Share

บทที่ 5

Penulis: moonlight -mini
last update Tanggal publikasi: 2026-06-18 23:50:53

บทที่ 5

วนิดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเพดานไม้แกะสลักปรากฏตรงหน้า กลิ่นยาจีนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงผ้าสีอ่อนเสียดสีกันเบา ๆ ดังอยู่ใกล้หู

ความทรงจำก่อนหน้าค่อย ๆ ไหลกลับเข้ามา

น้ำทะเล…ความเย็น…ความมืด…และการขาดอากาศหายใจ เธอควรจะตายไปแล้ว

แต่ตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่ และไม่ใช่ในร่างของตัวเอง ความคิดนั้นทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที

“คิน…” เสียงแหบแห้งหลุดออกจากริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว “คินอยู่ไหน…”

คำถามนั้นทำให้สาวใช้สองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงชะงักไปพร้อมกัน

อี้เจียงกับม่านม่านหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง ก่อนจะหันกลับมามองนายหญิงของตน

“ฮูหยิน…เมื่อครู่ท่านเรียกผู้ใดหรือเจ้าคะ”

วนิดาขมวดคิ้วเล็กน้อย “คินไง” เธอตอบอย่างหงุดหงิด “ก็ผู้ชายที่บอกว่าจะผ่าท้องฉันไงล่ะ!”

ไอ้บ้าคิน…

แทนที่จะอยู่รออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น พอฟื้นขึ้นมา ดันหายหัวไปเฉย ทิ้งเธอไว้กับสถานการณ์บ้า ๆ นี่คนเดียว

อี้เจียงกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างลังเล

“ท่านแม่ทัพเซียว…หรือเจ้าคะ”

“แม่ทัพ?” วนิดาทวนคำ

ม่านม่านพยักหน้า “เจ้าค่ะ แม่ทัพเซียว”

คำตอบนั้นทำให้เธอนิ่งอึ้งไป ภาพของบุรุษที่ช่วยเธอขึ้นจากน้ำผุดขึ้นมาในหัวทันที

ใบหน้าคมคาย

สายตาเย็นชา

รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยอำนาจ

เขา…มีบางส่วนคล้ายอาคิรา จนเธอคิดว่าเขาคือคิน แต่พอสติกลับมาครบถ้วนเมื่อพิจารณาดีแล้วพบว่าเพียงคล้ายแต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ความเหมือนนั้น…คล้ายเพียงเงาราง

แต่บรรยากาศรอบตัวกลับต่างกันลิบลับ

อาคิราเย็นชาแบบกวนประสาท

แต่ชายคนนี้ เย็นชาแบบ…อันตราย

วนิดาก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองอีกครั้งท้องที่นูนใหญ่ หนักอึ้ง และมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายใน มันไม่ใช่ของปลอม ไม่ใช่ภาพฝัน แต่เป็นของจริง ทารกในครรภ์ขยับเบา ๆ จนรู้สึกได้ชัดเจน ความรู้สึกนั้นทำให้เธอถึงกับกลืนน้ำลาย

“อย่าบอกนะว่า…”

เสียงพึมพำเบาแทบไม่ได้ยิน “รอดตายแล้วมาโผล่ต่างมิติ…” ภาพซีรีส์แนวตั้งย้อนเวลาที่เคยดูผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ได้นัดหมาย

เธอแทบอยากจะหัวเราะ แต่มัน…ดันเป็นเรื่องจริง

“ทำไมไม่ฟื้นในร่างเดิมนะ…” เธอบ่นเบา ๆ อย่างหัวเสีย “จะได้กลับไปลากคอคนที่ผลักฉันตกเรือออกมา”

ภาพเหตุการณ์ก่อนตายชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

จุดที่เธอยืน…ไม่ใช่จุดอับสายตา กล้องวงจรปิดก็ต้องมี ยิ่งไปกว่านั้น เธอกับพบตะวันเจ้าของเรือก็สนิทกัน ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะถูกปิดเงียบได้ ถ้าได้กลับไปเธอไม่มีทางปล่อยคนร้ายไว้แน่นอน

