بيت / รักโบราณ / ฮูหยินเอก / นางไม่ได้กลับบ้าน?

مشاركة

นางไม่ได้กลับบ้าน?

last update تاريخ النشر: 2026-08-11 00:26:56

“พี่เยี่ยนกลับมาแล้ว” มู่ลี่เจินยืนชะเง้ออยู่หน้าประตูพลางตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ

ประตูนอกจวนแม่ทัพบูรพามีผู้คนออกมาต้อนรับมากมาย ฮูหยินผู้เฒ่า อนุภรรยาทั้งสองและสาวใช้ที่ต่างยืนรอด้วยความเบิกบานใจ เป็นเวลาห้าปีมาแล้วที่ไม่ได้พบกับจ้าวเฟิงเยี่ยน!

ชายหนุ่มควบม้ามาหยุดลงหน้าประตู หลังจากนั้นมู่ลี่เจินก็ปราดเข้ามาหาด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่ารั้งร่างองค์หญิงผิงหยางที่ถือน้ำเย็นฉ่ำให้ก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กับตนเองที่สำรวจบุตรชายอย่างถี่ถ้วน

“เจ้าไปอยู่ที่นู้นคงจะลำบากมาก” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดใจ เห็นสภาพอิดโรยของบุตรชายแล้วใครบ้างจะไม่รู้สึกสงสาร

จ้าวเฟิงเยี่ยนเห็นดวงตาอีกฝ่ายสั่นระริก จึงเป็นฝ่ายโค้งตัวลง

“ลูกคำนับท่านแม่”

ฮูหยินผู้เฒ่ายกมือขึ้นแตะศีรษะมันๆ ของอีกฝ่ายเบาๆ

“เข้าไปชำระร่างกายแล้วพักผ่อนเถิด ให้เจินเอ๋อร์และองค์หญิงปรนนิบัติเจ้าให้สบายตัว” ว่าไปแล้วก็ชำเลืองไปยังสะใภ้ทั้งสอง

“เจ้าค่ะ”

มู่ลี่เจินกล่าวเบาๆ อย่างเหนียมอาย ในขณะที่องค์หญิงผิงหยางดูประหม่าอยู่บ้าง

จะไม่ให้ประหม่าได้อย่างไร ในเมื่อแต่งงานได้เพียงคืนเดียวอีกฝ่ายก็นำทัพออกศึกแล้วไม่กลับมาอีกเลย!

จ้าวเฟิงเยี่ยนสั่งให้คนในบ้านนำข้าวของเข้าไปเก็บก่อนที่ตัวเองจะเดินนำเข้าไปโดยมีสตรีรูปงามสองคนเดินขนาบไปคนละข้างโดยไม่พูดอะไร แต่เมื่อเดินผ่านไปจนถึงเรือนหอมหมื่นลี้นัยน์ตาคมวูบไหวเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านไปเรือนบูรพาอย่างรวดเร็ว

แต่ก่อนที่ขาทั้งสองจะก้าวผ่านธรณีประตูไป ร่างสูงก็หยุดลง กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“พวกเจ้าสองคนไปพักเถิด”

“ต...แต่ข้าเต็มใจปรนนิบัติท่านพี่”

องค์หญิงผิงหยางมองมู่ลี่เจินพลางขบริมฝีปากเบาๆ “ข้าเองก็เช่นกัน”

จ้าวเฟิงเยี่ยนสูดลมหายใจ กล่าวอีกประโยค ทว่าครั้งนี้น้ำเสียงกลับดูห้วนตึงราวกับมิให้คนฟังปฏิเสธ

ในที่สุดจ้าวเฟิงเยี่ยนก็เข้ามาภายในเรือนบูรพาคนเดียว เขาถอดเสื้อเกราะเหล็กอันหนักอึ้งวางไว้บนโต๊ะตัวหนึ่ง หลังจากนั้นจึงหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมาจากเสื้อ จับจ้องมันราวกับเป็นสิ่งมหัศจรรย์

ปิ่นเงินประดับด้วยลวดลายเกล็ดหิมะ...

