Partager

บทที่ 3

Auteur: SnailW
last update Date de publication: 2025-10-29 17:36:58

ตอนที่ 2

ไม่นานหลังจากซูอวี้หนิงเดินออกจากห้องผ่าตัด ราวกับเงาของเธอยังไม่ทันจางหายไปจากประตูอัตโนมัติ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นทั่วแผนก

บริเวณหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลชั้นสิบเจ็ด พยาบาลสาวสองคนยืนกระซิบกระซาบกันด้วยแววตาเป็นประกาย

“เธอเห็นไหม? แค่ยืนมองตอนเธอลงมีด ยังรู้สึกขนลุกเลย...”

“ฉันอยู่ตรงหัวเตียงนะ ตอนชีพจรตกลงไปสิบจุด ทุกคนแทบหยุดหายใจ แต่หมอซูกลับนิ่งสนิท!”

อีกคนพยักหน้าแรง “ใช่! ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ เหมือนเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรล่วงหน้าหมดแล้วน่ะ!”

มุมหนึ่งของแผนก ทีมผู้ช่วยแพทย์ชายสามคนที่เพิ่งถอดหน้ากากปลอดเชื้อ ต่างถอนหายใจพร้อมกันเหมือนนัดหมายไว้

“ฉันไม่เคยเห็นใครเย็บทรวงอกได้เร็วขนาดนั้นเลยว่ะ” คนหนึ่งเอ่ย

“ไม่ใช่แค่เร็ว แต่เรียบร้อยเหมือนผ้าปักเลย แผลแทบไม่เห็นรอยตะเข็บ!”

“เอาจริงนะ ถ้าเป็นหมอคนอื่น ฉันว่าเด็กคนนั้นรอดไม่ทันแน่”

เสียงซุบซิบดังขึ้น แต่ซูอวี้หนิงกลับไม่คิดที่จะสนใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับคำพูดเหล่านี้เธอได้ยินมันนับครั้งไม่ถ้วนเสียแล้ว แต่ระหว่างที่เธอกำลังจะก้าวออกคำพูดบางอย่างกับทำให้เธอชะงักชั่วครู่หนึ่ง

“ไม่ใช่แค่ฝีมือนะที่น่าอิจฉา แม้แต่สามีของหมอซูก็ทำให้พวกเราอิจฉาเช่นกัน” พยาบาลสาวที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์กล่าวพร้อมสีหน้าขวยเขิน

เมื่อพยาบาลคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็ต่างบิดตัวเขินอายเช่นกัน

“ใช่ คุณชายฉวี สามีของหมอซู เป็นทายาทเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ แค่เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาก็ทำพวกเราแทบจะละลายได้อยู่แล้ว”

“อร้ายย อิจฉาหมอซูจริง ๆ”

เหล่านางพยาบาลที่อยู่ด้านหน้าต่างซุบซิบกันเสียงดัง แต่พวกเธอไม่รู้เลยว่า คำพูดเหล่านั้นของพวกเธอ ทำให้ใบหน้าของซูอวี้หนิงที่เคยสงบนิ่ง กลับดูเย็นชาขึ้นหลายส่วน โดยเฉพาะแววตา

ซูอวี้หนิงก้มมองนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา (17.24 น.)

วันนี้เธอคิดว่าอาจใช้เวลานานกว่านี้ในห้องผ่าตัด แต่เพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่น ทำให้เสร็จเร็วกว่าที่เธอคิดไว้ เธอจึงเดินมาที่ถนนด้านหน้าโรงพยาบาล เพื่อเรียกรถกลับบ้านทันที

โดยปกติแล้วเธอไม่ค่อยได้กลับบ้านมากนัก เพราะเธอมีห้องคอนโดที่อยู่ห่างจากโรงพยาบาลไม่ไกล แต่เพราะวันนี้เธอจำได้ว่าเป็นวันพิเศษบางอย่าง ทำให้เธอเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกลับบ้านสักหน่อย แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะจำได้หรือไม่ก็ตาม

รถแท็กซี่เคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่านย่านเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยแสงไฟเจิดจ้า ตึกระฟ้าเรียงรายขนานไปกับถนนราวกับจะประชันความหรูหรา แต่หญิงสาวบนเบาะหลังกลับไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างแม้แต่น้อย ซูอวี้หนิงนั่งเงียบ ดวงตาเหม่อลอยราวกับถูกความคิดบางอย่างดึงรั้งไว้