แต่ตอนนี้…เธอติดอยู่ที่นี่

ในร่างของใครก็ไม่รู้

ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย

“ฉันชื่ออะไร” คำถามหลุดออกมาอย่างกะทันหัน

อี้เจียงกับม่านม่านชะงักไปอีกครั้ง

“ฮูหยิน…” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจ

วนิดาถอนหายใจ “ข้าจมน้ำจนสิ้นสติไป” นางพยายามปรับคำพูดให้เข้ากับสถานการณ์ “ความทรงจำมันเลือนหมดแล้ว จำอะไรไม่ได้เลย”

คำโกหกถูกเอ่ยออกมาอย่างแนบเนียนเพราะดูจากสถานการณ์แล้ว นี่น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด สองสาวใช้มองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนที่สีหน้าจะเต็มไปด้วยความสงสาร

“โถ่…ฮูหยิน…” ม่านม่านแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ อี้เจียงเองก็รีบขยับเข้ามาใกล้

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะฮูหยิน พวกเราจะเล่าให้ท่านฟังเอง”

ทั้งสองเริ่มช่วยกันทบทวนเรื่องราว อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ฮูหยินมีนามว่า อู่เหมยหลิน” อี้เจียงเริ่มต้น “เป็นบุตรสาวคนโตของท่านราชครูอู่”

วนิดาพยักหน้าช้า ๆ พยายามจดจำทุกอย่าง

“ฮูหยิน…หลงรักท่านแม่ทัพตั้งแต่แรกพบ”ม่านม่านเสริม

“ตอนที่ท่านแม่ทัพนำทัพกลับเมืองหลวง”

คำพูดนั้นทำให้เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย

รักแรกพบ? เอาจริงดิ

“แล้ว…” เธอถามต่อ “หลังจากนั้นล่ะ”

อี้เจียงสูดลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเล่าต่อ “ฮูหยินไปอ้อนวอนท่านราชครู ขอให้ได้แต่งกับท่านแม่ทัพ”

“ถึงขั้นอดอาหาร…” ม่านม่านเสริม “แล้วก็…”

ทั้งสองชะงักเล็กน้อย ก่อนที่อี้เจียงจะกัดฟันเลียนเสียงนายหญิงของตนในอดีต

“หากไม่ได้แต่งกับเขา…ชาตินี้ลูกจะไม่แต่งให้ผู้ใดอีก!”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้น จนวนิดาถึงกับนิ่งไป “…”

นี่มันละครหลังข่าวชัด ๆ เธอในร่างนี้…เล่นใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ

อี้เจียงเองก็ยังทำหน้าประหลาดใจ

“ตอนนั้นบ่าวก็งงมากเจ้าค่ะ” นางพูดตามตรง “คุณหนูของบ่าวเรียบร้อย อ่อนหวาน ไม่เคยอยากได้อยากมีสิ่งใด แต่กลับ…ถึงขั้นจะปลิดชีพตนเอง…เพียงเพราะชายที่เห็นแค่ครั้งเดียว”

วนิดาได้แต่กลอกตาในใจ “แล้วบิดาข้า…”เธอถามต่อ “เห็นดีเห็นงามด้วยงั้นหรือ”

ม่านม่านพยักหน้าแรง “เจ้าค่ะ! ท่านราชครูรีบเข้าวังทันที เพื่อขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท”

อี้เจียงพูดต่อ “เพราะคนที่คุณหนูปักใจรัก…เป็นถึงวีรบุรุษของแคว้น ท่านแม่ทัพเซียวหาน”

ชื่อนั้นดังขึ้นชัดเจน วนิดานิ่งไปเล็กน้อยภาพชายคนนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง

สายตาคมกริบท่าทีเย็นชา และคำพูดที่แทงใจ

‘อย่าคิดจะพาลูกข้าไปตายด้วย’

