ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-17
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
70Bab
424Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในเมื่อเป็นเพียงองค์หญิงที่เกิดจากสนม แล้วต้องถูกกดขี่เช่นนี้ ข้าจะทำทุกอย่างให้ไปอยู่จุดที่สูงกว่า มีอำนาจมากกว่า แม้แต่เสด็จพ่อก็ต้องไว้หน้าข้าส่วนหนึ่ง จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงอันดับสี่ของราชวงศ์จวิ้น ที่ประสูติจากสนมขั้นกุ้ยเฟย แม้จะมีอำนาจเหนือผู้อื่น แต่ก็มิมากไปกว่าเหล่าพี่น้องที่ประสูติจากฮองเฮาหรือสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นางและน้องสาวจึงถูกกลั่นแกล้งอยู่เสมอ และนั่นเป็นบ่อเกิดของความเคียดแค้นและทะเยอทะยาน "หากมิอยากถูกกดขี่ ก็กระทำตนให้สูง" นั่นเป็นคำสอนที่จวิ้นซิงเยียน ยึดถือมาโดยตลอด และนางจะทำให้ แม้แต่องค์กษัตริย์ของแผ่นดินคิดจะทำสิ่งใดก็ต้องไว้หน้านางอยู่บ้าง จวิ้นซิงเยียน x ชายเสเพลผู้หนึ่ง “อย่ากระทำตน เช่นคนอดอยากปากแห้งหน่อยเลย ข้ารู้ว่าเจ้าเข้าหอนางโลมบ่อยยิ่งกว่าเข้าห้องสุขาเสียอีก” “ถ้าเป็นถ่ายหนักก็ใช่อยู่ แต่หากถ่ายเบา ข้าเข้าห้องสุขาบ่อยกว่าเข้าหอนางโลมนะ”

Lihat lebih banyak

Bab 1

1. สาบานว่าจะเหยียบให้จมดิน (1)

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

“พอเถิดเพคะฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันเป็นต้นเหตุ อย่าได้ลงโทษพี่หญิงเลย ฮึก ฮื่ออออ” เสียงร้องห่มร้องไห้ขององค์หญิงลำดับที่เจ็ดจวิ้นหนิงเซียน เด็กสาววัยสิบห้าหนาว ดังขึ้นพร้อมกับ เสียงไม้โบยกระทบกับแผ่นหลังของหญิงสาวอีกคน

“อึก! เงียบเสียหนิงเซียน อย่าเสียน้ำตากับเรื่องเท่านี้” สายตาแข็งกร้าวของคนที่ถูกโบยตวัดไปมองน้องสาว จนผู้เป็นน้องต้องรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาและปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้

จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงลำดับที่สี่ในราชวงศ์จวิ้น วัยเพียงสิบแปดหนาว ถูกลงโทษเช่นนี้อยู่เป็นประจำตั้งแต่เล็กจนโต เพียงเพราะนางเป็นองค์หญิงที่ประสูติจากสนมขั้นกุ้ยเฟย ที่มิอาจต่อกรกับพระธิดาที่ประสูติจากมารดาของแผ่นดิน

“หึ! หยิ่งผยองนัก กระทำผิดยังมิคิดสำนึก ยี่สิบไม้คงมิพอกระมัง” หงส์คู่บัลลังก์มองไปยังหญิงสาวที่นอนคว่ำรับการลงโทษ ทั้งที่ตนเองถูกโบยต่อหน้าธารกำนัลมากมาย แต่กลับทะนงตน ดังว่ามีเกียรติเหนือผู้อื่น แสร้งทำว่าไม่เจ็บปวด

“พอเท่านี้เถิดเพคะฮองเฮา หากมากกว่านี้ หม่อมฉันเกรงว่าเรื่องจะไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาท” นางกำนัลข้างกายของฮองเฮาหลิวเยว่เผิง เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง กลัวว่านายของตนจะถูกฝ่าบาทตำหนิเอาได้

“ยี่สิบไม้ก็เพียงพอแล้วเพคะเสด็จแม่ ลูกมิอยากให้มันตาย” จวิ้นซูหนี่ องค์หญิงอันดับสามกล่าวห้ามพระมารดาของตน ทว่ามิใช่เพราะสงสารคนตรงหน้า แต่หากเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ นางจะอดกลั่นแกล้งน้องสาวต่างมารดา

