Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-06-18 23:51:36

บทที่ 7

แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนอักษร บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาเบา ๆ และเสียงกระดาษในมือที่ถูกคลี่ออกช้า ๆ

แววตาของเซียวหานมืดครึ้ม

ท่าทางเคร่งเครียดกว่าทุกวัน

รายงานลับในมือเขาถูกอ่านซ้ำไปมา

แต่ยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งหนักอึ้ง

“อ๋องแปด…” เขาพึมพำเบา ๆ ข้อมูลที่สายลับส่งกลับมานั้นชัดเจนขึ้นทุกวัน

การซ่องสุมกำลังพล การเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ เครือข่ายที่ค่อย ๆ ขยายตัวในเงามืดและเบื้องหลังทั้งหมดนั้นมีชื่อของราชครูปรากฏอยู่เสมอ มือขวาที่อ๋องแปดไว้วางใจที่สุดและในเวลาเดียวกัน ก็เป็นบิดาของภรรยาเขา

เซียวหานวางรายงานลงช้า ๆ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะ สายตาหรี่ลงเล็กน้อย

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้…” เขาคิดในใจ “ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกันหมดแล้ว”

ฮูหยินเอกของราชครูคือบุตรสาวคนโตของอ๋องแปด สายสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งใดแล้วอู่เหมยหลินในฐานะบุตรสาวของราชครูจะไม่ใช่หมากในกระดานนี้ได้อย่างไร

ภาพของเด็กสาวที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นร่ำร้องจะขอแต่งงานกับเขา เพียงเพราะเห็นหน้าแค่ครั้งเดียวบนถนน ย้อนกลับมาในความคิด

เซียวหานแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“จะเป็นไปได้หรือ…” เขาพึมพำ “ที่นางจะยอมตายเพียงเพื่อความรัก”

คำตอบเขารู้ดีอยู่แก่ใจ

ไม่มีทาง

ทั้งหมดเป็นเพียงแผนการของสองพ่อลูกราชครู…และอู่เหมยหลิน หากทุกอย่างที่พวกนั้นวางแผนสำเร็จอู่เหมยหลินที่เป็นหลานสาวของอ๋องแปดก็จะกลายเป็นท่านหญิง แค่ฮูหยินแม่ทัพคงไม่เพียงพอกับความทะเยอทะยานของนาง

“พวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์…”เสียงพึมพำแผ่วเบาแต่แฝงความเย็นเยียบเซียวหานเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หลับตาลงชั่วครู่

ความทรงจำในอดีตค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมาเขาจับดาบตั้งแต่ยังหนุ่ม ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับรัชทายาท ผ่านศึกน้อยใหญ่

เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน ชีวิตของเขามีเพียงสนามรบ มีเพียงบ้านเมือง อายุล่วงเลยมาจนสามสิบห้า ไม่เคยปักใจรักสตรีคนใด ไม่เคยคิดจะผูกพัน หากต้องการระบายความใคร่ก็เพียงเดินเข้าหอโคมเขียว จบแล้วก็แยกย้าย ไม่มีความผูกพัน ไม่มีพันธะ นั่นคือชีวิตที่เขาเลือกและพอใจ

“ข้าไม่เคยต้องการ…” เสียงแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “ให้มีใครเข้ามาในชีวิต ไม่เคยอยากได้สิ่งที่เรียกว่าพันธะ”

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังสั่นคลอนเช่นนี้ แต่แล้ว…ราชครูก็ยื่นราชโองการบีบบังคับเขาให้แต่งงาน

เขายอมรับเพราะไม่มีทางเลือกแต่ในใจ เขาตัดสินใจแล้ว ว่าจะแต่งนางเข้ามาเพียงในนามปล่อยให้อยู่เรือนหลัง ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แตะต้อง ไม่สนใจ จนกว่านางจะทนไม่ไหวแล้วจากไปเอง

หรือไม่ก็…ใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นไปจนตาย

ทว่า…แผนการนั้นกลับพังทลายลงตั้งแต่คืนแรก คืนเข้าหอเขายังจำได้ดี กลิ่นหอมประหลาดในห้อง ความร้อนที่แล่นพล่านในร่างกาย สติที่พร่าเลือน และร่างอ่อนนุ่มที่อยู่ใต้ร่างของเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