มือหยาบกร้านพลิกไปมาอย่างครุ่นคิด ปิ่นอันนี้ดูคล้ายคลึงกับของของเขาที่บิดาให้มาตั้งแต่วัยเยาว์ ทว่าครั้งหนึ่งเขาได้มอบมันให้อวิ๋นถิงไปแล้ว

จะว่าไปปิ่นปักจะมีลวดลายเหมือนกันบ้างย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก หลังจากวันที่เขียนหนังสือหย่าให้นางวันนั้น เขาก็ต้องไปออกศึกยาวนาน...และหลังจากเคลื่อนกองทัพ เขาก็ไม่ได้ติดตามข่าวเรื่องนางอีก

แต่จะให้เดาก็คงไม่ยากนัก สตรีเช่นนางจะมีที่ไปสักกี่ที่กัน ร่างกายนางอ่อนแอบอบบางถึงเพียงนั้นมีหรือที่จะเดินทางไปเมืองไห่ถังตามลำพัง

“โหวเหย่ขอรับ...”

เสียงทุ้มหนึ่งเรียกขึ้นที่หน้าประตูก่อนจะปรากฏร่างของพ่อบ้านคนหนึ่งยืนก้มหน้าก้มตามองพื้น

“เป็นอย่างไรบ้าง”

“ข้าน้อยสอบถามชาวบ้านแถวนั้น เขาลือกันว่าขุนนางเก่าที่ถูกปลดต่างทยอยออกจากเมืองหลวงไปจนหมด ไม่เว้นคนสกุลอวิ๋นด้วยขอรับ”

จ้าวเฟิงเยี่ยนฟังคำนั้นด้วยใบหน้าที่ไม่สื่ออารมณ์ หลังจากนั้นจึงเข้ามาทิ้งกายนั่งลงบนเตียง เป็นไปได้ว่าหลังจากที่นางถือใบหย่ากลับไปที่บ้านเดิม ครอบครัวของนางตัดสินใจพากันย้ายออกไป

แต่เหตุใดถึงได้รู้สึกวูบในอกน่าแปลกประหลาด...เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วอย่างไร อวิ๋นหยางคงจะได้บทเรียนแสนแพงไปแล้ว หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่คิดจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้นอีก

“โหวเหย่ มีคนมาขอพบขอรับ”

ในขณะที่ดวงตาอ่อนล้าพริ้มลง เสียงเรียกที่หน้าประตูก็ดังขึ้นอีกกระแสหนึ่ง เป็นเช่นนั้นจึงได้แต่ตอบรับแล้วผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ชำระร่างกายพอดูสะอาดสะอ้านขึ้นบ้างก่อนจะเดินออกไป

คนที่มาเยือนหาใช่ฉีเหอหรือคนจากวังหลวงอย่างที่คิด

หากแต่ภาพที่เห็นกลับเป็นชายสูงวัยคนหนึ่งนั่งรออยู่ มือทั้งสองบีบเข้าหากัน ดวงตาทั้งคู่เผยแววประกายเจิดจ้าอย่างถึงที่สุด

อวิ๋นหยาง!

เพียงแค่เห็นร่างแม่ทัพบูรพาก้าวเข้ามาหา อีกฝ่ายยืดตัวตรงพร้อมกับโน้มตัวลง

“คารวะโหวเหย่”

จ้าวเฟิงเยี่ยนไม่ตอบอะไร หากแต่ตวัดชายเสื้อนั่งลง ทว่าในใจกลับรู้สึกกระตุกอย่างน่าประหลาด

“ข้าทราบข่าวว่าท่านย้ายออกไปจากเมืองหลวงแล้ว”

