Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-06-18 23:52:19

บทที่ 9

วนิดาโอบกอดทารกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ร่างเล็กอุ่นนุ่มแนบอก กลิ่นน้ำนมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะปลายจมูก นางไม่เคยคิดไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการ ว่าสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เพียงเท่านี้

จะสามารถทำให้นาง…ตกหลุมรักได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบหัวใจที่เคยแข็งกระด้างเพราะโลกอีกใบ เพราะการเอาตัวรอด เพราะการไม่ไว้ใจใคร กลับอ่อนยวบลงอย่างน่าประหลาด เพียงแค่เด็กคนนี้ขยับนิ้วเล็ก ๆ เพียงแค่เสียงหายใจแผ่วเบา ก็ทำให้ความรู้สึกบางอย่างพองโตขึ้นในอก

“ตัวเล็ก…” นางพึมพำเบา ๆ ปลายนิ้วแตะแก้มอ่อนนุ่มของทารกอย่างระมัดระวัง กลัวเหลือเกินว่าจะเผลอออกแรงมากไป

“เจ้าออกมาจากท้องข้าได้อย่างไรกันนะ…”คำถามนั้นไม่มีคำตอบ แต่สายตาที่มองลงไป เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่แม้แต่นางเองยังแปลกใจ

อี้เจียงกับม่านม่านที่ยืนอยู่ไม่ไกลแอบยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

“ฮูหยิน…”ม่านม่านเอ่ยเสียงเบา“คุณชายน้อยแข็งแรงมากเจ้าค่ะ”

“เจ้าค่ะ” อี้เจียงเสริม “ร้องเสียงดังดีนัก”

วนิดายิ้มมุมปากเล็กน้อยสายตายังไม่ละจากเด็กในอ้อมแขน“ดีแล้ว…” นางตอบเบา ๆในใจกลับคิดไปอีกทาง อย่างน้อยชีวิตนี้ก็ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสูญเสียทั้งหมด

ยังมีบางอย่าง…ที่เป็นของนางจริง ๆ

“ว่าแต่…”นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “แม่ทัพรู้หรือยัง”คำถามนั้นทำให้สองสาวใช้ชะงักไปเล็กน้อยอี้เจียงก้มหน้า

“บ่าวส่งคนไปแจ้งแล้วเจ้าค่ะ…”

ม่านม่านเม้มปาก“แต่…”

“แต่อะไร”วนิดาเลิกคิ้ว

อี้เจียงลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ“ท่านแม่ทัพ…ยังไม่ได้มาที่เรือนเจ้าค่ะ”

คำตอบนั้นไม่เหนือความคาดหมายวนิดาหัวเราะในลำคอเบา ๆ

“อืม” นางตอบเพียงเท่านั้นไม่ได้แสดงความผิดหวังเพราะไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรกสายตากลับไปมองเด็กในอ้อมแขนอีกครั้ง “ก็ดีแล้ว…” นางพึมพำ “ไม่มาก็ดี”

เพราะถ้าเขามานางก็ไม่รู้จะต้องทำหน้าแบบไหนใส่เขา พ่อของเด็กคนนี้…ที่ดูจะเกลียดเจ้าของร่างเดิมเข้าไส้

ความทรงจำที่ได้จากคำเล่าของคนรอบตัวรวมถึงท่าทีของเขาเอง ชัดเจนพอ เขาไม่ต้องการนาง ไม่ต้องการการแต่งงานนี้และไม่ต้องการลูกคนนี้ด้วยซ้ำ

“แต่ก็แปลกนะ…”วนิดาพึมพำกับตัวเอง  “เข้าหอกันแค่ครั้งเดียว…ดันท้องเลย”นางหัวเราะแผ่วเบามุมปากยกขึ้นอย่างมีเลศนัย “น้ำเชื้อก็ดีเหมือนกันนี่”

คำพูดนั้นทำเอาอี้เจียงกับม่านม่านหน้าแดงก่ำทันที “ฮูหยิน!”