เช้าวันถัดมาเขารู้ทันทีว่าตนถูกวางยาสายตาของเซียวหานเย็นเฉียบขึ้นทันทีที่นึกถึง

“ราชครู…”เสียงกัดฟันเบา ๆแฝงความโกรธที่ถูกกดไว้ลึกอีกฝ่ายไม่เพียงบีบให้เขาแต่งงานแต่ยังวางกับดักให้เขาหลับนอนกับอู่เหมยหลิน จนสุดท้ายนางตั้งครรภ์ ผูกมัดเขาไว้ด้วยสายเลือด ราวกับรู้ล่วงหน้า ว่าเขาจะคิดหนทางใดให้อู่เหมยหลิน “เหมือนจะรู้ความคิดของข้าดี…”

เซียวหานลืมตาขึ้นสายตาแข็งกร้าว “พวกจิ้งจอก…” ทั้งพ่อและลูกไม่มีใครน่าไว้ใจ เขาลุกขึ้นยืน เดินไปยังหน้าต่างมองออกไปยังสวนด้านนอกสายลมพัดใบไม้ไหวเบา ๆ แต่ในใจเขากลับไม่มีความสงบแม้แต่น้อย

เรื่องของอู่เหมยหลินยังไม่ใช่ทั้งหมดยังมีอีกคน เซียวเจิน

เขาไม่ใช่ไม่รู้ว่านางคิดอะไรเหตุใดจึงเดินทางมาที่เมืองหลวง มารดาของเขาเคยอ้อนวอนให้เขาแต่งงานเพื่อมีทายาทหลายครั้ง แต่เขาปฏิเสธทุกครั้ง

“หากไม่รัก…” เขาเคยบอกไว้ชัดเจน“ข้าจะไม่เอาสตรีใดมาผูกกับชีวิต”

คำพูดนั้นทำให้มารดาของเขาล้มเลิกความคิดไป แต่เมื่อเขาแต่งอู่เหมยหลินเข้าจวนทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เซียวเจิน ญาติห่าง ๆ ฝั่งบิดา ถูกส่งตัวมาในนามของการมาเยี่ยมเยียน

แต่ความจริงใคร ๆ ก็รู้ นางถูกส่งมาเพื่อดึงความสนใจของเขาและในเวลาเดียวกันเพื่อจับตาดูอู่เหมยหลิน

มารดาของเขา…คงกลัวว่าเขาจะหลงมารยาสตรีของอู่เหมยหลินจนเอาใจออกห่างจากรัชทายาท ความคิดนั้นทำให้เขาแค่นหัวเราะอีกครั้ง

“หลง?” เขาพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน สตรีที่ทำเพียงก้มหน้าบีบน้ำตามีสิ่งใดให้หลงไหลกัน

สหายที่ร่วมเป็นร่วมตายมาอย่างรัชทายาท ผ่านสนามรบ ผ่านเลือดและความตายจะให้เขาเอาไปเทียบกับสตรีที่ใช้เล่ห์กลบีบน้ำตา วางแผนล่อลวงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการได้อย่างไร

“ไม่มีวัน” คำตอบนั้นชัดเจนและไม่ลังเลแม้แต่น้อย เซียวหานไม่ใช่บุรุษที่มองคนไม่ออก

เขาเห็น เข้าใจ และรับรู้ทุกอย่าง

เพียงแต่เขาเลือกจะไม่ยุ่ง ไม่สนใจ ไม่เปิดโปงสตรี เพราะคิดว่า แค่ไม่ให้ความสำคัญอีกฝ่ายก็คงหยุดไปเอง ไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายอับอาย ไม่จำเป็นต้องสร้างศัตรูเพศตรงข้ามเพิ่ม

แต่ดูเหมือนความเงียบของเขาจะถูกตีความผิด ปลายนิ้วกำแน่นขึ้นเล็กน้อยสายตาเย็นลง

“พวกนางอยากจะเล่นสงครามประสาทกันก็เล่นกันสองคนเถอะ…ข้าแค่รอชมว่าใครจะเก่งกว่า” เขาพึมพำเบา ๆ แต่ก็เดาว่าเป็นเซียวเจิน เพราะที่ผ่านมาอู่เหมยหลินทำเพียงยิ้มรับ