อวิ๋นหยางกระตุกยิ้มบาง

“ขอรับ ข้าน้อยพาครอบครัวย้ายออกไปเพราะตั้งใจจะตั้งรกรากฐานใหม่ จนกระทั่งครอบครัวพอลืมตาอ้าปากได้ วันนี้เลยอยากกลับมาเยี่ยมอวิ๋นถิง...” ว่าแล้วดวงตาก็เหม่อเล็กน้อย “ข้าน้อยทราบข่าวว่าโหวเหย่กลับมาแล้ว จึงถือโอกาสมายินดีด้วย”

อวิ๋นหยางยิ้มขมขื่นเล็กน้อย เมื่อเจ็ดปีที่แล้วเขาและภรรยาพยายามใช้ความรู้ที่มีสร้างอาชีพ ทว่าการดำเนินชีวิตในเมืองหลวงกลับลำบากยิ่ง รวมไปถึงระหว่างนั้นเหล่าขุนนางที่ถูกปลดต่างตัดสินใจย้ายไปอาศัยอยู่ตามชนบทบ้าง แถบชานเมืองบ้าง เขาจึงตัดสินใจพาภรรยาและบุตรชายย้ายออกไปโดยไม่ได้แจ้งข่าวให้อวิ๋นถิง

เขาเพียงแต่ฝากจดหมายมาให้อวิ๋นถิงโดยโกหกว่างานยุ่งจนไม่มีเวลามาเยี่ยมเยียนเท่านั้น เพราะเกรงว่าบุตรสาวจะเป็นห่วง

จ้าวเฟิงเยี่ยนที่ได้ยินประโยคแรกหาได้สนใจประโยคที่สองไม่ เขาเพียงนั่งตัวเกร็ง สูดลมหายใจเข้าลึก เอ่ยวาจาคล้ายเลื่อนลอยอยู่บ้าง

“อวิ๋นถิงมิได้อยู่กับท่าน”

“โหวเหย่ล้อเล่นแล้ว ถิงถิงแต่งให้ท่านก็ต้องอยู่ที่จวนแม่ทัพ นางจะไปอยู่กับข้าน้อยได้อย่างไร”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ฮูหยินเอก   กรรมใดใครก่อ

    โครม!!“ท...ท่านแม่ ท่านแม่ช่วยข้าด้วย พี่เยี่ยนทำร้ายข้า”“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเยี่ยนเอ๋อร์”ฮูหยินผู้เฒ่าประคองร่างของมู่ลี่เจินที่ใบหน้าบวมเป่ง ริมฝีปากข้างหนึ่งมีรอยคราบเลือดแห้งกรัง“ถามสะใภ้ของท่านเถิดว่าทำอันใดอี้เอ๋อร์”จ้าวเฟิงเยี่ยนว่าเสียงต่ำ ดวงตาแข็งกร้าวคล้ายพญาปีศาจไปทุกทีแค่เพียงคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ใจของเขาก็หนักอึ้ง เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่าหากเขากลับมาที่จวนช้ากว่านี้หรือไม่ได้ยินเสียงดังโวยวายที่ริมสระน้ำ ป่านนี้บุตรชายเขาจะเป็นอย่างไร!มู่ลี่เจินโคลงศีรษะไปมา“ท่านแม่ พี่เยี่ยนกำลังเข้าใจผิด อวิ๋นถิงผู้นั้นต่างหากที่ใส่ร้ายข้า”“เจ้ายังกล้าใส่ร้ายผู้อื่นอีกหรือ!”ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุดนั่นแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ยังแอบหวั่นใจ ประโยคที่เตรียมจะโต้เถียงแทนหลานสาวกลืนหายไปในลำคอ บุตรชายในยามนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!“เยี่ยนเอ๋อร์...” ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกตะกุกตะกัก หากแต่บุตรชายกลับมองด้วยแววตาดุดัน“ลูกแต่งสตรีผู้นี้เข้ามา เพราะเห็นแก่ท่านแม่ที่ต้องการคนปรนนิบัติ...ที่ผ่านมาข้าล้วนปิดหูปิดตาเสียข้างหนึ่งเพราะยังเห็นแก่ท่านแม่ แต่ครั้งนี้ถึงกับมีเจตน

  • ฮูหยินเอก   ลูกของข้า ใครก็อย่ามาแตะต้อง!

