LOGIN“ตัวร้ายแล้วอย่างไร พระเอกแล้วอย่างไร ใช่ว่าหน้าตาดีแล้วจะมารบกวนชีวิตที่แสนสงบของข้าได้หรือ” ใครจะคิดว่าคนธรรมดาที่วันๆโหยหาแต่วันหยุด เพื่อดูซีรีส์หรือไม่ก็อ่านนิยายเงียบๆกับแมวในห้องเล็กๆเท่านั้น วันหนึ่งจะเข้าไปอยู่ในนิยายที่อ่านจบไปนานแล้ว เนื้อเรื่องก็แทบจำไม่ได้ในร่างของหญิงสาวธรรมดา ไม่ได้มีแม่เลี้ยงใจร้าย ตระกูลใหญ่โต ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ เป็นเพียงคนไร้ตัวตนในนิยายที่ไม่ถูกกล่าวถึงแม้เพียงประโยค เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตที่สงบสุขแต่แล้ววันหนึ่งกลับถูกจวนขุนนางใหญ่บังคับให้ไปเป็นอนุผลิตทายาท เพื่อหนีฐานะอัปยศนี้เลยเข้าจวนอ๋องร้ายไปเป็นสาวใช้ที่ทำตัวกลืนกินไปกับกำแพงจวนอย่างเช่นตุ๊กแก จิ้งจก “เว่ยตงหยาง” หรือใครๆที่เรียกเขาว่าเว่ยอ๋อง สมยานามว่าโหดร้ายและป่าเถื่อนอีกทั้งยังเป็นตัวร้ายในนิยายอีกด้วย เอาเถอะอยู่ใกล้คนเช่นนี้ดีกว่าต้องไปเป็นอนุของชายที่ไร้ค่าเช่นนั้น…
View Moreฟิ๊ววว ฉึก! ตู้ม~~~~~
อ๊าก~~~ ฉึก! เสียงต่อสู้ของเหล่าทหารกล้าที่โห่ร้องเรียกพลังและข่มขวัญข้าศึกฝ่ายตรงข้ามดังกึกก้องไปทั่วนภา พอๆกับเสียงม้าที่วิ่งไปทั่วสนามรบ ลมพายุฝนกระหน่ำเทลงมาจากฟากฟ้า เหมือนมันกำลังช่วยชะล้างคราบโลหิตสีแดงสดจากร่างไร้วิญญาณ จนแทบกลายเป็นทะเลโลหิตก็มิปาน “ท่านอ๋อง แคว้นเป่ยเทียน ถอยกำลังไปแล้วขอรับ” ทหารนายหนึ่งควบม้าศึกมารายงานผู้เป็นนาย” “ทหาร~~~ บุกยึดแคว้นเป่ยเทียน ห้ามให้รอดไปได้แม้คนเดียว” เสียงเข้มตะโกนดังลั่นทั่วสนามรบ เหล่าทหารวิ่งบุกฝ่ายตรงข้ามด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว แม่ทัพผู้องอาจเป็นแบบอย่างและขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าทั้งหลายร่วมใจกันฝ่าฝัน เว่ยตงหยางควบม้าประชิดแม้ทัพแห่งแคว้นเป่ยเทียน ความสามารถและวรยุทธ์ของเขาเป็นที่ประจักษ์อย่างไม่มีข้อกังขา เพียงใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถสะบั้นหัวของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย ร่างใหญ่กำย่ำสมชายชาตรีส่วมชุดเกาะทหารดูองอาจ คราบโลหิตสีแดงสดเปอะเปื้อนไปทั้งตัว ดวงตาคมสีสนิมท่อประกายของความภาคภูมิใจ เขากระโดดลงจากหลังม้าเพื่อนคู่ใจก่อนที่จะรับธงแคว้นฉินจากทหารผู้ร่วมรบ ปักมันบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน “แคว้นฉินชนะแล้ว เว่ยอ๋องชนะแล้ว แคว้นฉินชนะแล้ว เว่ยอ๋องชนะแล้ว” เสียงเหล่าทหารกล้าตะโกนลั่นอย่างประกาศชัยชนะในสนามรบบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน .… กลางฤดูคิมหันต์อากาศร้องอบอ้าวสลับกับฝนพายุจนสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกไม่น้อย เรือนเก่าๆ ที่อายุการใช้งานมานานนับ 10 ปี แต่กลับดูสะอาดสะอ้านข้าวของถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นนระเบียบ บนเตียงกว้างมีหญิงสาวที่กำลังนอนอุดอู้ แกว่งเท้าไปมาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้านางจะเรียกว่าอัปลักษณ์ก็ไม่ งดงามหรือก็ไม่ นับว่าพอดูได้อย่างเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าหน้าผมก็มิได้หรูหราหรือขาดริ้ว มีรอยปะจากการขาดที่ใส่มันหลายปีแล้วเท่านั้น ภายในห้องเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีข้าวของมีค่า มีเพียงหนังสือละครเต็มไปหมด “ซิ่วอิง เจ้าจะนอนเช่นนั้นอีกนานหรือไม่” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังเข้ามาภายในห้องเล็กๆ เสียงดังเหมือนอย่างกับพูดต่อหน้าเลยก็มิปาน ห้องที่ไม่เก็บเสียงดังจนได้ยินไปไกลถึงบ้านของผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง “หลี่ซิ่วอิง!” หญิงสาวถูกเรียกชื่ออีกครั้งหลังจากที่นางไม่ได้ตอบกลับผู้เป็นมารดา ร่างบางที่นอนอ่านหนังสือถึงกลับต้องกรอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่าย นางกำลังอ่านหนังสือละครที่พึ่งได้มาใหม่เมื่อหลายวันก่อน ถึงช่วงกำลังสนุกแล้วแท้ๆ ” ท่านแม่ ข้ากำลังอ่านหนังสืออยู่นะเจ้าคะ” ” อ่านหนังสือ อ่านตำราอันใด เจ้านี่หรือมิเคยเล่าเรียน บ้านเรามิได้ร่ำรวย หยุดโกหกข้าแล้วมาผ่าฟื้นส่ะ” ” เจ้าค่ะ” ซิ่วอิงเดินไปยังฟืนไม้ที่กองพูนอยู่หน้าเรือนเก่าๆ ด้วยใบหน้าเกียจคร้าน อากาศในวันนี้ดูจะร้อนอบอ้าวไปนิด หากเป็นโลกปัจจุบันคงมีแอร์เย็นๆ พอคิดถึงตอนนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ หากเป็นคนอื่นคงสนุกสนานน่าดู นางน่ะหรืออ่านนิยายมานับเป็นพันเล่มแล้วล่ะในโลกปัจจุบัน นางเอกหลงเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณ มาอยู่ในร่างนางเอกบ้าง นางร้ายบ้าง ฮองเฮา บางคนฉลาดเป็นกรด มีความสามารถ มีความรู้ทางการแพทย์ สุดท้ายตอนจบก็ได้ครองคู่กับใครสักคน แล้วอย่างไร นางมิได้มีความรู้อะไรเป็นเพียงพนักงานออฟฟิตธรรดา ที่วันๆโหยหาแต่วันหยุดเพื่อดูซีรีส์หรือไม่ก็อ่านนิยายเงียบๆกับแมวในห้องเล็กๆเท่านั้น ใครจะคิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ที่นี่ อยู่ในร่างของหญิงสาวธรรมดา ไม่ได้มีแม่เลี้ยงใจร้าย ตระกูลใหญ่ ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ วันๆตื่นมากินอิ่ม นอนหลับ ท่านพ่อกับท่านแม่ร่างนี้ก็ดีกับนางเป็นอย่างมาก หากใครจะบอกว่าได้เข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองอ่านทั้งที แล้วทำไมไม่ทำให้ชีวิตและร่างนี้อยู่ดีกินดี เป็นเพราะนางถือคติที่ว่าคนขยันอยู่ที่ไหนก็ลำบาก ที่นี่คือแคว้นฉิน บ้านของหญิงสาวอยู่ในเมืองหลวงก็จริง