หลี่ซิ่วอิง สาวใช้ไร้ตัวตนในจวนอ๋องร้าย

หลี่ซิ่วอิง สาวใช้ไร้ตัวตนในจวนอ๋องร้าย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
Oleh:  NaiyanaTamat
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
10 Peringkat. 10 Ulasan-ulasan
41Bab
3.8KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“ตัวร้ายแล้วอย่างไร พระเอกแล้วอย่างไร ใช่ว่าหน้าตาดีแล้วจะมารบกวนชีวิตที่แสนสงบของข้าได้หรือ” ใครจะคิดว่าคนธรรมดาที่วันๆโหยหาแต่วันหยุด เพื่อดูซีรีส์หรือไม่ก็อ่านนิยายเงียบๆกับแมวในห้องเล็กๆเท่านั้น วันหนึ่งจะเข้าไปอยู่ในนิยายที่อ่านจบไปนานแล้ว เนื้อเรื่องก็แทบจำไม่ได้ในร่างของหญิงสาวธรรมดา ไม่ได้มีแม่เลี้ยงใจร้าย ตระกูลใหญ่โต ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ เป็นเพียงคนไร้ตัวตนในนิยายที่ไม่ถูกกล่าวถึงแม้เพียงประโยค เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตที่สงบสุขแต่แล้ววันหนึ่งกลับถูกจวนขุนนางใหญ่บังคับให้ไปเป็นอนุผลิตทายาท เพื่อหนีฐานะอัปยศนี้เลยเข้าจวนอ๋องร้ายไปเป็นสาวใช้ที่ทำตัวกลืนกินไปกับกำแพงจวนอย่างเช่นตุ๊กแก จิ้งจก “เว่ยตงหยาง” หรือใครๆที่เรียกเขาว่าเว่ยอ๋อง สมยานามว่าโหดร้ายและป่าเถื่อนอีกทั้งยังเป็นตัวร้ายในนิยายอีกด้วย เอาเถอะอยู่ใกล้คนเช่นนี้ดีกว่าต้องไปเป็นอนุของชายที่ไร้ค่าเช่นนั้น…

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 ปล่อยให้ข้าอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้หรือ

ฟิ๊ววว ฉึก! ตู้ม~~~~~

อ๊าก~~~ ฉึก!

เสียงต่อสู้ของเหล่าทหารกล้าที่โห่ร้องเรียกพลังและข่มขวัญข้าศึกฝ่ายตรงข้ามดังกึกก้องไปทั่วนภา พอๆกับเสียงม้าที่วิ่งไปทั่วสนามรบ ลมพายุฝนกระหน่ำเทลงมาจากฟากฟ้า เหมือนมันกำลังช่วยชะล้างคราบโลหิตสีแดงสดจากร่างไร้วิญญาณ จนแทบกลายเป็นทะเลโลหิตก็มิปาน

“ท่านอ๋อง แคว้นเป่ยเทียน ถอยกำลังไปแล้วขอรับ”

ทหารนายหนึ่งควบม้าศึกมารายงานผู้เป็นนาย”

“ทหาร~~~ บุกยึดแคว้นเป่ยเทียน ห้ามให้รอดไปได้แม้คนเดียว”

เสียงเข้มตะโกนดังลั่นทั่วสนามรบ เหล่าทหารวิ่งบุกฝ่ายตรงข้ามด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว แม่ทัพผู้องอาจเป็นแบบอย่างและขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าทั้งหลายร่วมใจกันฝ่าฝัน เว่ยตงหยางควบม้าประชิดแม้ทัพแห่งแคว้นเป่ยเทียน ความสามารถและวรยุทธ์ของเขาเป็นที่ประจักษ์อย่างไม่มีข้อกังขา เพียงใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถสะบั้นหัวของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย

ร่างใหญ่กำย่ำสมชายชาตรีส่วมชุดเกาะทหารดูองอาจ คราบโลหิตสีแดงสดเปอะเปื้อนไปทั้งตัว ดวงตาคมสีสนิมท่อประกายของความภาคภูมิใจ เขากระโดดลงจากหลังม้าเพื่อนคู่ใจก่อนที่จะรับธงแคว้นฉินจากทหารผู้ร่วมรบ ปักมันบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน

“แคว้นฉินชนะแล้ว เว่ยอ๋องชนะแล้ว แคว้นฉินชนะแล้ว เว่ยอ๋องชนะแล้ว”

เสียงเหล่าทหารกล้าตะโกนลั่นอย่างประกาศชัยชนะในสนามรบบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน

.…

กลางฤดูคิมหันต์อากาศร้องอบอ้าวสลับกับฝนพายุจนสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ทำการเพาะปลูกไม่น้อย เรือนเก่าๆ ที่อายุการใช้งานมานานนับ 10 ปี แต่กลับดูสะอาดสะอ้านข้าวของถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นนระเบียบ บนเตียงกว้างมีหญิงสาวที่กำลังนอนอุดอู้ แกว่งเท้าไปมาอย่างสบายอารมณ์ ใบหน้านางจะเรียกว่าอัปลักษณ์ก็ไม่ งดงามหรือก็ไม่ นับว่าพอดูได้อย่างเฉกเช่นชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าหน้าผมก็มิได้หรูหราหรือขาดริ้ว มีรอยปะจากการขาดที่ใส่มันหลายปีแล้วเท่านั้น ภายในห้องเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีข้าวของมีค่า มีเพียงหนังสือละครเต็มไปหมด

“ซิ่วอิง เจ้าจะนอนเช่นนั้นอีกนานหรือไม่”

เสียงของหญิงวัยกลางคนดังเข้ามาภายในห้องเล็กๆ เสียงดังเหมือนอย่างกับพูดต่อหน้าเลยก็มิปาน ห้องที่ไม่เก็บเสียงดังจนได้ยินไปไกลถึงบ้านของผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง

“หลี่ซิ่วอิง!”