ม่านม่านร้องเบา ๆ อย่างตกใจ “เรื่องเช่นนี้…”

“พูดตรง ๆ ก็ดีแล้วนี่”วนิดายักไหล่เล็กน้อยไม่คิดจะปิดบังอะไร โลกเดิมของนางเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องต้องเขินอายขนาดนั้น แต่พอเห็นปฏิกิริยาของสองสาวใช้ก็พอเข้าใจ

“โอเค ๆ ไม่พูดแล้วก็ได้” นางโบกมือเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจลูกของตนต่อทารกน้อยเริ่มสงบลงเสียงร้องเบาลงเปลี่ยนเป็นเสียงหายใจสม่ำเสมอ ดวงตาปิดสนิทเหมือนกำลังหลับ

“นอนแล้วเหรอ…”วนิดายิ้มบาง“เลี้ยงง่ายดีนี่”

อี้เจียงหัวเราะเบา ๆ“เด็กแรกเกิดก็เช่นนี้เจ้าค่ะฮูหยินกิน นอน ร้องไห้แล้วก็…” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย “ทำให้คนเป็นแม่หลงจนถอนตัวไม่ขึ้น”

คำพูดนั้นทำให้วนิดานิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง

“จริงด้วยสิ…”

นางก้มลงมองเด็กในอ้อมแขนสายตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ข้าเพิ่งเจอเจ้าไม่กี่ชั่วโมงเอง…แต่เหมือนจะหนีไม่พ้นแล้ว”ความรู้สึกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวไม่ใช่ความผูกพันแบบเพื่อนแต่เป็นบางอย่างที่ลึกกว่าแน่นกว่าและไม่ต้องการเหตุผล

“เจ้าชื่ออะไรดีนะ…”นางพึมพำคิ้วขมวดเล็กน้อยในหัวเริ่มคิดจริงจัง

ชื่อเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในโลกนี้

“ฮูหยิน…”ม่านม่านเอ่ยขึ้น“เรื่องตั้งชื่อ คงต้องให้ท่านแม่ทัพเป็นผู้ตัดสินนะเจ้าคะ”

คำพูดนั้นทำให้นางชะงักก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “งั้นเหรอ” น้ำเสียงเรียบ ๆ

แต่แววตาแฝงอะไรบางอย่าง “ถ้าเขาไม่สนใจล่ะ ลูกข้ามิต้องไร้ชื่องั้นหรือ”

อี้เจียงกับม่านม่านมองหน้ากันไม่มีใครกล้าตอบ เพราะคำตอบ ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว

วนิดาไม่ได้ซักต่อเพียงแค่ก้มลงมองลูกอีกครั้งมือเล็ก ๆ ของทารกขยับคว้านิ้วของนางเอาไว้แน่นความรู้สึกนั้นทำให้หัวใจสะดุด

“งั้น…”นางพึมพำ“ข้าตั้งเองก็แล้วกัน”เสียงนั้นเบาแต่หนักแน่น อี้เจียงอ้าปากจะพูดแต่สุดท้ายก็เงียบ เพราะแววตาของฮูหยินในตอนนี้ ไม่เหมือนเดิม ไม่ใช่สตรีที่อ่อนแอ ไม่ใช่คนที่เอาแต่ร้องไห้ยามกลับมาจากเรือนหลัก

“ต่อให้ไม่มีใครต้องการเจ้า…”วนิดาพูดกับลูกเบา ๆ “ข้าก็ต้องการต่อให้โลกนี้ไม่ยอมรับเจ้า…ข้าจะยอมรับเอง” คำพูดนั้นไม่ได้ดังแต่กลับชัดเจนและหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด

ในขณะเดียวกันนอกเรือนร่างสูงของเซียวหานยืนอยู่เงียบ ๆ เขามาถึงตั้งแต่เมื่อครู่แต่ไม่ได้เข้าไป

เสียงเด็กร้อง…เขาได้ยินแล้ว

คำรายงาน…เขาก็รู้แล้ว บุตรชาย

คำคำนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวเขาควรดีใจหรือไม่ เขาเองก็ไม่แน่ใจ เพราะเด็กคนนี้ ไม่ได้เกิดจากความต้องการของเขา แต่เป็นผลของแผนการของคนอื่น ทว่า… เมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น

หัวใจที่แข็งกร้าวกลับสั่นไหวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

“ท่านแม่ทัพ…” บ่าวที่ยืนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นเบา ๆ “จะเข้าไปหรือไม่ขอรับ”