แต่อยู่รอบนอก เพราะฉะนั้นมิได้อยู่ใกล้จวนขุนนางใหญ่ และก็อยู่ไกลจากวังหลวงมากพอสมควร แค่นี้หลี่ซิ่วอิงก็สบายใจแล้ว เพราะ 7 เดือนที่ผ่านมานางรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นเข้ามาอยู่ในนิยายของนักเขียนชื่อดังที่อ่านจบไปนานแล้ว นางชอบเรื่องนี้มาก พระนางหรือที่ทุกคนเรียกว่าตัวเอกเหมาะสมกัน ส่วนตัวร้ายก็มีจุดจบที่ดีถึงแม้จะขัดใจนางบ้างก็ตาม เพราะงั้นนางจะไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นตัวขัดขวางเนื้อเรื่อง หรือทำให้ใครเป็นคนดี ไม่อยากรู้อยากเห็นว่าจากตัวหนังสือที่อ่านกับสถานที่จริงหรือเรื่องจริงจะเป็นอย่างไร นี้ชีวิตจริงนางเข้ามาอยู่ในนิยายมีชีวิตจริงๆ หากทำอันใดผิดพลาดเพียงนิดอาจรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ นางเองรักชีวิตรักตัวเองมาก ขอเพียงใช้ชีวิตได้ดี สงบสุข ในโลกก่อนนางเป็นเด็กกำพร้า ต้องทำงานตั้งแต่เด็ก ความยากจนก็ไม่ต่างจากที่นี่มากหนัก แต่ก็มีบ้างที่แอบเอาความสามารถจากโลกก่อนมาใช้เพื่อหาเงิน เช่น วาดภาพ แต่งกลอน ทำขนม แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่ได้แปลกใหม่มากหนัก และแน่นอนก็ต้องแอบทำอย่างลับๆ ขอแค่ไม่ลำบากใช้ชีวิตเรียบง่ายก็พอแล้ว ปั๊ก!! เสียงโยนคว้านในมือลงพื้นด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนร่างบางจะนั่งลงกับพื้นดินอย่างไม่ใส่ใจ ชีวิตประจำวันของนางไม่มีอันใดมาก มารดานางชื่อหลี่ซูหลินวันๆรับผ้าจากคนในหมู่บ้านมาซ่อม ส่วนบิดาชื่อหลี่กวางหมิงมักออกไปล่าสัตว์มากิน หากเหลือก็นำไปขาย ไม่ได้ร่ำรวยมากแต่ก็มิได้ยากจนเสียจนไม่มีอันจะกิน ทั้งคู่เลี้ยงดูหลี่ซิ่วอิงมาตลอด จวบจนตอนนี้นางอายุ 20 ปีแล้ว แต่กลับมิได้ออกเรือนเหมือนกับบ้านอื่นที่เพียงแค่อายุเพียง 15 ปี ก็เริ่มออกเรือนกันเสียแล้ว นี่นับเป็นเรื่องดีหากนางเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่แต่งงานแล้วคงลำบากใจมิน้อย นับว่าสวรรค์ยังสงสารนางอยู่บ้าง .. “ท่านพ่อกับท่านแม่มีอะไรก็บอกข้ามาเถอะเจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งสองท่านส่งสายตาให้กันไปมาเหมือนจะเอ่ยกับนางแต่ไม่กล้า ในขณะที่กำลังทานข้าวอยู่ "นี่เจ้าก็อายุ 20 แล้ว มีคนรักแล้วหรือไม่" หลี่ซูหลินผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นในที่สุด เพล้ง! เสียงตะเกียบกระทบจานข้าวทันทีหลังได้ยินผู้เป็นมารดาเอ่ยถาม "ท่านแม่....." "ข้ามิได้จะไล่เจ้า แต่ข้าสองคนก็แก่มากแล้ว หากภายภาคหน้าเจ้ามิมีผู้ดูแลจะทำเช่นไร" "แล้วอย่างไรเจ้าคะ ข้าก็อยู่คนเดียวได้ หรือพวกท่านไม่รักข้าแล้วหรือ" "เฮ้อ~ มิใช่เช่นนั้นซิ่วเออร์ เจ้าก็รู้ว่าครอบครัวเรามีเพียงกินอิ่มนอนหลับเท่านั้น อำนาจมิได้มีเฉกเช่นครอบครัวขุนนาง