Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-02-01 08:09:51

ขบวนคุ้มกันของต้าปาถูได้แจ้งข่าวว่าพวกเขาจะมาถึงในอีกห้าวันข้างหน้า โดยขอให้หนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และตี๋ลี่เสวี่ยไปรอที่นอกเมือง เพื่อที่จะเร่งเดินทางกลับในทันที ด้วยระยะทางระหว่างเมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้งกับเมืองหนิงเปียนนั้น ต้องใช้เวลาเดินทางมากถึงสองเดือนด้วยกัน

หนู่เอ๋อร์เจียงจึงได้เข้าไปแจ้งข่าวแก่เหรินอี้โหว ซึ่งเหรินอี้โหวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ด้วยข้อตกลง ตั้งแต่ที่หนู่เอ๋อร์เจียงเข้ามาทำงานในวันแรกที่เขาสามารถจากไปเมื่อใดก็ได้ ซึ่งยามนี้ก็ผ่านมาร่วมสิบปีแล้ว

หนู่เอ๋อร์เจียงเป็นบุรุษที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลม้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังใจดีพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ดูแลคนอื่น ๆ อย่างเต็มที่ จึงทำให้การจากไปของเขาไม่ส่งผลกระทบต่อการดูแลม้าในจวนมากนัก

ซึ่งเหรินอี้โหวเองก็พึงพอใจในส่วนนี้เป็นอย่างมาก จึงได้มอบเงินก้อนหนึ่งไว้ให้หนู่เอ๋อร์เจียงไปตั้งตัวที่เมืองหนิงเปียน ซึ่งหนู่เอ๋อร์เจียงก็ไม่ได้ปฏิเสธในสินน้ำใจในครั้งนี้

ในระหว่างห้าวันนั้น เจิ่งเสวี่ยอิ๋งและตี๋ลี่เสวี่ยต่างคลุกอยู่ด้วยกันที่เรือนชิงหนิง เพื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของแต่ละคนให้อีกฝ่ายรับรู้มากที่สุด

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหรินอี้โหว ฉินซื่อ อนุอวี้ และบรรดาพี่สาวน้องสาวของนางให้ตี๋ลี่เสวี่ยฟัง รวมถึงความเป็นไปในเมืองหลวง บรรดาขุนนาง ฮูหยิน และคุณหนูจากจวนต่าง ๆ

ในส่วนของความสามารถสี่ศาสตร์ของแม่นางในเมืองหลวงนั้น เจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่นึกเป็นกังวล เพราะตั้งแต่วัยเยาว์ที่นางฝึกความสามารถเหล่านี้ ตี๋ลี่เสวี่ยก็อยู่ร่วมฝึกกับนางด้วย เรียกได้ว่าความสามารถของนางและตี๋ลี่เสวี่ยนั้นอยู่ในระดับเดียวกันอย่างโชคดี

ส่วนตี๋ลี่เสวี่ยเองก็เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเผ่าอุยกูร์และบรรดาผู้อาวุโสเท่าที่นางจะจำความได้ ข้อห้ามและข้อควรระวังต่าง ๆ อีกทั้งยังให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเข้านับถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกับตนอีกด้วย ซึ่งส่วนนี้ เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

กล่าวได้ว่าห้าวันนั้น ทำให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเป็นตี๋ลี่เสวี่ยได้อย่างสมบูรณ์แบบ...

แต่ตี๋ลี่เสวี่ยจะเป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้หรือไม่... เจิ่งเสวี่ยอิ๋งชักไม่แน่ใจ...

และแล้ววันที่หนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ จะต้องเดินทางกลับเมืองหนิงเปียนก็มาถึง...

‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ ได้เข้าไปขออนุญาตเหรินอี้โหวออกนอกเมืองหลวง เพื่อที่จะไปกราบไหว้หลุมศพมารดาของตนและขอค้างคืนที่วัด เพื่ออุทิศผลบุญให้แก่มารดา แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำให้ตี๋ลี่เสวี่ยรู้สึกไม่สบายใจอย่างหนักหน่วง

หากแต่เมื่อนางพิจารณาถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้แต่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งยังเลือกที่จะเข้าสู่ศาสนาอิสลาม ตัวนางเองก็ควรจะวางตัว ประพฤติตนเฉกเช่นเดียวกับที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคยเป็นมา

ยามอู่ หนู่เอ๋อร์เจียงได้พากู่ลี่น่าและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเข้าไปลาเหรินอี้โหวและฉินซื่อเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อขอบคุณสำหรับการให้ที่พักพิงและจ้างงานตลอดสิบปีมานี้

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก้มศีรษะขอบพระคุณบิดาที่เลี้ยงดูมานับสิบปีในใจ นอกเหนือจากความกตัญญูนั้นแล้ว นางพบว่าตนไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันอื่นใดซ่อนอยู่ในจวนนี้อีกเลย

จนกระทั่งปลายยามอู่ รถม้าสองคันก็เคลื่อนออกจากจวนเหรินอี้โหวตรงออกนอกเมืองหลวงไปยังวัดหลิงจี้ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไม่ไกลจากกำแพงเมืองหลวงมากนัก

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเลิกชายผ้าม่านขึ้น เพื่อมองจวนเหรินอี้โหวที่เติบโตมาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย จนกระทั่งลับสายตาไป ดวงตากลมโตที่เคยเหม่อมองกลับมาทอประกายสดใส เมื่อตระหนักได้ว่านางกำลังจะได้เริ่มชีวิตใหม่แล้ว

ชีวิตใหม่ที่สดใสกำลังรอนางอยู่ที่เมืองหนิงเปียน!!

เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยาม รถม้าคันแรกก็หยุดลงที่ปลายเนินเขาของวัดหลิงจี้ ตี๋ลี่เสวี่ยก้าวลงมาอย่างช้า ๆ ตามแบบฉบับของแม่นางในเมืองหลวง

รถม้าคันที่สองจึงได้หยุดตาม หนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก้าวลงมาจากรถม้าด้วยเช่นกัน

“ท่านลุง ท่านป้า ลี่ลี่” ตี๋ลี่เสวี่ยเอ่ยเรียกอีกฝ่ายทีละคนด้วยเสียงสะอื้น ดวงตาเมล็ดซิ่งของร่างกายที่นางครองอยู่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา “พวกท่านต้องไปแล้วจริง ๆ หรือ?”

*หนึ่งชั่วยาม หมายถึง 2 ชั่วโมง

*ยามอู่ หมายถึง ช่วงเวลา 11.00-12.59 น.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 114

    ยามเช้าของวันถัดมา ก่อนที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะออกไปตรวจตราทหารตามปกติ อาซือหลันในร่างของ ‘ตี๋ลี่เสวี่ย’ ก็แต่งกายเรียบร้อยมิดชิด เพื่อที่จะได้ตามนางออกไปตรวจตราด้วยหากแต่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้ยื่นชุดคลุมแขนยาวให้เขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านแต่งกายมิดชิดได้ดีแล้ว แต่ข้าคิดว่าท่านสวมชุดคลุมนี้อีกชั้นเถิด ประเดี๋ยวผิวของข้าจะดำเสียหมด”อาซือหลัน “...”แต่เดิมผิวเจ้าก็มิได้ขาวผ่องเป็นยองใยเช่นสาวชาวฮั่นอยู่แล้วนะ แต่ก็สวยคมเข้มเช่นชาวอุยกูร์อย่างเจ้า แบบนั้นต่างหากที่ข้าชอบ…ความคิดที่น่าตกใจแวบผ่านเข้ามาอีกครั้ง อาซือหลันได้แต่เบิกตากว้าง แต่ต้องรีบกลบเกลื่อนด้วยการรับเสื้อนั้นมาสวม ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจว่าจะปฏิเสธอาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งพากันเดินออกจากกระโจมหลัก หลังจากที่ตรวจตราเหล่าทหารเรียบร้อยแล้ว อาซือหลันจึงให้คนสนิทจัดเตรียมลานฝึกซ้อมส่วนตัว เพื่อให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้ฝึกซ้อมดาบกับเขาอีกครั้งยามนี้คนสนิททั้งสามคนของอาซือหลันล้วนรู้เรื่องการสลับร่างของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว บาคียาร์จึงได้ใช้ผ้าผืนใหญ่มาขึงเ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 113

