Partager

บทที่ 9

last update Date de publication: 2026-06-18 23:52:19

บทที่ 9

วนิดาโอบกอดทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ร่างเล็กอุ่นนุ่มแนบอก กลิ่นน้ำนมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะปลายจมูก นางไม่เคยคิดไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการ ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพียงเท่านี้

จะสามารถทำให้นาง…ตกหลุมรักได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหัวใจที่เคยแข็งกระด้างเพราะโลกอีกใบ เพราะการเอาตัวรอด เพราะการไม่ไว้ใจใคร กลับอ่อนยวบลงอย่างน่าประหลาด เพียงแค่เด็กคนนี้ขยับนิ้วเล็ก ๆ เพียงแค่เสียงหายใจแผ่วเบา ก็ทำให้ความรู้สึกบางอย่างพองโตขึ้นในอก

“ตัวเล็ก…” นางพึมพำเบา ๆ ปลายนิ้วแตะแก้มอ่อนนุ่มของทารกอย่างระมัดระวัง กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอออกแรงมากไป

“เจ้าออกมาจากท้องข้าได้อย่างไรกันนะ…”คำถามนั้นไม่มีคำตอบ แต่สายตาที่มองลงไป เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่แม้แต่นางเองยังแปลกใจ

อี้เจียงกับม่านม่านที่ยืนอยู่ไม่ไกลแอบยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“ฮูหยิน…”ม่านม่านเอ่ยเสียงเบา“คุณชายน้อยแข็งแรงมากเจ้าค่ะ”

“เจ้าค่ะ” อี้เจียงเสริม “ร้องเสียงดังดีนัก”

วนิดายิ้มมุมปากเล็กน้อยสายตายังไม่ละจากเด็กในอ้อมแขน“ดีแล้ว…” นางตอบเบา ๆในใจกลับคิดไปอีกทาง อย่างน้อยชีวิตนี้ก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสูญเสียทั้งหมด

ยังมีบางอย่าง…ที่เป็นของนางจริง ๆ

“ว่าแต่…”นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “แม่ทัพรู้หรือยัง”คำถามนั้นทำให้สองสาวใช้ชะงักไปเล็กน้อยอี้เจียงก้มหน้า

“บ่าวส่งคนไปแจ้งแล้วเจ้าค่ะ…”

ม่านม่านเม้มปาก“แต่…”

“แต่อะไร”วนิดาเลิกคิ้ว

อี้เจียงลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ“ท่านแม่ทัพ…ยังไม่ได้มาที่เรือนเจ้าค่ะ”

คำตอบนั้นไม่เหนือความคาดหมายวนิดาหัวเราะในลำคอเบา ๆ

“อืม” นางตอบเพียงเท่านั้นไม่ได้แสดงความผิดหวังเพราะไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรกสายตากลับไปมองเด็กในอ้อมแขนอีกครั้ง “ก็ดีแล้ว…” นางพึมพำ “ไม่มาก็ดี”

เพราะถ้าเขามานางก็ไม่รู้จะต้องทำหน้าแบบไหนใส่เขา พ่อของเด็กคนนี้…ที่ดูจะเกลียดเจ้าของร่างเดิมเข้าไส้

ความทรงจำที่ได้จากคำเล่าของคนรอบตัวรวมถึงท่าทีของเขาเอง ชัดเจนพอ เขาไม่ต้องการนาง ไม่ต้องการการแต่งงานนี้และไม่ต้องการลูกคนนี้ด้วยซ้ำ

“แต่ก็แปลกนะ…”วนิดาพึมพำกับตัวเอง  “เข้าหอกันแค่ครั้งเดียว…ดันท้องเลย”นางหัวเราะแผ่วเบามุมปากยกขึ้นอย่างมีเลศนัย “น้ำเชื้อก็ดีเหมือนกันนี่”

คำพูดนั้นทำเอาอี้เจียงกับม่านม่านหน้าแดงก่ำทันที “ฮูหยิน!”

