Beranda / รักโบราณ / ฮูหยินเอก / การพบกันครั้งแรก

Share

การพบกันครั้งแรก

last update Tanggal publikasi: 2026-08-10 23:34:36

“เฮ้อ...ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีก”

อวิ๋นเทียนอี้บ่นขมุบขมิบจนฉีเหอกุมขมับด้วยความตึงเครียด ตอนนี้กลัวก็แต่ท่านแม่ทัพจะโกรธเด็กจนจับเขวี้ยงออกไปไกลๆ นึกไม่ถึงว่าใบหน้าของจ้าวเฟิงเยี่ยนยังเรียบเฉยได้อยู่อีก

ถึงแม้จะได้ยินทุกประโยค ทว่าคราวนี้จ้าวเฟิงเยี่ยนมิได้โต้ตอบ เขาเพียงแต่สำรวจใบหน้ากลมๆ และดวงตาสีเทามืดนั่น ถึงแม้เด็กคนนี้จะเป็นบุรุษทว่าดวงหน้ากลับได้เค้างดงามราวสตรี

รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

“มีใครรู้จักครอบครัวเด็กคนนี้บ้าง”

ฉีเหอเป็นฝ่ายตะโกนถาม เกรงว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นนานกว่านี้จะถึงเมืองหลวงล่าช้ากว่ากำหนด อีกทั้งยังมีบรรดาทหารนับหลายร้อยชีวิตที่อยากจะกลับไปหาครอบครัวจะแย่อยู่แล้ว

ผู้คนบริเวณนั้นต่างหันมองหน้ากันแล้วมองพื้นคล้ายจะบอกว่าพวกข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น!

อวิ๋นเทียนอี้ถอนลมหายใจออกมาแรงๆ ทำหน้าตาคล้ายครุ่นคิดอยู่บ้าง กิริยานั้นทำให้ฉีเหอแอบขำเล็กน้อย ท่าทีคิดไม่ตกนั่นเหมือนกับท่านแม่ทัพเวลามีเรื่องหนักใจไม่มีผิด

“พวกท่านจะรีบกลับไปหาท่านแม่สินะ อี้เอ๋อร์เองก็รีบเหมือนกัน” น้ำเสียงเล็กว่าก่อนจะโค้งตัวลงคำนับจ้าวเฟิงเยี่ยน "อี้เอ๋อร์ไปก่อนล่ะ ป่านนี้ท่านลุงหาตัวอี้เอ๋อร์แล้ว”

ไม่ว่าเปล่ายังหมุนกายวิ่งออกไปอย่างเร่งร้อน ปล่อยให้ผู้คนบริเวณนั้นมองตามไปอย่างโล่งอกที่เจ้าหนูนั่นไม่ได้รับโทษอะไร

จ้าวเฟิงเยี่ยนมองตามร่างเล็กนั่นที่หายไปในฝูงชน ริมฝีปากข้างหนึ่งกระตุกเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว

แต่ก่อนที่จะเดินกลับไปขึ้นม้านั้นหางตากลับเห็นของบางอย่างกระทบแสงแดดจนสะท้อนแสงเปล่งประกายเงางาม

ลำตัวสูงใหญ่ก้มลงเก็บก่อนที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง

ฉีเหอมองดูอีกฝ่ายถือบางอย่างไว้ในมือตัวแข็งทื่อนั่นอย่างเป็นปริศนา เมื่อครู่นี้ท่านแม่ทัพเก็บอะไรกัน

เพราะเสียเวลามามากแล้ว ฉีเหอจึงถามย้ำอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายยังไม่มีคำสั่งให้เดินทัพต่อเสียที

“โหวเหย่...เดินทางต่อเลยหรือไม่ขอรับ”

“อืม”

จ้าวเฟิงเยี่ยนเก็บของสิ่งนั้นไว้ภายในเสื้อตัวใหญ่ ดวงตาคมอดมองเข้าไปท่ามกลางผู้คนนั้นอย่างสงสัยไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นก็หันหลังตวัดกายขึ้นบนอาชาสีน้ำตาลแดงนั่นอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นกองทัพหลวงจึงผ่านเมืองไห่ถังออกไปไกล...

--------------------------------------------------------------------------------

ทางด้านอวิ๋นเทียนอี้ที่รีบวิ่งกลับมาบ้านอย่างคล่องแคล่วนั้นแอบหลบอยู่หลังกำแพง สายตาทอดมองไปยังหน้าบ้านที่ปิดไว้อย่างหวั่นเกรง เป็นเพราะคนตัวใหญ่แต่ชอบดื่มน้ำหวานคนนั้นแท้ๆ ที่ทำให้เขากลับมาช้า

ไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านลุงจะฟ้องท่านแม่ไปหรือยังว่าเขาแอบวิ่งออกไปผู้เดียวอีก

“อี้เอ๋อร์”

เสียงเรียกด้านหลังทำให้เด็กชายสะดุ้ง รีบหันกลับไปทางต้นเสียงและก็พบว่าท่านลุงกำลังมองมายังเขาอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าอาบไปด้วยเหงื่อ

