Share

บทที่ 3

Author: SnailW
last update publish date: 2025-10-29 17:36:58

ตอนที่ 2

ไม่นานหลังจากซูอวี้หนิงเดินออกจากห้องผ่าตัด ราวกับเงาของเธอยังไม่ทันจางหายไปจากประตูอัตโนมัติ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วแผนก

บริเวณหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลชั้นสิบเจ็ด พยาบาลสาวสองคนยืนกระซิบกระซาบกันด้วยแววตาเป็นประกาย

“เธอเห็นไหม? แค่ยืนมองตอนเธอลงมีด ยังรู้สึกขนลุกเลย...”

“ฉันอยู่ตรงหัวเตียงนะ ตอนชีพจรตกลงไปสิบจุด ทุกคนแทบหยุดหายใจ แต่หมอซูกลับนิ่งสนิท!”

อีกคนพยักหน้าแรง “ใช่! ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ เหมือนเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรล่วงหน้าหมดแล้วน่ะ!”

มุมหนึ่งของแผนก ทีมผู้ช่วยแพทย์ชายสามคนที่เพิ่งถอดหน้ากากปลอดเชื้อ ต่างถอนหายใจพร้อมกันเหมือนนัดหมายไว้

“ฉันไม่เคยเห็นใครเย็บทรวงอกได้เร็วขนาดนั้นเลยว่ะ” คนหนึ่งเอ่ย

“ไม่ใช่แค่เร็ว แต่เรียบร้อยเหมือนผ้าปักเลย แผลแทบไม่เห็นรอยตะเข็บ!”

“เอาจริงนะ ถ้าเป็นหมอคนอื่น ฉันว่าเด็กคนนั้นรอดไม่ทันแน่”

เสียงซุบซิบดังขึ้น แต่ซูอวี้หนิงกลับไม่คิดที่จะสนใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับคำพูดเหล่านี้เธอได้ยินมันนับครั้งไม่ถ้วนเสียแล้ว แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะก้าวออกคำพูดบางอย่างกับทำให้เธอชะงักชั่วครู่หนึ่ง

“ไม่ใช่แค่ฝีมือนะที่น่าอิจฉา แม้แต่สามีของหมอซูก็ทำให้พวกเราอิจฉาเช่นกัน” พยาบาลสาวที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์กล่าวพร้อมสีหน้าขวยเขิน

เมื่อพยาบาลคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ต่างบิดตัวเขินอายเช่นกัน

“ใช่ คุณชายฉวี สามีของหมอซู เป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ แค่เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาก็ทำพวกเราแทบจะละลายได้อยู่แล้ว”

“อร้ายย อิจฉาหมอซูจริง ๆ”

เหล่านางพยาบาลที่อยู่ด้านหน้าต่างซุบซิบกันเสียงดัง แต่พวกเธอไม่รู้เลยว่า คำพูดเหล่านั้นของพวกเธอ ทำให้ใบหน้าของซูอวี้หนิงที่เคยสงบนิ่ง กลับดูเย็นชาขึ้นหลายส่วน โดยเฉพาะแววตา

ซูอวี้หนิงก้มมองนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา (17.24 น.)

วันนี้เธอคิดว่าอาจใช้เวลานานกว่านี้ในห้องผ่าตัด แต่เพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น ทำให้เสร็จเร็วกว่าที่เธอคิดไว้ เธอจึงเดินมาที่ถนนด้านหน้าโรงพยาบาล เพื่อเรียกรถกลับบ้านทันที

โดยปกติแล้วเธอไม่ค่อยได้กลับบ้านมากนัก เพราะเธอมีห้องคอนโดที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ไกล แต่เพราะวันนี้เธอจำได้ว่าเป็นวันพิเศษบางอย่าง ทำให้เธอเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลับบ้านสักหน่อย แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะจำได้หรือไม่ก็ตาม

รถแท็กซี่เคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่านย่านเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยแสงไฟเจิดจ้า ตึกระฟ้าเรียงรายขนานไปกับถนนราวกับจะประชันความหรูหรา แต่หญิงสาวบนเบาะหลังกลับไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างแม้แต่น้อย ซูอวี้หนิงนั่งเงียบ ดวงตาเหม่อลอยราวกับถูกความคิดบางอย่างดึงรั้งไว้