ม่านม่านร้องเบา ๆ อย่างตกใจ “เรื่องเช่นนี้…”

“พูดตรง ๆ ก็ดีแล้วนี่”วนิดายักไหล่เล็กน้อยไม่คิดจะปิดบังอะไร โลกเดิมของนางเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องต้องเขินอายขนาดนั้น แต่พอเห็นปฏิกิริยาของสองสาวใช้ก็พอเข้าใจ

“โอเค ๆ ไม่พูดแล้วก็ได้” นางโบกมือเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจลูกของตนต่อทารกน้อยเริ่มสงบลงเสียงร้องเบาลงเปลี่ยนเป็นเสียงหายใจสม่ำเสมอ ดวงตาปิดสนิทเหมือนกำลังหลับ

“นอนแล้วเหรอ…”วนิดายิ้มบาง“เลี้ยงง่ายดีนี่”

อี้เจียงหัวเราะเบา ๆ“เด็กแรกเกิดก็เช่นนี้เจ้าค่ะฮูหยินกิน นอน ร้องไห้แล้วก็…” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย “ทำให้คนเป็นแม่หลงจนถอนตัวไม่ขึ้น”

คำพูดนั้นทำให้วนิดานิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง

“จริงด้วยสิ…”

นางก้มลงมองเด็กในอ้อมแขนสายตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ข้าเพิ่งเจอเจ้าไม่กี่ชั่วโมงเอง…แต่เหมือนจะหนีไม่พ้นแล้ว”ความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวไม่ใช่ความผูกพันแบบเพื่อนแต่เป็นบางอย่างที่ลึกกว่าแน่นกว่าและไม่ต้องการเหตุผล

“เจ้าชื่ออะไรดีนะ…”นางพึมพำคิ้วขมวดเล็กน้อยในหัวเริ่มคิดจริงจัง

ชื่อเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในโลกนี้

“ฮูหยิน…”ม่านม่านเอ่ยขึ้น“เรื่องตั้งชื่อ คงต้องให้ท่านแม่ทัพเป็นผู้ตัดสินนะเจ้าคะ”

คำพูดนั้นทำให้นางชะงักก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “งั้นเหรอ” น้ำเสียงเรียบ ๆ

แต่แววตาแฝงอะไรบางอย่าง “ถ้าเขาไม่สนใจล่ะ ลูกข้ามิต้องไร้ชื่องั้นหรือ”

อี้เจียงกับม่านม่านมองหน้ากันไม่มีใครกล้าตอบ เพราะคำตอบ ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว

วนิดาไม่ได้ซักต่อเพียงแค่ก้มลงมองลูกอีกครั้งมือเล็ก ๆ ของทารกขยับคว้านิ้วของนางเอาไว้แน่นความรู้สึกนั้นทำให้หัวใจสะดุด

“งั้น…”นางพึมพำ“ข้าตั้งเองก็แล้วกัน”เสียงนั้นเบาแต่หนักแน่น อี้เจียงอ้าปากจะพูดแต่สุดท้ายก็เงียบ เพราะแววตาของฮูหยินในตอนนี้ ไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่สตรีที่อ่อนแอ ไม่ใช่คนที่เอาแต่ร้องไห้ยามกลับมาจากเรือนหลัก

“ต่อให้ไม่มีใครต้องการเจ้า…”วนิดาพูดกับลูกเบา ๆ “ข้าก็ต้องการต่อให้โลกนี้ไม่ยอมรับเจ้า…ข้าจะยอมรับเอง” คำพูดนั้นไม่ได้ดังแต่กลับชัดเจนและหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด

ในขณะเดียวกันนอกเรือนร่างสูงของเซียวหานยืนอยู่เงียบ ๆ เขามาถึงตั้งแต่เมื่อครู่แต่ไม่ได้เข้าไป

เสียงเด็กร้อง…เขาได้ยินแล้ว

คำรายงาน…เขาก็รู้แล้ว บุตรชาย

คำคำนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวเขาควรดีใจหรือไม่ เขาเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเด็กคนนี้ ไม่ได้เกิดจากความต้องการของเขา แต่เป็นผลของแผนการของคนอื่น ทว่า… เมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น

หัวใจที่แข็งกร้าวกลับสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

“ท่านแม่ทัพ…” บ่าวที่ยืนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นเบา ๆ “จะเข้าไปหรือไม่ขอรับ”

