LOGINชาติก่อนถูกสลับตัวช่วงชิงโชคชะตาคุณหนูใหญ่ ชาตินี้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะไม่มีวันให้ใครมาสวมรอย ทั้งครอบครัว คนรัก และวาสนา ชาตินี้เธอจะไม่ให้หลุดมือไปอีกแล้ว *สุขนิยม/ไม่ดราม่า/พระเอกนางเอกไม่โง่
View Moreเสียงฝนกระหน่ำลงมาผ่านกระเบื้องที่ผุเป็นรอยแยก หยดน้ำเย็นเฉียบไหลผ่านใบหน้าซีดของหลินเยว่ เธอนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นห้องเย็นจัด มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้วยเชือกเปื้อนเลือด แผลบนแขนและหลังเต็มไปด้วยรอยแส้ รอยแผลใหม่ซ้อนทับรอยเก่าจนแทบมองไม่ออกว่าเนื้อส่วนไหนยังไม่ถูกฉีก
“นี่คือสิ่งที่เธอสมควรได้รับ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นจากมุมห้อง เสียงนั้นหญิงสาวจำได้แม่นยำเสียจนหัวใจแทบหยุดเต้น
หลินชิงอวี้ คนที่เคยเป็นเหมือนน้องสาวของเธอในบ้านเด็กกำพร้าที่เติบโตมาด้วยกัน คนที่เธอเคยแบ่งข้าวให้ตอนอีกฝ่ายหิว คนที่เธอเคยปกป้องจากเด็กโตในศูนย์ แต่วันนี้ คนคนนั้นกลับมองเธอด้วยแววตาเย็นชาเหมือนมองขยะกองหนึ่ง
“ชิงอวี้ ทำไมถึงทำแบบนี้ ฉันไปทำอะไรให้เธอ” เสียงของหลินเยว่สั่นพร่า จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง
หลินชิงอวี้หรือตอนนี้เปลี่ยนแซ่ไปใช้แซ่เจียงตามครอบครัวของเธอแล้ว เธอมีชีวิตที่สุขสบายกับครอบครัวที่ตามหาเธอจนพบ แต่งงานกับชายที่คนทั้งเมืองหนานจิงหมายปอง ชีวิตที่ดีขนาดนี้จะมาอะไรกับคนที่ชีวิตตกต่ำอย่างเธอ
ขณะที่หลินชิงอวี้หรือในตอนนี้คือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียง เจียงชิงอวี้ ถูกครอบครัวที่แท้จริงตามหาและพากลับตระกูล ตัวเธอที่เข้ามาในสถานรับเลี้ยงพร้อมกันก็ถูกครอบครัวที่อ้างว่าเป็นพ่อแม่ออกตามหา แล้วพากลับมาทรมาน ใช้งานหนักและกักขังไม่ให้ออกไปไหน
ทุกครั้งที่คิดจะหนีก็ถูกพาตัวกลับมาทรมาน ทั้งตบตีและลงมือทำร้ายจนสาหัส ทำเหมือนเธอไม่ใช่ลูก ตลอดเวลาสามปีที่กลับบ้านมาไม่เคยมีวันไหนกินอิ่ม ไม่มีคืนไหนนอนหลับได้สนิทเลยสักคืน
“เธอทำอะไรให้ฉันหรือ ไม่หรอก เธอไม่ได้ทำอะไร แต่ฉันต้องป้องกันเอาไว้ก่อน” เจียงชิงอวี้หัวเราะเบาๆ ก่อนจะย่อตัวลง ปลายนิ้วทาเล็บสีแดงแตะที่คางของหลินเยว่ บังคับให้เงยหน้า
“เธอเกิดมาในฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง ในขณะที่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นลูกใคร เธอมักได้รับความรักจากคุณแม่หลิน เธอมักจะได้รับคำชม และโอกาสที่มากกว่าฉันตลอด”