หญิงสาวถูกเรียกชื่ออีกครั้งหลังจากที่นางไม่ได้ตอบกลับผู้เป็นมารดา ร่างบางที่นอนอ่านหนังสือถึงกลับต้องกรอกตามองบนด้วยความเบื่อหน่าย นางกำลังอ่านหนังสือละครที่พึ่งได้มาใหม่เมื่อหลายวันก่อน ถึงช่วงกำลังสนุกแล้วแท้ๆ

” ท่านแม่ ข้ากำลังอ่านหนังสืออยู่นะเจ้าคะ”

” อ่านหนังสือ อ่านตำราอันใด เจ้านี่หรือมิเคยเล่าเรียน บ้านเรามิได้ร่ำรวย หยุดโกหกข้าแล้วมาผ่าฟื้นส่ะ”

” เจ้าค่ะ”

ซิ่วอิงเดินไปยังฟืนไม้ที่กองพูนอยู่หน้าเรือนเก่าๆ ด้วยใบหน้าเกียจคร้าน อากาศในวันนี้ดูจะร้อนอบอ้าวไปนิด หากเป็นโลกปัจจุบันคงมีแอร์เย็นๆ พอคิดถึงตอนนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ หากเป็นคนอื่นคงสนุกสนานน่าดู นางน่ะหรืออ่านนิยายมานับเป็นพันเล่มแล้วล่ะในโลกปัจจุบัน นางเอกหลงเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณ มาอยู่ในร่างนางเอกบ้าง นางร้ายบ้าง ฮองเฮา บางคนฉลาดเป็นกรด มีความสามารถ มีความรู้ทางการแพทย์ สุดท้ายตอนจบก็ได้ครองคู่กับใครสักคน แล้วอย่างไร นางมิได้มีความรู้อะไรเป็นเพียงพนักงานออฟฟิตธรรดา ที่วันๆโหยหาแต่วันหยุดเพื่อดูซีรีส์หรือไม่ก็อ่านนิยายเงียบๆกับแมวในห้องเล็กๆเท่านั้น ใครจะคิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ที่นี่ อยู่ในร่างของหญิงสาวธรรมดา ไม่ได้มีแม่เลี้ยงใจร้าย ตระกูลใหญ่ ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ วันๆตื่นมากินอิ่ม นอนหลับ ท่านพ่อกับท่านแม่ร่างนี้ก็ดีกับนางเป็นอย่างมาก หากใครจะบอกว่าได้เข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองอ่านทั้งที แล้วทำไมไม่ทำให้ชีวิตและร่างนี้อยู่ดีกินดี เป็นเพราะนางถือคติที่ว่าคนขยันอยู่ที่ไหนก็ลำบาก

ที่นี่คือแคว้นฉิน บ้านของหญิงสาวอยู่ในเมืองหลวงก็จริง แต่อยู่รอบนอก เพราะฉะนั้นมิได้อยู่ใกล้จวนขุนนางใหญ่ และก็อยู่ไกลจากวังหลวงมากพอสมควร แค่นี้หลี่ซิ่วอิงก็สบายใจแล้ว เพราะ 7 เดือนที่ผ่านมานางรู้ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นเข้ามาอยู่ในนิยายของนักเขียนชื่อดังที่อ่านจบไปนานแล้ว นางชอบเรื่องนี้มาก พระนางหรือที่ทุกคนเรียกว่าตัวเอกเหมาะสมกัน ส่วนตัวร้ายก็มีจุดจบที่ดีถึงแม้จะขัดใจนางบ้างก็ตาม เพราะงั้นนางจะไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นตัวขัดขวางเนื้อเรื่อง หรือทำให้ใครเป็นคนดี ไม่อยากรู้อยากเห็นว่าจากตัวหนังสือที่อ่านกับสถานที่จริงหรือเรื่องจริงจะเป็นอย่างไร นี้ชีวิตจริงนางเข้ามาอยู่ในนิยายมีชีวิตจริงๆ หากทำอันใดผิดพลาดเพียงนิดอาจรักษาชีวิตไว้ไม่ได้ นางเองรักชีวิตรักตัวเองมาก ขอเพียงใช้ชีวิตได้ดี สงบสุข ในโลกก่อนนางเป็นเด็กกำพร้า ต้องทำงานตั้งแต่เด็ก ความยากจนก็ไม่ต่างจากที่นี่มากหนัก แต่ก็มีบ้างที่แอบเอาความสามารถจากโลกก่อนมาใช้เพื่อหาเงิน เช่น วาดภาพ แต่งกลอน ทำขนม แต่ก็เป็นอะไรที่ไม่ได้แปลกใหม่มากหนัก และแน่นอนก็ต้องแอบทำอย่างลับๆ ขอแค่ไม่ลำบากใช้ชีวิตเรียบง่ายก็พอแล้ว

ปั๊ก!!

เสียงโยนคว้านในมือลงพื้นด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนร่างบางจะนั่งลงกับพื้นดินอย่างไม่ใส่ใจ ชีวิตประจำวันของนางไม่มีอันใดมาก มารดานางชื่อหลี่ซูหลินวันๆรับผ้าจากคนในหมู่บ้านมาซ่อม ส่วนบิดาชื่อหลี่กวางหมิงมักออกไปล่าสัตว์มากิน หากเหลือก็นำไปขาย ไม่ได้ร่ำรวยมากแต่ก็มิได้ยากจนเสียจนไม่มีอันจะกิน ทั้งคู่เลี้ยงดูหลี่ซิ่วอิงมาตลอด จวบจนตอนนี้นางอายุ 20 ปีแล้ว แต่กลับมิได้ออกเรือนเหมือนกับบ้านอื่นที่เพียงแค่อายุเพียง 15 ปี ก็เริ่มออกเรือนกันเสียแล้ว นี่นับเป็นเรื่องดีหากนางเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่แต่งงานแล้วคงลำบากใจมิน้อย นับว่าสวรรค์ยังสงสารนางอยู่บ้าง

..

