Beranda / รักโบราณ / ฮูหยินเอก / เป่ยเว่ยโหว

Share

เป่ยเว่ยโหว

last update Tanggal publikasi: 2026-08-09 20:56:06

อันที่จริงตัวเขาเองก็หาใช่คนในแคว้นหมิงหลัน ตอนนั้นเขายังเด็กมาก จำได้ว่ามารดารีบพาเขาหนีออกจากแคว้นของตัวเองและหลบมาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ตอนนั้นเขาทั้งหนาวทั้งหิว ทว่าโชคดีมีชายวัยฉกรรจ์ผู้หนึ่งยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สุดท้ายจึงกลายเป็นบิดาบุญธรรมในที่สุด

แต่ในความโชคดีย่อมมีความโชคร้าย...หลังจากอาศัยอยู่ด้วยกันไม่นานบิดาบุญธรรมและมารดาก็จากไป ทิ้งเพียงสูตรหมักสุราต่างๆ เอาไว้ เขาก็เลยทำอาชีพหมักสุราขายต่อเพื่อเลี้ยงชีพ เวลาว่างก็ไปฝึกวิชายุทธจากอาจารย์ท่านหนึ่งในวัดเล็กๆ ที่อยู่แถบชนบท

หวงจื่อเซียงถอนหายใจออกมาหนักๆ รีบสาวเท้าเข้าไปในฝูงชน วันนี้เพื่อหวังเรียกคะแนนจากเด็กน้อยและแม่ของเขาก็เลยอาสาพาอวิ๋นเทียนอี้ออกมาเที่ยวเล่นในตลาด แต่การเลี้ยงเด็กมันวุ่นวายกว่าที่คิด ขืนหาเด็กน้อยไม่เจอมีหวังอวิ๋นถิงเกลียดเขาจนตายแน่

นี่เขายังอยู่ในช่วงเกี้ยวนางอยู่นะ!

“อี้เอ๋อร์!”

ในที่สุดเวลาแห่งการรอคอยของผู้คนในเมืองไห่ถังก็มาถึง เสียงอาชาหลายร้อยตัวกำลังมุ่งหน้าเข้ามาพร้อมๆ กับประชาชนต่างหลบไปยืนอยู่ชิดกันเพื่อเปิดทางตรงกลางให้กองทัพหลวงผ่านไปได้โดยง่าย

ภาพของม้าแข็งแกร่งทรงพลังหลายตัวห้อตะบึงเข้ามาด้วยความฮึกเหิม แต่คิดไม่ถึงว่าในขณะที่ทุกสายตากำลังจับจ้องไปยังเหล่าชายชาตรีในชุดเกราะเหล็กเพื่อหวังจะเห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าของเป่ยเว่ยโหวผู้คุมทัพครั้งนี้ให้เป็นบุญตาเสียครั้งหนึ่ง

แต่ไม่ว่าจะตั้งใจเพ่งมองเพียงใดทุกคนก็ล้วนใบหน้าเปรอะเปื้อน แต่งกายเหมือนกันไปหมด

ฮี้...

หากแต่คิดไม่ถึงว่าในขณะที่ทุกคนต่างพ่นลมหายใจออกมาอย่างผิดหวัง กองทัพที่กำลังมุ่งหน้าอย่างคึกคะนองนั่น ม้าตัวหนึ่งจะยกขาหน้าทั้งสองขึ้นพร้อมกับร้องเสียงดัง ทั้งกองทัพจึงต้องกระตุกบังเหียนหยุดม้าของตัวเองตามไปด้วย!

เกิดอะไรขึ้น...

ผู้คนทั้งหลายต่างมองไปที่ด้านหน้าของกองทัพอย่างสนอกสนใจ ม้าตัวหน้าสุดที่หยุดนิ่งพร้อมๆ กับนายทหารผู้หนึ่งกระโดดลงจากม้าและก้มตัวลง ‘อุ้ม’ ของบางอย่างออกมาจากใต้ท้องม้าพร้อมกับเสียง...

“แง้!!”

อวิ๋นเทียนอี้ที่กำลังตกอยู่ในความตื่นเต้นเงยใบหน้ามองอาชาตัวใหญ่อย่างสนใจ ดวงตาบริสุทธิ์ถลึงตามองอย่างตื่นตะลึง เหตุใดวันนี้ถึงมีม้ามากมายถึงเพียงนี้เล่า! อยากจะอวดท่านแม่เหลือเกิน เขาได้ลอดอยู่ใต้ท้องม้าแล้ว!!