หากวันใดอยากให้เราผิดหรือเราถูกก็ง่ายเพียงนิด" หลี่กวางหมิง ผู้เป็นนบิดาเอ่ยอธิบาย "เราก็อยู่เงียบๆ ไม่หาเรื่องหรือพาตนเองเข้าใกล้พวกเขาก็สิ้นเรื่องมิใช่หรือเจ้าคะ" ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นอย่างหาทางออกให้กับเรื่องนี้ นางคิดว่าหากใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนใหญ่โตหรือทางวังหลวงก็สามารถรอดพ้นจากสิ่งที่อาจเป็นอันตราย "ซิ่วเออร์ แม่มิอยากให้เจ้าต้องทนทุกข์หากเลือกได้ ก็อยากให้เจ้าออกเรือนกับชาวบ้านธรรมดาที่เจ้าพึงพอใจ'' ผู้เป็นมารดา หันมาเอ่ยกับบุตรสาว พร้อมยื่นมือไปกุมเอาไว้อย่างอ่อนโยน "เฉินเต๋อหมิง เสนาบดีกรมพิธีการ อยากหาอนุให้แก่บุตรชาย เฉินชินหยาน เมื่อหลายวันก่อนพ่อนำสัตว์ที่ล่าได้ไปขาย เห็นเจ้าที่ยังมิได้ออกเรือน เลยอยากได้เจ้าไปเป็นอนุ" "ตระกูลเฉิน บุตรชายที่แต่งงานมีฮูหยินและอนุอีกหกคนนั่นหรือเจ้าค่ะ" หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างตกใจ ในนิยายคนผู้นี้นิสัยทั้งเจ้าชู้และโง่งม ถึงมีอำนาจจะตระกูลแต่กลับเป็นหมันไม่สามารถมีทายาทได้' "แล้วท่านพ่อ เอ่ยตอบไปว่าเช่นไรเจ้าคะ" "ข้าเพียงบอกว่าเจ้าป่วยหนัก แต่เมื่อวานคนของคนจวนเฉินมาสอดส่องที่หน้าเรือนเรา คาดว่าคงไม่เชื่อคำพูดที่ข้าบอกไปเป็นแน่ ช่วงนี้เจ้าก็เก็บตัวอยู่ในเรือน " ผู้เป็นพ่อเอ่ยอย่างลำบากใจ หากตนไม่ไปที่จวนสกุลเฉิน บุตรสาวของตนคงไม่ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ "เราเป็นเพียงชาวบ้าน ส่วนเขาเป็นถึงขุนนางในวังหลวง หากแจ้งทางการก็คงไม่พ้นต้องตกไปอยู่ที่จวนนั้น ข้าไม่มีคนรักที่สามารถออกเรือนได้ในพรุ่งนี้หรือในเร็วๆ นี้ เกรงว่าจะหนีไม่พ้น" หญิงสาวเอ่ยอย่างใช้ความคิด ในนิยายไม่มีเรื่องเช่นนี้กล่าวถึง เพราะว่าร่างนี้เป็นตัวประกอบที่ไม่ถูกเอ่ยถึงในนิยาย เกรงว่าถึงนางจะแต่งเข้าไปหรือไม่แต่งเข้าไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเนื้อเรื่องหลัก แต่แล้วอย่างไรนี้ชีวิตนางเลยนะ จะให้เข้าไปเป็นอนุคนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้อย่างไร หากนางแต่งเข้าไปแล้วไม่ตั้งครรย์สักทีเกรงว่าจะอยู่ไม่เป็นสุข "ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ท่านไม่ต้องห่วงข้านะเจ้าคะ เรื่องนี้ขอข้าจัดการเอง ข้าสัญญาจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองต้องเป็นกังวล" หญิงสาวเอ่ยจบก็เดินเข้าห้องของตนเองไป "ซิ่วเออร์ฉลาด ต้องเลือกทางที่ดีให้ตนเองเป็นแน่" หลี่กวางหมิงเอ่ยปลอบฮูหยินของตนเมื่อเห็นแสดงสีหน้าของความเป็นกังลออกมา เขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาหากโชคดีหน่อยนางก็คงออกเรือนกับคนรักใช้ชีวิตธรรมดามิต้องไปเป็นอนุจวนไหน แต่นางกลับโชคร้ายเช่นนี้เขาผู้เป็นบิดาก็ยิ่งทุก์ใจยิ่งนัก .… ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หญิงสาวกางแผ่นกระดาษกว้างจากนั้นจรดพู่กันลงกระดาษอย่างตั้งใจ จนเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามก็เงยหน้าขึ้น ระหว่างคิ้วของนางยังคงผูกกันเป็นปม หญิงสาวกำลังเขียนวงจรตัวละครทั้งหมดในนิยายออกมาเพื่อหาทางรอด ในโลกที่อำนาจอยู่เหนือทางการเช่นนี้ สถานะนางตอนนี้ต้องหนีจากการเป็นแค่ฐานะชาวบ้านธรรมดาที่ทำมาหากิน ฐานะถัดจากชาวบ้านธรรมดาคือการเป็นพ่อค้าแม่ค้าในท้องตลาด แต่อาชีพนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นการถูกจับเข้าไปเป็นอนุอยู่ดี ทางที่นางสามารถออกจากวงวารการถูกจับไปก็คงหนีไม่พ้นไปอยู่ใต้ชายคาเรือนของผู้ที่มีอำนาจ ดูสภาพและหน้าตาของร่างนี้สิ่งที่ทำได้คงต้องขายตัวเข้าไปเป็นบ่าวรับใช้จวนไหนสักจวน "จวนสกุลโจ้ว เป็นจวนของโจ้วยู่ร์เฟิง พระเอกในนิยาย หากข้าจะเข้าไปอยู่คงมิใช่เรื่องง่าย จากเนื้อเรื่องนั้นเป็นจวนที่เข้ายากที่สุดและถูกตรวจสอบนานกว่าจะได้เข้าไปทำงานเป็นบ่าวรับใช้ได้ เกรงว่าคงไม่ทันการถูกจับไปเป็นอนุก่อนเป็นแน่" หญิงสาวเอ่ยออกมากับตัวเองอย่างไล่เรียงเหตุการ์ในนิยาย จากนั้นจับพู่กันจุ่มหมึกสีแดงกากบาทที่ชื่อจวนสถุลโจ้วออก "จวนสกุลจาง เป็นจวนของจางเซี่ยวเหยียน นางเอกในนิยาย แต่ในภายหลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตทำให้ถูกยึดทรัพย์และสาวรับใช้ถูกขายไปกว่าครึ่งจวน ไม่ได้ๆ ข้าจะเอาชีวิตตัวเองไปไว้ที่ๆไม่แน่นอนแบบนั้นไม่ได้ จวนสกุลอู่ก็ไม่ถูกกับจวนสกุลเฉิน หากนางเข้าไปเรื่องที่นางไม่ไปเป็นอนุ เกรงว่าจะมาเอาเรื่องกับท่านพ่อท่านแม่ข้าเป็นแน่" ในกระดาษที่ก่อนหน้านี้ถูกวาดเขียนชื่อจวนสกุลต่างๆ ไว้ ถูกหมึกสีแดงกาทิ้งไปจนทั้งกระดาษเต็มไปด้วยหมึกสีแดง "จริงหรือนี่..." มือเรียวบางวงรอบชื่อจวนสกุลเว่ยในกระดาษ สกุลเว่ยเป็นจวนของอ่องเว่ย หรือเว่ยตงหยาง ตัวร้ายในนิยายเมื่อตอนที่อ่านนิยายจบนางยังนึกสงสารที่ตัวร้ายทำตัวไม่สมกับการเป็นตัวร้าย ทั้งรูปงามไม่แพ้พระเอก ฉลาด มีกำลังในมือมากมาย แต่กลับยอมให้กับนางเอก นี่เรียกเสียสละตนเองเพื่อให้คนที่รักมีความสุข หากจะให้เรียกตัวร้ายคงไม่เหมาะ เรียกว่าพระเอกตัวจริงน่าจะถูกเสียกว่า แต่ถึงอย่างนั้นหากเข้าไปเป็นสาวใช้จริงๆ นางจะทำตัวให้กลืนกินไปกับกำแพงจวนเลย ไม่เข้าไปวุ่นวายและจะเป็นบ่าวรับใช้ที่ไม่โพล่หน้าเข้าไปให้เขาเห็นเด็ดขาด --------- 1 เค่อ คือ15 นาที 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง 1 ชั่วยามมี 8 เค่อ 1วันมี 100 เค่อ 1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น. ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น. ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น. ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น. ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น. ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น. วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว ——————————ช่วงปลายฤดูคิมหันต์ บางวันมีฝนตกให้ได้เห็นเป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นานจะเข้าฤดูวสันต์แล้ว วันนี้เมฆหนาตั้งเค้าทำท่าจะตกอีกไม่นานตั้งแต่เช้าตรู่ ลมเย็นผัดเอากรีบดอกโบตั๋นสีเหลือง สัญลักษณ์ของความโชคดีและความรุ่งเรือง ที่ถูกปลูกในกระถางไม้แกะสลักอย่างปราณีตจากบริเวณหน้าต่างเรือนเข้ามาตามสายลม ผ้าแพร่เนื้อดีสีขาวบริสุทธิ์ ที่ถูกตัดเย็บด้วยความปราณีตบัดนี้ถูกสวมโดยร่างใหญ่ช่วยเสริมให้ชายหนุ่มดูสุขุมและน่าเคารพมากกว่าเดิม“ท่านอ๋อง รถม้าพร้อมแล้วขอรับ”หมิงเพ่ยเข้ามารายงานผู้เป็นนายที่กำลังแต่งกายอยู่ มือหนายกขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้บ่าวรับใช้ที่ค่อยปรนนิบัติดูแลเครื่องแต่งกายออกไปได้ พร้อมกับเดินไปนั่งบนโต๊ะไม้“ได้ความว่าเช่นไร”เสียงใหญ่เอ่ยถาม ขณะที่ยกชาขึ้นดื่มด้วยความใจเย็น“นางเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาขอรับ บิดาเป็นคนล่าสัตว์ในป่า มารดาอยู่เรือน มิได้ติดต่อกับคนของจวนสกุลใด”“แล้วเรื่องที่นางรู้หนังสือเล่า”“นางมิเคยร่ำเรียนขอรับ ดนตรี เดินหมาก วาดภาพ”“แล้วเป็นไปได้เช่นไรที่นางสามารถ อ่าน เขียนคร่องเช่นนั้น”ร่างใหญ่เอ่ยพร้อมมองไปยังหนังสือบันทึกเล่มหนึ่งของนางที่พบเห็นว่าตกในเรือนตำรา“ตั
ภายในเรือนนอนของสาวรับใช้จวนสกุลเว่ย นับว่ามิได้มิมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย เขาว่ากันว่าหากจะดูว่าจวนใดร่ำรวยจริงหรือไม่ มิได้ดูจากข้าวของเครื่องใช้เพียงอย่างดียว แต่สามารถดูได้จากข้ารับใช้ที่ฐานะต่ำสุดในจวนว่ามีความเป็นอยู่เช่นไรอีกด้วย หลี่ซิ่วอิงถูกจัดในนอนกับบ่าวรับใช้ที่พึ่งมาใหม่ด้วยกันอีกคน ข้าวของเครื่องใช้มีครบทุกอย่างภายในห้อง ร่างบางเดินหาวเข้ามา ในขณะที่สหายร่วมห้องนั้นหลับไปแล้วจ๊อก~~เสียงท้องร้องประท้วงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างบางที่เดิมทีเมื่อตอนกลางวันก็ทานข้าวได้น้อยอยู่แล้ว เพราะถูกเรียกตัวให้ไปดูแลเรือนตำรา อีกทั้วเวลานี่โรงครัวก็ปิดไปเสียแล้ว มิมีอาหารเหลือให้นางเลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงต้องอดทนข่มตานอนหิวจนถึงพรุ่งนี้เช้า“หิวชะมัด!”หญิงสาวบ่นกับตนเองก่อนที่จะรินน้ำและยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย บ้าชะมัดแค่น้ำยังพึ่งตกถึงท้อง อย่าว่าแต่ข้าวเลย“เจ้าหิวหรือ”“วร๊าย~~~ เจ้ายังไม่หลับหรือ”หลี่ซิ่วอิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำเอานางสะดุ้งจนต้องยกมือทาบอก” ขออภัย ข้าเป็นคนตื่นง่ายหน่ะ”“ข้าทำเจ้าตื่นหรือ เช่นนั้นข้าจะระวัง”“ขอ