แสงไฟสีส้มจากเสาไฟข้างทางสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างสลับกับเงาใบหน้าเรียบนิ่งของเธอ จนเมื่อรถแล่นมาถึงหน้าประตูรั้วเหล็กอัตโนมัติของบ้านหลังใหญ่ แท็กซี่จึงค่อย ๆ ชะลอลง

บ้านหลังนี้ใหญ่โตและหรูหราอย่างยิ่ง ตัวเรือนก่อด้วยหินอ่อนสีขาวครีม ประดับด้วยบัวปูนฉลุลวดลายคลาสสิก แสงไฟจากโคมระย้าภายในสาดผ่านกระจกใสออกมาเผยให้เห็นความโอ่อ่าเกินกว่าจะเรียกว่าบ้านได้ลงคอ…มันคือคฤหาสน์ชั้นดี

นี่คือเรือนหอของเธอกับเขา ฉวีจิ้งไห่ ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลฉวี เจ้าของเครือโรงพยาบาลอวี้เหอที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ

เสียงประตูรั้วอัตโนมัติเปิดออกช้า ๆ ขณะคนขับแท็กซี่หันมายิ้มให้ผ่านกระจกหลัง “ถึงแล้วครับ”

ซูอวี้หนิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหยิบธนบัตรยื่นให้โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม เธอก้าวลงจากรถช้า ๆ สายลมยามเย็นพัดเส้นผมยาวของเธอปลิวตามแรงลม กลิ่นดอกไม้จากสวนด้านในโชยมาจาง ๆ

เมื่อก้าวผ่านประตูบ้าน เธอหยุดยืนอยู่ตรงบันไดหินอ่อนหน้าประตูราวกับลังเลอยู่ชั่วครู่

บ้านหลังนี้ แม้จะสวยงามเพียงใด…แต่มันกลับเย็นชาและเงียบงันในความรู้สึกของเธอเสมอ

เพียงก้าวเข้ามาด้านใน ซูอวี้หนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้ว จะต้องมีสาวใช้ออกมาต้อนรับเธอเสมอ แต่วันนี้ที่ด้านในกลับไม่มีใครอยู่เลยสักคน

เมื่อเดินเข้ามากลางบ้านแล้วยังไม่เห็นใคร ซูอวี้หนิงจึงเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง ที่เป็นห้องทำงานของอีกฝ่าย

เสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากด้านใน เป็นเสียงที่ไม่ควรปรากฏในบ้านหลังนี้…โดยเฉพาะในค่ำคืนนี้

ซูอวี้หนิงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าห้องทำงานที่เปิดอ้าออก บนพื้นพรมหรูมีเสื้อคลุมผ้าไหมสีชมพูซีดหล่นอยู่ พร้อมรอยยับย่นที่ชัดเจนว่าเพิ่งถอดออกไม่กี่นาทีก่อน ตามด้วยรองเท้าส้นสูงที่วางตะแคงไม่เป็นระเบียบ

เธอก้มมองทุกอย่างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าความเย็นชาในแววตากลับเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากเม้มแน่นจนแทบมองไม่เห็นรอยสีชมพูจางตามธรรมชาติ

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังลอดออกมาจากทางห้องนอนใหญ่ เสียงที่หากเป็นคนอื่นอาจรู้สึกขมขื่น หรือหัวใจสลาย

แต่ซูอวี้หนิงกลับเพียงแค่หรี่ตาลง แล้วหมุนตัวเดินไปทางต้นเสียงอย่างสงบ

เสียงหัวเราะนั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบา ราวกับบทสนทนาระหว่างชายหญิงที่ไม่ทันระวังว่า…ภรรยาที่แท้จริงของชายผู้นั้นได้กลับถึงบ้านแล้ว

ฝ่าเท้าของเธอเหยียบลงบนพรมอย่างไร้เสียง เธอไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอกลับมา และเธอ…ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

เมื่อมาถึงหน้าห้องนอนใหญ่ ประตูไม้สักบานหนาก็แง้มอยู่เล็กน้อย แสงสลัวจากโคมข้างเตียงลอดผ่านช่องประตูออกมาพอให้เห็นเงาตะคุ่มของสองร่างบนเตียง

เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “…คุณชายฉวี ถ้าหมอซูกลับมา จะไม่เป็นไรเหรอคะ?”