เซียวหานนิ่งไป สายตาทอดมองไปยังประตูเรือนก่อนจะหันหลัง “ไม่จำเป็น”

คำตอบสั้น ๆ เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา ทิ้งไว้เพียงความเงียบ และเสียงลมหายใจของเด็กน้อยในเรือน

ภายในห้องวนิดายังคงโอบกอดลูกไว้ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคน ยืนอยู่ใกล้เพียงใดและเลือกจะจากไป โดยไม่แม้แต่จะมองแต่สำหรับนางมันไม่สำคัญแล้ว เพราะตั้งแต่วินาทีที่เด็กคนนี้ลืมตาดูโลก

ชีวิตของนางก็มีสิ่งที่ต้องปกป้องเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งและครั้งนีนางจะไม่ยอมเสียมันไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็น

    ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นค่ำคืนหนึ่งหลังแต่งงานกับเฉินยวี่ได้หลายเดือนเสี่ยวถังฝัน เป็นความฝันที่ชัดเจนเสียจนเหมือนเรื่องจริงนางยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่งรอบกายเงียบสงบ ดอกเหมยสีขาวผลิบานเต็มกิ่ง หิมะโปรยลงมาอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งงดงามราวกับฉากหนึ่งในนิยายตรงหน้าของนาง มีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้อาภรณ์สีแดงเข้ม เรือนผมดำยาว แผ่นหลังอรชรที่คุ้นตาเหลือเกิน คุ้นเสียจนหัวใจของเสี่ยวถังพลันเต้นช้าลงนางค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าจมลงบนหิมะบางเบาเมื่อสตรีผู้นั้นหมุนกายกลับมา เสี่ยวถังก็ชะงักทันทีเพราะใบหน้านั้น…คือใบหน้าของซวีหยวนหยาน เหมือนกันทุกประการ สตรีผู้นั้นยิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกรี้ยวกราดไม่มีความคับแค้น มีเพียงความสงบที่ลึกซึ้ง“ในที่สุด…ข้าก็ได้พบเจ้าเสียที”เสี่ยวถังเม้มริมฝีปาก “ท่าน…คือซวีหยวนหยาน”อีกฝ่ายพยักหน้า “ใช่ เจ้าคือผู้ที่มาใช้ชีวิตแทนข้า”ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง เสี่ยวถังไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน นางเคยคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาหลายครั้งคิดว่า หากซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นทุกอย่างนางจะโกรธหรือไม่จะเสียใจหรือไม่จะคิดว่าเสี่ยวถังขโมยชีว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง“ถังถัเจ้าว่า…หรือเรื่องราวของเรา กำลังถูกใครบางคนอ่านอยู่เช่นกัน”เสี่ยวถังมองเขา ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คงไม่หรอก”นางตอบทันทีแต่ในใจ…กลับไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อยสายลมพัดผ่านลานเรือน หน้าหนังสือพลิกไปเองทีละหน้า จนไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้ายหน้าซึ่งก่อนหน้านี้ยังว่างเปล่าบัดนี้…กลับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละบรรทัดตอนพิเศษเมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้…เสี่ยวถังถึงกับยกมือกุมหน้าผากก่อนหัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่“นี่มัน…จะเกินไปแล้วนะ”เฉินยวี่เองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “อย่างน้อย ตอนจบคราวนี้ ผู้เขียนก็ใจดีกับท่าน”เสี่ยวถังปิดหนังสือลงเบา ๆ บุรุษนักเดินทางมองทั้งสองสลับกันด้วยสีหน้างุนงง“ตกลง…พวกท่านรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”เสี่ยวถังมองหนังสือในมือ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามเหนือยอดต้นท้อ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า“รู้จักเจ้าค่ะ รู้จักดีมากทีเดียว”เฉินยวี่มองนางด้วยรอยยิ้ม “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับมัน”เสี่ยวถังค่อย ๆ ลูบปกหนังสือว่างเปล่า ก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 1เช้าวันหนึ่งในเมืองหลวงแสงแดดอ่อนของต้นฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านกิ่งท้อในลานเรือน ดอกท้อสีชมพูอ่อนผลิบานเต็มกิ่ง กลีบบางปลิวร่วงตามสายลม ตกลงบนพื้นหินและขอบโต๊ะไม้ราวกับหิมะสีอ่อนเสี่ยวถังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อบนโต๊ะมีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันปลายพู่กันในมือนางเคลื่อนไปตามแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วสามปีผ่านไป นางยังคงทำงานตรวจบัญชีเช่นเดิมเพียงแต่เวลานี้ ชื่อของนางมิใช่เพียงผู้ช่วยของหน่วยตรวจการอีกต่อไปผู้คนทั่งแคว้นต่างรู้กันดีว่าหากบัญชีใดตกถึงมือซวีหยวนหยาน ต่อให้ซ่อนตัวเลขไว้ลึกเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตานางไปได้เฉินยวี่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแต่แทนที่จะช่วยตรวจเอกสาร เขากลับนั่งมองนางเสียมากกว่าเสี่ยวถังเขียนตัวเลขต่อไปได้หลายบรรทัด แรก ๆ นางทำเป็นไม่สนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องอยู่ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น“ท่านมีอะไรจะพูดหรือ”เฉินยวี่ส่ายหน้า “ไม่มี”เสี่ยวถังวางพู่กันลง “เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าอยู่เช่นนี้”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง “เพราะข้ากำลังคิด”“คิดอะไร”“หากวันนั้น…”“