แสงไฟสีส้มจากเสาไฟข้างทางสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างสลับกับเงาใบหน้าเรียบนิ่งของเธอ จนเมื่อรถแล่นมาถึงหน้าประตูรั้วเหล็กอัตโนมัติของบ้านหลังใหญ่ แท็กซี่จึงค่อย ๆ ชะลอลง

บ้านหลังนี้ใหญ่โตและหรูหราอย่างยิ่ง ตัวเรือนก่อด้วยหินอ่อนสีขาวครีม ประดับด้วยบัวปูนฉลุลวดลายคลาสสิก แสงไฟจากโคมระย้าภายในสาดผ่านกระจกใสออกมาเผยให้เห็นความโอ่อ่าเกินกว่าจะเรียกว่าบ้านได้ลงคอ…มันคือคฤหาสน์ชั้นดี

นี่คือเรือนหอของเธอกับเขา ฉวีจิ้งไห่ ทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลฉวี เจ้าของเครือโรงพยาบาลอวี้เหอที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ

เสียงประตูรั้วอัตโนมัติเปิดออกช้า ๆ ขณะคนขับแท็กซี่หันมายิ้มให้ผ่านกระจกหลัง “ถึงแล้วครับ”

ซูอวี้หนิงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหยิบธนบัตรยื่นให้โดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม เธอก้าวลงจากรถช้า ๆ สายลมยามเย็นพัดเส้นผมยาวของเธอปลิวตามแรงลม กลิ่นดอกไม้จากสวนด้านในโชยมาจาง ๆ

เมื่อก้าวผ่านประตูบ้าน เธอหยุดยืนอยู่ตรงบันไดหินอ่อนหน้าประตูราวกับลังเลอยู่ชั่วครู่

บ้านหลังนี้ แม้จะสวยงามเพียงใด…แต่มันกลับเย็นชาและเงียบงันในความรู้สึกของเธอเสมอ

เพียงก้าวเข้ามาด้านใน ซูอวี้หนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะโดยปกติแล้ว จะต้องมีสาวใช้ออกมาต้อนรับเธอเสมอ แต่วันนี้ที่ด้านในกลับไม่มีใครอยู่เลยสักคน

เมื่อเดินเข้ามากลางบ้านแล้วยังไม่เห็นใคร ซูอวี้หนิงจึงเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง ที่เป็นห้องทำงานของอีกฝ่าย

เสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากด้านใน เป็นเสียงที่ไม่ควรปรากฏในบ้านหลังนี้…โดยเฉพาะในค่ำคืนนี้

ซูอวี้หนิงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าห้องทำงานที่เปิดอ้าออก บนพื้นพรมหรูมีเสื้อคลุมผ้าไหมสีชมพูซีดหล่นอยู่ พร้อมรอยยับย่นที่ชัดเจนว่าเพิ่งถอดออกไม่กี่นาทีก่อน ตามด้วยรองเท้าส้นสูงที่วางตะแคงไม่เป็นระเบียบ

เธอก้มมองทุกอย่างด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าความเย็นชาในแววตากลับเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ริมฝีปากเม้มแน่นจนแทบมองไม่เห็นรอยสีชมพูจางตามธรรมชาติ

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังลอดออกมาจากทางห้องนอนใหญ่ เสียงที่หากเป็นคนอื่นอาจรู้สึกขมขื่น หรือหัวใจสลาย

แต่ซูอวี้หนิงกลับเพียงแค่หรี่ตาลง แล้วหมุนตัวเดินไปทางต้นเสียงอย่างสงบ

เสียงหัวเราะนั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบา ราวกับบทสนทนาระหว่างชายหญิงที่ไม่ทันระวังว่า…ภรรยาที่แท้จริงของชายผู้นั้นได้กลับถึงบ้านแล้ว

ฝ่าเท้าของเธอเหยียบลงบนพรมอย่างไร้เสียง เธอไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเธอกลับมา และเธอ…ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย

เมื่อมาถึงหน้าห้องนอนใหญ่ ประตูไม้สักบานหนาก็แง้มอยู่เล็กน้อย แสงสลัวจากโคมข้างเตียงลอดผ่านช่องประตูออกมาพอให้เห็นเงาตะคุ่มของสองร่างบนเตียง

เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นแผ่วเบา “…คุณชายฉวี ถ้าหมอซูกลับมา จะไม่เป็นไรเหรอคะ?”