เซียวหานนิ่งไป สายตาทอดมองไปยังประตูเรือนก่อนจะหันหลัง “ไม่จำเป็น”

คำตอบสั้น ๆ เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา ทิ้งไว้เพียงความเงียบ และเสียงลมหายใจของเด็กน้อยในเรือน

ภายในห้องวนิดายังคงโอบกอดลูกไว้ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคน ยืนอยู่ใกล้เพียงใดและเลือกจะจากไป โดยไม่แม้แต่จะมองแต่สำหรับนางมันไม่สำคัญแล้ว เพราะตั้งแต่วินาทีที่เด็กคนนี้ลืมตาดูโลก

ชีวิตของนางก็มีสิ่งที่ต้องปกป้องเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งและครั้งนีนางจะไม่ยอมเสียมันไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็น

    ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นค่ำคืนหนึ่งหลังแต่งงานกับเฉินยวี่ได้หลายเดือนเสี่ยวถังฝัน เป็นความฝันที่ชัดเจนเสียจนเหมือนเรื่องจริงนางยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่งรอบกายเงียบสงบ ดอกเหมยสีขาวผลิบานเต็มกิ่ง หิมะโปรยลงมาอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งงดงามราวกับฉากหนึ่งในนิยายตรงหน้าของนาง มีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้อาภรณ์สีแดงเข้ม เรือนผมดำยาว แผ่นหลังอรชรที่คุ้นตาเหลือเกิน คุ้นเสียจนหัวใจของเสี่ยวถังพลันเต้นช้าลงนางค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าจมลงบนหิมะบางเบาเมื่อสตรีผู้นั้นหมุนกายกลับมา เสี่ยวถังก็ชะงักทันทีเพราะใบหน้านั้น…คือใบหน้าของซวีหยวนหยาน เหมือนกันทุกประการ สตรีผู้นั้นยิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกรี้ยวกราดไม่มีความคับแค้น มีเพียงความสงบที่ลึกซึ้ง“ในที่สุด…ข้าก็ได้พบเจ้าเสียที”เสี่ยวถังเม้มริมฝีปาก “ท่าน…คือซวีหยวนหยาน”อีกฝ่ายพยักหน้า “ใช่ เจ้าคือผู้ที่มาใช้ชีวิตแทนข้า”ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง เสี่ยวถังไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน นางเคยคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาหลายครั้งคิดว่า หากซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นทุกอย่างนางจะโกรธหรือไม่จะเสียใจหรือไม่จะคิดว่าเสี่ยวถังขโมยชีว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง“ถังถัเจ้าว่า…หรือเรื่องราวของเรา กำลังถูกใครบางคนอ่านอยู่เช่นกัน”เสี่ยวถังมองเขา ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คงไม่หรอก”นางตอบทันทีแต่ในใจ…กลับไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อยสายลมพัดผ่านลานเรือน หน้าหนังสือพลิกไปเองทีละหน้า จนไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้ายหน้าซึ่งก่อนหน้านี้ยังว่างเปล่าบัดนี้…กลับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละบรรทัดตอนพิเศษเมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้…เสี่ยวถังถึงกับยกมือกุมหน้าผากก่อนหัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่“นี่มัน…จะเกินไปแล้วนะ”เฉินยวี่เองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “อย่างน้อย ตอนจบคราวนี้ ผู้เขียนก็ใจดีกับท่าน”เสี่ยวถังปิดหนังสือลงเบา ๆ บุรุษนักเดินทางมองทั้งสองสลับกันด้วยสีหน้างุนงง“ตกลง…พวกท่านรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”เสี่ยวถังมองหนังสือในมือ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามเหนือยอดต้นท้อ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า“รู้จักเจ้าค่ะ รู้จักดีมากทีเดียว”เฉินยวี่มองนางด้วยรอยยิ้ม “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับมัน”เสี่ยวถังค่อย ๆ ลูบปกหนังสือว่างเปล่า ก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 1เช้าวันหนึ่งในเมืองหลวงแสงแดดอ่อนของต้นฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านกิ่งท้อในลานเรือน ดอกท้อสีชมพูอ่อนผลิบานเต็มกิ่ง กลีบบางปลิวร่วงตามสายลม ตกลงบนพื้นหินและขอบโต๊ะไม้ราวกับหิมะสีอ่อนเสี่ยวถังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อบนโต๊ะมีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันปลายพู่กันในมือนางเคลื่อนไปตามแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วสามปีผ่านไป นางยังคงทำงานตรวจบัญชีเช่นเดิมเพียงแต่เวลานี้ ชื่อของนางมิใช่เพียงผู้ช่วยของหน่วยตรวจการอีกต่อไปผู้คนทั่งแคว้นต่างรู้กันดีว่าหากบัญชีใดตกถึงมือซวีหยวนหยาน ต่อให้ซ่อนตัวเลขไว้ลึกเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตานางไปได้เฉินยวี่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแต่แทนที่จะช่วยตรวจเอกสาร เขากลับนั่งมองนางเสียมากกว่าเสี่ยวถังเขียนตัวเลขต่อไปได้หลายบรรทัด แรก ๆ นางทำเป็นไม่สนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องอยู่ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น“ท่านมีอะไรจะพูดหรือ”เฉินยวี่ส่ายหน้า “ไม่มี”เสี่ยวถังวางพู่กันลง “เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าอยู่เช่นนี้”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง “เพราะข้ากำลังคิด”“คิดอะไร”“หากวันนั้น…”“