เธอถอนหายใจเบา ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือเธอมาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่คลั่งรักผู้ชายคนหนึ่ง จนยอมเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน แล้วสุดท้ายก็ได้แต่งงานจริง

แต่ดูจากสถานการณ์… สามีไม่ได้รักเลยแม้แต่น้อย แถมยังเกลียดพ่อของนางเข้าไส้

“…”

ชีวิตดี ๆ ทั้งนั้น

วนิดาหลับตาลงชั่วครู่ พยายามเรียบเรียงสถานการณ์

หนึ่ง…เธอตายแล้ว แต่ดันมาอยู่ในร่างนี้

สอง…ร่างนี้กำลังท้องใกล้คลอด

สาม…สามีเป็นแม่ทัพสุดโหดที่ไม่ได้รักนาง

สี่…บิดาของร่างนี้น่าจะมีปัญหากับสามี

และห้า…เธอต้องใช้ชีวิตต่อไป…ในฐานะ อู่เหมยหลิน

“เฮ้อ…”

เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้น อี้เจียงกับม่านม่านมองหน้ากันอีกครั้ง

“ฮูหยิน…ท่านไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ”

วนิดาลืมตาขึ้น ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“เปล่า…” เธอตอบเรียบ ๆ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากความสับสน…กลายเป็นความมุ่งมั่นบางอย่าง “แค่คิดว่า…” เธอยกมือลูบท้องตัวเองเบา ๆ “ต่อจากนี้…คงต้องเหนื่อยหน่อยแล้ว”

ชีวิตใหม่ ในร่างใหม่ และสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าจะให้ยอมแพ้ตั้งแต่ต้น มันไม่ใช่นิสัยของเธอ

“ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว…” นางพึมพำเบา ๆ “ก็ต้องเล่นให้จบเกม” ดวงตาของวนิดาหรืออู่เหมยหลินคนใหม่ฉายแววแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าอดีตของร่างนี้จะเป็นอย่างไร ไม่ว่าเรื่องราวจะยุ่งยากแค่ไหน แต่ต่อจากนี้ชีวิตนี้ จะเป็นของเธอเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็น

    ตอนพิเศษ 2 ถ้าซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นค่ำคืนหนึ่งหลังแต่งงานกับเฉินยวี่ได้หลายเดือนเสี่ยวถังฝัน เป็นความฝันที่ชัดเจนเสียจนเหมือนเรื่องจริงนางยืนอยู่ในสวนแห่งหนึ่งรอบกายเงียบสงบ ดอกเหมยสีขาวผลิบานเต็มกิ่ง หิมะโปรยลงมาอย่างแผ่วเบา ทุกสิ่งงดงามราวกับฉากหนึ่งในนิยายตรงหน้าของนาง มีสตรีผู้หนึ่งยืนหันหลังให้อาภรณ์สีแดงเข้ม เรือนผมดำยาว แผ่นหลังอรชรที่คุ้นตาเหลือเกิน คุ้นเสียจนหัวใจของเสี่ยวถังพลันเต้นช้าลงนางค่อย ๆ สาวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าจมลงบนหิมะบางเบาเมื่อสตรีผู้นั้นหมุนกายกลับมา เสี่ยวถังก็ชะงักทันทีเพราะใบหน้านั้น…คือใบหน้าของซวีหยวนหยาน เหมือนกันทุกประการ สตรีผู้นั้นยิ้มอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่มีความเกรี้ยวกราดไม่มีความคับแค้น มีเพียงความสงบที่ลึกซึ้ง“ในที่สุด…ข้าก็ได้พบเจ้าเสียที”เสี่ยวถังเม้มริมฝีปาก “ท่าน…คือซวีหยวนหยาน”อีกฝ่ายพยักหน้า “ใช่ เจ้าคือผู้ที่มาใช้ชีวิตแทนข้า”ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง เสี่ยวถังไม่รู้ว่าควรเริ่มพูดจากตรงไหน นางเคยคิดถึงเจ้าของร่างนี้มาหลายครั้งคิดว่า หากซวีหยวนหยานตัวจริงได้เห็นทุกอย่างนางจะโกรธหรือไม่จะเสียใจหรือไม่จะคิดว่าเสี่ยวถังขโมยชีว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 2ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองนาง“ถังถัเจ้าว่า…หรือเรื่องราวของเรา กำลังถูกใครบางคนอ่านอยู่เช่นกัน”เสี่ยวถังมองเขา ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน“คงไม่หรอก”นางตอบทันทีแต่ในใจ…กลับไม่แน่ใจเลยแม้แต่น้อยสายลมพัดผ่านลานเรือน หน้าหนังสือพลิกไปเองทีละหน้า จนไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้ายหน้าซึ่งก่อนหน้านี้ยังว่างเปล่าบัดนี้…กลับมีตัวอักษรปรากฏขึ้นทีละบรรทัดตอนพิเศษเมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้…เสี่ยวถังถึงกับยกมือกุมหน้าผากก่อนหัวเราะจนแทบหยุดไม่อยู่“นี่มัน…จะเกินไปแล้วนะ”เฉินยวี่เองก็อดหัวเราะตามไม่ได้ “อย่างน้อย ตอนจบคราวนี้ ผู้เขียนก็ใจดีกับท่าน”เสี่ยวถังปิดหนังสือลงเบา ๆ บุรุษนักเดินทางมองทั้งสองสลับกันด้วยสีหน้างุนงง“ตกลง…พวกท่านรู้จักหนังสือเล่มนี้หรือไม่”เสี่ยวถังมองหนังสือในมือ ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามเหนือยอดต้นท้อ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า“รู้จักเจ้าค่ะ รู้จักดีมากทีเดียว”เฉินยวี่มองนางด้วยรอยยิ้ม “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับมัน”เสี่ยวถังค่อย ๆ ลูบปกหนังสือว่างเปล่า ก