    “ระวัง!!”ในเสี้ยวพริบตาที่มือสังหารพุ่งเข้ามากรีดอากาศด้วยมีดสั้น อาซือหลันที่อยู่ในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยก็ฉวยดาบของอาซือหลันออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในใจจะกรีดร้องว่ามันหนักมากก็ตามเขาใช้พลังทั้งหมดที่มีในร่างบอบบางแทงสวนกลับไปยังลำตัวของคนร้ายอย่างแม่นยำและรุนแรง!ฉึก!! เสียงคมมีดเสียดแทงเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายเสียงดัง!คนร้ายล้มลงทันทีพร้อมกับมีดสั้นที่หลุดจากมือ เป็นจังหวะเดียวกับที่อาซือหลันใช้มืออีกข้างจับข้อมือหนาของ ‘อาซือหลัน’ ตวัดรั้งร่างกำยำเข้ามาในอ้อมแขนราวกับต้องการปกป้องอีกฝ่ายให้พ้นจากอันตรายทหารที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในบริเวณนั้นต่างตกตะลึงจนนิ่งงัน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด โดยเฉพาะภาพที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าร่างสูงใหญ่กำยำของท่านแม่ทัพกำลังตกอยู่ในอ้อมแขนบอบบางของฮูหยิน โดยที่มือข้างหนึ่งของฮูหยินยังคงกำดาบที่เปื้อนเลือดของมือสังหารไว้อยู่ทหารแต่ละนายล้วนอ้าปากค้างกับภาพที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็น “!!!”ไม่ใช่เพียงคนสนิทและทหารที่ตกตะลึง ‘อาซือหลัน&rsq

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 112

    น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงเร้นไปด้วยไอสังหารและอำนาจสะกดขวัญที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีนั้น เปรียบเสมือนอสนีบาตฟาดลงกลางใจของมู่หนี่ลา จนร่างทั้งร่างของนางเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง ห้วงจังหวะหัวใจพลันสะดุดกึกด้วยความหวาดหวั่น... น้ำเสียงที่ทรงพลังและเยือกเย็นถึงเพียงนี้ เหตุใดนางจะจำไม่ได้กัน!!แม่ทัพใหญ่เย่! เย่อี้หมิง!!พญามัจจุราชแห่งสมรภูมิ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพชาวฮั่นที่ประจำการ ณ เมืองหนิงเปียนแห่งแคว้นต้าจิ้ง ชายผู้มีฐานะอันสูงส่งเกินกว่าที่ใครจะกล้าต่อกรนอกจากจะเป็นเจ้าตระกูลเย่ ตระกูลแม่ทัพที่สืบทอดสายเลือดนักรบปกป้องแผ่นดินมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เขายังมีฐานะเป็นถึงพระมาตุลาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และเป็นอนุชาสุดที่รักของเย่ไทเฮา ผู้กุมอำนาจกึ่งหนึ่งของราชสำนัก!!แม่ทัพใหญ่เย่ประจำการอยู่ที่เมืองหนิงเปียนมานานเกือบสิบปี โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สาเหตุว่าเขาขอย้ายตนเองมาประจำการที่เมืองชายแดนอันห่างไกลเช่นนี้ทำไมด้วยความที่เขาเป็นถึงเจ้าตระกูลเย่และเป็นอนุชาเพียงคนเดียวของเย่ไทเฮา แล้วเหตุใดจึงต้องมาทนทรมานกายที่ชา