เช่นนั้นวังหลังจะมีเรื่องน่าสนุกได้อย่างไรกันเล่า

เสียงพูดคุยมิได้ดังเข้าหูซิงเยียนแม้แต่น้อย เมื่อเยาว์วัย นางและน้องสาวก็ถูกองค์หญิงที่มีศักดิ์สูงกว่ากลั่นแกล้งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยมารดาของนางเป็นเพียงสนมขั้นกุ้ยเฟย มิได้มีปากมีเสียง แม้จะพยายามขอร้องอ้อนวอน แต่ก็มิมีอำนาจมากพอ จะไปต่อต้านผู้ที่อยู่ในตำแหน่งฮองเฮาหรือหวงกุ้ยเฟยได้

เหตุการณ์ที่ซิงเยียนยังจำได้แม่นยำ คือยามที่จวิ้นซูหนี่แอบปล่อยนกของนาง จนมันหนีหายไป มิรู้ชะตา ยามนั้นนางเสียใจเป็นที่สุดและเมื่อรู้ว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของซูหนี่ ซิงเยียนจึงแอบเอาปลาของซูหนี่ไปปล่อยในสระหลวงบ้าง แต่นั่นกลับทำให้นางถูกลงโทษถึงขั้นต้องเรียกหมอหลวงมาดูอาการ

เมื่อซิงเยียนเติบโตขึ้นมา สกุลหวัง สกุลเดิมของพระมารดาก็เริ่มมีบทบาทในราชสำนักมากขึ้น ท่านลุงหวังป๋อเหวินพี่ชายฝาแฝดของเสด็จแม่ถูกแต่งตั้งเป็นถึงเสนาบดีกรมยุติธรรม ผู้อื่นจึงเกรงใจนางและเสด็จแม่ไปด้วย

กระนั้นการถูกกลั่นแกล้งก็ยังมิได้หมดไป และเมื่อใดที่ซิงเยียนตอบโต้กลับก็จะถูกลงโทษ อย่างครั้งนี้ ทั้งที่ซูหนี่แสร้งเดินมาชนหนิงเซียนจนตกสระก่อน แต่เมื่อนางไปเอาคืนให้น้องสาว ผลักซูหนี่ลงสระบ้าง กลับถูกมารดาของแผ่นดินสั่งโบยถึงยี่สิบไม้

“เอาเถิด ข้าจะถือว่าละเว้นเด็กมิรู้จักโตเช่นเจ้า คราหน้าอย่าได้ริอ่านมาทำร้ายหนี่เอ๋อร์ของข้าอีก” ฮองเฮาหลิวโบกมือให้ขันทีหยุดโบย แต่มีหรือซิงเยียนจะรู้สึกตื้นตันใจกับความเมตตาของสตรีตรงหน้า นัยน์ตาสีดำขลับวาวโรจน์ไปด้วยความคับแค้น จดจ้องไปที่สองแม่ลูกอย่างมิปิดบัง

‘เมื่อใดที่ข้าอยู่สูง ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าให้จมดิน’ นี่เป็นประโยคเดียว ที่ดังก้องอยู่ในใจของซิงเยียน และนางยังคงรอคอยวันนั้นเสมอมา

“ขอบพระทัยเพคะ ขอบพระทัย” เป็นจวิ้นหนิงเซียนที่ก้มคำนับและเอ่ยขอบพระคุณผู้สูงศักดิ์ ก่อนที่จะรีบเข้ามาช่วยพยุงพี่สาวกลับตำหนัก

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
70 Bab
1. สาบานว่าจะเหยียบให้จมดิน (1)
ตุบ! ตุบ! ตุบ!“พอเถิดเพคะฮองเฮา เรื่องนี้หม่อมฉันเป็นต้นเหตุ อย่าได้ลงโทษพี่หญิงเลย ฮึก ฮื่ออออ” เสียงร้องห่มร้องไห้ขององค์หญิงลำดับที่เจ็ดจวิ้นหนิงเซียน เด็กสาววัยสิบห้าหนาว ดังขึ้นพร้อมกับ เสียงไม้โบยกระทบกับแผ่นหลังของหญิงสาวอีกคน“อึก! เงียบเสียหนิงเซียน อย่าเสียน้ำตากับเรื่องเท่านี้” สายตาแข็งกร้าวของคนที่ถูกโบยตวัดไปมองน้องสาว จนผู้เป็นน้องต้องรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาและปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงลำดับที่สี่ในราชวงศ์จวิ้น วัยเพียงสิบแปดหนาว ถูกลงโทษเช่นนี้อยู่เป็นประจำตั้งแต่เล็กจนโต เพียงเพราะนางเป็นองค์หญิงที่ประสูติจากสนมขั้นกุ้ยเฟย ที่มิอาจต่อกรกับพระธิดาที่ประสูติจากมารดาของแผ่นดิน“หึ! หยิ่งผยองนัก กระทำผิดยังมิคิดสำนึก ยี่สิบไม้คงมิพอกระมัง” หงส์คู่บัลลังก์มองไปยังหญิงสาวที่นอนคว่ำรับการลงโทษ ทั้งที่ตนเองถูกโบยต่อหน้าธารกำนัลมากมาย แต่กลับทะนงตน ดังว่ามีเกียรติเหนือผู้อื่น แสร้งทำว่าไม่เจ็บปวด“พอเท่านี้เถิดเพคะฮองเฮา หากมากกว่านี้ หม่อมฉันเกรงว่าเรื่องจะไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาท” นางกำนัลข้างกายของฮองเฮาหลิวเยว่เผิง เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง กลัวว่
Baca selengkapnya
2. สาบานว่าจะเหยียบให้จมดิน (2)
“เกิดอันใดขึ้น! เหตุใดองค์หญิงของแม่จึงอยู่ในสภาพเช่นนี้” หวังเจียลี่ สนมขั้นกุ้ยเฟย รีบพาบุตรีทั้งสองเข้ามาพักในตำหนัก ก่อนจะสอบถามความเป็นไปของเรื่องราว ให้รู้แน่ชัดว่าเหตุใดบุตรคนหนึ่งเปียกปอนไปทั้งตัว ส่วนบุตรอีกคนก็อ่อนแรงเสียจนต้องพยุงกันเข้ามา“ฮึก เป็นความผิดของลูกเองเพคะ ลูกถูกองค์หญิงสามผลักตกสระ พี่หญิงมิพอใจจึงตามไปเอาคืนให้ลูก จนต้องถูกลงโทษเช่นนี้” น้ำตาของหนิงเซียนไหลพราก ครั้งนี้เป็นเพราะนาง ที่ไปเดินเล่นริมสระในเวลาเดียวกับองค์หญิงสาม จึงเป็นต้นเหตุให้พี่หญิงของนางถูกสั่งลงโทษเช่นนี้“หยุดร้อง มันมิใช่ความผิดของเจ้า”“โถ่! ลูกแม่ เจ็บมากหรือไม่” สนมหวังเข้ามาปลอบบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะหันไปบอกธารกำนัลให้เตรียมยามาทา นางไม่น่าอนุญาตให้บุตรสาวออกไปเดินเล่น ทั้งที่นางกำนัลข้างกายของบุตรสาวมิอยู่เช่นนี้เลย ครั้งนี้ก็ถือเป็นความผิดของนางเช่นกันยาชั้นดีจากสำนักหมอหลวง ถูกป้ายลงบนแผ่นหลังที่แดงช้ำ บางที่มีรอยเลือดซึมออกมา เห็นดังนั้นดวงใจของผู้เป็นแม่ก็บีบรัดจนปวดหนึบ ที่มิอาจช่วยเหลือบุตรได้ นางเป็นเพียงสนม แน่นอนว่ามิอาจขัดขวางฮองเฮาได้ ครั้นจะขอให้พระสวามีช่วยเหลือ นางก็มิ
Baca selengkapnya