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

    ตอนพิเศษ 1 เมื่อผู้เขียนลืมเขียนตอนนี้ไว้ สามปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด 1เช้าวันหนึ่งในเมืองหลวงแสงแดดอ่อนของต้นฤดูใบไม้ผลิสาดผ่านกิ่งท้อในลานเรือน ดอกท้อสีชมพูอ่อนผลิบานเต็มกิ่ง กลีบบางปลิวร่วงตามสายลม ตกลงบนพื้นหินและขอบโต๊ะไม้ราวกับหิมะสีอ่อนเสี่ยวถังนั่งอยู่ใต้ต้นท้อบนโต๊ะมีสมุดบัญชีหลายเล่มวางซ้อนกันปลายพู่กันในมือนางเคลื่อนไปตามแผ่นกระดาษอย่างคล่องแคล่วสามปีผ่านไป นางยังคงทำงานตรวจบัญชีเช่นเดิมเพียงแต่เวลานี้ ชื่อของนางมิใช่เพียงผู้ช่วยของหน่วยตรวจการอีกต่อไปผู้คนทั่งแคว้นต่างรู้กันดีว่าหากบัญชีใดตกถึงมือซวีหยวนหยาน ต่อให้ซ่อนตัวเลขไว้ลึกเพียงใด ก็ไม่มีทางหลุดรอดสายตานางไปได้เฉินยวี่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะแต่แทนที่จะช่วยตรวจเอกสาร เขากลับนั่งมองนางเสียมากกว่าเสี่ยวถังเขียนตัวเลขต่อไปได้หลายบรรทัด แรก ๆ นางทำเป็นไม่สนใจ แต่เมื่อรู้สึกได้ว่าสายตาอีกฝ่ายยังคงจับจ้องอยู่ในที่สุดนางก็เงยหน้าขึ้น“ท่านมีอะไรจะพูดหรือ”เฉินยวี่ส่ายหน้า “ไม่มี”เสี่ยวถังวางพู่กันลง “เช่นนั้นเหตุใดจึงมองข้าอยู่เช่นนี้”เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบตามตรง “เพราะข้ากำลังคิด”“คิดอะไร”“หากวันนั้น…”“