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 111

    “ตายแล้ว! อาซือหลันตายแล้ว!!” เสียงสาวใช้ในเรือนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานในห้องด้วยสีหน้ายินดีปรีดา “สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ! คนของเราส่งข่าวกลับมาบอกว่าอาซือหลันตายแล้ว!”ดวงตาของผู้ที่ได้รับรายงานเปล่งประกายแห่งชัยชนะเจือความอำมหิต ก่อนจะหัวเราะเสียงแหลมออกมาอย่างควบคุมไม่ได้“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ในที่สุด! ในที่สุดข้าก็สามารถฆ่าอาซือหลันได้สักที! เพราะมัน! มันจึงทำให้ข้าต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้!” เจ้าของเรือนผุดลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจ สองมือกำแน่นใต้ชายแขนเสื้อ“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! เพราะอาซือหลันยกทัพมาบุกตีเผ่าของเราจนแตกพ่าย หากนายท่านมาห์มุดไม่ยอมจำนนและยกท่านให้เป็นอนุของมัน มันก็คงไม่เลิกรา” กาซีพูดออกมาด้วยความคับแค้นใจดวงตาของมู่หนี่ลาฉายแววเหี้ยมเกรียม เชิดหน้าอย่างหยิ่งผยอง “สามปี! สามปีที่ข้าต้องอดทนอยู่ในจวน ยอมเสียสละเรือนร่างให้มันเชยชม แสร้งทำเป็นว่ารักทั้งที่ขยะแขยงสัมผัสของมันเป็นยิ่งนัก!”“บุตรสาวหัวหน้าเผ่าคาร์ลุกอย่างข้าน่ะหรือ? จำต้องมาเป็นอนุในจวนผู้อื่น สิ่งนี้คู่ควรกับข้าหรือ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 110

    แม้ว่าเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะออกอาการงอแงเพราะนอนไม่พอไปบ้าง แต่สุดท้ายก็จำต้องลุกขึ้นตามแรงลากจูงของอาซือหลัน เพื่อไปเดินตรวจตราลานฝึกซ้อมตามหน้าที่ของแม่ทัพใหญ่อยู่ดีกลางลานฝึกซ้อมของค่ายเหยี่ยวดำ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบร่างของทหารม้าหลายสิบนายที่กำลังเปลือยกายท่อนบนฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างคล่องตัวผิวกายส่วนบนของพวกเขามีสีแทนเข้มจากการกรำแดดและลมหนาวมานานหลายปี เหงื่อไหลอาบเป็นทางลงไปตามร่องกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ชัดเจนจนมันวาวราวกับทาด้วยน้ำมันกล้ามเนื้อแต่ละมัดที่ต้นแขนและไหล่ เกร็งกระตุกและยืดหดตัวทุกครั้งที่พวกเขาเหวี่ยงดาบหนัก หรือยกกระสอบทรายขนาดใหญ่เสียง ‘ฮึบ’ จากการออกแรงดังสลับกับเสียงกระทบของโลหะและหนังที่ใช้ในการฝึกซ้อม ทั่วร่างของหลายคนมีรอยแผลเป็นสีจาง ๆ พาดผ่านหน้าอกและซี่โครงในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินผ่านนั้น ดวงตาคู่คมของ ‘อาซือหลัน’ ก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันทีด้วยความสนใจในเรือนร่างกำยำของบุรุษนักรบ“อื้อหืม...” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งอดลากเสียงในลำคอไม่ได้ พร้อมทั้งกลืนน้