หลินเยว่หอบหายใจแรงขึ้น วันที่พวกเขายังอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าเล็กๆ ตอนนั้นเธอไม่เคยรู้เลยว่าเจียงชิงอวี้มีความแค้นแบบนี้อยู่ในใจ
“เธอหมายความว่าอย่างไร ฉันคือคุณหนูเจียงตัวจริงอย่างนั้นหรือ” หลินเยว่กัดฟันถาม
“ใช่” เจียงชิงอวี้ยิ้มอย่างเยือกเย็นจนคนมองขนลุก
“เมื่อสามปีก่อน อารองตามหาเธอจนเจอแต่เขาไม่ได้บอกคุณนายเจียงทันที เขาไม่คิดเอาเธอกลับไปแต่แรก และเลือกพาฉันกลับไปตระกูล ข้อเสนอคือให้ฉันแต่งงานแทนเธอ แลกกับการให้ฉันเอาหุ้นที่พ่อแม่ยกให้มอบให้เขา ฉันจะเอาหุ้นบริษัทที่ฉันบริหารไม่เป็นไปทำไมล่ะ ฉันก็เลือกรับข้อเสนอที่จะเป็นคุณนายกู้ตั้งแต่ตอนนั้น และฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเอาชีวิตเธอทั้งหมดมาเป็นของฉัน”เธอหัวเราะเบาๆ
“รอยปานรูปจันทร์เสี้ยวเป็นเครื่องยืนยันว่าฉันคือคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง ครอบครัวของเธอ ฐานะของเธอ บ้านของเธอ และแม้แต่เขา กู้อี้เฉิน เป็นของฉันทั้งหมด และเพื่อป้องกันความผิดพลาด ฉันจ้างให้คนพาเธอมาขังไว้เพื่อทรมาน เป็นไงล่ะอาเยว่ รู้ความจริงแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง” พูดจบคุณหนูใหญ่เจียงตัวปลอมก็หัวเราะร่วนด้วยความสะใจ
หลินเยว่เบิกตากว้าง พ่อแม่ที่พาเธอกลับมาทรมาน ที่แท้ก็เป็นฝีมือของเจียงชิงอวี้ทั้งหมด
“กู้อี้เฉิน...” หญิงสาวพึมพำชื่อนั้นออกมา คู่หมั้นทายาทตระกูลใหญ่ที่ว่า คือคนเดียวกันกับผู้ชายที่เธอเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน
“พี่อี้เฉิน ผู้ชายที่เคยเป็นอาสาสมัครมาช่วยงานที่บ้านรับเลี้ยง ที่แท้เขาคือทายาทคนเดียวของตระกูลกู้ พอเธอถูกพาตัวมา เขาตามหาเธอแทบคลั่งเลยล่ะ แต่สุดท้ายเขาก็แต่งงานกับฉัน คู่หมั้นที่ครอบครัวหมั้นหมาย” ประโยคนั้นเล่าด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน
“ฉันแต่งงานกับเขาในนามของเธอได้สำเร็จแล้ว หลินเยว่ ตอนนี้ทั้งเมืองรู้ว่าฉันคือคุณหนูใหญ่เจียง ทายาทตระกูลเจียงผู้สูงศักดิ์ ภรรยาของกู้อี้เฉิน ส่วนเธอจะไม่มีตัวตนในโลกนี้อีกต่อไป”
หลินเยว่กัดริมฝีปากจนเลือดไหล
เจียงชิงอวี้คุณหนูตัวปลอมเอาปืนออกมาจากกระเป๋า พ่อแม่ตัวปลอมที่ยืนดูอยู่ด้านหลังมาสักพักไม่ห้ามปราม กลับยืนดูด้วยสีหน้าที่สะใจ
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนเจาะผ่านหัวไหล่เธอ เลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้น หลินเยว่ไม่กรีดร้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจและน้ำตาที่ไหลรินไม่หยุด