“ท่านพ่อกับท่านแม่มีอะไรก็บอกข้ามาเถอะเจ้าค่ะ”

หลี่ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทั้งสองท่านส่งสายตาให้กันไปมาเหมือนจะเอ่ยกับนางแต่ไม่กล้า ในขณะที่กำลังทานข้าวอยู่

"นี่เจ้าก็อายุ 20 แล้ว มีคนรักแล้วหรือไม่"

หลี่ซูหลินผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นในที่สุด

เพล้ง!

เสียงตะเกียบกระทบจานข้าวทันทีหลังได้ยินผู้เป็นมารดาเอ่ยถาม

"ท่านแม่....."

"ข้ามิได้จะไล่เจ้า แต่ข้าสองคนก็แก่มากแล้ว หากภายภาคหน้าเจ้ามิมีผู้ดูแลจะทำเช่นไร"

"แล้วอย่างไรเจ้าคะ ข้าก็อยู่คนเดียวได้ หรือพวกท่านไม่รักข้าแล้วหรือ"

"เฮ้อ~ มิใช่เช่นนั้นซิ่วเออร์ เจ้าก็รู้ว่าครอบครัวเรามีเพียงกินอิ่มนอนหลับเท่านั้น อำนาจมิได้มีเฉกเช่นครอบครัวขุนนาง หากวันใดอยากให้เราผิดหรือเราถูกก็ง่ายเพียงนิด"

หลี่กวางหมิง ผู้เป็นนบิดาเอ่ยอธิบาย

"เราก็อยู่เงียบๆ ไม่หาเรื่องหรือพาตนเองเข้าใกล้พวกเขาก็สิ้นเรื่องมิใช่หรือเจ้าคะ"

ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นอย่างหาทางออกให้กับเรื่องนี้ นางคิดว่าหากใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนใหญ่โตหรือทางวังหลวงก็สามารถรอดพ้นจากสิ่งที่อาจเป็นอันตราย

"ซิ่วเออร์ แม่มิอยากให้เจ้าต้องทนทุกข์หากเลือกได้ ก็อยากให้เจ้าออกเรือนกับชาวบ้านธรรมดาที่เจ้าพึงพอใจ''

ผู้เป็นมารดา หันมาเอ่ยกับบุตรสาว พร้อมยื่นมือไปกุมเอาไว้อย่างอ่อนโยน

"เฉินเต๋อหมิง เสนาบดีกรมพิธีการ อยากหาอนุให้แก่บุตรชาย เฉินชินหยาน เมื่อหลายวันก่อนพ่อนำสัตว์ที่ล่าได้ไปขาย เห็นเจ้าที่ยังมิได้ออกเรือน เลยอยากได้เจ้าไปเป็นอนุ"

"ตระกูลเฉิน บุตรชายที่แต่งงานมีฮูหยินและอนุอีกหกคนนั่นหรือเจ้าค่ะ"

หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างตกใจ ในนิยายคนผู้นี้นิสัยทั้งเจ้าชู้และโง่งม ถึงมีอำนาจจะตระกูลแต่กลับเป็นหมันไม่สามารถมีทายาทได้'

"แล้วท่านพ่อ เอ่ยตอบไปว่าเช่นไรเจ้าคะ"

"ข้าเพียงบอกว่าเจ้าป่วยหนัก แต่เมื่อวานคนของคนจวนเฉินมาสอดส่องที่หน้าเรือนเรา คาดว่าคงไม่เชื่อคำพูดที่ข้าบอกไปเป็นแน่ ช่วงนี้เจ้าก็เก็บตัวอยู่ในเรือน "

ผู้เป็นพ่อเอ่ยอย่างลำบากใจ หากตนไม่ไปที่จวนสกุลเฉิน บุตรสาวของตนคงไม่ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้

"เราเป็นเพียงชาวบ้าน ส่วนเขาเป็นถึงขุนนางในวังหลวง หากแจ้งทางการก็คงไม่พ้นต้องตกไปอยู่ที่จวนนั้น ข้าไม่มีคนรักที่สามารถออกเรือนได้ในพรุ่งนี้หรือในเร็วๆ นี้ เกรงว่าจะหนีไม่พ้น"

หญิงสาวเอ่ยอย่างใช้ความคิด ในนิยายไม่มีเรื่องเช่นนี้กล่าวถึง เพราะว่าร่างนี้เป็นตัวประกอบที่ไม่ถูกเอ่ยถึงในนิยาย เกรงว่าถึงนางจะแต่งเข้าไปหรือไม่แต่งเข้าไปก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเนื้อเรื่องหลัก แต่แล้วอย่างไรนี้ชีวิตนางเลยนะ จะให้เข้าไปเป็นอนุคนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้อย่างไร หากนางแต่งเข้าไปแล้วไม่ตั้งครรย์สักทีเกรงว่าจะอยู่ไม่เป็นสุข

"ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ท่านไม่ต้องห่วงข้านะเจ้าคะ เรื่องนี้ขอข้าจัดการเอง ข้าสัญญาจะไม่ทำให้ท่านทั้งสองต้องเป็นกังวล"

หญิงสาวเอ่ยจบก็เดินเข้าห้องของตนเองไป

"ซิ่วเออร์ฉลาด ต้องเลือกทางที่ดีให้ตนเองเป็นแน่"