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน

    บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผนเรือนเช่าหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่พักชั่วคราว บัดนี้กลายเป็นเรือนหลังใหม่ที่กว้างขึ้นไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นเรือนที่นางกับเฉินยวี่ช่วยกันเลือก ช่วยกันปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยกันจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเครื่องใช้ทุกชิ้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า แต่ทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำทุกมุมของบ้าน ต่างมีเรื่องราวของคนทั้งสองซ่อนอยู่หน้าต่างบานหนึ่งเป็นที่ที่เสี่ยวถังชอบนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นเหมยในลานเรือนคือสถานที่ที่เฉินยวี่มักชงชารอให้นางกลับจากทำงานส่วนห้องหนังสือยังคงเต็มไปด้วยสมุดบัญชีและเอกสารกองโตไม่ต่างจากเดิมเพียงแต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นภาระ หากเป็นงานที่ทั้งสองต่างภาคภูมิใจเช้าวันหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านบานหน้าต่างไม้เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาตามสายลม กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากร้านหัวมุมถนนลอยเข้ามาเจือกับกลิ่นชาที่กำลังต้มอยู่ในครัวเสี่ยวถังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงธรรมดาเหล่านั้นอย่างเงียบงันเช้าธรรมดาวันหนึ่งและนั่นเอง คือสิ่งที่นางโหยหามาตลอดไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเบา ๆ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอ

    บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองหลวงก้าวเข้าสู่ปลายฤดูหนาวอย่างเงียบงัน หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองเริ่มละลายทีละน้อย ราวหลังคาเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่หยดลงมาเป็นจังหวะ สองข้างถนนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้านรับลูกค้าแต่เช้าตรู่ชีวิตของเสี่ยวถังยังคงดำเนินไปไม่ต่างจากทุกวันยามเช้า นางออกตรวจเอกสารและบัญชียามบ่าย ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจการ เพื่อวางแผนตรวจสอบเมืองใกล้เคียงยามค่ำจึงกลับเรือนหลังเล็กของตน นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ก่อนเข้านอนพร้อมจดหมายของเฉินยวี่ที่เก็บไว้ในกล่องไม้ข้างเตียงแม้เขาจะไม่อยู่แต่งานของหน่วยตรวจการไม่เคยหยุดเดินตรงกันข้าม…กลับเดินหน้าอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวถังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายคนจัดระเบียบการทำงานใหม่ทั้งหมดสมุดบัญชีที่เคยกองสุมจนแทบหาสิ่งใดไม่พบ ถูกแบ่งหมวดหมู่ตามเมืองและปีเอกสารทุกฉบับมีเลขกำกับมีสารบัญมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแม้แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยังอดเอ่ยชมไม่ได้ว่า“ตั้งแต่มีคุณหนูซวีเข้ามา งานของพวกเราง่ายขึ้นมาก”ทุกครั้งที่ได้ยินคำชมเช่นนั้น เสี่ยวถังเพียงยิ้มรับ นางไม่ได