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน

    บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผนเรือนเช่าหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่พักชั่วคราว บัดนี้กลายเป็นเรือนหลังใหม่ที่กว้างขึ้นไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นเรือนที่นางกับเฉินยวี่ช่วยกันเลือก ช่วยกันปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยกันจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเครื่องใช้ทุกชิ้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า แต่ทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำทุกมุมของบ้าน ต่างมีเรื่องราวของคนทั้งสองซ่อนอยู่หน้าต่างบานหนึ่งเป็นที่ที่เสี่ยวถังชอบนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นเหมยในลานเรือนคือสถานที่ที่เฉินยวี่มักชงชารอให้นางกลับจากทำงานส่วนห้องหนังสือยังคงเต็มไปด้วยสมุดบัญชีและเอกสารกองโตไม่ต่างจากเดิมเพียงแต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นภาระ หากเป็นงานที่ทั้งสองต่างภาคภูมิใจเช้าวันหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านบานหน้าต่างไม้เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาตามสายลม กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากร้านหัวมุมถนนลอยเข้ามาเจือกับกลิ่นชาที่กำลังต้มอยู่ในครัวเสี่ยวถังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงธรรมดาเหล่านั้นอย่างเงียบงันเช้าธรรมดาวันหนึ่งและนั่นเอง คือสิ่งที่นางโหยหามาตลอดไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเบา ๆ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอ

    บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองหลวงก้าวเข้าสู่ปลายฤดูหนาวอย่างเงียบงัน หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองเริ่มละลายทีละน้อย ราวหลังคาเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่หยดลงมาเป็นจังหวะ สองข้างถนนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้านรับลูกค้าแต่เช้าตรู่ชีวิตของเสี่ยวถังยังคงดำเนินไปไม่ต่างจากทุกวันยามเช้า นางออกตรวจเอกสารและบัญชียามบ่าย ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจการ เพื่อวางแผนตรวจสอบเมืองใกล้เคียงยามค่ำจึงกลับเรือนหลังเล็กของตน นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ก่อนเข้านอนพร้อมจดหมายของเฉินยวี่ที่เก็บไว้ในกล่องไม้ข้างเตียงแม้เขาจะไม่อยู่แต่งานของหน่วยตรวจการไม่เคยหยุดเดินตรงกันข้าม…กลับเดินหน้าอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวถังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายคนจัดระเบียบการทำงานใหม่ทั้งหมดสมุดบัญชีที่เคยกองสุมจนแทบหาสิ่งใดไม่พบ ถูกแบ่งหมวดหมู่ตามเมืองและปีเอกสารทุกฉบับมีเลขกำกับมีสารบัญมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแม้แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยังอดเอ่ยชมไม่ได้ว่า“ตั้งแต่มีคุณหนูซวีเข้ามา งานของพวกเราง่ายขึ้นมาก”ทุกครั้งที่ได้ยินคำชมเช่นนั้น เสี่ยวถังเพียงยิ้มรับ นางไม่ได