น้ำเสียงนั้นทั้งออดอ้อน ทั้งยั่วเย้า

และอีกเสียงที่ตามมาคือเสียงของเขา เสียงที่ซูอวี้หนิงคุ้นเคยดี…แต่เวลานี้มันกลับฟังดูห่างไกลเหลือเกิน

“เธอไม่ค่อยกลับมาหรอก อยู่โรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืน...อย่างกับแต่งงานกับมีดผ่าตัด ไม่ใช่กับฉัน”

ซูอวี้หนิงยืนนิ่งกับที่ ริมฝีปากขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ราวกับกำลังหัวเราะเยาะเบา ๆ กับคำพูดนั้น

มีดผ่าตัด อย่างนั้นหรือ?

ใช่สิ…นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่เธอยังควบคุมได้ในชีวิตนี้ แตกต่างจากความสัมพันธ์ตรงหน้า…ที่พังทลายลงมานานแล้ว

และคืนนี้…อาจถึงเวลาที่เธอจะต้องตัดมันทิ้งเสียที

แววตาของเธอวาววับราวกับมีดผ่าตัดในมือ เยือกเย็น แม่นยำ และไม่ลังเล เธอสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะผลักประตูเปิดออกอย่างมั่นคง

เสียงดัง แกรก ของลูกบิดทำให้คนในห้องชะงักเงียบไปทันที ซูอวี้หนิงยืนอยู่ตรงประตู ดวงตานิ่งเฉียบจ้องตรงไปที่เตียงโดยไม่กล่าวคำใด

ใบหน้าของฉวีจิ้งไห่เปลี่ยนสีในชั่วพริบตา ส่วนหญิงสาวบนเตียงรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายด้วยความตกใจ

ห้องที่เคยอบอุ่น กลับเย็นยะเยือกลงทันใด

ซูอวี้หนิงปรายตามองไปทางหญิงสาวที่รีบร้อนหาผ้ามาคลุมร่างกายที่เปลือยเปล่า ก่อนจะพบว่า อีกฝ่ายไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่กลับเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอนั่นเอง

ถังอวี่เหอ สูตินรีแพทย์

ฉวีจิ้งไห่ที่กลับมามีสติอีกครั้งรีบปรับสีหน้าให้นิ่งเรียบ เขารีบคว้าผ้าคลุมที่ถอดกองอยู่ไม่ไกลมาสวมใส่ ก่อนเดินเข้ามาหาซูอวี้หนิงพร้อมจับมือของเธอออกจากห้องนี้

ฉวีจิ้งไห่จูงมือเธอมาหยุดอยู่ที่กลางห้องนั่งเล่นที่เงียบงัน แสงจากโคมไฟสลัวสะท้อนใบหน้าที่ขึงเครียดของเขา ขณะที่ซูอวี้หนิงยืนอยู่อย่างนิ่งเฉย สายตาเรียบเย็น จับจ้องไปยังเขาอย่างรอคอยคำอธิบาย

“อวี้หนิง…ฟังฉันก่อน” เขาเริ่มเสียงแผ่ว ราวกับกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม

“สิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้ มันไม่ได้—” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วเปลี่ยนคำทันที “ฉันแค่…รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป”

เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่พูดอะไร รอให้เขาพูดต่อ

“เธอไม่เคยอยู่บ้านเลย อวี้หนิง” เสียงเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย “ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกัน ฉันแทบไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบสามีภรรยากับเธอจริง ๆ ด้วยซ้ำ”

“ไม่ว่าเช้าหรือค่ำ เธอก็เอาแต่ผ่าตัด เวรดึก ประชุมวิชาการ แล้วก็ทำงาน ทำงาน ทำงาน…” เขาสูดหายใจลึก แล้วสบตาเธอ

“ฉันเป็นคน ไม่ใช่เครื่องเรือนที่ตั้งอยู่รอให้เธอหันมาสนใจเป็นครั้งคราว”

“อวี้เหอ… ฉันรู้สึกไร้ค่า มันว่างเปล่าจนฉันทนไม่ไหวจริง ๆ” คำพูดนั้นลอยอยู่กลางห้องอยู่นาน ก่อนซูอวี้หนิงจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบและหนักแน่น

“เพราะฉันทำงานหนักเกินไป…คุณเลยต้องนอนกับเพื่อนร่วมงานของฉัน?” ฉวีจิ้งไห่ชะงัก ดวงตาเขาวูบไหว