    มู่ลี่เจินแอบมองอวิ๋นเทียนอี้ที่กำลังนั่งท่องหนังสือกับอาจารย์สอนหนังสือชื่อดังแห่งแคว้นหมิงหลันด้วยสายตาแข็งกร้าว นางได้แต่จิกเล็บลงบนผิวเนื้ออย่างต้องการระบายความโกรธนับตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง วันที่นางถูกจ้าวเฟิงเยี่ยนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงราวกับนางมิใช่ภรรยาคนหนึ่งแล้ว นางก็อับอายเป็นอย่างมากต่อสายตาที่บรรดาสาวใช้มองมา อีกทั้งยายแก่นั่นยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกด้วยเฮอะ!คิดว่านางมองไม่ออกหรืออย่างไร หากยายแก่พูดถึงเรื่องนั้นก็เท่ากับขุดคุ้ยเรื่องต่ำช้าที่ทำต่อลูกตัวเอง!!ช่วงเวลาหลายวันมานี้นางถึงได้เห็นฮูหยินผู้เฒ่าเก็บตัวอย่างสงบเสงี่ยม รวมไปถึงตัวมู่ลี่เจินเองที่ไม่กล้าออกมาเสนอหน้าให้พวกคนในจวนหัวเราะเยาะเอา!นางเห็นเด็กคนนั้นหัวเราะคิกคักแล้วก็ได้แต่เก็บงำโทสะ รอจนกระทั่งอาจารย์ผู้นั้นลุกขึ้นเพื่อไปถ่ายเบาแล้วนางถึงได้ตัดสินใจก้าวออกไปอวิ๋นเทียนอี้ท่องหนังสือเสียงดังอย่างเบิกบาน แต่แล้วร่างของผู้มาใหม่ก็ทำให้เด็กน้อยหยุดกิริยา ลุกขึ้นคำนับอย่างที่เคยถูกมารดาอบรม ถึงแม้จะไม่ชอบ ‘ปีศาจสาว’ คนนี้เท่าไหร่นักก็ตาม“อี้เอ๋อร์คารวะท่านอาหญิงขอรับ”มู่ลี่เจินพยักหน้าด้วยรอยยิ

  • ฮูหยินเอก   ลางสังหรณ์

    “เจ้าเข้ามาทำอะไรที่นี่”นางเห็นดวงตาคมดุดันนั่นจ้องมองมายังนาง มืดมิดไม่เห็นแม้กระทั่งก้นบึ้งของหุบเหว ใบหน้าเขาเรียบเฉยเสียจนนางคาดเดาความรู้สึกไม่ได้ด้วยซ้ำถึงกระนั้นอวิ๋นถิงกลับกระตุกริมฝีปาก“ข้าทำขนมให้อี้เอ๋อร์ จึงนำมาฝากท่าน”จ้าวเฟิงเยี่ยนฟังคำนั้นตากระตุก หากเป็นเมื่อก่อนเขาก็มิใคร่คิดสงสัย ทว่าในเวลานี้นางที่เปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่ชวนสงสัยก่อนหน้านี้จะมิทำให้เขานึกระแวงได้อย่างไรแม่ทัพบูรพามองนางด้วยแววตาอึมครึ้ม“ขอบใจเจ้า”อวิ๋นถิงหลบดวงตาคู่นั้นที่มองมาอย่างคาดคั้น“ข้าขอตัวกลับก่อน”“ถิงถิง...”เสียงทุ้มเรียกนางอ่อนโยน ทำให้คนที่กำลังจะหมุนตัวจากไปหยุดฝีเท้าลง แต่ถึงเป็นดังนั้นก็มิได้หันมามองหน้าเขา“ท่านโหวมีเรื่องอันใดหรือไม่เจ้าคะ”เมื่อเห็นนางไม่ยอมหันมาสนทนา ร่างกำยำจึงเป็นฝ่ายเดินอ้อมไปหยุดตรงหน้านาง“เจ้าโกรธแค้นข้ามากหรือไม่”อวิ๋นถิงกลืนน้ำลายลำตัวสั่นเทิ้ม ไม่กล้าแม้กระทั่งจะช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าเขาตอนนี้ ดวงตากลมโตที่สั่นระริกถึงได้จับจ้องอยู่บนแผงอกกว้างที่ห่างจากนางเพียงไม่กี่ก้าว“เรื่องใดกันเจ้าคะ”นางตอบเสียงสั่น“หนังสือหย่าที่ข้ามอบ