เหตุผลที่เขาไม่ส่งเซียวเจินกลับทั้งที่รู้เจตนาของนางดี ไม่ใช่เพราะเมตตา ไม่ใช่เพราะไม่รู้แต่เป็นเพราะเขาต้องการใช้ประโยชน์

ใช้มือนาง กดดันบีบคั้น ให้อู่เหมยหลิน อยู่ในจวนแห่งนี้ด้วยความทุกข์ใจ ให้รู้ว่าที่นี่ ไม่ใช่ที่ของนาง ให้รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ ไม่ใช่ชัยชนะที่บิดานางอยากได้แต่เป็นกับดัก

“ข้าอยากเห็น…” แววตาคมฉายแววเย็นชา “ว่าเจ้าจะทนได้ถึงเมื่อใด” ลมพัดแรงขึ้นอีกระลอก ม่านหน้าต่างปลิวไหว บรรยากาศภายในเรือนอักษรเย็นเยียบลงอย่างชัดเจน

ศึกภายนอกอาจยังไม่ปะทุแต่ศึกภายในกำลังคุกรุ่น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็น

    ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นค่ำคืนหนึ่งหลังแต่งงานกับเฉินยวี่ได้หลายเดือนเสี่ยวถังฝัน เป็นความฝันที่ชัดเจนเสียจนเหมือนเรื่องจริงนางยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่งรอบกายเงียบสงบ ดอกเหมยสีขาวผลิบานเต็มกิ่ง หิมะโปรยลงมาอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งงดงามราวกับฉากหนึ่งในนิยายตรงหน้าของนาง มีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้อาภรณ์สีแดงเข้ม เรือนผมดำยาว แผ่นหลังอรชรที่คุ้นตาเหลือเกิน คุ้นเสียจนหัวใจของเสี่ยวถังพลันเต้นช้าลงนางค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าจมลงบนหิมะบางเบาเมื่อสตรีผู้นั้นหมุนกายกลับมา เสี่ยวถังก็ชะงักทันทีเพราะใบหน้านั้น…คือใบหน้าของซวีหยวนหยาน เหมือนกันทุกประการ สตรีผู้นั้นยิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกรี้ยวกราดไม่มีความคับแค้น มีเพียงความสงบที่ลึกซึ้ง“ในที่สุด…ข้าก็ได้พบเจ้าเสียที”เสี่ยวถังเม้มริมฝีปาก “ท่าน…คือซวีหยวนหยาน”อีกฝ่ายพยักหน้า “ใช่ เจ้าคือผู้ที่มาใช้ชีวิตแทนข้า”ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง เสี่ยวถังไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน นางเคยคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาหลายครั้งคิดว่า หากซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นทุกอย่างนางจะโกรธหรือไม่จะเสียใจหรือไม่จะคิดว่าเสี่ยวถังขโมยชีว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง“ถังถัเจ้าว่า…หรือเรื่องราวของเรา กำลังถูกใครบางคนอ่านอยู่เช่นกัน”เสี่ยวถังมองเขา ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คงไม่หรอก”นางตอบทันทีแต่ในใจ…กลับไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อยสายลมพัดผ่านลานเรือน หน้าหนังสือพลิกไปเองทีละหน้า จนไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้ายหน้าซึ่งก่อนหน้านี้ยังว่างเปล่าบัดนี้…กลับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละบรรทัดตอนพิเศษเมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้…เสี่ยวถังถึงกับยกมือกุมหน้าผากก่อนหัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่“นี่มัน…จะเกินไปแล้วนะ”เฉินยวี่เองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “อย่างน้อย ตอนจบคราวนี้ ผู้เขียนก็ใจดีกับท่าน”เสี่ยวถังปิดหนังสือลงเบา ๆ บุรุษนักเดินทางมองทั้งสองสลับกันด้วยสีหน้างุนงง“ตกลง…พวกท่านรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”เสี่ยวถังมองหนังสือในมือ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามเหนือยอดต้นท้อ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า“รู้จักเจ้าค่ะ รู้จักดีมากทีเดียว”เฉินยวี่มองนางด้วยรอยยิ้ม “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับมัน”เสี่ยวถังค่อย ๆ ลูบปกหนังสือว่างเปล่า ก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 1เช้าวันหนึ่งในเมืองหลวงแสงแดดอ่อนของต้นฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านกิ่งท้อในลานเรือน ดอกท้อสีชมพูอ่อนผลิบานเต็มกิ่ง กลีบบางปลิวร่วงตามสายลม ตกลงบนพื้นหินและขอบโต๊ะไม้ราวกับหิมะสีอ่อนเสี่ยวถังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อบนโต๊ะมีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันปลายพู่กันในมือนางเคลื่อนไปตามแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วสามปีผ่านไป นางยังคงทำงานตรวจบัญชีเช่นเดิมเพียงแต่เวลานี้ ชื่อของนางมิใช่เพียงผู้ช่วยของหน่วยตรวจการอีกต่อไปผู้คนทั่งแคว้นต่างรู้กันดีว่าหากบัญชีใดตกถึงมือซวีหยวนหยาน ต่อให้ซ่อนตัวเลขไว้ลึกเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตานางไปได้เฉินยวี่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแต่แทนที่จะช่วยตรวจเอกสาร เขากลับนั่งมองนางเสียมากกว่าเสี่ยวถังเขียนตัวเลขต่อไปได้หลายบรรทัด แรก ๆ นางทำเป็นไม่สนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องอยู่ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น“ท่านมีอะไรจะพูดหรือ”เฉินยวี่ส่ายหน้า “ไม่มี”เสี่ยวถังวางพู่กันลง “เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าอยู่เช่นนี้”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง “เพราะข้ากำลังคิด”“คิดอะไร”“หากวันนั้น…”“

