Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-02-01 08:10:24

หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”

ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”

นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”

ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาว

นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัด

หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวน

หนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง หากแต่กู่ลี่น่าไวกว่า นางรีบเข้าไปจับแขนของตี๋ลี่เสวี่ยให้ลุกขึ้นยืน “คุณหนู! ทำอะไรเช่นนี้! ท่านลุกขึ้นเถิด! พวกเราไม่อาจรับการคำนับของท่านได้!”

ตี๋ลี่เสวี่ยฝืนแรงดึงนั้น ก่อนจะก้มศีรษะลงต่ำ เพื่อซ่อนน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “ให้... ให้ข้าทำเถิดเจ้าค่ะ!”

“ข้า... ข้าขอขอบคุณบิดามารดาผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมา... บุญคุณนี้... ข้าคงตอบแทนท่านไม่ได้ในชาตินี้...”

ตี๋ลี่เสวี่ยเลือกใช้คำว่า ‘บิดามารดาผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมา’ ทำให้หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าเข้าใจไปว่าคุณหนูรองตรงหน้ากำลังระลึกถึงมารดาที่จากไป

กู่ลี่น่าเห็นท่าทางคำนับอย่างนอบน้อมเช่นนั้น พลันนางรู้สึกถึงความว่างเปล่าในอก ทำให้มีดวงตาแดงก่ำ “คุณหนู... อี๋เหนียงของท่านต้องรับรู้ถึงความกตัญญูของท่านแน่ ๆ เจ้าค่ะ ท่านอย่าได้โศกเศร้านักเลย ลุกขึ้นเถิดนะ”

ตี๋ลี่เสวี่ยยันกายลุกขึ้นตามแรงพยุงของกู่ลี่น่า ก่อนจะสบตากับเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่ยืนมองอยู่ ดวงตากลมโตของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็คลอไปด้วยหยาดน้ำตา นางพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจถึงความเสียสละของตี๋ลี่เสวี่ย

สองสหายโอบกอดกันแน่น ใบหน้าพวกนางเกยอยู่บนบ่าของอีกฝ่าย

“ขอบคุณมากนะ ลี่ลี่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งกระซิบเสียงแผ่ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขอบคุณ

“ข้าขอฝากท่านพ่อท่านแม่ด้วยนะ” ตี๋ลี่เสวี่ยกระซิบเสียงเบาตอบกลับมา

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยักหน้าเล็กน้อย “ข้าจะดูแลพวกท่านให้ดีเท่าชีวิตของข้า”

สิ้นเสียงกระซิบต่างก็ผละออกจากกัน เป็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่กล่าวขึ้นก่อน “เมื่อพวกเราไปถึงเมืองหนิงเปียนแล้ว ข้าจะเขียนจดหมายมาหาท่านนะ อาอิ๋ง”

“อื้อ! แล้วข้าจะรอจดหมายจากเจ้านะ ลี่ลี่” ตี๋ลี่เสวี่ยตอบรับ พร้อมทั้งสะอื้นในอก แล้วจึงตัดใจกล่าวถ้อยคำที่ยากที่สุดออกมา “ขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”

หนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มจาง ก่อนจะทยอยกันขึ้นไปบนรถม้า

ตี๋ลี่เสวี่ยยืนมองรถม้าที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากไปพร้อมกับหัวใจที่รู้สึกราวกับถูกฉีกทึ้ง แรงสะอื้นในอกรุนแรงจนนางต้องประคองควบคุมลมหายใจ

จากนี้ไป นางต้องอยู่ให้ได้ด้วยตนเองตามลำพังเสียแล้ว…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 180 (จบ)