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผน

    บทที่ 45 ชีวิตที่ไม่ได้วางแผนเรือนเช่าหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงที่พักชั่วคราว บัดนี้กลายเป็นเรือนหลังใหม่ที่กว้างขึ้นไม่หรูหรา ไม่โอ่อ่าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเป็นเรือนที่นางกับเฉินยวี่ช่วยกันเลือก ช่วยกันปลูกต้นไม้หน้าบ้าน ช่วยกันจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือ และเครื่องใช้ทุกชิ้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า แต่ทุกสิ่งล้วนมีความทรงจำทุกมุมของบ้าน ต่างมีเรื่องราวของคนทั้งสองซ่อนอยู่หน้าต่างบานหนึ่งเป็นที่ที่เสี่ยวถังชอบนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นเหมยในลานเรือนคือสถานที่ที่เฉินยวี่มักชงชารอให้นางกลับจากทำงานส่วนห้องหนังสือยังคงเต็มไปด้วยสมุดบัญชีและเอกสารกองโตไม่ต่างจากเดิมเพียงแต่คราวนี้ มันไม่ได้เป็นภาระ หากเป็นงานที่ทั้งสองต่างภาคภูมิใจเช้าวันหนึ่งแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดผ่านบานหน้าต่างไม้เสียงพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดดังแว่วมาตามสายลม กลิ่นโจ๊กหอมกรุ่นจากร้านหัวมุมถนนลอยเข้ามาเจือกับกลิ่นชาที่กำลังต้มอยู่ในครัวเสี่ยวถังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ฟังเสียงธรรมดาเหล่านั้นอย่างเงียบงันเช้าธรรมดาวันหนึ่งและนั่นเอง คือสิ่งที่นางโหยหามาตลอดไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกเปิดออกเบา ๆ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอ

    บทที่ 44 การกลับมาของคนที่รอหนึ่งเดือนผ่านไปเมืองหลวงก้าวเข้าสู่ปลายฤดูหนาวอย่างเงียบงัน หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองเริ่มละลายทีละน้อย ราวหลังคาเปียกชื้นด้วยหยดน้ำที่หยดลงมาเป็นจังหวะ สองข้างถนนเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าแม่ค้าต่างทยอยเปิดร้านรับลูกค้าแต่เช้าตรู่ชีวิตของเสี่ยวถังยังคงดำเนินไปไม่ต่างจากทุกวันยามเช้า นางออกตรวจเอกสารและบัญชียามบ่าย ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจการ เพื่อวางแผนตรวจสอบเมืองใกล้เคียงยามค่ำจึงกลับเรือนหลังเล็กของตน นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ก่อนเข้านอนพร้อมจดหมายของเฉินยวี่ที่เก็บไว้ในกล่องไม้ข้างเตียงแม้เขาจะไม่อยู่แต่งานของหน่วยตรวจการไม่เคยหยุดเดินตรงกันข้าม…กลับเดินหน้าอย่างเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม เสี่ยวถังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายคนจัดระเบียบการทำงานใหม่ทั้งหมดสมุดบัญชีที่เคยกองสุมจนแทบหาสิ่งใดไม่พบ ถูกแบ่งหมวดหมู่ตามเมืองและปีเอกสารทุกฉบับมีเลขกำกับมีสารบัญมีผู้รับผิดชอบชัดเจนแม้แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนยังอดเอ่ยชมไม่ได้ว่า“ตั้งแต่มีคุณหนูซวีเข้ามา งานของพวกเราง่ายขึ้นมาก”ทุกครั้งที่ได้ยินคำชมเช่นนั้น เสี่ยวถังเพียงยิ้มรับ นางไม่ได