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมือง

    บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมืองวังหลวงอยู่ห่างจากเรือนที่เสี่ยวถังอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่เพราะหน้าที่ที่เขากำลังทำอยู่ทำให้การส่งหรือรับจดหมายต้องตรวจสอบทุกตัวอักษรจดหมายหนึ่งฉบับจึงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงมืออีกฝ่ายเมื่อก่อนเสี่ยวถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเฝ้ารอจดหมายจากผู้ใดในโลกเดิม การส่งข้อความเพียงชั่วพริบตาก็ถึงปลายทางอยากถามอะไรก็ถามอยากตอบอะไรก็ตอบ หากอีกฝ่ายไม่อ่านข้อความภายในครึ่งวันก็เริ่มสงสัยว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจแต่ในโลกแห่งนี้ การรอคอยหนึ่งฉบับกลับต้องนับเป็นวัน และถึงจะช้าเพียงใด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบุรุษส่งสารเคาะประตูเรือน หัวใจของเสี่ยวถังก็ยังเผลอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่จดหมายฉบับแรกมาถึงในวันที่หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวลอยลงมาอย่างแผ่วเบา ปกคลุมหลังคาเรือนและถนนหินด้วยสีขาวจาง ๆบุรุษส่งสารมาถึงตอนยามสาย เสื้อคลุมของเขามีละอองหิมะเกาะอยู่เต็มบ่า“จดหมายจากในวังหลวงขอรับ”เพียงได้ยินคำว่าวังหลวง เสี่ยวถังก็วางพู่กันลงทันที นางรับซองจดหมายมา บนซองมีลายมือคมสวยเป็นระเบียบเพียงเห็นตัวอักษร มุมปากของนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเจ้าของลา

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 4

    บทที่ 4เซียวหานดึงร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นจากสระบัว น้ำไหลอาบไปทั่วเรือนกายของสตรีในอ้อมแขนเขา กลีบบัวเปียกชื้นติดตามเส้นผมและอาภรณ์ที่แนบแน่นกับผิวกายทันทีที่เขาก้าวขึ้นจากน้ำ เสียงหวีดร้องของสาวใช้ในจวนก็ดังระงม“ฮูหยิน!”“รีบเอาผ้ามาเร็วเข้า!”“ท่านแม่ทัพ…ฮูหยิน…”เสียงแตกตื่นดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 3

    บทที่ 3หลังจากเดินไปบอกให้อาคิราควบคุมคนของตัวเองให้เรียบร้อย วนิดาก็ไม่คิดจะยืนอยู่ตรงนั้นแม้แต่วินาทีเดียว“กูขอออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ” เธอหันไปบอกปราณี น้ำเสียงแม้จะพยายามนิ่ง แต่สีหน้ากลับตึงเครียดจนเห็นได้ชัดปราณีมองเพื่อนรักเพียงแวบเดียวก็เข้าใจทันที “เออ ไปเหอะ” เธอพยักหน้า “หน้ามึงตอน

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 2

    บทที่ 2วนิดาถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างไม่ปิดบัง พลางยืนพิงราวเรือ มองผืนน้ำสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟจากตัวเรือยอร์ชสุดหรูซึ่งลอยลำอยู่กลางทะเลเรือยอร์ชส่วนตัวขนาดมหึมา รองรับผู้โดยสารได้กว่าหนึ่งร้อยชีวิต ความโอ่อ่าหรูหรานี้สมกับเป็นผลงานของบุตรชายเจ้าของอู่ต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกอย่าง “พบ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 1

    บทที่ 1เรือนอักษรในยามสายควรจะเงียบสงบ หากแต่บรรยากาศภายในกลับตึงเครียดราวกับมีสายลมเย็นพัดผ่านไม่หยุด ร่างกำยำของแม่ทัพเซียวหานนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลัก ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบทอดมองแผนที่และเอกสารตรงหน้า ทว่าในแววตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิดเบื้องหน้าเขาคือรองแม่ทัพลี่ซูและรองแม่ทัพลี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status