลึกเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตานางไปได้เฉินยวี่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแต่แทนที่จะช่วยตรวจเอกสาร เขากลับนั่งมองนางเสียมากกว่าเสี่ยวถังเขียนตัวเลขต่อไปได้หลายบรรทัด แรก ๆ นางทำเป็นไม่สนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องอยู่ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น“ท่านมีอะไรจะพูดหรือ”เฉินยวี่ส่ายหน้า “ไม่มี”เสี่ยวถังวางพู่กันลง “เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าอยู่เช่นนี้”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง “เพราะข้ากำลังคิด”“คิดอะไร”“หากวันนั้น…”“

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน

    บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผนเรือนเช่าหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่พักชั่วคราว บัดนี้กลายเป็นเรือนหลังใหม่ที่กว้างขึ้นไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นเรือนที่นางกับเฉินยวี่ช่วยกันเลือก ช่วยกันปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยกันจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเครื่องใช้ทุกชิ้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า แต่ทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำทุกมุมของบ้าน ต่างมีเรื่องราวของคนทั้งสองซ่อนอยู่หน้าต่างบานหนึ่งเป็นที่ที่เสี่ยวถังชอบนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นเหมยในลานเรือนคือสถานที่ที่เฉินยวี่มักชงชารอให้นางกลับจากทำงานส่วนห้องหนังสือยังคงเต็มไปด้วยสมุดบัญชีและเอกสารกองโตไม่ต่างจากเดิมเพียงแต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นภาระ หากเป็นงานที่ทั้งสองต่างภาคภูมิใจเช้าวันหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านบานหน้าต่างไม้เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาตามสายลม กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากร้านหัวมุมถนนลอยเข้ามาเจือกับกลิ่นชาที่กำลังต้มอยู่ในครัวเสี่ยวถังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงธรรมดาเหล่านั้นอย่างเงียบงันเช้าธรรมดาวันหนึ่งและนั่นเอง คือสิ่งที่นางโหยหามาตลอดไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเบา ๆ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอ

    บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองหลวงก้าวเข้าสู่ปลายฤดูหนาวอย่างเงียบงัน หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองเริ่มละลายทีละน้อย ราวหลังคาเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่หยดลงมาเป็นจังหวะ สองข้างถนนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้านรับลูกค้าแต่เช้าตรู่ชีวิตของเสี่ยวถังยังคงดำเนินไปไม่ต่างจากทุกวันยามเช้า นางออกตรวจเอกสารและบัญชียามบ่าย ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจการ เพื่อวางแผนตรวจสอบเมืองใกล้เคียงยามค่ำจึงกลับเรือนหลังเล็กของตน นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ก่อนเข้านอนพร้อมจดหมายของเฉินยวี่ที่เก็บไว้ในกล่องไม้ข้างเตียงแม้เขาจะไม่อยู่แต่งานของหน่วยตรวจการไม่เคยหยุดเดินตรงกันข้าม…กลับเดินหน้าอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวถังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายคนจัดระเบียบการทำงานใหม่ทั้งหมดสมุดบัญชีที่เคยกองสุมจนแทบหาสิ่งใดไม่พบ ถูกแบ่งหมวดหมู่ตามเมืองและปีเอกสารทุกฉบับมีเลขกำกับมีสารบัญมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแม้แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยังอดเอ่ยชมไม่ได้ว่า“ตั้งแต่มีคุณหนูซวีเข้ามา งานของพวกเราง่ายขึ้นมาก”ทุกครั้งที่ได้ยินคำชมเช่นนั้น เสี่ยวถังเพียงยิ้มรับ นางไม่ได

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมือง

    บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมืองวังหลวงอยู่ห่างจากเรือนที่เสี่ยวถังอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่เพราะหน้าที่ที่เขากำลังทำอยู่ทำให้การส่งหรือรับจดหมายต้องตรวจสอบทุกตัวอักษรจดหมายหนึ่งฉบับจึงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงมืออีกฝ่ายเมื่อก่อนเสี่ยวถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเฝ้ารอจดหมายจากผู้ใดในโลกเดิม การส่งข้อความเพียงชั่วพริบตาก็ถึงปลายทางอยากถามอะไรก็ถามอยากตอบอะไรก็ตอบ หากอีกฝ่ายไม่อ่านข้อความภายในครึ่งวันก็เริ่มสงสัยว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจแต่ในโลกแห่งนี้ การรอคอยหนึ่งฉบับกลับต้องนับเป็นวัน และถึงจะช้าเพียงใด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบุรุษส่งสารเคาะประตูเรือน หัวใจของเสี่ยวถังก็ยังเผลอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่จดหมายฉบับแรกมาถึงในวันที่หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวลอยลงมาอย่างแผ่วเบา ปกคลุมหลังคาเรือนและถนนหินด้วยสีขาวจาง ๆบุรุษส่งสารมาถึงตอนยามสาย เสื้อคลุมของเขามีละอองหิมะเกาะอยู่เต็มบ่า“จดหมายจากในวังหลวงขอรับ”เพียงได้ยินคำว่าวังหลวง เสี่ยวถังก็วางพู่กันลงทันที นางรับซองจดหมายมา บนซองมีลายมือคมสวยเป็นระเบียบเพียงเห็นตัวอักษร มุมปากของนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเจ้าของลา

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 5

    บทที่ 5วนิดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเพดานไม้แกะสลักปรากฏตรงหน้า กลิ่นยาจีนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงผ้าสีอ่อนเสียดสีกันเบา ๆ ดังอยู่ใกล้หูความทรงจำก่อนหน้าค่อย ๆ ไหลกลับเข้ามาน้ำทะเล…ความเย็น…ความมืด…และการขาดอากาศหายใจ เธอควรจะตายไปแล้วแต่ตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่ และไม่ใช่ในร่างของตัวเอ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 4

    บทที่ 4เซียวหานดึงร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นจากสระบัว น้ำไหลอาบไปทั่วเรือนกายของสตรีในอ้อมแขนเขา กลีบบัวเปียกชื้นติดตามเส้นผมและอาภรณ์ที่แนบแน่นกับผิวกายทันทีที่เขาก้าวขึ้นจากน้ำ เสียงหวีดร้องของสาวใช้ในจวนก็ดังระงม“ฮูหยิน!”“รีบเอาผ้ามาเร็วเข้า!”“ท่านแม่ทัพ…ฮูหยิน…”เสียงแตกตื่นดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 3

    บทที่ 3หลังจากเดินไปบอกให้อาคิราควบคุมคนของตัวเองให้เรียบร้อย วนิดาก็ไม่คิดจะยืนอยู่ตรงนั้นแม้แต่วินาทีเดียว“กูขอออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ” เธอหันไปบอกปราณี น้ำเสียงแม้จะพยายามนิ่ง แต่สีหน้ากลับตึงเครียดจนเห็นได้ชัดปราณีมองเพื่อนรักเพียงแวบเดียวก็เข้าใจทันที “เออ ไปเหอะ” เธอพยักหน้า “หน้ามึงตอน

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 2

    บทที่ 2วนิดาถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างไม่ปิดบัง พลางยืนพิงราวเรือ มองผืนน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟจากตัวเรือยอร์ชสุดหรูซึ่งลอยลำอยู่กลางทะเลเรือยอร์ชส่วนตัวขนาดมหึมา รองรับผู้โดยสารได้กว่าหนึ่งร้อยชีวิต ความโอ่อ่าหรูหรานี้สมกับเป็นผลงานของบุตรชายเจ้าของอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกอย่าง “พบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status