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน

    บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผนเรือนเช่าหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่พักชั่วคราว บัดนี้กลายเป็นเรือนหลังใหม่ที่กว้างขึ้นไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นเรือนที่นางกับเฉินยวี่ช่วยกันเลือก ช่วยกันปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยกันจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเครื่องใช้ทุกชิ้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า แต่ทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำทุกมุมของบ้าน ต่างมีเรื่องราวของคนทั้งสองซ่อนอยู่หน้าต่างบานหนึ่งเป็นที่ที่เสี่ยวถังชอบนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นเหมยในลานเรือนคือสถานที่ที่เฉินยวี่มักชงชารอให้นางกลับจากทำงานส่วนห้องหนังสือยังคงเต็มไปด้วยสมุดบัญชีและเอกสารกองโตไม่ต่างจากเดิมเพียงแต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นภาระ หากเป็นงานที่ทั้งสองต่างภาคภูมิใจเช้าวันหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านบานหน้าต่างไม้เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาตามสายลม กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากร้านหัวมุมถนนลอยเข้ามาเจือกับกลิ่นชาที่กำลังต้มอยู่ในครัวเสี่ยวถังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงธรรมดาเหล่านั้นอย่างเงียบงันเช้าธรรมดาวันหนึ่งและนั่นเอง คือสิ่งที่นางโหยหามาตลอดไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเบา ๆ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอ

    บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองหลวงก้าวเข้าสู่ปลายฤดูหนาวอย่างเงียบงัน หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองเริ่มละลายทีละน้อย ราวหลังคาเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่หยดลงมาเป็นจังหวะ สองข้างถนนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้านรับลูกค้าแต่เช้าตรู่ชีวิตของเสี่ยวถังยังคงดำเนินไปไม่ต่างจากทุกวันยามเช้า นางออกตรวจเอกสารและบัญชียามบ่าย ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจการ เพื่อวางแผนตรวจสอบเมืองใกล้เคียงยามค่ำจึงกลับเรือนหลังเล็กของตน นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ก่อนเข้านอนพร้อมจดหมายของเฉินยวี่ที่เก็บไว้ในกล่องไม้ข้างเตียงแม้เขาจะไม่อยู่แต่งานของหน่วยตรวจการไม่เคยหยุดเดินตรงกันข้าม…กลับเดินหน้าอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวถังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายคนจัดระเบียบการทำงานใหม่ทั้งหมดสมุดบัญชีที่เคยกองสุมจนแทบหาสิ่งใดไม่พบ ถูกแบ่งหมวดหมู่ตามเมืองและปีเอกสารทุกฉบับมีเลขกำกับมีสารบัญมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแม้แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยังอดเอ่ยชมไม่ได้ว่า“ตั้งแต่มีคุณหนูซวีเข้ามา งานของพวกเราง่ายขึ้นมาก”ทุกครั้งที่ได้ยินคำชมเช่นนั้น เสี่ยวถังเพียงยิ้มรับ นางไม่ได