น้ำเสียงนั้นทั้งออดอ้อน ทั้งยั่วเย้า

และอีกเสียงที่ตามมาคือเสียงของเขา เสียงที่ซูอวี้หนิงคุ้นเคยดี…แต่เวลานี้มันกลับฟังดูห่างไกลเหลือเกิน

“เธอไม่ค่อยกลับมาหรอก อยู่โรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืน...อย่างกับแต่งงานกับมีดผ่าตัด ไม่ใช่กับฉัน”

ซูอวี้หนิงยืนนิ่งกับที่ ริมฝีปากขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ราวกับกำลังหัวเราะเยาะเบา ๆ กับคำพูดนั้น

มีดผ่าตัด อย่างนั้นหรือ?

ใช่สิ…นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่เธอยังควบคุมได้ในชีวิตนี้ แตกต่างจากความสัมพันธ์ตรงหน้า…ที่พังทลายลงมานานแล้ว

และคืนนี้…อาจถึงเวลาที่เธอจะต้องตัดมันทิ้งเสียที

แววตาของเธอวาววับราวกับมีดผ่าตัดในมือ เยือกเย็น แม่นยำ และไม่ลังเล เธอสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะผลักประตูเปิดออกอย่างมั่นคง

เสียงดัง แกรก ของลูกบิดทำให้คนในห้องชะงักเงียบไปทันที ซูอวี้หนิงยืนอยู่ตรงประตู ดวงตานิ่งเฉียบจ้องตรงไปที่เตียงโดยไม่กล่าวคำใด

ใบหน้าของฉวีจิ้งไห่เปลี่ยนสีในชั่วพริบตา ส่วนหญิงสาวบนเตียงรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายด้วยความตกใจ

ห้องที่เคยอบอุ่น กลับเย็นยะเยือกลงทันใด

ซูอวี้หนิงปรายตามองไปทางหญิงสาวที่รีบร้อนหาผ้ามาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่า ก่อนจะพบว่า อีกฝ่ายไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่กลับเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอนั่นเอง

ถังอวี่เหอ สูตินรีแพทย์

ฉวีจิ้งไห่ที่กลับมามีสติอีกครั้งรีบปรับสีหน้าให้นิ่งเรียบ เขารีบคว้าผ้าคลุมที่ถอดกองอยู่ไม่ไกลมาสวมใส่ ก่อนเดินเข้ามาหาซูอวี้หนิงพร้อมจับมือของเธอออกจากห้องนี้

ฉวีจิ้งไห่จูงมือเธอมาหยุดอยู่ที่กลางห้องนั่งเล่นที่เงียบงัน แสงจากโคมไฟสลัวสะท้อนใบหน้าที่ขึงเครียดของเขา ขณะที่ซูอวี้หนิงยืนอยู่อย่างนิ่งเฉย สายตาเรียบเย็น จับจ้องไปยังเขาอย่างรอคอยคำอธิบาย

“อวี้หนิง…ฟังฉันก่อน” เขาเริ่มเสียงแผ่ว ราวกับกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม

“สิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้ มันไม่ได้—” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนคำทันที “ฉันแค่…รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป”

เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่พูดอะไร รอให้เขาพูดต่อ

“เธอไม่เคยอยู่บ้านเลย อวี้หนิง” เสียงเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย “ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกัน ฉันแทบไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบสามีภรรยากับเธอจริง ๆ ด้วยซ้ำ”

“ไม่ว่าเช้าหรือค่ำ เธอก็เอาแต่ผ่าตัด เวรดึก ประชุมวิชาการ แล้วก็ทำงาน ทำงาน ทำงาน…” เขาสูดหายใจลึก แล้วสบตาเธอ

“ฉันเป็นคน ไม่ใช่เครื่องเรือนที่ตั้งอยู่รอให้เธอหันมาสนใจเป็นครั้งคราว”

“อวี้เหอ… ฉันรู้สึกไร้ค่า มันว่างเปล่าจนฉันทนไม่ไหวจริง ๆ” คำพูดนั้นลอยอยู่กลางห้องอยู่นาน ก่อนซูอวี้หนิงจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบและหนักแน่น