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมือง

    บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมืองวังหลวงอยู่ห่างจากเรือนที่เสี่ยวถังอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่เพราะหน้าที่ที่เขากำลังทำอยู่ทำให้การส่งหรือรับจดหมายต้องตรวจสอบทุกตัวอักษรจดหมายหนึ่งฉบับจึงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงมืออีกฝ่ายเมื่อก่อนเสี่ยวถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเฝ้ารอจดหมายจากผู้ใดในโลกเดิม การส่งข้อความเพียงชั่วพริบตาก็ถึงปลายทางอยากถามอะไรก็ถามอยากตอบอะไรก็ตอบ หากอีกฝ่ายไม่อ่านข้อความภายในครึ่งวันก็เริ่มสงสัยว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจแต่ในโลกแห่งนี้ การรอคอยหนึ่งฉบับกลับต้องนับเป็นวัน และถึงจะช้าเพียงใด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบุรุษส่งสารเคาะประตูเรือน หัวใจของเสี่ยวถังก็ยังเผลอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่จดหมายฉบับแรกมาถึงในวันที่หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวลอยลงมาอย่างแผ่วเบา ปกคลุมหลังคาเรือนและถนนหินด้วยสีขาวจาง ๆบุรุษส่งสารมาถึงตอนยามสาย เสื้อคลุมของเขามีละอองหิมะเกาะอยู่เต็มบ่า“จดหมายจากในวังหลวงขอรับ”เพียงได้ยินคำว่าวังหลวง เสี่ยวถังก็วางพู่กันลงทันที นางรับซองจดหมายมา บนซองมีลายมือคมสวยเป็นระเบียบเพียงเห็นตัวอักษร มุมปากของนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเจ้าของลา

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทนำ

    บทนำ“ลูกไม้ปล่อยเพื่อจับของเจ้า…ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก อู่เหมยหลิน”น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มเรียบเย็น ทว่าซ่อนความหงุดหงิดเอาไว้ลึก ๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องนางไม่วาง ราวกับพยายามมองทะลุเข้าไปถึงความคิดภายในอู่เหมยหลินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ชายแขนเสื้อแพรบางไหวตามแรงลมแผ่วเบา นางมิได้ถอยหนี กลับยกยิ้มมุมป

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 8

    บทที่ 8หลังจากผ่านความเป็นความตายมาแล้วครั้งหนึ่งวนิดาในตอนนี้กลายเป็นอู่เหมยหลินไม่คิดจะจมอยู่กับความสับสนอีกต่อไปนางตื่นขึ้นมาพร้อมความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงโลกที่นางอยู่…ไม่ใช่โลกเดิม ทั้งวิถีชีวิตขนบธรรมเนียม ความคิดของผู้คน ล้วนแตกต่างจากยุคของนางอย่างสิ้นเชิงแม้เพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 7

    บทที่ 7แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนอักษร บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาเบา ๆ และเสียงกระดาษในมือที่ถูกคลี่ออกช้า ๆแววตาของเซียวหานมืดครึ้มท่าทางเคร่งเครียดกว่าทุกวันรายงานลับในมือเขาถูกอ่านซ้ำไปมาแต่ยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งหนักอึ้ง“อ๋องแปด…” เขาพึมพำเบา ๆ ข้อมูลที่สายลับส่

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 6

    บทที่ 6“ข้าว่าพี่หญิงต้องจงใจกระโดดลงไป เพื่อเรียกร้องความสนใจของญาติผู้พี่เป็นแน่เจ้าคะ”เสียงหวานอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน เซียวเจินก้าวเข้าสู่เรือนหลักด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยความเป็นห่วงดูเหมือนจริงเสียจนยากจะจับพิรุธแต่ในแววตานั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ไม่อาจเรียกว่าบริ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status