“จัดการให้จบ ฝังซะ” เธอเก็บปืนแล้วยิ้มเยือกเย็น
ซ่งเถาบิดาตัวปลอมกับภรรยาของเขาจางลี่ซู เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเหี้ยมโหด หลินเยว่ถูกลากออกจากห้อง เลือดทิ้งรอยยาวไปทั่วพื้น จนถึงพื้นดินหน้าห้องเก็บของ เธอหายใจรวยริน มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ฝนยังคงตกไม่หยุด
ร่างบอบบางถูกลากไปตามพื้นดิน เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลถูกฝนชำระล้างไปตามพื้นดินที่ถูกลาก
ความรู้สึกเจ็บตอนที่ถูกโยนหลุมดินที่ขุดเตรียมไว้รอทำให้เธอลืมตาขึ้นอีกเป็นครั้งสุดท้าย ดินถูกกลบฝังลงมาทับถมเธอโดยคนที่เคยอ้างตัวว่าเป็นพ่อแม่ และเจียงชิงอวี้ที่ขโมยสถานะของเธอไป ยืนถือร่มก้มมองเธอที่กำลังถูกฝังให้ตายทั้งเป็น
“ฉันลืมบอกไป พ่อแม่ที่ตายไปเป็นเพราะฉันกับอารองเอง เพื่อให้ได้หุ้นของสองคนนั้นแลกกับสถานะของฉันที่จะยังเป็นคุณหนูเจียงตลอดไป... และไม่ต้องห่วง ฉันจะมีความสุขกับพี่อี้เฉินแทนเธอเอง” สายตาคู่นั้นเย็นชาและไร้ความรู้สึกผิด มีแต่ประกายแห่งความคาดหวังว่าเธอจะถูกฝังกลบไปต่อหน้า
ในวินาทีสุดท้ายก่อนหมดสติ หลินเยว่เห็นภาพในความทรงจำแวบหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งยื่นขนมให้เธอใต้ต้นไม้ เสียงของเขาอบอุ่นและจริงใจ
หลายปีต่อมาเขาเป็นคนที่มาช่วยเหลืองานในสถานรับเลี้ยงเด็ก เธอกับเขาสนิทสนมกันถึงขั้นที่เรียกได้ว่าต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกัน แต่ยังไม่ทันได้สารภาพความในใจ เธอก็ถูกพ่อแม่ตัวปลอมพาตัวมากักขังแล้ว
พ่อแม่ที่เธอยังไม่เคยเห็นหน้า กับชายที่เป็นเหมือนคนเดียวที่เธอวางใจในโลกอันคับแคบ เธอได้สูญเสียไปให้แก่ตัวปลอมที่ขโมยสถานะ
“พี่อี้เฉิน...” เสียงที่พึมพำชื่อของชายคนนั้นแผ่วเบาลง พร้อมกับสายตาที่พร่ามัวเพราะการเสียเลือดค่อยๆ มืดลง ก่อนที่เธอจะไม่ได้สติอยู่ในหลุมดินชื้นฝน ตายอย่างโดดเดี่ยวไม่มีใครรู้เห็น
********************
เสียงของคนพูดคุยกันด้านนอกดังแว่วขึ้น หลินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลืมตาโพลง หอบหายใจแรง ร่างทั้งร่างเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ห้องรอบตัวไม่ใช่ห้องมืดน่าขนลุกหรือหลุมดินที่เธอเพิ่งถูกฝัง แต่เป็นห้องนอนที่คุ้นตา หน้าต่างไม้เก่าที่แง้มไว้ไหวเบาๆ ตามแรงลม ปฏิทินบนผนังคือปี 1984
สามปีที่แล้ว!