3. ชายาเอกขององค์รัชทายาท (1)
“นี่เป็นข้อร้องเรียนจากราษฎร ทุกอย่างล้วนเป็นปัญหา มีทั้งปัญหาที่ร้องเรียนมาทุกปี แต่ก็ยังแก้ไม่ได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้” ม้วนกระดาษนับสามสิบม้วนถูกเสนาบดีหวังวางลงบนโต๊ะ ต่อหน้าหลานสาวทั้งสอง“ทั้งหมดนี่เลยหรือเจ้าคะท่านลุง” หนิงเซียนเห็นจำนวนของม้วนกระดาษถึงกับทำหน้าเหยเก ต่างจากซิงเยียนที่บัดนี้หยิบขึ้นมาอ่านดูคร่าวๆ“ใช่พ่ะย่ะค่ะ หากว่าองค์หญิงอยากเป็นที่ปรึกษาของฝ่าบาท ย่อมต้องรอบรู้ในทุกด้าน เรื่องอื่นๆ องค์หญิงทั้งสองได้เล่าเรียนมามากแล้ว เหลือเพียงปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับราษฎรที่ต้องใช้ความรู้หาทางแก้” เมื่อหวังป๋อเหวินว่าดังนั้น หนิงเซียนก็หายใจโล่งขึ้นทันที“เช่นนั้นข้ารอดตัวไปเจ้าค่ะ เรื่องที่ปรึกษาของเสด็จพ่อ พี่หญิงเหมาะสมที่สุด” เฟยหย่าหัวเราะในลำคอ เขารู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงเจ็ด จวิ้นหนิงเซียน เพียงต้องการสนับสนุนพี่สาว มิคิดจะเข้าไปเป็นที่ปรึกษาของพระบิดาร่วมกับพี่สาว“ข้าเอากลับไปอ่านที่ตำหนักได้หรือไม่เจ้าคะ” หากว่าให้อ่านทั้งหมดนี่ในระยะเวลาไม่นาน ซิงเยียนกลัวว่าจะตกหล่นเรื่องสำคัญไป“เอาไปได้พ่ะย่ะค่ะ ประเดี๋ยวกระหม่อมจะให้คนนำไปเก็บที่รถม้าให้”“ขอบพระคุณเจ้าค
Baca selengkapnya
4. ชายาเอกขององค์รัชทายาท (2)
“มิใช่ว่าเสด็จแม่ไปขอร้องอ้อนวอนให้พระองค์มาพบพวกข้าหรอกหรือ ผู้ใดก็รู้ว่าเสด็จพ่อมิได้รู้สึกยินดียินร้ายที่มีบุตรเป็นหญิง” แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะรับสตรีใดเข้าวัง หญิงเหล่านั้นก็ให้กำเนิดแต่ธิดา ไม่มีโอรสให้ฮ่องเต้จวิ้นหลงไท่สักพระองค์เดียวราชวงศ์จวิ้นจึงมีองค์หญิงด้วยกัน 7 พระองค์ ได้แก่องค์หญิงใหญ่จวิ้นลี่จู องค์หญิงรองจวิ้นฟาง ประสูติจากหานกุ้ยเฟยองค์หญิงสามจวิ้นซูหนี่ ประสูติจากฮองเฮาหลิวองค์หญิงสี่จวิ้นซิงเยียน ประสูติจากหวังกุ้ยเฟยองค์หญิงห้าจวิ้นเลี่ยงหรู องค์หญิงหกจวิ้นอันฉี ประสูติจากสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย นามว่า ฉีซูเจียวสุดท้ายองค์หญิงเจ็ดจวิ้นหนิงเซียน ประสูติจากสนมขั้นผิน แต่สนมหวังรับมาเลี้ยงดูตั้งแต่หนิงเซียนเกิด เพราะมารดาของหนิงเซียนสิ้นลมไปหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรีแต่บัดนี้ในวังกลับเหลือองค์หญิงอยู่เพียงสี่พระองค์ คือองค์หญิงสาม องค์หญิงสี่ องค์หญิงหก และองค์หญิงเจ็ด นอกนั้นตบแต่งออกไปแล้ว บ้างก็แต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น บ้างก็แต่งให้กับแม่ทัพกล้าที่ขอสมรสพระราชทาน“เอาเถิดๆ แม่มิเถียงเจ้า หนิงเซียนพาพี่เจ้าเข้าไปพักในห้องบรรทมเถิด” สนมหวังจนใจจะอธิบาย เ
Baca selengkapnya
5. ปลากินเหยื่อ (1)