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมือง

    บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมืองวังหลวงอยู่ห่างจากเรือนที่เสี่ยวถังอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่เพราะหน้าที่ที่เขากำลังทำอยู่ทำให้การส่งหรือรับจดหมายต้องตรวจสอบทุกตัวอักษรจดหมายหนึ่งฉบับจึงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงมืออีกฝ่ายเมื่อก่อนเสี่ยวถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเฝ้ารอจดหมายจากผู้ใดในโลกเดิม การส่งข้อความเพียงชั่วพริบตาก็ถึงปลายทางอยากถามอะไรก็ถามอยากตอบอะไรก็ตอบ หากอีกฝ่ายไม่อ่านข้อความภายในครึ่งวันก็เริ่มสงสัยว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจแต่ในโลกแห่งนี้ การรอคอยหนึ่งฉบับกลับต้องนับเป็นวัน และถึงจะช้าเพียงใด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบุรุษส่งสารเคาะประตูเรือน หัวใจของเสี่ยวถังก็ยังเผลอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่จดหมายฉบับแรกมาถึงในวันที่หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวลอยลงมาอย่างแผ่วเบา ปกคลุมหลังคาเรือนและถนนหินด้วยสีขาวจาง ๆบุรุษส่งสารมาถึงตอนยามสาย เสื้อคลุมของเขามีละอองหิมะเกาะอยู่เต็มบ่า“จดหมายจากในวังหลวงขอรับ”เพียงได้ยินคำว่าวังหลวง เสี่ยวถังก็วางพู่กันลงทันที นางรับซองจดหมายมา บนซองมีลายมือคมสวยเป็นระเบียบเพียงเห็นตัวอักษร มุมปากของนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเจ้าของลา

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 9

    บทที่ 9วนิดาโอบกอดทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ร่างเล็กอุ่นนุ่มแนบอก กลิ่นน้ำนมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะปลายจมูก นางไม่เคยคิดไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการ ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพียงเท่านี้จะสามารถทำให้นาง…ตกหลุมรักได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหัวใจที่เคยแข็งกระด้างเพราะโลกอีกใบ เพราะการเอาตัวรอด เพราะการไม่ไว้ใจใคร

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 8

    บทที่ 8หลังจากผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่งวนิดาในตอนนี้กลายเป็นอู่เหมยหลินไม่คิดจะจมอยู่กับความสับสนอีกต่อไปนางตื่นขึ้นมาพร้อมความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงโลกที่นางอยู่…ไม่ใช่โลกเดิม ทั้งวิถีชีวิตขนบธรรมเนียม ความคิดของผู้คน ล้วนแตกต่างจากยุคของนางอย่างสิ้นเชิงแม้เพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 6

    บทที่ 6“ข้าว่าพี่หญิงต้องจงใจกระโดดลงไป เพื่อเรียกร้องความสนใจของญาติผู้พี่เป็นแน่เจ้าคะ”เสียงหวานอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน เซียวเจินก้าวเข้าสู่เรือนหลักด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยความเป็นห่วงดูเหมือนจริงเสียจนยากจะจับพิรุธแต่ในแววตานั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ไม่อาจเรียกว่าบริ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 5

    บทที่ 5วนิดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเพดานไม้แกะสลักปรากฏตรงหน้า กลิ่นยาจีนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงผ้าสีอ่อนเสียดสีกันเบา ๆ ดังอยู่ใกล้หูความทรงจำก่อนหน้าค่อย ๆ ไหลกลับเข้ามาน้ำทะเล…ความเย็น…ความมืด…และการขาดอากาศหายใจ เธอควรจะตายไปแล้วแต่ตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่ และไม่ใช่ในร่างของตัวเอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status