ในขณะที่กำลังจินตนาการอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆ ก็รู้สึกว่าร่างลอยหวือขึ้นเหมือนถูกมารดาอุ้ม หากแต่เมื่อหันไปมองชัดๆ ใบหน้าคนผู้หนึ่งเลอะโคลนดำปี๋กับผมเผ้ารุงรังทำให้เด็กน้อยยิ่งเบิกตากว้าง ริมฝีปากเล็กเบะออกจากกัน

“เด็กน้อย เจ้ามาขวางทางม้าเช่นนี้ หากข้าหยุดไม่ทันเจ้าจะไม่โดนทับตายหรือ!”

“แง้!! อี้เอ๋อร์กลัวผี”

“ข้ามิใช่ผีเสียหน่อย”

“แง้!! ท่านแม่ อี้เอ๋อร์กลัวผี ผีมาหลอกอี้เอ๋อร์”

ในขณะที่ฉีเหอใบหน้าเหวอ มองดูเด็กชายที่กำลังร้องห่มร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายตรงหน้าแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลายเอือก สายตากวาดมองไปรอบๆ ก็มิเห็นวี่แววมารดาของเด็กคนนี้จะออกมาตามคำเรียกหา

จ้าวเฟิงเยี่ยนที่มองดูอยู่ไม่ไกลตวัดตัวลงจากหลังม้าคู่กาย เดินตรงไปยังฉีเหอด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ถึงกระนั้นก็ไร้ซึ่งโทสะ

“มีอะไร”

“เรียนโหวเหย่ เด็กคนนี้มาขวางทางกองทัพ กำลังจะจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับ”

เสียงรายงานที่ดังกึกก้องทำให้ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินจับจ้องไปยัง ‘โหวเหย่’ อย่างไม่ละสายตา

บุรุษรูปร่างกำยำสมชาติทหารยืนสูงตระหง่านใต้เกราะเหล็กอยู่ตรงนั้น...ใบหน้าคมที่เลอะคราบดำและคราบเลือดเกรอะกรังไปทั่วเนื้อตัว หนวดเคราครึ้มที่ถูกละเลยการดูแลตัวเองทำให้จ้าวเฟิงเยี่ยนดูดุดันคล้ายพญามัจจุราช ดวงตาคมจ้องมองไปยังร่างในอุ้งมือของฉีเหออย่างพิจารณา

“แง้...ผีดูดเลือด ผีดูดเลือดจะมาดูดเลือดอี้เอ๋อร์แล้ว”

เสียงเล็กกึกก้องอยู่ในหูพร้อมๆ กับบรรดาทหารต่างก้มหน้าลงกลั้นลมหายใจในขณะที่ใบหน้าแม่ทัพบูรพาแดงก่ำ

คราวนี้เด็กน้อยที่ร้องไห้จ้าหยุดไปแล้ว เหลือเพียงเสียงสะอึกสะอื้น ตะกายตัวเองให้หลุดออกจากมือของฉีเหอแล้วเดินต้วมเตี้ยมมาหยุดตรงหน้า ‘ผีดูดเลือด’ หลังจากนั้นจึงใช้มือป้อมๆ เอื้อมไปจับที่ขาของอีกฝ่ายเบาๆ

จ้าวเฟิงเยี่ยนปล่อยให้อีกฝ่ายจับต้องตัวเองตามอำเภอใจ ก่อนจะเปล่งวาจาทุ้ม

“ท่านแม่ของเจ้าเล่า”

ใบหน้ากลมแหงนหน้าขึ้นมอง กระพริบตาปริบๆ ทั้งที่ขนตายังเปียกชุ่ม

“ท่านดื่มน้ำหวานหกใส่เสื้อเหมือนอี้เอ๋อร์หรือ ท่านถูกท่านแม่ดุหรือไม่”

เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย เอียงคอมองคราบสีแดงคล้ำบนชุดของอีกฝ่าย

คำถามนั่นทำให้บรรดาทหารต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บ้างก็หลุดหัวเราะออกมาก่อนจะรีบใช้มือปิดปาก เด็กชายคนนั้นมองอย่างไรถึงได้เห็นคราบเลือดเป็นรอยเปื้อนน้ำหวาน! ชักอยากจะเห็นหน้าบิดามารดาเด็กนั่นเสียแล้ว

จ้าวเฟิงเยี่ยนหลุบตาต่ำลงอย่างคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก

“ข้ามิได้ดื่มน้ำหวาน”

อวิ๋นเทียนอี้กระพริบตาปริบๆ อย่างไม่เชื่อถือ

“แสดงว่าท่านถูกท่านแม่ดุเหมือนกันน่ะสิ!”

“เปล่า”

ยิ่งมองก็ยิ่งคล้ายตัวเองกำลังฝันเฟื่อง นอกจากเด็กนั้นจะพูดจาฉะฉาน กล้าสบตาท่านแม่ทัพตรงๆ เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่นอกเหนือความคาดหมายก็คืออีกฝ่ายเถียงเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะนั่นอีกด้วย!