ในรัชสมัยขององค์ฮ่องเต้จวิ้นหลงไท่ ผู้คนต่างอยากเข้ามาเป็นขุนนาง บุตรพ่อค้าแม่ขายต่างหวังอยากมีโอกาส ได้สอบเข้ามารับใช้ราชสำนักกันทั้งนั้น ทว่ามิใช่เพราะพวกเขาจงรักภักดีต่อเหล่าเชื้อพระวงศ์ แต่เหตุผลหลัก คืออยากหนีจากความยากจน และการถูกกดขี่จากเหล่าขุนนางรับใช้แผ่นดิน“กระหม่อมได้ยินมาจากชาวบ้านว่าอยากมีที่สักการบูชาพระแม่กวนอิม ในเมืองหลานฮั่วพ่ะย่ะค่ะ”“เช่นนั้นก็จัดงบประมาณลงไป”“เอ่อ มีเรื่องการทำถนนหนทางไปสู่หมู่บ้านหลังเขาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”“งั้นหรือ หากเสนาบดีหลิวเห็นว่าสมควร ก็จัดการตามนั้นเถิด คาดการณ์งบประมาณไว้เท่าใด ก็ยื่นเรื่องให้กรมการคลังจัดการ” เสนาบดีหลิว เสนาบดีกรมโยธาที่ควบตำแหน่งพ่อตา ก้มคำนับบุตรเขยผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะยกยิ้มสำราญใจ บุตรสาวคนโตได้เป็นถึงฮองเฮา บุตรสาวคนรองก็เป็นสะใภ้ของสกุลหม่า ที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมการคลัง เช่นนี้จะมีผู้ใดสุขใจไปกว่าเขาอีกเล่าองค์ฮ่องเต้จวิ้นหลงไท่ มิได้เป็นกษัตริย์ทรราชที่มิใส่ใจความเป็นอยู่ราษฎร เพียงแต่พระองค์มิเคยรับรู้เลย ว่างบประมาณที่ได้จัดสรรไปนั้น มิได้นำไปช่วยเหลือชาวบ้าน แต่อยู่กับเหล่าขุนนางที่อมเบี้ยหวัดของหลวงจนพุงแทบแ
Baca selengkapnya
6. ปลากินเหยื่อ (2)
เสียงหัวเราะของนายบ่าวดังไปทั่วสวนหลวง แต่ไม่นานก็ค่อยๆ เงียบลง เมื่อเห็นว่าองค์หญิงสามและองค์หญิงห้าของแคว้น เดินมาทางศาลาที่พวกนางอยู่“เห็นทีเราต้องรับศึกหนักแล้วกระมัง มากันเป็นคู่เช่นนี้” คู่ที่ว่า คือจวิ้นซูหนี่และจวิ้นเลี่ยงหรู คนหนึ่งเป็นธิดาของฮองเฮา ส่วนอีกคนกำเนิดจากครรภ์ของสนมขั้นหวงกุ้ยเฟย ฟังดูก็รู้ว่ามีบารมีเพียงใด“พวกเจ้ารีบออกไปเสีย ข้ากับพี่หญิงซูหนี่จะนั่งที่ศาลานี้” เสียงแหลมของเลี่ยงหรูเอ่ยไล่พี่น้องต่างมารดา“ข้ามาก่อน เหตุใดต้องหลบหลีกให้พวกเจ้าด้วย แต่หากอยากนั่งด้วยกันที่ตรงบันไดก็ว่างอยู่ เชิญ!” นอกจากจะมิยอมลุกออกไป ซิงเยียนยังถดตัวลงนอนอย่างมิรู้ร้อนรู้หนาว หญิงสาวหลับตาพริ้ม ส่วนหนิงเซียนก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตา จนคนที่เข้ามาทีหลังนึกโมโห ตวัดสายตาออกคำสั่งกับนางกำนัลคนสนิท“พี่หญิงระวังเพคะ โอ๊ย!” จอกชาถูกนางกำนัลชั้นต่ำหยิบขึ้นมาสาดใส่ซิงเยียนนี่นอนอยู่ ทว่าผู้ที่รับเคราะห์กลับเป็นหนิงเซียน ที่ยกแขนขึ้นมากันเอาไว้“องค์หญิง!!!”“หนิงเซียน! เจ็บหรือไม่…กำนัลชั้นต่ำเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายเชื้อพระวงศ์” ทั้งเสี่ยวหง เสี่ยวเฟิน และซิงเยียนต่างรีบเข้ามาดูห
Baca selengkapnya
7. เข้าท้องพระโรง (1)