“ฉันรู้ว่าเราสองคนไม่ได้แต่งงานกันด้วยความรัก” หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่เย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง

“และก็จริง…ฉันเองก็ไม่เคยให้เวลากับคุณในแบบที่สามีควรได้รับจากภรรยา แต่ฉวีจิ้งไห่ อย่างน้อย…เราก็แต่งงานกัน” เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกเพียงครึ่งก้าว เสียงเย็นชาชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันอาจไม่ใช่ภรรยาที่ดีนัก แต่ฉันก็ให้เกียรติคุณในฐานะคนที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกันเสมอมา แต่คุณกลับเลือกเหยียบย่ำมันทั้งหมดลงใต้เท้า แล้วโยนความผิดมาที่ฉัน เหมือนที่คนขี้ขลาดมักจะทำ”

เขาเม้มปากแน่น กำมือข้างหนึ่งจนเส้นเลือดปูด

“เธอไม่เข้าใจ…” เขาพึมพำ

ซูอวี้หนิงหัวเราะเย็นเธอเบือนหน้าหนี หยิบกระเป๋าที่วางพาดโซฟาไว้ขึ้นมา

“จิ้งไห่ คุณคงคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องการกระทำตลอดเวลาที่ผ่านมาของคุณใช่ไหม?” ซูอวี้หนิงหันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง พร้อมยิ้มด้วยท่าทางสมเพช

“มันไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณมักใช้ผู้หญิงเหล่านี้ในการปลดเปลื้องความต้องการของคุณ เรื่องนี้ฉันรับรู้มันมาโดยตลอด และที่ฉันมาที่นี่วันนี้ก็ไม่ใช่เพื่อมาจับผิดคุณ แต่มาเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบวันแต่งงานของเราทั้งสองคน”

ฉวีจิ้งไห่ที่กำลังมองหน้าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของตนเองด้วยแววตาที่วูบไหวทันทีที่ได้ยินประโยคของอีกฝ่าย

“คุณบอกว่าฉันไม่เคยใส่ใจคุณเท่าที่ภรรยาสมควรทำ แต่ความผิดเหล่านี้ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายผิด?”

ร่างบางกล่าวจบก็ไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่าย เธอเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นทันที โดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

……………….

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 148

    “เพราะตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าควรตัดสินใจเช่นไร”รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวจื่อเฉียงค่อย ๆ เลือนหายไป เขามองนางด้วยสายตาจริงจัง“หากเป็นข้า ข้าคงเลือกตามสิ่งที่ตนเองต้องการ” โจวจื่อเฉียงไม่ต้องการให้นางคิดมาก“แล้วสิ่งที่ข้าต้องการสำคัญด้วยหรือ?” ซูอวี้หนิงถอนหายใจเบา ๆ “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของข้าคนเดียว

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 147

    ตอนที่ 83เพราะการตัดสินใจของซูอวี้หนิงที่ผิดจากการคาดเดาของตนเอง เขาจึงชะล่าใจเรื่องที่มีคนแอบติดตามตนเองอยู่ซูอวี้หนิงกวาดสายตามองเหล่าโจวต้าซานและคนอื่น ๆ ก่อนจะตัดสินใจถามขึ้น“พวกท่านคือคนของหอไร้ลักษณ์อย่างนั้นหรือ? แล้วเหตุใดพวกเขาจำเป็นต้องมาตามล่าพวกท่านด้วย?” เพราะในตอนนั้นสถานการณ์คับขัน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 146

    เปลวไฟยังลุกลามต่อเนื่องผงที่นางให้หลี่เจิ้นกัวยิงขึ้นฟ้านั้น ไม่ใช่ยาพิษ แต่มันคือส่วนผสมที่ใช้ในการทำระเบิด แต่หากถูกผงนี้โดยไม่ได้มีไฟ ก็จะทำให้ศัตรูหน้ามืด วิงเวียนและสลบไปเท่านั้นแต่ผงยาชนิดนี้เป็นผงที่ไวต่อการติดไฟ เมื่อกระจายตัวอยู่ในอากาศแล้วเจอประกายไฟ แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถลุกไหม้ได้ใน