  • ฮูหยินเอก   การตัดสินใจ

    หวงจื่อเซียงเดินนำมาก่อนจะหยุดลงในซอยแคบๆ ซอยหนึ่งอวิ๋นถิงหันมองซ้ายขวาอย่างไม่เข้าใจนัก ในซอยนี้ค่อนข้างเปลี่ยว รวมไปถึงผู้คนผ่านไปมาหากไม่สังเกตดีๆ ก็ยากต่อการมองเห็นนักว่านางอยู่ที่นี่“พี่เซียงมีเรื่องอันใดหรือไม่เจ้าคะ”นางถามเสียงค่อย เห็นใบหน้าเขาตึงเครียดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนหวงจื่อเซียงมองนางนิ่ง“เจ้าได้ยินเรื่ององค์รัชทายาทแคว้นซูแล้วหรือไม่”อวิ๋นถิงก้มหน้าลงอย่างขบคิดจะว่าไปตอนที่นางออกจากจวนแม่ทัพมานางก็ได้ยินผู้คนพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง รวมไปถึงมีป้ายประกาศแปะอยู่ตามฝาผนัง หากแต่นางมิได้สนใจ“พวกคนเหล่านั้นเข้ามาถึงเมืองหลวงแล้ว ทางการยังตามจับมิได้...”หวงจื่อเซียงพยักหน้าเบาๆ ลอบมองดวงหน้าของนางอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงกลืนน้ำลายเสียอึกหนึ่ง“ข้าคือองค์รัชทายาทที่พวกเขากล่าวถึง”สิ้นประโยคคนฟังก็เบิกตาโพลง ละล่ำละลักถามอย่างไม่มั่นใจ“เป็นท่าน?”หวงจื่อเซียงเห็นแววตาคล้ายไม่ไว้วางใจนั่นก็รีบเอื้อมมือไปคว้ามือบอบบางทั้งคู่ของนางไว้“ข้ามิได้มีเจตนาปิดบังเจ้า...ข้าเองก็เพิ่งรู้ก่อนหน้านี้ไม่นานเท่านั้น” ว่าไปแล้วก็ยิ้มขมขื่น เขาเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ก่อนที่เป่ยเว