หลี่กวางหมิงเอ่ยปลอบฮูหยินของตนเมื่อเห็นแสดงสีหน้าของความเป็นกังลออกมา เขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาหากโชคดีหน่อยนางก็คงออกเรือนกับคนรักใช้ชีวิตธรรมดามิต้องไปเป็นอนุจวนไหน แต่นางกลับโชคร้ายเช่นนี้เขาผู้เป็นบิดาก็ยิ่งทุก์ใจยิ่งนัก

.…

ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ หญิงสาวกางแผ่นกระดาษกว้างจากนั้นจรดพู่กันลงกระดาษอย่างตั้งใจ จนเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามก็เงยหน้าขึ้น ระหว่างคิ้วของนางยังคงผูกกันเป็นปม หญิงสาวกำลังเขียนวงจรตัวละครทั้งหมดในนิยายออกมาเพื่อหาทางรอด ในโลกที่อำนาจอยู่เหนือทางการเช่นนี้

สถานะนางตอนนี้ต้องหนีจากการเป็นแค่ฐานะชาวบ้านธรรมดาที่ทำมาหากิน ฐานะถัดจากชาวบ้านธรรมดาคือการเป็นพ่อค้าแม่ค้าในท้องตลาด แต่อาชีพนี้อย่างไรก็หนีไม่พ้นการถูกจับเข้าไปเป็นอนุอยู่ดี ทางที่นางสามารถออกจากวงวารการถูกจับไปก็คงหนีไม่พ้นไปอยู่ใต้ชายคาเรือนของผู้ที่มีอำนาจ ดูสภาพและหน้าตาของร่างนี้สิ่งที่ทำได้คงต้องขายตัวเข้าไปเป็นบ่าวรับใช้จวนไหนสักจวน

"จวนสกุลโจ้ว เป็นจวนของโจ้วยู่ร์เฟิง พระเอกในนิยาย หากข้าจะเข้าไปอยู่คงมิใช่เรื่องง่าย จากเนื้อเรื่องนั้นเป็นจวนที่เข้ายากที่สุดและถูกตรวจสอบนานกว่าจะได้เข้าไปทำงานเป็นบ่าวรับใช้ได้ เกรงว่าคงไม่ทันการถูกจับไปเป็นอนุก่อนเป็นแน่"

หญิงสาวเอ่ยออกมากับตัวเองอย่างไล่เรียงเหตุการ์ในนิยาย จากนั้นจับพู่กันจุ่มหมึกสีแดงกากบาทที่ชื่อจวนสถุลโจ้วออก

"จวนสกุลจาง เป็นจวนของจางเซี่ยวเหยียน นางเอกในนิยาย แต่ในภายหลังถูกกล่าวหาว่าทุจริตทำให้ถูกยึดทรัพย์และสาวรับใช้ถูกขายไปกว่าครึ่งจวน ไม่ได้ๆ ข้าจะเอาชีวิตตัวเองไปไว้ที่ๆไม่แน่นอนแบบนั้นไม่ได้ จวนสกุลอู่ก็ไม่ถูกกับจวนสกุลเฉิน หากนางเข้าไปเรื่องที่นางไม่ไปเป็นอนุ เกรงว่าจะมาเอาเรื่องกับท่านพ่อท่านแม่ข้าเป็นแน่"

ในกระดาษที่ก่อนหน้านี้ถูกวาดเขียนชื่อจวนสกุลต่างๆ ไว้ ถูกหมึกสีแดงกาทิ้งไปจนทั้งกระดาษเต็มไปด้วยหมึกสีแดง

"จริงหรือนี่..."

มือเรียวบางวงรอบชื่อจวนสกุลเว่ยในกระดาษ สกุลเว่ยเป็นจวนของอ่องเว่ย หรือเว่ยตงหยาง ตัวร้ายในนิยายเมื่อตอนที่อ่านนิยายจบนางยังนึกสงสารที่ตัวร้ายทำตัวไม่สมกับการเป็นตัวร้าย ทั้งรูปงามไม่แพ้พระเอก ฉลาด มีกำลังในมือมากมาย แต่กลับยอมให้กับนางเอก นี่เรียกเสียสละตนเองเพื่อให้คนที่รักมีความสุข หากจะให้เรียกตัวร้ายคงไม่เหมาะ เรียกว่าพระเอกตัวจริงน่าจะถูกเสียกว่า แต่ถึงอย่างนั้นหากเข้าไปเป็นสาวใช้จริงๆ นางจะทำตัวให้กลืนกินไปกับกำแพงจวนเลย ไม่เข้าไปวุ่นวายและจะเป็นบ่าวรับใช้ที่ไม่โพล่หน้าเข้าไปให้เขาเห็นเด็ดขาด

---------

1 เค่อ คือ15 นาที

1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง

1 ชั่วยามมี 8 เค่อ

1วันมี 100 เค่อ

1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร

ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.

ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.

ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.

ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.

ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.

ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.

วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว

——————————

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasanLebih banyak

Nira Ho
Nira Ho
แรกๆก็สนุก ดูพระเอกจะเก่งน่ากลัว แต่สุดก็ไม่ได้เรื่องอะไรเลย ไม่ได้แสดงความเก่งกาจอะไรเลย ไปๆมาๆก็ไม่มีอ่ะไรเลย
2026-06-27 08:29:32
0
0
กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
สนุกมากค่ะเนื้อหาหาติด ตาม นางเอกเก่ง
2026-05-20 11:46:28
0
0
จ้าวแห่งยุทธภพ
จ้าวแห่งยุทธภพ
เสียดายตรงที่คำผิดเยอะไปหน่อย
2026-05-04 19:55:57
0
0
จ้าวแห่งยุทธภพ
จ้าวแห่งยุทธภพ
สนุกมากเลยนะคะชอบเนื้อเรื่องมากเลยค่ะ^^
2026-05-04 19:54:39
0
0
จ้าวแห่งยุทธภพ
จ้าวแห่งยุทธภพ
สนุกมากเลยค่ะเดาทางไม่ถูกเลยค่ะ
2026-05-03 16:16:06
0
0
41 Bab
ตอนที่ 1 ปล่อยให้ข้าอยู่อย่างสงบสุขไม่ได้หรือ
ฟิ๊ววว ฉึก! ตู้ม~~~~~อ๊าก~~~ ฉึก!เสียงต่อสู้ของเหล่าทหารกล้าที่โห่ร้องเรียกพลังและข่มขวัญข้าศึกฝ่ายตรงข้ามดังกึกก้องไปทั่วนภา พอๆกับเสียงม้าที่วิ่งไปทั่วสนามรบ ลมพายุฝนกระหน่ำเทลงมาจากฟากฟ้า เหมือนมันกำลังช่วยชะล้างคราบโลหิตสีแดงสดจากร่างไร้วิญญาณ จนแทบกลายเป็นทะเลโลหิตก็มิปาน“ท่านอ๋อง แคว้นเป่ยเทียน ถอยกำลังไปแล้วขอรับ”ทหารนายหนึ่งควบม้าศึกมารายงานผู้เป็นนาย”“ทหาร~~~ บุกยึดแคว้นเป่ยเทียน ห้ามให้รอดไปได้แม้คนเดียว”เสียงเข้มตะโกนดังลั่นทั่วสนามรบ เหล่าทหารวิ่งบุกฝ่ายตรงข้ามด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว แม่ทัพผู้องอาจเป็นแบบอย่างและขวัญกำลังใจให้ทหารกล้าทั้งหลายร่วมใจกันฝ่าฝัน เว่ยตงหยางควบม้าประชิดแม้ทัพแห่งแคว้นเป่ยเทียน ความสามารถและวรยุทธ์ของเขาเป็นที่ประจักษ์อย่างไม่มีข้อกังขา เพียงใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็สามารถสะบั้นหัวของแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดายร่างใหญ่กำย่ำสมชายชาตรีส่วมชุดเกาะทหารดูองอาจ คราบโลหิตสีแดงสดเปอะเปื้อนไปทั้งตัว ดวงตาคมสีสนิมท่อประกายของความภาคภูมิใจ เขากระโดดลงจากหลังม้าเพื่อนคู่ใจก่อนที่จะรับธงแคว้นฉินจากทหารผู้ร่วมรบ ปักมันบนแผ่นดินแคว้นเป่ยเทียน“แคว้นฉินชนะแล้
Baca selengkapnya
ตอนมที่ 2 เข้าจวนอ๋องร้าย
3 วันถัดมาป๊อก! ป๊อก!เสียงไม้กระทบกันดังมาจากประตูไม้ เพื่อส่งเสียงให้คนในเรือนได้รู้ถึงการมาเยือน"มีใครอยู่หรือไม่"เสียงเรียกดังออกมาจากหน้าเรือน หลังจากเคาะไปเพียงแค่ 2 ครา บ่งบอกว่าผู้ที่มาใหม่นั้นใจร้อนมากเพียงใด หลี่ซู่หลินที่กำลังตากปลาอยู่ที่ลานกว้างต้องวางข้าวของในมือก่อนที่จะออกไปเปิดประตู"ช้าเสียจริง"ทันทีที่ประตูเปิดออกหญิงร่างท้วมอายุราว 50 ปี ก็ถือวิสาสะเดินเข้ามาในลานกว้างหน้าเรือนทันทีด้วยท่าทีหงุดหงิด ตามด้วยสาวใช้ 2 คน และบ่าวรับใช้ชายที่ถือกล่องไม้ผูกด้วยผ้าสีแดงอีก 3 กล่อง ดูก็รู้ได้ทันทีว่าภายในกล้องคืออะไรและวันนี้มาเพื่อสิ่งใด"แม่นมหย่าเฟย""ข้าเอง บุตรสาวเจ้าเหล่า"เสียงแหลมถามหาจุดหมายของการมาที่นี่ทันที แม่นมหย่าเฟย เป็นบ่าวที่รับใช้สกุลเฉินมานาน"ซิ่วเออร์ไม่สบายเจ้าค่ะ ครานี้ป่วยรุนแรงนัก หลายวันมานี้ลุกจากเตียงมิได้เลยเจ้าค่ะ""เด็กๆ"แม่นมหย่าเฟยส่งสัญญาณให้สาวรับใช้ที่มาด้วยเข้าไปตรวจสอบในเรือนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจนักเรื่องหลี่ซิ่วอิงเป็นเพียงสาวชาวบ้านธรรมดา มิรู้ว่านายท่านคิดเช่นไรถึงแต่งนางให้ไปเป็นอนุของคุณชาย ถึงกระนั้น
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 ข้าโดนไล่ออกอีกแล้ว