“ที่นี่มัน…” เธอลุกพรวดขึ้น มือทั้งสองจับผ้าห่มแน่น
บนโต๊ะมีหนังสือเรียนเก่า และสมุดจดบันทึกหัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอหันไปมองกระจก ใบหน้าที่สะท้อนกลับมาคือหญิงสาววัยสิบแปดปีที่ยังไม่ผ่านความโหดร้ายใดๆ ริมฝีปากเธอสั่นด้วยความตระหนก แตะใบหน้าเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ฉันกลับมาแล้วหรือ” เสียงแผ่วเบาออกจากลำคอ น้ำตาไหลลงมาช้าๆ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวดหรือหวาดกลัว มันคือความแค้นที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง พร้อมกับโอกาสให้เธอได้แก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด
หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ ในใจเธอมีเพียงคำเดียวที่ดังก้องว่าครั้งนี้ จะไม่ให้ใครแย่งสิ่งที่เป็นของเธออีกต่อไป
สายตาของหลินเยว่เปลี่ยนไป จากความอ่อนแอเป็นความเย็นชา รอยยิ้มของคนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นผุดขึ้นมุมปาก
“ชิงอวี้ เธอจะต้องได้ชดใช้ทุกสิ่งที่เคยทำกับฉัน”
********************
หลังเลิกเรียนในช่วงบ่าย เจียงเอ้อหลุน เดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแบบเสแสร้ง เจียงหลิงฮวาเห็นว่าบิดามารับก็ลุกขึ้นทันที“พ่อคะ หนูเรียนเสร็จพอดี” เธอบอกอย่างกระตือรือร้น เรียนมาทั้งสัปดาห์ก็ปวดสมองแล้ว ยังส่งเธอมาเรียนเป็นเพื่อนเจียงหลินเยว่ในวันหยุดอีก“งั้นรีบเอากระเป๋าไปไว้ในรถก่อน พ่อมีเรื่องจะคุยกับหลินเยว่” เสียงเอ้อหลุนแข็งจนลูกสาวชะงักเจียงหลิงฮวาเหลือบตามองพี่สาวต่างสถานะหนึ่งครั้ง ก่อนกลั้นใจเดินออกไปตามคำสั่ง เสียงกระแทกประตูเบาๆ ทำให้บรรยากาศว่างเปล่ากลายเป็นเย็นเฉียบอย่างรวดเร็วกู้อี้เฉินที่ยืนใกล้ประตูมองเห็นแววตาไม่ดีของชายวัยกลางคนตรงหน้าจึงเอ่ยขึ้นเบาๆ“ฉันกลับก่อนนะอาเยว่ พรุ่งนี้โทรหา”“ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” เธอส่งเขาออกไปถึงหน้าประตูกู้อี้เฉินยิ้มอ่อนโยนก่อนหันกลับไปขึ้นรถ รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจเธออุ่นขึ้น แต่มันหายวับทันทีเมื่อเดินเข้าบ้านอีกครั้งเจียงเอ้อหลุนยืนกอดอกอยู่กลางห้อง สายตาเขากวาดมองเธอขึ้นลงราวกับประเมินสินค้าที่ตัวเองลงทุนไปอย่างเสียไม่ได้
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่รู้สึกเหมือนเวลาผ่านเลยสำหรับบางคน สำหรับเจียงหลินเยว่ มันเหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทุกเช้าเธอตื่นขึ้นมาพร้อมรายการสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ทั้งมารยาทการเข้าสังคม วิธีการสนทนาในวงสังคม การวางตัวบนโต๊ะอาหาร และการเรียนขับรถที่มีผู้หญิงน้อยคนนักที่จะอยากเรียนรู้หลังจากอาจารย์สอนมารยาทกลับไป หลิวเฟยเดินเข้ามาในห้องรับรอง ดวงตาอ่อนโยนแต่แฝงความห่วงใยเมื่อมองลูกสาว“เป็นอย่างไรบ้างลูก” หลิวเฟยทัก พลางจับมือเธอแนบไว้ในฝ่ามือ“อาจารย์สอนละเอียดมากค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ” เจียงหลินเยว่ยิ้มตอบ แล้วพูดอย่างสุภาพหลิวเฟยมองลูกสาวนานขึ้น เธอสัมผัสได้ว่ามีอะไรในตัวลูกที่เติบโตขึ้น ไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกายหรือวาจา แต่เป็นวิธีพูดและการคิดที่โตเกินวัย รวมไปถึงความตั้งใจที่แน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น“แล้วพ่อล่ะคะ”“พ่อเขากำลังตรวจคุณภาพสินค้าอยู่น่ะ น่าจะกลับมาเย็นๆ แต่เห็นว่าถ้าเลิกเร็วจะแวะไปที่ศูนย์บริการขายรถยนต์ พ่อเขาอยากเลือกรถที่เหมาะสม รถของบ้านเราคันใหญ่เทอะทะ
ในห้องเยี่ยมของเรือนจำหนานจิง หลินชิงอวี้มองผู้มาเยี่ยมเยียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เธออ้อนวอนเท่าไรก็ไม่ได้ผล หากเป็นเช่นนั้นก็อย่าหวังว่าอีกฝ่ายจะมีความสงบสุขเลย“พี่อี้เฉิน ฉันเกือบลืมไปเลย” เธอมองไปที่กู้อี้เฉินแล้วเสียงแผดดังขึ้น“คงไม่รู้สินะว่าอาเยว่กลับสู่ตระกูลใหญ่แล้ว เธอต้องแต่งงานกับคู่หมั้นทายาทเศรษฐี เธอไม่ได้บอกเพราะต้องการหลอกใช้พี่ หรือว่าพี่รู้แล้วว่าเธอรวยถึงได้เกาะติดเธอแบบนี้”น้ำเสียงนั้นเย้ยหยัน แต่ว่าเจียงหลินเยว่กลับอมยิ้ม ในขณะที่กู้อี้เฉินทำสีหน้านิ่ง ไม่สะทกสะท้าน หลินชิงอวี้จึงได้แต่โมโห“แล้วอย่างไร พี่อี้เฉินรู้เรื่องฉันแล้วทำไม” เจียงหลินเยว่หลอกล่อให้อีกฝ่ายยิ่งพูด จะได้ยิ่งหน้าแตกยับ“อาเยว่ ทำไมเธอยังยิ้มได้ หรือเธอคิดจะเลี้ยงเขาเป็นนกขมิ้น[1]น้อยของเธอ หึ เธอเองก็มีด้านมืดสินะ ฮ่าๆ” หลินชิงอวี้หัวเราะอย่างสมเพช“ถ้าฉันพ้นโทษ เรื่องของแกกับเขา ฉันจะทำให้ทั่วเมืองหนานจิงรู้กันให้ทั่ว คุณหนูเจียงผู้ใฝ่ต่ำรักกับนักศึกษายากจน คบชู้ลับหลังตระกูลกู
ระหว่างทางกลับอี้เฉินขับรถช้าๆ แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบแต่ระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าเรื่องนี้เขาควรจะรู้หรือไม่“เมื่อกี้แม่หลินพูดถึงหลินชิงอวี้ เกิดอะไรขึ้น เล่าให้ฉันฟังได้ไหม” เขาถามพลางเหลือบตามองหญิงสาวข้างๆ ก่อนจะหันไปจดจ่อกับท้องถนนเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนสูดหายใจช้าๆ“เธอกับแม่หลี่ วางแผนจะปลอมตัวเป็นฉัน เข้าไปอยู่ในตระกูลเจียง แต่สุดท้ายพวกเขาก็ถูกจับได้” เธอเล่าคร่าวๆ น้ำเสียงของเยือกเย็น ไม่สั่นไหว“วางแผนสลับตัว” อี้เฉินหันมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยทั้งตกใจและสงสาร เขารู้จักนิสัยของหลินชิงอวี้ดี เย่อหยิ่ง เกียจคร้าน ชอบดูถูกคนจน ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เป็นเด็กที่ถูกรับเลี้ยงในศูนย์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าแท้ๆ หากวางแผนจะสวมรอยเพื่อเป็นคุณหนูใหญ่เจียง ก็คงเป็นเพราะความโลภและอยากสุขสบาย“แล้วทำไมถึงไม่สำเร็จ”“ฉันเห็นว่าเอกสารฉันข้อมูลถูกสับเปลี่ยน แล้วชิงอวี้ก็ดึงดันอยากสักรอยปานของฉันที่แผ่นหลังของเธอ ที่ฉันไปที่เจียงหลิวเทคโนโลยีในวันนั้น ก็เพื่อชวนคุณแม่ไปตรวจดีเอ็นเอด้วยกัน เพราะผลเลือดคือสิ