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 145

    ตอนที่ 82ไม่เพียงแต่ซูอวี้หนิงเท่านั้นที่รู้ว่าพวกมันกำลังเรียกกำลังเสริม โจวต้าซานและคนอื่น ๆ เองก็เช่นกันกรุบกรับ ๆ ๆเสียงรถม้าดังมาจากอีกด้านหนึ่ง เมื่อซูอวี้หนิงหันไปมองดูก็พบว่า คนที่ควบรถม้ามาคือท่านหลี่เจิ้นกัว ที่ไม่รู้ว่าหายไปเอารถม้าตั้งแต่เมื่อใดหลี่เจิ้นกัวรีบควบม้าฝ่าดงล้อมเข้ามาจอด

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 144

    ซูอวี้หนิงและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านใน ต่างหัวกระแทกไม้กันอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยรถม้าไม่อาจควบคุมได้ ทำให้รถม้าพลิกคว่ำอย่างรวดเร็ว“หาที่จับเอาไว้!!” ซูอวี้หนิงที่รู้ว่ารถม้าต้องพลิกคว่ำเป็นแน่ตะโกนบอกกับคนอื่น ๆ โดยที่ตั้งนางเองก็หาที่ยึดเกาะเอาไว้ด้วยเช่นกันโครมมม“ท่านหญิง!!” เสียงของหลี่เจิ้น

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 143

    ตอนที่ 81การเดินทางกลับหมู่บ้านของซูอวี้หนิงครั้งนี้รวดเร็วกว่าครั้งตอนขามาอย่างยิ่ง เพียงเดินทางมาหนึ่งวัน พวกนางก็สามารถมาถึงที่พักของทางการใกล้อำเภอถัดมาได้สถานที่แห่งนี้เป็นจุดพักม้าสำหรับเจ้าหน้าที่และคณะเดินทางของทางการ ตัวที่พักสร้างจากไม้ทั้งหลัง แม้จะไม่ได้หรูหราแต่ก็เพียงพอจะรองรับกลุ่มข

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 12

    ซูอวี้หนิงหัวเราะเบา ๆ “หากได้ผลจริงก็ดีแล้ว อย่างน้อยพวกเขาจะได้ไม่ต้องทนเจ็บปวดมากเหมือนก่อน”คืนนั้น นางนั่งจดบันทึกผลการใช้ขี้ผึ้งลงในสมุดเล่มเล็กอีกครั้ง ตั้งแต่สรรพคุณสมุนไพร วิธีการต้มเคี่ยว จนถึงคำบอกเล่าของผู้ใช้ที่ลองจริง ๆ ราวกับกำลังทำตำรายาส่วนตัวทีละหน้าวันต่อมา เมื่อซูอวี้หนิงออกจากบ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 10

    ตอนที่ 9เช้าวันนั้น หลังจากลุงโจวเดินเล่นรอบลานเสร็จ เขาก็นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านกับเพื่อนเก่าอีกสองสามคน“พี่โจว ข้าถามจริงเถอะ” เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยพลางขมวดคิ้ว “ยาที่ท่านทาขาใช่ขี้ผึ้งที่ซื้อจากร้านหมอหลี่หรือไม่? ข้าเคยใช้ของเขาแล้วไม่เคยเห็นได้ผลเร็วแบบท่านเลย”อีกคนพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ กลิ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 9

    ตอนที่ 8การรักษาผ่านไปด้วยดี ในตอนนั้นเองที่ทำให้โจวจวงจื่อพึ่งนึกขึ้นได้ว่า เวลานี้ซูอวี้หนิงยังไม่ได้กินอาหารเช้า เพราะตนเองมัวแต่ตกใจกับเรื่องของเสี่ยวเถา เมื่อจัดการเก็บของเสร็จ นางจึงรีบเข้าครัวเพื่อทำอาหารง่าย ๆ ให้อีกฝ่ายได้กินอย่างรวดเร็วทำให้ตอนนี้ด้านนอกเรือนมีเพียงซูอวี้หนิงและโจวจื่อเฉ

  • ฮูหยินวิปลาส.   บทที่ 8

    ตอนที่ 7ชายวัยกลางคนชะงักเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานแววตาของเขาก็คล้ายเปลี่ยนไปเป็นสีแดง คล้ายกับคนที่กำลังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา“ลุงกลับมาได้ยินว่าเจ้าหายป่วยแล้ว เจ้าหายแล้วจริง­ ๆ” ลุงโจวกล่าวกับอีกฝ่ายพร้อมรอยยิ้มซูอวี้หนิงไม่ได้กล่าวตอบ นางทำเพียงพยักหน้าให้อีกฝ่ายเท่านั้นซูอวี้หนิงพาทั้งสองค

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status