“นั่นองค์หญิงสี่มิใช่หรือ เหตุใดเข้ามานั่งในท้องพระโรงด้วย” เสียงพูดคุยของเหล่าขุนนางดังขึ้น เมื่อเห็นว่าซิงเยียนเดินตามหลังองค์ฮ่องเต้เข้ามานั่งข้างพระที่นั่งของกษัตริย์ร่างสมส่วนสวมชุดสีแดงฉาน ปักดิ้นสีทอง ขับผิวกายขาวผ่อง เสริมให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วชวนดึงดูดให้ผู้คนหลงใหล เครื่องประดับแต่งแต้มบนศีรษะแสดงถึงยศศักดิ์ที่ดำรงอยู่เป็นอย่างดี มือบางกรีดกรายพัดขึ้นมาโบกสะบัดเบาๆ พลางกวาดแววตาคมกริบมองเหล่าขุนนางจนถ้วนทั่ว ชวนให้บรรยากาศในท้องพระโรงอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก“ข้าให้ธิดาของข้าเข้าร่วมประชุมเช้าในวันนี้ เพื่อที่จะชี้แจงเรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัยในเมืองจี๋ฉวน ผู้ใดได้รับมอบหมายหน้าที่ ก็ให้ไปจัดการตามที่องค์หญิงสั่งการ” เมื่อพระบิดาเปิดทางให้ ซิงเยียนจึงนำแผนการของตนเองออกมากาง ก่อนจะเริ่มพูดคุยถึงแนวทางแก้ปัญหา“วิธีแก้ปัญหาที่ข้าจะเสนอ เป็นการขุดคลอง และขุดบ่อพักน้ำ เพื่อใช้เป็นที่รองรับน้ำฝน…” เสียงอธิบาย ประกอบกับภาพร่างที่ซิงเยียนนำมา ทำให้เหล่าขุนนางเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ว่าองค์หญิงต้องการให้มีการขุดคลองภายในหมู่บ้าน เพื่อให้น้ำมีที่ระบายและไหลไปสู่บ่อขนาดใหญ่ที่จัดเตรียม
Baca selengkapnya
8. เข้าท้องพระโรง (2)
ยิ่งการประชุมเช้าดำเนินต่อไปเรื่อยๆ องค์ฮ่องเต้ของแคว้นก็ยิ่งได้เห็นความสามารถของบุตรีคนที่สี่ ทั้งปัญหาเรื่องปากท้อง ปัญหาเรื่องภัยพิบัติ หรือแม้แต่ปัญหาเรื่องการค้าการขาย ซิงเยียนก็มีความคิดความอ่านที่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น หากว่านางเกิดเป็นชาย พระองค์คงมิลังเลที่จะแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท“วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก พรุ่งนี้ก็อย่าได้สายเล่า” หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง ซิงเยียนก็ได้รับคำชมจากพระบิดา พร้อมกับคำสั่งให้เข้ามาร่วมการประชุมในเช้าของอีกวัน นับว่าที่ทุ่มเทอ่านตำราหามรุ่งหามค่ำ ไม่เสียเปล่า เพราะบัดนี้สายพระเนตรขององค์กษัตริย์ได้มองเห็นบุตรสาวผู้นี้แล้ว“ท่านพี่ มิคิดว่าท่านจะแวะเข้ามา ข้าจึงมิได้เตรียมชาชั้นดีไว้ต้อนรับ”“พระสนม กระหม่อมเพียงเดินมาส่งองค์หญิงเท่านั้น พระองค์สบายดีหรือไม่” สองพี่น้องทักทายกันตามประสาหลังจากที่ประชุมเช้าเสร็จ ป๋อเหวินก็ขออนุญาตเข้ามาเยี่ยมน้องสาว บัดนี้ศาลาหน้าตำหนักจึงมีทั้งพระสนมหวังเจียลี่ ซิงเยียน หนิงเซียน และป๋อเหวิน“ข้าสบายดี มิเจ็บปวดที่ใดเจ้าค่ะ ท่านพี่กับพี่สะใภ้เล่า”“กระหม่อมและเฟยหย่าเองก็สุขสบายดีพ่ะย่ะค่ะ จริงสิ วันนี้องค์หญิงของเรา
Baca selengkapnya
9. เห็นความสำคัญ (1)