    แรงโยกไหวไปมาอย่างสม่ำเสมอของรถม้าที่แล่นไปบนถนน แฝงไปด้วยความรู้สึกโคลงเคลงที่แสนคุ้นเคย เป็นตัวปลุกให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งค่อย ๆ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้าทันทีที่สติเริ่มกลับคืนมา ความเมื่อยล้าสะสมก็แล่นปราดเข้าจู่โจมไปทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกาย นางรู้สึกระบมราวกับกระดูกจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งเหตุผลของอาการเหล่านี้ นางย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจโดยไม่ต้องเสียเวลาไปถามหาจากใครที่ไหนนับตั้งแต่ราตรีนั้น... คืนที่ดวงดาวเต็มฟ้าและอาซือหลันนึกพิเรนทร์พานางออกไป ‘ขี่ม้า’ ชมแสงดาวกลางทุ่งหญ้ากว้าง และดูเหมือนความรื่นรมย์ในคราวนั้นจะติดตรึงใจเขาจนเกินเยียวยาเพราะหลังจากนั้นมา หากคืนไหนที่ขบวนเดินทางต้องตั้งกระโจมพักค้างแรมท่ามกลางผืนทราย เขาก็จะใช้เล่ห์เหลี่ยมกึ่งชวนกึ่งบังคับพานางออกไป ‘ขี่ม้า’ ใต้แสงจันทร์ทุกคืน!ย้ำว่าทุกคืนจนนางแทบจะขาดใจตาย! ถึงขนาดที่นางต้องลอบภาวนาในใจ ขอให้ขบวนเดินทางถึงโรงเตี๊ยมหงเหอเร็ว ๆ เพื่อที่นางจะได้นอนหลับบนเตียงนุ่ม ๆ อย่างสงบสุขเสียทีทว่าคำอธิษฐานของนางกลับไร้ผล... ใช่ว่าเมื่อได้เข้าพักที่โรง

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 179 (NC)

    “อื้อ!!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเด้งตัวขึ้นสุดแรง เมื่อถูกสามีบดเบียดแก่นกายเข้ามาจนสุด น้ำหวานที่ชื้นแฉะช่วยให้เขาถลำลึกเข้าไปอย่างที่หวังดวงตาของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่ได้มองเห็นแค่ดวงดาวที่พร่างพรายบนฟ้าอีกต่อไป นางรู้สึกว่าในสมองของนางตอนนี้ก็พร่างพรายไปด้วยดวงดาวนับล้านเช่นเดียวกัน“เราไปขี่ม้าเล่นกันเถิด เสวี่ยเอ๋อร์” อาซือหลันสอดสะโพกเข้าไปแนบชิดกับผิวบอบบางที่อ้ารับตัวตนของเขาไว้จนมิด ยกสองขาเรียวตวัดโอบรัดเอวสอบของเขาไว้แน่นแล้วจึงรั้งร่างบางที่นอนอยู่บนหลังม้าให้ลุกขึ้นนั่ง ดวงหน้าเนียนแดงระเรื่อด้วยพิษรักที่เขามอบให้ อาซือหลันจับสองแขนให้โอบรอบเอวของเขาไว้เช่นเดียวกับแขนข้างหนึ่งของเขาที่รัดเอวบางไว้ ส่วนอีกมือก็จับบังเหียนไว้แน่นเตะปลายเท้าส่งสัญญาณให้เจ้าต้าเฮยเบา ๆ เพียงเท่านั้น ม้าศึกคู่ใจของเขาก็พาทั้งคู่เดินเหยาะไปมาอย่างช้า ๆ หากแต่สำหรับคนที่นั่งอยู่ข้างบนอานม้า กลับไม่ได้รู้สึกเบาเลยสักนิด“อึก! ท่านพี่! อ่ะ อา...”ทุกแรงกระแทกจากที่เจ้าต้าเฮยเดินควบไปมาส่งตรงถึงแก่นกายของพวกเขาทั้งสิ้น จนอาซือหล

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 178 (NC)

    สิ้นเสียงประโยคคำถามที่หมายความว่าอนุญาต อาซือหลันก็ไม่รอช้า มือหนึ่งประคองเอวบาง พร้อมทั้งสอดมือไปใต้ขาเรียวข้างหนึ่งตวัดหมุนตัวบังคับให้นางหันมาประจันหน้ากับเขา“ท่านพี่!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งร้องด้วยความตกใจ ภายในพริบตาเดียว ภาพทะเลทรายงดงามเบื้องหน้าก็กลับกลายเป็นแผงอกกำยำของสามีเสียแล้ว “ข้าตกใจหมด!”นางนึกว่าตนเองจะตกลงไปเสียแล้ว เจ้าเสี่ยวเฮยก็สูงมิใช่น้อย!“ข้าบอกแล้ว ข้าไม่มีวันปล่อยให้ฮูหยินตกลงไปหรอก...” อาซือหลันยกยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้ “หากเจ้าตกลงไปบาดเจ็บ ข้าก็อดชวนเจ้าขี่ม้าน่ะสิ!”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งกลอกตามองบนกับความขยันชวนนางออกนอกลู่นอกทางเสียเหลือเกิน ชวนจนนางจะเสียคนหมดแล้ว “แล้วท่านพี่จะทำเช่นไรต่อไป?”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งถามพลางก้มมองสภาพร่างกายของตนเอง รวมถึงของอาซือหลันด้วยที่ยามนี้ พวกเขาทั้งสองคนแต่งกายเรียบร้อยมิดชิดเช่นนี้ แล้วจะขี่ม้ากันได้อย่างไร?“ไม่ใช่เรื่องยาก” อาซือหลันพูดพลางล้วงมือหยิบมีดสั้นออกมา ประกายมีดสะท้อนแสงจันทร์จนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งใจหายวาบ น