“ท่านลุง อี้เอ๋อร์ขออภัย” อวิ๋นเทียนอี้ก้มตัวลง

“ท่านอย่าบอกท่านแม่นะว่าอี้เอ๋อร์หลงจากท่านอีกแล้ว”

หวงจื่อเซียงโบกมือไหวทั้งที่ในใจโล่งอกเต็มที ลืมคิดไปได้อย่างไรว่าเด็กคนนี้ฉลาดกว่าเด็กทั่วไปนัก เป็นเพราะเขาซุกซนและชอบหลงบ่อย จึงมีความสามารถพิเศษที่สามารถจำเส้นทางกลับบ้านได้แม่นยำ

“เจ้าปลอดภัยมาก็ดีแล้ว รีบเข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวแม่ของเจ้าจะเป็นห่วง”

“อื้อ!”

อวิ๋นเทียนอี้รีบเข้าไปจูงมือท่านลุงอย่างเบิกบานในขณะที่เดินตรงไปที่บ้านด้วยกัน

ภาพแผ่นหลังของสตรีสองคนที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารกลิ่นคละคลุ้งนั่นทำให้หวงจื่อเซียงชะงักฝีเท้าลง ดวงตามองไปยังอวิ๋นถิงอย่างชื่นชมพร้อมกับปรากฏรอยยิ้มเบาบางอยู่บนหน้า

“พี่สาว ข้าบอกท่านแล้วอย่างไรเจ้าคะว่าจะนำผ้าปักไปส่งให้”

เหมยกั๋วบ่นอุบอิบ นับตั้งแต่วันที่เดินทางจากเมืองหลวงมาอวิ๋นถิงก็ให้นางเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยทั้งสิ้น

“ออกไปครู่เดียว ข้าดูแลตัวเองได้”

อวิ๋นถิงกล่าวยิ้มๆ พลางดึงแขนเสื้อขึ้น

“มาเถิด ให้ข้าช่วย”

เหมยกั๋วขยับให้อีกฝ่ายมายืนเคียงข้าง ทั้งสองต่างช่วยกันหั่นผัก จุดเตาอย่างขะมักเขม้น การที่หวงจื่อเซียงยินยอมให้พวกนางและอวิ๋นเทียนอี้พักอาศัยอยู่ด้วยก็เกรงใจจะแย่ อยากจะออกไปเช่าบ้านอยู่ตามลำพังแต่ก็ยังขัดสนเรื่องเงินทอง หวงจื่อเซียงจึงเกลี้ยกล่อมให้พวกนางอยู่ที่นี่ไปก่อน

ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เหมยกั๋วและอวิ๋นถิงก็ช่วยทำงานบ้าน หุงหาข้าวปลาอาหาร ทำงานบ้านมิขาดตกบกพร่องเพื่อตอบแทนเช่นเดียวกัน

“ท่านแม่ อี้เอ๋อร์กลับมาแล้ว”

เด็กชายวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกอดเอวบางแรงๆ ใบหน้าซุกลงบนหน้าท้องอีกฝ่ายว่าเสียงอู้อี้

“อี้เอ๋อร์หิว”

อวิ๋นถิงหัวเราะเบาๆ ดูท่าทางออดอ้อนของบุตรชายก่อนจะหยิบหมั่นโถวลูกหนึ่งไปให้ตรงหน้า

“เช่นนั้นเจ้าก็กินนี่ไปก่อนก็แล้วกัน”

เด็กน้อยค่อยๆ ผละออกจากร่างมารดา ดวงตาประกายวาบ มือป้อมๆ หยิบหมั่นโถวจากมารดา รีบโค้งกายเคารพอย่างดีอกดีใจ

“อี้เอ๋อร์ขอบคุณท่านแม่!!”

เมื่อได้ของที่ถูกใจแล้วอวิ๋นเทียนอี้ก็วิ่งไปนั่งขบกินขนมแป้งนึ่งในมืออย่างเอร็ดอร่อย หวงจื่อเซียงมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ภาพตรงหน้าเป็นภาพที่วนเวียนมาตลอดห้าปี มันทำให้เขารู้สึกมีความสุข...อยากมีครอบครัว

ทว่าเขารู้ว่านางมิได้คิดเช่นนั้น

เหมือนอวิ๋นถิงจะรู้ว่ากำลังถูกจับตามอง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นพลางคลี่ยิ้มสุภาพ สายตาที่มองมาทำให้นางรู้สึกหนักอึ้งอยู่บ้าง เหตุใดจะไม่รู้เล่าว่าเขาคิดเช่นไร หากแต่นางนับถือเขาเสมือนพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น

“พี่เซียงนั่งพักก่อนเถิด ข้ากับเหมยกั๋วใกล้จะเสร็จแล้ว”

“ใช่แล้วพี่เซียง ท่านไปนั่งรอให้สบายเถอะ”

เหมยกั๋วเอ่ยสำทับ มองดูผู้มีพระคุณด้วยความเคารพยิ่งด้วยแววตาชื่นชม หลังจากนั้นจึงได้ยินเสียงหวงจื่อเซียงรับคำแล้วถือขวดโหลเดินจากไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status