ร่างระหงเดินออกจากท้องพระโรงอย่างสง่างามพร้อมกับพัดคู่ใจ ราวกับการประชุมครานี้มิได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย ไม่ว่าผู้ใดก็นึกชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่ นางกำนัลคนสนิทอย่างเสี่ยวหงที่หอบม้วนตำราเดินตามหลังนายเหนือหัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแน่นอนว่าการที่มีสตรีเดินออกมาจากท้องพระโรงย่อมเป็นที่สนใจของคนทุกผู้ ทว่าสายตาของเหล่าบุรุษทั้งหลาย มิได้มีผลต่อความคิดของซิงเยียนเลยบัดนี้ในศีรษะเล็กกำลังเฝ้านึกถึงเรื่องที่พระบิดาของตน เอ่ยปัดเรื่องการแต่งตั้งองค์รัชทายาท ผู้คนทั่วแคว้นต่างรู้ดีว่าองค์ฮ่องเต้มิมีโอรสเพื่อสืบบัลลังก์แม้แต่พระองค์เดียว และหลังจากที่สนมขั้นผินประสูติองค์หญิงเจ็ด จวิ้นหนิงเซียนแล้ว ก็ไม่มีสนมคนใดให้กำเนิดพระโอรสหรือพระธิดาอีกเลย“เห็นทีเรื่องนี้คงต้องพูดคุยกับเสด็จพ่อให้เข้าใจ” เพราะนับจากที่ซิงเยียนได้เข้ามาช่วยงานพระบิดา พระองค์ก็ไว้วางใจซิงเยียนมากขึ้น บ้างก็เรียกไปพูดคุย บ้างก็เรียกไปสอนเกี่ยวกับการปกครอง ทั้งยังมีการประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่าซิงเยียนจะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ คอยช่วยจัดการเรื่องต่างๆ“พี่หญิงกลับมาแล้ว เรารีบไปกันเถิดเพคะ”“อันใดกัน ต
Baca selengkapnya
10. เห็นความสำคัญ (2)
“ฝ่าบาท”“อืม ทำอันใดกันอยู่หรือ จึงได้อยู่กันพร้อมหน้าเช่นนี้”“หม่อมฉันเรียกเหล่าสนมและองค์หญิงมาปรึกษา เรื่องงานชมบุปผาเพคะ” เสียงออดอ้อนของหงส์เคียงบัลลังก์มิใช่ว่าผู้ใดจะได้ยินง่ายๆ“ดีๆ มิได้มีสิ่งใดติดขัดใช่หรือไม่”“มิได้-” ฮองเฮาหลิวถึงกับหน้าตึงเมื่อถูกซิงเยียนเอ่ยขัด“มีเพคะ ลูกอยากขอให้เสด็จแม่จัดงานในครานี้เพคะ เดิมทีก็ถึงคราที่เสด็จแม่จะได้เป็นผู้จัดงานนี้อยู่แล้ว แต่ฮองเฮามิให้จัดเพคะ”“องค์หญิงซิงเยียน อย่าได้เอ่ยให้ฝ่าบาทเข้าใจข้าผิด หม่อมฉันเพียงเห็นว่างานปีนี้จะมีผู้คนมาเข้าร่วมมากกว่าเดิม จึงกลัวว่าสนมหวังจะเหนื่อยเอาได้เพคะ” องค์ฮ่องเต้ฟังดังนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ“อย่างนั้นก็ให้ฮองเฮาจัดไปเถิด” ไม่ต้องบอก ทุกคนก็พอจะเดาได้ว่าองค์ฮองเฮายิ้มแย้มหน้าบานเพียงใด แต่มีหรือซิงเยียนจะยอม“หากเป็นเช่นนั้นลูกคงต้องขอลาประชุมเช้าสักระยะ ลูกต้องไปจัดการเรื่องยกเลิกการจ้างงานที่เสด็จแม่ได้ทาบทามไว้ก่อนหน้า เพราะตอนนั้นเป็นลูกที่ออกหน้าไปไถ่ถามให้”“ได้อย่างไร มีเรื่องบ้านเมืองมากมายที่เจ้าต้องทำ” ได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้ของแคว้นจวิ้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที หากไม่มีซิงเยียน พระองค
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status