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมือง

    บทที่ 43 จดหมายระหว่างสองเมืองวังหลวงอยู่ห่างจากเรือนที่เสี่ยวถังอยู่ไม่ไกลมากนัก แต่เพราะหน้าที่ที่เขากำลังทำอยู่ทำให้การส่งหรือรับจดหมายต้องตรวจสอบทุกตัวอักษรจดหมายหนึ่งฉบับจึงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะเดินทางถึงมืออีกฝ่ายเมื่อก่อนเสี่ยวถังไม่เคยคิดว่าตนเองจะเฝ้ารอจดหมายจากผู้ใดในโลกเดิม การส่งข้อความเพียงชั่วพริบตาก็ถึงปลายทางอยากถามอะไรก็ถามอยากตอบอะไรก็ตอบ หากอีกฝ่ายไม่อ่านข้อความภายในครึ่งวันก็เริ่มสงสัยว่าเขายุ่งหรือไม่พอใจแต่ในโลกแห่งนี้ การรอคอยหนึ่งฉบับกลับต้องนับเป็นวัน และถึงจะช้าเพียงใด ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงบุรุษส่งสารเคาะประตูเรือน หัวใจของเสี่ยวถังก็ยังเผลอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่จดหมายฉบับแรกมาถึงในวันที่หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายเกล็ดหิมะสีขาวลอยลงมาอย่างแผ่วเบา ปกคลุมหลังคาเรือนและถนนหินด้วยสีขาวจาง ๆบุรุษส่งสารมาถึงตอนยามสาย เสื้อคลุมของเขามีละอองหิมะเกาะอยู่เต็มบ่า“จดหมายจากในวังหลวงขอรับ”เพียงได้ยินคำว่าวังหลวง เสี่ยวถังก็วางพู่กันลงทันที นางรับซองจดหมายมา บนซองมีลายมือคมสวยเป็นระเบียบเพียงเห็นตัวอักษร มุมปากของนางก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเจ้าของลา

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 7

    บทที่ 7แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนอักษร บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาเบา ๆ และเสียงกระดาษในมือที่ถูกคลี่ออกช้า ๆแววตาของเซียวหานมืดครึ้มท่าทางเคร่งเครียดกว่าทุกวันรายงานลับในมือเขาถูกอ่านซ้ำไปมาแต่ยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งหนักอึ้ง“อ๋องแปด…” เขาพึมพำเบา ๆ ข้อมูลที่สายลับส่

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 6

    บทที่ 6“ข้าว่าพี่หญิงต้องจงใจกระโดดลงไป เพื่อเรียกร้องความสนใจของญาติผู้พี่เป็นแน่เจ้าคะ”เสียงหวานอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน เซียวเจินก้าวเข้าสู่เรือนหลักด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยความเป็นห่วงดูเหมือนจริงเสียจนยากจะจับพิรุธแต่ในแววตานั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ไม่อาจเรียกว่าบริ

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 4

    บทที่ 4เซียวหานดึงร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นจากสระบัว น้ำไหลอาบไปทั่วเรือนกายของสตรีในอ้อมแขนเขา กลีบบัวเปียกชื้นติดตามเส้นผมและอาภรณ์ที่แนบแน่นกับผิวกายทันทีที่เขาก้าวขึ้นจากน้ำ เสียงหวีดร้องของสาวใช้ในจวนก็ดังระงม“ฮูหยิน!”“รีบเอาผ้ามาเร็วเข้า!”“ท่านแม่ทัพ…ฮูหยิน…”เสียงแตกตื่นดังเซ็งแซ่ไปทั่วบริเว

  • ฮูหยินตัวร้ายของแม่ทัพไร้ใจ   บทที่ 3

    บทที่ 3หลังจากเดินไปบอกให้อาคิราควบคุมคนของตัวเองให้เรียบร้อย วนิดาก็ไม่คิดจะยืนอยู่ตรงนั้นแม้แต่วินาทีเดียว“กูขอออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ” เธอหันไปบอกปราณี น้ำเสียงแม้จะพยายามนิ่ง แต่สีหน้ากลับตึงเครียดจนเห็นได้ชัดปราณีมองเพื่อนรักเพียงแวบเดียวก็เข้าใจทันที “เออ ไปเหอะ” เธอพยักหน้า “หน้ามึงตอน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status