“ยังไม่ขอบคุณท่านอ๋องอีก”เสียงแม่นมเหม่ยเอ่ยอย่างตักเตือน”” ขอบพระทัยเว่ยอ๋องเพคะ”หลี่ซิ่วอิงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมย่อกายลงทำความเคารพ” หากเจ้าทำงานที่นี่ เลิกพูดคำพิธีหูพวกนี้ซะ ข้าฟังแล้วหงุดหงิด”เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์มากหนัก ขณะที่มองมายังร่างของหญิงสาวที่สั่นเทา แต่ยังคงสงบนิ่งรักษาท่าที นับว่านางเป็นผู้ที่จิตใจเข้มแข็งถึงแม้ว่าจะหวาดกลัวก็ตาม คนเช่นนี้หากตกเข้าไปอยู่ในจวนสกุลเฉินก็คงอยู่ไม่ลำบากมากนัก” ท่านอ๋องมีอันใดให้ข้ารับใช้เจ้าคะ เหตุใดมาถึงที่นี่ได้”แม่นมเหม่ยเอ่ยอย่างเปลี่ยนเรื่อง ในจวนแห่งนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พูดจาอย่างเป็นกันเองกับเจ้าของจวนได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องคำนึกถึงความเหมาะสมเป็นสำคัญ” ข้าเพียงออกมาสูดอากาศ”เสียงเรียบเอ่ยตอบ สิ่งที่เขาเอ่ยนั้นทำเอาผู้ที่ได้ยินต่างประหลาดใจ หลายคนที่ทำงานอยู่ในจวนแห่งนี้มิเคยเห็นผู้เป็นนายของตนนั้นมีอารมณ์อยากสูดอากาศเฉกเช่นผู้อื่นเลยสักครั้ง ยิ่งเข้ามายุ่งกับการเลือกบ่ารับใช้เช่นนี้เองก็มิเคย” ข้าต้องการสาวใช้ดูแลเรือนตำราที่พอรู้หนังสือ”” เกรงว่าหม่อมฉันต้องหาบ่าวรับใช้ใหม่มาเพิ่มเจ้าค่ะ”” คนที่ผ่านการค
3 วันถัดมาป๊อก! ป๊อก!เสียงไม้กระทบกันดังมาจากประตูไม้ เพื่อส่งเสียงให้คนในเรือนได้รู้ถึงการมาเยือน"มีใครอยู่หรือไม่"เสียงเรียกดังออกมาจากหน้าเรือน หลังจากเคาะไปเพียงแค่ 2 ครา บ่งบอกว่าผู้ที่มาใหม่นั้นใจร้อนมากเพียงใด หลี่ซู่หลินที่กำลังตากปลาอยู่ที่ลานกว้างต้องวางข้าวของในมือก่อนที่จะออกไปเปิดประตู"ช้าเสียจริง"ทันทีที่ประตูเปิดออกหญิงร่างท้วมอายุราว 50 ปี ก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาในลานกว้างหน้าเรือนทันทีด้วยท่าทีหงุดหงิด ตามด้วยสาวใช้ 2 คน และบ่าวรับใช้ชายที่ถือกล่องไม้ผูกด้วยผ้าสีแดงอีก 3 กล่อง ดูก็รู้ได้ทันทีว่าภายในกล้องคืออะไรและวันนี้มาเพื่อสิ่งใด"แม่นมหย่าเฟย""ข้าเอง บุตรสาวเจ้าเหล่า"เสียงแหลมถามหาจุดหมายของการมาที่นี่ทันที แม่นมหย่าเฟย เป็นบ่าวที่รับใช้สกุลเฉินมานาน"ซิ่วเออร์ไม่สบายเจ้าค่ะ ครานี้ป่วยรุนแรงนัก หลายวันมานี้ลุกจากเตียงมิได้เลยเจ้าค่ะ""เด็กๆ"แม่นมหย่าเฟยส่งสัญญาณให้สาวรับใช้ที่มาด้วยเข้าไปตรวจสอบในเรือนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจนักเรื่องหลี่ซิ่วอิงเป็นเพียงสาวชาวบ้านธรรมดา มิรู้ว่านายท่านคิดเช่นไรถึงแต่งนางให้ไปเป็นอนุของคุณชาย ถึงกระนั้น