  • ฮูหยินเอก   ทางรอด

    “ถิงถิงขอสิ้นวาสนากับท่านนับตั้งแต่วันนี้เช่นกัน...”เสียงของนางแผ่วเบานักแต่ก็ดังอยู่ในใจของเขา เพียงแค่เห็นนางกล่าวตัดวาสนาแล้วภายในอกก็บีบรัดเสียจนปวดหนึบเขาเห็นมารดาและมู่ลี่เจินลอบยิ้มอย่างพึงพอใจแล้วก็ได้แต่เพิกเฉย หลายปีที่ผ่านมาแม้ปากจะบอกว่าแค้นเคืองสกุลอวิ๋น อยากให้นางได้รับความเจ็บช้ำน้ำใจ ทนเห็นครอบครัวเขารังแกนางครั้งแล้วครั้งเล่ากลับเป็นเขาเองที่ทนไม่ไหวหลายคราที่เขาเห็นนางแอบร้องไห้เงียบๆ แต่กลับคลี่ยิ้มอย่างจริงใจต่อหน้าเขามันทำให้ในใจรู้สึกผิดมหันต์ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นหนึ่งเดียวในใจเขา...อวิ๋นถิงและสาวใช้ของนางเดินออกไปจากเรือนเซียงอี้อย่างเร่งรีบในขณะที่ดวงตาชำเลืองตามไปอย่างอาลัย“เยี่ยนเอ๋อร์...” ฮูหยินผู้เฒ่าก้าวเข้ามาหาพร้อมกับใช้มือแตะไหล่กำยำ “ในที่สุดเจ้าก็คิดได้ว่าสตรีผู้นั้นมิมีอันใดเหมาะที่จะเป็นฮูหยินเอกของเจ้า ในเมื่อเจ้าหย่านางแล้ว เจ้าก็แต่งตั้งเจินเอ๋อร์เป็นสะใภ้เอกของแม่ได้แล้ว”นัยน์ตาคนพูดพราวระยับในขณะที่จ้าวเฟิงเยี่ยนขบกรามแน่น“เวลานี้หาใช่เวลามงคล วันพรุ่งนี้ลูกต้องออกเดินทางไปชายแดนเพื่อทำศึก ยังมิทราบว่าจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อใด”กล่าวจบก็ห

  • ฮูหยินเอก   ถึงจะรู้ แต่ท่านก็ยังขับไล่ข้า?

    ร่างกายเขาเริ่มคลายลงแล้ว...จ้าวเฟิงเยี่ยนใช้มือกุมขมับ เป็นเวลาร่วมสี่ชั่วยามที่เขาทนทรมานอยู่กับยาปลุกกำหนัดที่เล่นงานเสียจนร่างกายอ่อนล้าไปหมด จากความรู้สึกรุ่มร้อนดั่งถูกไฟลามเลียเมื่อคืนเริ่มเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บจากการนอนแช่ในน้ำอยู่ทั้งคืนเรือนร่างกำยำยืดตัวขึ้นลุกจากอ่าง เสียงน้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว รวมไปถึงกางเกงตัวในที่เปียกน้ำจนหยดลงกับพื้นเขาถอดกางเกงที่ชุ่มด้วยน้ำออก จากนั้นจึงไปหยิบชุดคลุมของอวิ๋นถิงขึ้นมาถือไว้อย่างครุ่นคิด สุดท้ายจึงตัดสินใจหยิบมันมาสวมใส่อย่างทุลักทุเล ถึงแม้จะตัวเล็กจนแทบผูกเชือกไม่ได้ แต่มันก็ทำให้ปิดบังร่างกายได้อยู่บ้างทันทีที่ออกมาจากหลังฉากกั้น เขาเห็นร่างบอบบางนั่งพิงอยู่ที่หัวเตียงด้วยใบหน้าอ่อนเพลีย ริมฝีปากหยักจึงกระตุกยิ้มขึ้นครั้งหนึ่งร่างเล็กถูกอ้อมแขนแข็งแรงช้อนขึ้นอุ้ม วางนางลงนอนในท่วงท่าที่แสนสบายอย่างอ่อนโยน ทว่ายังไม่ทันจะได้ผละออก ดวงตากลมโตก็ลืมขึ้นมอง ขาของนางถีบเขาออกไปแรงๆ อย่างลืมตัว!โครม!!“ท่าน”อวิ๋นถิงลุกขึ้นนั่งเลิ่กลั่ก มองดูร่างสูงใหญ่ที่หงายหลังล้มตึงจนเสื้อคลุมของนางเปิดออก เสื้อคลุมที่แสนเล็กจนแทบปิดบังอะไรนั่นไม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status