แถม...

“เฮ้อ...ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีก”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินเอก   Special หนังสือหย่าของข้าเล่า?

    มีอยู่ครั้งหนึ่งที่อวิ๋นถิงนึกถึงหนังสือหย่าของเขาขึ้นมา...ร่างบอบบางกำลังวุ่นอยู่กับการเดินไปเดินมาพลิกหาสิ่งของคิ้วขมวด นางจำได้ว่าตอนที่กลับมายังจวนโหวนางเอาตั้งไว้ใต้เตียงนี่ แล้วมันหายไปไหนกันในขณะที่กำลังคิดอย่างงงงวย ร่างของสามีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่ชอบใจนัก“เจ้าหนีมาที่เรือนหอมหมื่นลี้มิบอกข้าอีกแล้ว”“ข้ามิได้หนีท่าน ข้าแค่กลับมาหาของต่างหาก”แม่ทัพบูรพาทิ้งตัวลงนั่ง มองนางที่ใบหน้ายับยู่ หัวคิ้วขมวดติดกัน จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปไม่ได้ มีสิ่งใดที่ทำให้ภรรยาเขาขึ้งเครียดถึงเพียงนี้!“ที่แท้เจ้ากำลังหาอันใดอยู่กันแน่”อวิ๋นถิงขบเม้มริมฝีปากอย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้ว่ากล่าวออกไปแล้วเขาจะมีโทสะหรือไม่“หนังสือหย่าที่ท่านเคยให้ข้า”ว่าไปแล้วก็ได้แต่ชำเลืองมองเขาอย่างไม่มั่นใจนักทว่าผิดกับที่นางคาดคิดไว้เหลือเกิน! นอกจากเขาจะไม่ถลึงตามองใส่นางด้วยความไม่พอใจหรือลากนางไป ‘ลงโทษ’ จ้าวเฟิงเยี่ยนยังเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปหยิบกาน้ำชามาเทใส่จอกบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบอึกหนึ่ง“เจ้าวางไว้ที่อื่นแล้วลืมหรือไม่”คนฟังรีบโคลงศีรษะ“ตั้งแต่มาที่นี่ ข้าก็มิได้ย้ายไปเก็บไว้ที

  • ฮูหยินเอก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ 1 (องค์หญิงผิงหยาง)เสียงล้อรถและเสียงฝีเท้าของอาชาดังเข้าหู ร่างกายของนางสั่นคลอนเพราะการเคลื่อนไหวผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยหินเล็กหินน้อยมากมายคนที่ร่วมเดินทางไปกับนางพวกนี้ ก็คือทหารของแคว้นหมิงหลัน คนของเป่ยเว่ยโหวที่ส่งมาคุ้มกันนาง หรืออีกนัยหนึ่งจะบอกว่ามาควบคุมมิให้นางหนีออกไปหรือทำอะไรได้ตามอำเภอใจหนังสือหย่าฉบับหนึ่งถูกวางลงพร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ อย่างครุ่นคิด ประโยคสนทนาของเขาวันนั้นยังทำให้นางหนักใจอยู่หลายส่วน‘ท่านโหวเรียกข้า มีอันใดหรือเปล่าเจ้าคะ’‘เจ้ายังคิดถึงคนรักอยู่อีกหรือไม่’‘เรื่องนั้น...’ นางมองจ้าวเฟิงเยี่ยนอย่างพิศวง เหตุใดจู่ๆ วันนี้ถึงได้เรียกนางมาคุยเรื่องนี้ ทั้งที่จริงแล้วเขาจะปล่อยให้นางอยู่อย่างอ้างว้างในจวนนี้ตามลำพังก็ยังได้‘เมื่อคืนข้าคุยกับฝ่าบาท เรื่องที่ข้าจะหย่าให้เจ้ากลับแคว้นเหลียง’‘ท่านโหวกล่าวจริงหรือไม่’‘สิ่งที่ข้าทำให้ถิงถิงได้ ข้าก็จะทำ’‘แล้วฝ่าบาทว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ’‘เรื่องหย่ามิใช่ปัญหา แต่ติดอยู่เรื่องเดียว...’ ตอนแรกฮ่องเต้ก็มีท่าทีไม่พอใจนัก แต่เมื่อเขาเอ่ยปากว่าหากมิยินยอมเขาจะลาออกจากราชการแล้วพามารดาแล