“เพราะฉันทำงานหนักเกินไป…คุณเลยต้องนอนกับเพื่อนร่วมงานของฉัน?” ฉวีจิ้งไห่ชะงัก ดวงตาเขาวูบไหว

“ฉันรู้ว่าเราสองคนไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก” หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่เย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง

“และก็จริง…ฉันเองก็ไม่เคยให้เวลากับคุณในแบบที่สามีควรได้รับจากภรรยา แต่ฉวีจิ้งไห่ อย่างน้อย…เราก็แต่งงานกัน” เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกเพียงครึ่งก้าว เสียงเย็นชาชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันอาจไม่ใช่ภรรยาที่ดีนัก แต่ฉันก็ให้เกียรติคุณในฐานะคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันเสมอมา แต่คุณกลับเลือกเหยียบย่ำมันทั้งหมดลงใต้เท้า แล้วโยนความผิดมาที่ฉัน เหมือนที่คนขี้ขลาดมักจะทำ”

เขาเม้มปากแน่น กำมือข้างหนึ่งจนเส้นเลือดปูด

“เธอไม่เข้าใจ…” เขาพึมพำ

ซูอวี้หนิงหัวเราะเย็นเธอเบือนหน้าหนี หยิบกระเป๋าที่วางพาดโซฟาไว้ขึ้นมา

“จิ้งไห่ คุณคงคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องการกระทำตลอดเวลาที่ผ่านมาของคุณใช่ไหม?” ซูอวี้หนิงหันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง พร้อมยิ้มด้วยท่าทางสมเพช

“มันไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณมักใช้ผู้หญิงเหล่านี้ในการปลดเปลื้องความต้องการของคุณ เรื่องนี้ฉันรับรู้มันมาโดยตลอด และที่ฉันมาที่นี่วันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อมาจับผิดคุณ แต่มาเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบวันแต่งงานของเราทั้งสองคน”

ฉวีจิ้งไห่ที่กำลังมองหน้าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของตนเองด้วยแววตาที่วูบไหวทันทีที่ได้ยินประโยคของอีกฝ่าย

“คุณบอกว่าฉันไม่เคยใส่ใจคุณเท่าที่ภรรยาสมควรทำ แต่ความผิดเหล่านี้ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิด?”

ร่างบางกล่าวจบก็ไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่าย เธอเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

……………….

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 76

    ซูอวี้หนิงชะงักไปเพียงชั่วขณะ ก่อนตอบแทนอาจารย์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยอ่านบันทึกแพทย์โบราณเล่มหนึ่ง ภายในมีบันทึกวิธีช่วยชีวิตคนที่หยุดหายใจไว้ ด้วยวิธีนี้”หูเทียนเหิงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ“วิธีนี้ใช้ได้ผล หลังจากนี้เจ้าต้องสอนศิษย์น้องทั้งสองคนด้วย”“เจ้าค่ะ” ซูอวี้ห

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 75

    ตอนที่ 46เมื่อเห็นว่าหญิงที่เพิ่งคลอดพ้นขีดอันตรายชั่วคราวแล้ว ซูอวี้หนิงจึงค่อย ๆ ตรวจชีพจรของนางอีกครั้ง ชีพจรยังอ่อนแรงมาก ลมหายใจแผ่ว สีหน้าซีดขาวไร้เลือดนางก้มตรวจดูผ้าที่รองรับเลือดใต้ร่างของหญิงผู้นั้น ก่อนขมวดคิ้ว“เสียเลือดมากเกินไป”หลิวชิวซุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบจดบันทึกไว้ทันทีซูอวี้หน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 74

    “เถียนเถียน เตรียมผ้าสะอาดเพิ่มรอรับคำสั่งจากข้า”“เจ้าค่ะ!”ซูอวี้หนิงหลับตาลงเพียงชั่วอึดใจ ก่อนรวบรวมสมาธิทั้งหมด“พี่สะใภ้...อีกครู่หนึ่งข้าจะช่วยท่าน ท่านต้องทำตามที่ข้าบอกทุกอย่าง เข้าใจหรือไม่”หญิงผู้นั้นพยักหน้าทั้งน้ำตา“ขะ เข้าใจ”ซูอวี้หนิงสูดหายใจลึก ก่อนค่อย ๆ ช่วยจัดท่าของทารกอย่างระม