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 109

    จากการประชุมในช่วงสายวันนั้น ทำให้อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งทราบความคืบหน้าในหลายประเด็น โดยหมอทหารได้รายงานว่าทหารส่วนใหญ่ที่ถูกพิษได้รับการรักษาทันท่วงที เพียงแค่พักฟื้นก็หายดีดังเดิม โดยทหารที่มีอาการสาหัสนั้น มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นส่วนเรื่องเสบียง จากเดิมที่ได้มีการขนส่งเสบียงไปที่แนวหน้าแล้วเมื่อวาน ทำให้ลดปัญหาการขาดแคลนเสบียงของด่านหน้าไปได้มาก นอกจากนี้ ทางเผ่าคีตันเอง ซุลฟิการ์ก็ได้สั่งให้กองทัพล่าถอยออกจากเขตชายแดนเป็นที่เรียบร้อยแล้วสายที่ส่งไปสืบที่กองทัพของเผ่าบาสมิลกลับมารายงานว่า อิสกันดาร์ ผู้นำของเผ่าบาสมิลเดือดดาลไม่น้อยที่อยู่ ๆ ซุลฟิการ์ก็กลับลำ ไม่ยอมให้ความร่วมมือมาสนับสนุนกองทัพ เขาจึงต้องระดมพลในเผ่าใหม่อีกครั้งเป็นจำนวนมากและจากที่สายสังเกตเห็น ก็พบว่ารายการเสบียง อาวุธ ยา และม้าศึกที่อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งกำลังตามหาว่าหายไปจากค่ายทหารได้อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านั้นล้วนแต่ปรากฏอยู่ในค่ายทหารของเผ่าบาสมิลทั้งสิ้นเพียงเท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าทั้งจวนแม่ทัพและค่ายทหารของเขาล้วนแต่มีไส้ศึกซ่อนอยู่ทั้งนั้น ดวงตากลมโตของอาซือหลันเ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 23

    ใช่แล้ว สิ่งผิดปกติที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งสังเกตเห็นคือบนโต๊ะอาหารมีจานอาหารที่ไม่ใช่อาหารฮาลาลวางอยู่ด้วย ซึ่งนั่นเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเป็นอย่างมากว่านเฟยลี่ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ นางทุบโต๊ะเสียงดัง และชี้ไปยังจานเนื้อหมูอบจานเล็ก ๆ นั้น ด้วยใบหน้าโกรธจัด “อ๊า! นี่มันอะไรกัน! ใครสั่งให้น

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 21

    กลางยามอิ๋น ในขณะที่เรือนจวิ้นเหอยังมีอากาศที่เย็นยะเยือกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งลุกขึ้นก่อนแสงแรกของวันมาถึง นางรีบลุกขึ้นมาแต่งตัว โดยที่ไม่นึกแปลกใจแม้แต่น้อยที่ไม่มีสาวใช้คนใดเข้ามาช่วยนางแต่งตัว เสียงเคลื่อนไหวของนาง ทำให้อาซือหลันรู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยเช่นกันอาซือหลันตื่นขึ้นมาอย่างเง

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 24

    หลังจากเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารมื้อนั้น ว่านเฟยลี่ก็ขอปลีกตัวกลับเรือนอี๋เหอของตนเอง โดยมีเจินเจินและเหวินซิ่ว สองสาวใช้คนสนิทเดินตามหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งยืนมองพวกนางที่ริมระเบียง ก่อนจะเหลียวหันหลังกลับมามองตนเองที่ไร้ผู้ใดข้างกายเฮอะ... ช่างน่าสงสารนัก ยามที่เป็นคุณหนูรองแห่งจวน

    last updateLast Updated : 2026-03-17
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 22

    ส่วนอนุคนสุดท้ายคือ ซินเซียง หรือ อนุซิน นางโลมจากหอชิงอู๋ หอคณิกาเลื่องชื่อของเมืองหนิงเปียนที่อาซือหลันรับเข้าจวนในวัยยี่สิบสี่หนาว ด้วยเพราะถูกใจในใบหน้า ท่าทาง และจริตจะก้านของนางซินเซียงนั้นนับว่าเป็นแม่นางที่รู้จักเรือนร่างของตนเป็นอย่างดี นางสวมใส่ชุดฮั่นฟูสีชมพูอมแดงที่ช่วยขับผิวพ

    last updateLast Updated : 2026-03-17
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status