“ยังไม่ขอบคุณท่านอ๋องอีก”เสียงแม่นมเหม่ยเอ่ยอย่างตักเตือน”” ขอบพระทัยเว่ยอ๋องเพคะ”หลี่ซิ่วอิงรีบเอ่ยขึ้นพร้อมย่อกายลงทำความเคารพ” หากเจ้าทำงานที่นี่ เลิกพูดคำพิธีหูพวกนี้ซะ ข้าฟังแล้วหงุดหงิด”เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์มากหนัก ขณะที่มองมายังร่างของหญิงสาวที่สั่นเทา แต่ยังคงสงบนิ่งรักษาท่าที นับว่านางเป็นผู้ที่จิตใจเข้มแข็งถึงแม้ว่าจะหวาดกลัวก็ตาม คนเช่นนี้หากตกเข้าไปอยู่ในจวนสกุลเฉินก็คงอยู่ไม่ลำบากมากนัก” ท่านอ๋องมีอันใดให้ข้ารับใช้เจ้าคะ เหตุใดมาถึงที่นี่ได้”แม่นมเหม่ยเอ่ยอย่างเปลี่ยนเรื่อง ในจวนแห่งนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พูดจาอย่างเป็นกันเองกับเจ้าของจวนได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องคำนึกถึงความเหมาะสมเป็นสำคัญ” ข้าเพียงออกมาสูดอากาศ”เสียงเรียบเอ่ยตอบ สิ่งที่เขาเอ่ยนั้นทำเอาผู้ที่ได้ยินต่างประหลาดใจ หลายคนที่ทำงานอยู่ในจวนแห่งนี้มิเคยเห็นผู้เป็นนายของตนนั้นมีอารมณ์อยากสูดอากาศเฉกเช่นผู้อื่นเลยสักครั้ง ยิ่งเข้ามายุ่งกับการเลือกบ่ารับใช้เช่นนี้เองก็มิเคย” ข้าต้องการสาวใช้ดูแลเรือนตำราที่พอรู้หนังสือ”” เกรงว่าหม่อมฉันต้องหาบ่าวรับใช้ใหม่มาเพิ่มเจ้าค่ะ”” คนที่ผ่านการค
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ช่วยตัวร้ายเช่นเขาจีบสาว
ภายในเรือนนอนของสาวรับใช้จวนสกุลเว่ย นับว่ามิได้มิมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย เขาว่ากันว่าหากจะดูว่าจวนใดร่ำรวยจริงหรือไม่ มิได้ดูจากข้าวของเครื่องใช้เพียงอย่างดียว แต่สามารถดูได้จากข้ารับใช้ที่ฐานะต่ำสุดในจวนว่ามีความเป็นอยู่เช่นไรอีกด้วย หลี่ซิ่วอิงถูกจัดในนอนกับบ่าวรับใช้ที่พึ่งมาใหม่ด้วยกันอีกคน ข้าวของเครื่องใช้มีครบทุกอย่างภายในห้อง ร่างบางเดินหาวเข้ามา ในขณะที่สหายร่วมห้องนั้นหลับไปแล้วจ๊อก~~เสียงท้องร้องประท้วงออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างบางที่เดิมทีเมื่อตอนกลางวันก็ทานข้าวได้น้อยอยู่แล้ว เพราะถูกเรียกตัวให้ไปดูแลเรือนตำรา อีกทั้วเวลานี่โรงครัวก็ปิดไปเสียแล้ว มิมีอาหารเหลือให้นางเลยแม้แต่น้อย ทำได้เพียงต้องอดทนข่มตานอนหิวจนถึงพรุ่งนี้เช้า“หิวชะมัด!”หญิงสาวบ่นกับตนเองก่อนที่จะรินน้ำและยกขึ้นดื่มด้วยความกระหาย บ้าชะมัดแค่น้ำยังพึ่งตกถึงท้อง อย่าว่าแต่ข้าวเลย“เจ้าหิวหรือ”“วร๊าย~~~ เจ้ายังไม่หลับหรือ”หลี่ซิ่วอิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำเอานางสะดุ้งจนต้องยกมือทาบอก” ขออภัย ข้าเป็นคนตื่นง่ายหน่ะ”“ข้าทำเจ้าตื่นหรือ เช่นนั้นข้าจะระวัง”“ขอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 คนที่ช่วยข้าไว้ชื่อคุ้นๆ
ช่วงปลายฤดูคิมหันต์ บางวันมีฝนตกให้ได้เห็นเป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นานจะเข้าฤดูวสันต์แล้ว วันนี้เมฆหนาตั้งเค้าทำท่าจะตกอีกไม่นานตั้งแต่เช้าตรู่ ลมเย็นผัดเอากรีบดอกโบตั๋นสีเหลือง สัญลักษณ์ของความโชคดีและความรุ่งเรือง ที่ถูกปลูกในกระถางไม้แกะสลักอย่างปราณีตจากบริเวณหน้าต่างเรือนเข้ามาตามสายลม ผ้าแพร่เนื้อดีสีขาวบริสุทธิ์ ที่ถูกตัดเย็บด้วยความปราณีตบัดนี้ถูกสวมโดยร่างใหญ่ช่วยเสริมให้ชายหนุ่มดูสุขุมและน่าเคารพมากกว่าเดิม“ท่านอ๋อง รถม้าพร้อมแล้วขอรับ”หมิงเพ่ยเข้ามารายงานผู้เป็นนายที่กำลังแต่งกายอยู่ มือหนายกขึ้นเป็นสัญลักษณ์ให้บ่าวรับใช้ที่ค่อยปรนนิบัติดูแลเครื่องแต่งกายออกไปได้ พร้อมกับเดินไปนั่งบนโต๊ะไม้“ได้ความว่าเช่นไร”เสียงใหญ่เอ่ยถาม ขณะที่ยกชาขึ้นดื่มด้วยความใจเย็น“นางเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาขอรับ บิดาเป็นคนล่าสัตว์ในป่า มารดาอยู่เรือน มิได้ติดต่อกับคนของจวนสกุลใด”“แล้วเรื่องที่นางรู้หนังสือเล่า”“นางมิเคยร่ำเรียนขอรับ ดนตรี เดินหมาก วาดภาพ”“แล้วเป็นไปได้เช่นไรที่นางสามารถ อ่าน เขียนคร่องเช่นนั้น”ร่างใหญ่เอ่ยพร้อมมองไปยังหนังสือบันทึกเล่มหนึ่งของนางที่พบเห็นว่าตกในเรือนตำรา“ตั