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 177

    ขบวนเกียรติยศของท่านแม่ทัพใหญ่ ตั้งค่ายพักแรมกลางทะเลทรายที่ทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด แสงไฟจากกองเพลิงนับสิบดวงส่องสว่างเป็นหย่อม ๆ ตัดกับความมืดมิดที่กดทับลงมาเสียงอื้ออึงของการเข้ายาม เสียงทหารพูดคุยกันอย่างแผ่วเบา และเสียงม้าหายใจอย่างสม่ำเสมอ เป็นหลักฐานเดียวที่ยืนยันถึงการมีอยู่ของกองทัพใหญ่ในความเวิ้งว้างแห่งนั้นหลังจากที่ต่างฝ่ายร่วมรับประทานอาหารและแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่กระโจมส่วนตัวแล้ว อาซือหลันก็เดินนำเจิ่งเสวี่ยอิ๋งออกมา โดยเขาเตรียมเจ้าต้าเฮย ม้าศึกคู่ใจของเขาไว้แล้วอาซือหลันช่วยดันเจิ่งเสวี่ยอิ๋งขึ้นนั่งด้านหน้า แล้วตัวเองจึงตามขึ้นไปโอบรัดจากด้านหลังเพื่อประคองตัวพวกเขาไม่ได้ควบม้าเร็วเกินไปนัก เพียงแต่เดินเหยาะ ๆ บนเม็ดทรายสีนวลที่ยังคงเก็บความร้อนระอุไว้เล็กน้อย เสียงกีบเท้าของม้าถูกดูดซับไปกับพื้นทรายจนเงียบสนิท เมื่อพวกเขาเคลื่อนตัวออกห่างจากแสงไฟของค่ายไปได้ราวครึ่งลี้เสียงอื้ออึงของทหารก็จางหายไป จนเหลือเพียงความเงียบที่บริสุทธิ์ของทะเลทรายยามค่ำคืน หากมองกลับไป ค่ายพักแรมนั้นก็เล็กลงจนเหลือเพียงนิดเดียว กลายเป็นแสงไฟเล็ก ๆ ท่าม

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 176

    แต่การเดินทางไกลจากเมืองหนิงเปียนไปสู่เมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้งนั้น มิใช่เรื่องที่จะบอกว่าออกเดินทางได้ก็สามารถออกเดินทางได้เลย สุดท้าย เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็ต้องร่วมเตียงชมลมวสันต์ที่เรือนจวิ้นเหอกับอาซือหลันอีกหลายคืน จนกว่าจะได้ออกเดินทางจริง ๆไม่เพียงแต่อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเท่านั้นที่ได้รับจดหมายเชิญจากหลิงอวิ๋นฟานไปเมืองหลวง ในวันที่อาซือหลันไปราชการ เพื่อทำเรื่องลาไปเมืองหลวงเขาก็ได้รับพระราชโองการเรียกตัวแม่ทัพ เพื่อรับพระราชทานรางวัลความชอบในการปราบปรามกบฏชายแดนในงานเลี้ยงฉลองชัยชนะที่ฮ่องเต้จะจัดขึ้นเป็นการส่วนพระองค์ ณ ท้องพระโรง โดยมีคำสั่งให้ออกเดินทางไปถึงเมืองหลวงโดยเร็วที่สุดมุมปากของอาซือหลันอดกระตุกไม่ได้...เขาก็อุตส่าห์หลอกล่อเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ตั้งนาน... สุดท้าย ถ้าหากมีพระราชโองการเรียกตัวแม่ทัพเช่นนี้ อย่างไรเขาก็ต้องไปเมืองหลวงอย่างปฏิเสธไม่ได้นอกจากนี้ ไม่ได้มีเพียงเขาเท่านั้น ต้าปาถู บิดาของเขาเองก็ต้องไปด้วยเช่นกัน ร่วมถึงเย่อี้หมิง แม่ทัพใหญ่เย่ที่ประจำการอยู่ที่เมืองหนิงเปียนนานเกือบสิบปีก็ถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงในครั

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 175

    หลังจากคืนเข้าหอในวันนั้น อาซือหลันก็แทบจะไม่ห่างจากฮูหยินของตนเลยแม้แต่น้อย หลังกลับจากราชการหรือค่ายทหารแล้ว ไม่เกินยามซวี ประตูเรือนจวิ้นเหอก็ปิดลงดาลแน่นหนา ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่บิดาบังเกิดเกล้าอย่างต้าปาถูก็ตาม...ยิ่งประตูเรือนจวิ้นเหอปิดเร็วเท่าไหร่ เวลาตื่นของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ยิ่งสายขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับรอยยิ้มของต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิดว่าใกล้จะได้อุ้มหลานตัวน้อยแล้วแน่ ๆในยามเซินที่อากาศกำลังดี อาซือหลันก็กลับมาถึงจวนแม่ทัพพร้อมจดหมายฉบับหนึ่ง เขาตรงมาที่เรือนจวิ้นเหอด้วยความเคยชินตลอดหลายวันมานี้ ก่อนจะเห็นฮูหยินของตนกำลังนั่งปักลายผ้าอยู่บนเก้าอี้เงียบ ๆ“เห็นเจ้ายังมีแรงมานั่งปักผ้าเช่นนี้ พี่ก็สบายใจแล้ว...”เพียงเท่านั้นแหละ เขาก็ได้รับค้อนอันใหญ่จากฮูหยินเป็นรางวัลในการต้อนรับกลับจวน“เพลา ๆ ลงหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งอดที่จะบ่นไม่ได้ ลอบนึกยินดีที่ร่างนี้เป็นของตี๋ลี่เสวี่ย หากเป็นร่างบอบบางของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจริง ๆ

  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 49

    เปลือกตาหนาค่อย ๆ กะพริบถี่ขึ้น ท่ามกลางความเมื่อยล้าที่เกาะกุมไปทั่วสรรพางค์ เจิ่งเสวี่ยอิ๋งค่อย ๆ ขยับปลายนิ้วมือที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มหอมกรุ่นที่ได้รับการทำความสะอาดมาอย่างดีในเรือนจวิ้นเหอมีแต่ผ้าห่มผืนบางและเหม็นอับนี่ แล้วผ้าห่มผืนนี้มาจากที่ไหน?แล้วเพดานเรือนที่ไ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-22
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 42

    เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว บรรดาบ่าวและสาวใช้ต่างเดินกันให้วุ่นสำหรับการจัดเตรียมงานเลี้ยงในวันนี้ แม้แต่เรือนจวิ้นเหอที่แทบจะถูกแยกเป็นเอกเทศจากคนส่วนใหญ่ยังสามารถมองเห็นความวุ่นวายได้อย่างชัดเจนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตื่นแต่เช้า เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของชุดที่จะสวมใส่ร่วมงานอีกครั้ง

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 39

    หกวันผ่านไป อาซือหลันก็สามารถจัดส่งม้าศึกได้สำเร็จ และเดินทางกลับมาถึงจวนแม่ทัพอย่างอารมณ์ดี มู่หนี่ลา ว่านเฟยลี่ และซินเซียงล้วนแต่มายืนรอต้อนรับที่หน้าประตูใหญ่ด้วยรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าพวกนางรู้กำหนดการกลับมาถึงจวนแม่ทัพ เนื่องจากอาซือหลันได้ส่งไครัต คนสนิทอีกคนมาแจ้งข่าวที่จวนเรียบร้อยแ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-20
  • ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ   บทที่ 37

    เช้าตรู่วันถัดมา เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง มู่หนี่ลา ว่านเฟยลี่ และซินเซียงล้วนแต่มายืนส่งอาซือหลันควบม้าออกจากจวนแม่ทัพไป และในทันทีที่ประตูจวนแม่ทัพปิดลงเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็หมุนตัวเตรียมที่จะเดินกลับเรือนจวิ้นเหอ ไม่ใคร่อยากมองหน้าและสนทนากับอนุอีกสามนางสักเท่าใด หากแต่ปลายเท้าของนางจำต้องหยุดชะงัก

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-20
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status