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 73

    ตอนที่ 45“เด็กอยู่ในท่าก้น...และสายสะดือคล้ายจะเคลื่อนต่ำลงมา อาจารย์...หากปล่อยไว้ เด็กอาจขาดอากาศหายใจในครรภ์เจ้าค่ะ” ซูอวี้หนิงกล่าว ก่อนจะรีบก้มลงตรวจซ้ำอย่างระมัดระวัง แล้วเงยหน้าขึ้นมองหูเทียนเหิงอีกครั้งหูเทียนเหิงพยักหน้า“อืม”เวลานี้ ชายผู้เป็นสามีของคนไข้ยืนตัวสั่นอยู่ข้างประตู“ท่านหมอ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 72

    หลังจากที่ได้เรียนรู้กับหูเทียนเหิงอยู่สามเดือน ความสามารถของหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด นั่นเป็นเพราะการสอนของหูเทียนเหิงและด้วยความช่วยเหลือของซูอวี้หนิงยามเหม่า(05.00 น.)เสียงฝีเท้าอันเร่งรีบดังเข้ามาในลานเรือนของซูอวี้หนิงตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 71

    ตอนที่ 44หลังจากหูเทียนเหิงรับหลิวชิวซุ่ยและจวงเถียนเถียนเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ ชีวิตของสตรีทั้งสองก็พลิกผันไปโดยสิ้นเชิงหากก่อนหน้าการเตรียมตัวสอบของพวกนางนั้น คือการอ่านตำราด้วยตนเองก็ถือว่าหนักแล้วบัดนี้กลับหนักยิ่งกว่าหลายเท่าตัว หูเทียนเหิงไม่เคยสอนแพทย์จากตำราเพียงอย่างเดียว ในสายตาของเขา

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 18

    ซูอวี้หนิงหยิบเข็มเงินที่เพิ่งลนไฟเสร็จขึ้นมา ร้อยเส้นไหมสะอาดเข้าไปอย่างระมัดระวัง แสงตะเกียงส่องต้องปลายเข็มสะท้อนแวววับนางสูดลมหายใจลึก กดปลายนิ้วแนบขอบแผลที่ถูกกัดจนฉีกขาด แล้วจึงเริ่มแทงเข็มแรกลงไป เนื้อที่ฉีกแยกพลันถูกรั้งเข้าหากัน เสียงเนื้อเสียดสีกับเส้นไหมดังแผ่ว ๆ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบตึง

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 4

    ตอนที่ 3ลิฟต์เปิดออกพร้อมเสียงแจ้งเตือนแผ่วเบา ไฟในโถงชั้นที่ยี่สิบสามติดขึ้นทันทีที่เซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของเธอได้ซูอวี้หนิงเดินไปยังประตูห้องหมายเลข 2307 มือข้างหนึ่งยกบัตรคีย์การ์ดแตะเข้ากับช่องสแกน ก่อนเสียงคลิกเบา ๆ จะดังขึ้นตามด้วยประตูที่ปลดล็อกเมื่อก้าวเข้ามาในห้อง คอนโดแบบดูเพล็กซ์ขน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 2

    ตอนที่ 1โรงพยาบาลอวี้เหอเสียงล้อเตียงคนไข้เสียดสีไปตามพื้นกระเบื้อง ดังแทรกสลับกับเสียงเรียกชื่อจากพยาบาล แพทย์เวร และญาติผู้ป่วย โรงพยาบาลอวี้เหอในยามสายแน่นขนัดราวกับใจกลางตลาดยามเช้าตรงชั้นล่าง หน้าห้องฉุกเฉิน มีคนไข้นั่งรอ ห้อมล้อมไปด้วยเสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงประกาศขอเลือดด่วนส่วนชั้นส

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 1

    หญิงสาวจากอนาคต “ซูอวี้หนิง” ฟื้นขึ้นมาในร่างหญิงวิปลาสที่ถูกทั้งหมู่บ้านรังเกียจ นางมีเพียงความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่และหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ท่ามกลางยุคที่สตรีถูกมองว่าไร้ค่า การช่วยชีวิตชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชะตาที่พลิกผัน นางถูกบังคับให้แต่งงานกับเขา ทั้งที่ไม่รู้แม้ชื่อจร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status