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 ภาพวาดมีปัญหา
แสงแดดร้อนช่วงเที่ยงของวันถูกปกคลุมไปด้วยหมู่เมฆหนา ละอองน้ำฝนเม็ดเล็กๆสาดเทไปตามแรงลมอย่างไม่แรงนัก คลอเคลียร์เสียงบรรเลงของเครื่องดนตรีกู่เจิง ท่องทำนองหวานหูพาให้ผู้ที่รับฟังต่างเคลือบเคลิมดั่งต้องมนต์สะกด นิ้วเรียวขาวเคลื่อนไหวอย่างชำนาญ 5 ประจักษ์ 3 ลักษณ์ ตามหลักสตรีงามแห่งแคว้นนางล้วนมีครบ 5 ประจักษ์ อันได้แก่ เย็บปัก วาดภาพ เขียนกลอน ดนตรี ทำอาหาร ส่วน 3 ลักษณ์ อันได้แก่ ใบหน้างาม รูปร่างสง่า กริยาสูงส่ง แปะ! แปะ! แปะ!นานกว่าเสียงปรบมือจะดังขึ้นท่ามกลางห้องโถงใหญ่ การบรรเลงดนตรีของหญิงสาวเมื่อสักครู่ ทำเอาทุกคนในที่นี่ต่างเพลิดเพลินจนมิอาจหยุดฟังได้ หญิงสาวใบหน้าหวาน เครื่องหน้าไม่ว่าจะเป็นคิ้วงามที่โก่งรับกับใบหน้า ดวงตากลมโต จมูกโด่งทรงสวย ปากบางสีแดงระเรื่อ นั่งตัวตรงอย่างสง่างามกลางห้องโถ่ง “คุณหนูจางบรรเลงได้ดียิ่งนัก”“ใช่ๆบรรเลงได้ดี ”ตามด้วยอีกหลายเสียงที่เอ่ยความเห็นตรงกัน“ขอบคุณท่านอ๋อง ของคุณทุกท่านที่เอ่ยชมเจ้าค่ะ”เสียงหวานเอ่ยออกมา ก่อนที่จะมองไปยังร่างใหญ่ที่นั่งตระง่าด้วยท่าทีสง่างามบริเวณหน้าสุดของพิธี จางเซียวเหยียนยิ้มตอบกลับร่างใหญ่ก่อนที่จะกลับไปนั
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 ท่านอ๋องข้าว่ายน้ำไม่เป็น
คลืน~ เปรี๊ยง!เสียงฟ้าร้องดังก้องทั่วท้องนภา ลมพายุพัดแรงแทบตัวปลิว เม็ดฝนเริ่มตกเต็มเม็ดจนแทบมองทางไม่เห็น“ท่านอ๋องจะหยุดพัก รอฝนหยุดก่อนหรือไม่ขอรับ”อี้เฉินทักท้วงผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง เว่ยตรงหยางหลายวันมานี้เขามีสุขภาพไม่ค่อยดีนัก งานที่หนักอึ้งรัดตัวจนแทบไม่ได้พักผ่อน ชายหนุ่มเข้า-ออกวังหลวงทุกวัน กิน นอน ไม่เป็นเวลา ถึงเขาจะเป็นเพียงอ๋องแต่เพราะฮ่องเต้แห่งแคว้นฉินมีองค์ชายเพียงหนึ่งเดียว ที่เหลืออีก 9 คน เป็นหญิงทั้งหมด อีกทั้งองค์ชายเพียงคนเดียวยังพึ่งอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น ยังไม่สามารถแบ่งเบาภาระอันใดได้ เขาผู้เป็นน้องชายมิได้หวังลาบยศหรืออำนาจ เพียงออกแรงช่วยอย่างเต็มที่ เขาว่ากันว่าสองพี่น้องแห่งแคว้นฉิน รักกันกลมเกลียวจนแคว้นทั่วหล่าต่างอิจฉา ไม่มีการแก่งแย่งกัน ผู้ใดเป็นกษัตริย์แล้วอย่างไร หวังเพียงราษฎรอยู่ดีกินดีเป็นพอ แต่ถึงอย่างนั้นขุนนางในราชสำนักกลับแบ่งออกเป็นสองฝ่าย นำเรื่องยุ่งยากมาให้ชายหนุ่มต้องเหนื่อยกายเพิ่ม อำนาจเป็นสิ่งพึงมีถึงไม่อยากมีก็ต้องมี หรือถึงอยากมีก็กลับมีไม่ได้ เรื่องเช่นนี้ยากที่จะเข้าใจ มีเพียงผู้ที่เกิดมาพร้อมกับวังวนนี้เท่านั้นที่ต้องอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 นางกลับมาแล้ว กลับมาอย่างปลอดภัย
ซ่า~~~~เสียงฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบใบหน้างามที่หลับไหลอย่างไม่ได้สติให้ตื่นขึ้น ทั่วทั้งร่างเปียกโชนไปด้วยน้ำ ครึ่งบนอยู่บนบกแต่ตัวครึ่งล่างยังคงนอนแช่อยู่ในน้ำ ผิวบางถูกกิ่งไม้ขูดขีดตามร่างกายเสียจนปวดร้าวไปทั้งตัว“อื่อ~~ เจ็บจัง ฮื่อๆ”หลี่ซิ่วอิงร้องออกมาทั้งที่ยังไม่ได้ขยับตัวเลยแม้เพียงกระดิกนิ้ว แต่เหมือนกับว่าความเจ็บปวดที่เผชิญอยู่ตอนนี้ทำนางให้ตายไปแล้วสิบรอบ หญิงสาวนอนอยู่ท่านั้นไปกว่าหนึ่งเค่อแล้วถึงได้รวบรวมแรงกายลุกออกจากตรงนี้ เพียงแค่พยุงตังเองให้ลุกขึ้นยังปวดร้าวไปถึงกระดูก มิรู้ว่าตอนที่ถูกน้ำเชี่ยวพัดมานั้น ร่างกายไปประทะเข้ากับอะไรบ้าง ตอนที่เห็นคลื่นน้ำที่มาอย่างรวดเร็วนางคิดว่าชีวิตนี้จะรักษาไว้ไม่ได้เสียอีก แต่ระหว่างนั้นก็รู้สึกตัวได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองไม่ได้เผชิญเหตุการณ์นี้อยู่คนเดียว ดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตายกมือเช็ดมันลวกๆอย่างไม่ใส่ใจ มองหาคนผู้หนึ่งซ้ายขวาอย่างมีหวัง“ท่านอ๋อง ท่านอ๋องท่านอยู่ที่ใด”หญิงสาวลุกพาตนเองออกจากน้ำที่แช่ตัวอยู่จนลืมความเจ็บที่ได้รับ เดินขากระเพกไปตามริมน้ำอย่างคนเลื่อนลอย ปากก็ตะโกนอย่างสุดเสียง แต่เพราะกินน้ำในแม่น้ำเย
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 แล้วนางเป็นเช่นไรบ้าง
กลิ่นยาขมคละคลุ่มไปทั่วห้องกว้าง อากาศภายในเรือนใหญ่ถ่ายเทได้สะดวก ข้าวของภายในห้องมิได้มีเพียงตกแต่งให้สวยงามและหรูหรา แต่ยังสามารถใช้งานได้ทุกชิ้น ทหารยามพลัดกันเฝ้าเวรอย่างแน่นหนา แม้เพียงหนูสักตัวก็ไม่มีทางรอดพ้นสายตาเข้ามาในเรือนแห่งนี้ ผ้าขาวที่ถูกสับเปลี่ยนซับโลหิตแดงกองโตถูกนำออกจากเรือนทุกวัน ได้รับการรักษาและตรวจอาการจากหมอหลวงที่ถูกเชิญให้มาพำนักที่จวนประจำหลายวัน เว่ยตงหยางนอนป่วยมาหลายแล้ว อาการของชายหนุ่มดีขึ้นตามอาการ เปลือกตาหนาที่หนักอี้งค่อยๆลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก เขาพบว่าร่างกายเขาตอนนี้ชาไปทั้งตัว ความเจ็บปะทุขึ้นทวีคูณเมื่อเขารู้สึกตัว“เว่ยอ๋องฟื้นแล้ว”เสียงแม่นมเหม่ยที่เฝ้าดูข้างกายตลอดหลายวันไม่ไปไหนรีบเข้ามาหาชายหนุ่มทันที และสั่งให้บ่าวอีกคนไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการ“น้ำ”เสียงแหบแห้งบอกสิ่งที่ตนต้องการ แม่นมเหม่ยจึงรีบนำน้ำมาให้ทันที ความเจ็บแปล๊บที่แผลทำให้ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างยากลำบาก เพียงไม่นานหมอหลวงก็เข้าตรวจอาการด้วยใบหน้าเร่งรีบ มือหนาวางหงายตรงราบไปกับพื้นเตียงนุ่ม เพียงชั่วครู่หลังจากจับชีพจรก็เป็นอันเสร็จ“เว่ยอ๋องไม่เป็นอันใดมากแล้วขอรับ เพียงกิ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 ฉากที่ไม่มีในนิยายทำข้าซวยไปด้วย
ห้องเล็กภายในเรือนบ่าวรับใช้ช่วงกลางวันเป็นเวลาที่ทุกคนทำงาน บ่าวใช้ต่างแยกย้ายกันไปตามเรือนต่างๆเพื่อทำหน้าที่ของตน หลี่ซิ่วอิงกลับจวนเว่ยอ๋องก่อนหนึ่งวันทำให้มีเวลาได้ยืดเส้นยึดสายจากการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย ภาพเจ้าของจวนนี้ที่นางพึ่งพบเมื่อสักครู่ยังตราตรึงจนไม่สามารถสลัดออกไปจากความคิดได้ เล่นทำเอาขนมที่ท่านแม่ห่อมาให้ไม่กล้ากินมันเลย เพราะกลัวว่าจะอาเจียนออกมาอีกครั้งตุบๆมือบางทุบกำปั้นไปที่หน้าอกเบาๆอย่างปลอบใจตนเอง เมื่อสักครู่นางแทบช็อกนึกว่าตนเองเจอผีกลางวันแสกๆเสียแล้ว หนังหรือซีรี่ย์แนวซอมบี้ผีดิบอะไรทำนองนั้นในโลกเก่า นางก็ดูมาเสียเยอะซะด้วยสิ สภาพเขาเช่นนั้นใครเห็นแบบนางเข้าอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นก็ได้“อิงอิง เจ้ากลับมาแล้วหรือ “เสียงคุ้นเคยเอ่ยทักหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่คนเดียวที่ข้างหน้าต่าง” มีหมี่ ทำข้าตกใจรอบสองรู้หรือไม่ “หลี่ซิ่วอิงเอ่ยตำหนิ ทั้งคู่ตอนนี้กลายเป็นสหายสนิทกันเสียแล้ว คิดว่าชื่อที่ใช้เรียกกันนั้นยาวเกินไป เลยตั้งชื่อใหม่จากชื่อเดิมของทั้งคู่เพื่อใช้เรียกกัน“รอบสองหรือ เช่นนั้นผู้ใดทำเจ้าให้ตกใจก่อนข้ากัน แล้วใจที่ตกใจยังอยู่ที่เจ้าหรือเปล่า หรือว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status