  • ฮูหยินเอก   บทส่งท้าย

    หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือดไปในวันนั้น นางก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง มิได้ออกมาพบหน้าผู้คนอีกหลังจากที่องค์หญิงผิงหยางบอกกล่าวต่อนางในวันนั้น หลังจากนั้นอีกสามวันแม่ทัพบูรพาก็หย่าขาดจากนาง โดยให้เหตุผลว่านางแต่งเข้าจวนแม่ทัพมาห้าปี แต่มิสามารถมอบบุตรให้สามีได้หลังจากที่สามีภรรยารักใคร่กลมเกลียว จ้าวเฟิงเยี่ยนจึงถือวิสาสะจัดพิธีเปลี่ยนแซ่ของบุตรชาย กลายเป็นจ้าวเทียนอี้ คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพบูรพา รวมไปถึงเขาสามารถหลอกล่อให้บุตรชายเรียกว่าท่านพ่อได้แล้วด้วยหลังจากที่แม่ทัพบูรพาลาราชการโดยหายไปจากวังหลวงโดยไม่บอกกล่าว เขาก็ถูกฮ่องเต้ส่งไปปราบโจรทางเหนือ...ถึงแม้จะเป็นเพียงโจรกลุ่มเล็กๆ แต่ก็ใช้เวลาไปร่วมสามเดือนแล้วก็ยังมิได้กลับเมืองหลวง นั่นคือการลงโทษเป่ยเว่ยโหวจากฮ่องเต้ ที่กลั่นแกล้งมิให้ได้ใกล้ชิดภรรยา เพราะเขาหลงภรรยาจนลืมการงานมากเกินไป!ท่ามกลางความมืดสงัด ประตูเรือนหอมหมื่นลี้ก็ถูกเปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งย่างเท้าเข้ามาด้วยความเบา เขาเดินไปจุดตะเกียงดวงหนึ่งพอให้เห็นภาพภายในทันทีที่แสงไฟส่องสว่าง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดเมื่อครู่ก็ค่อยๆ อ่อนโยนลง

  • ฮูหยินเอก   วันนี้ขอลา!

    “เหตุใดวันนี้ถึงได้กลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เล่าเจ้าคะ”เหมยกั๋วกระซิบถาม น้ำเสียงติดหยอกล้ออยู่บ้าง หลายวันที่ผ่านมานางเห็นอวิ๋นถิงเพียงไม่ถึงสามลมหายใจด้วยซ้ำ!“เหมยกั๋ว เจ้าเอาใหญ่แล้วนะ”“ข้าก็แค่เพียงถามดูเจ้าค่ะ”อวิ๋นถิงคลี่ยิ้ม มองดูอวิ๋นเทียนอี้ที่ค่อยๆ หลับอย่างมีความสุขไปแล้วหลังจากที่ชักชวนบิดาและน้องชายให้ค้างอยู่ที่นี่สักคืนหนึ่งไม่เป็นผล นางก็ได้ฝากผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งให้มารดา และให้คำมั่นว่านางจะพยายามหาโอกาสชวนจ้าวเฟิงเยี่ยนไปให้ได้คืนนี้เขาส่งคนมาบอกเพียงว่าอาจจะอยู่ในวังหลวงจนดึก นางจึงกลับมานอนที่เรือนหอมหมื่นลี้เป็นการชั่วคราวถือว่าเป็นการ ‘พักผ่อน’เหมยกั๋วขยับกายเข้าไปใกล้ “เหตุใดท่านถึงได้หน้าแดงเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ มิสบายอีกหรือ”อวิ๋นถิงถอนหายใจทั้งที่ใบหน้ายังแต้มไปด้วยรอยยิ้ม“อากาศร้อนไปหน่อย”นางว่าแล้วโบกมือไหว คล้ายจะไล่กลายๆ“เจ้าไปนอนเถิด คืนนี้ข้าดูแลอี้เอ๋อร์เอง”“เจ้าค่ะ”เหมยกั๋วรับคำอย่างแปลกใจทั้งที่หัวคิ้วขมวดติดกันเล็กน้อย นางเดินไปแล้วก็ใช้มือโบกกับอากาศเบาๆจะว่าไปอากาศคืนนี้ก็ค่อนข้างเย็นอยู่บ้าง โบกมือเบาๆ ก็ยังขนลุกซู่เจ้านายนางกลายเป

  • ฮูหยินเอก   ข้าคือท่านน้าต่างหาก!

    หลังจากฮูหยินผู้เฒ่ากระอักออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน ทั้งจวนก็ดูวุ่นวายอยู่ไปพักใหญ่ จนกระทั่งหมอตู้ตรวจอาการเรียบร้อยและปล่อยให้ฮูหยินผู้เฒ่าได้พักผ่อน ภายในจวนถึงกลับมาสงบเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่งหมอตู้บอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าได้รับการกระทบจิตใจมากเกินไปเท่านั้นหลังจากนั้นจ้าวเฟิงเยี่ยนจึงเดินทางเข้าวังหลวงไปพร้อมกับฉีเหอ ปล่อยให้อวิ๋นถิง บิดาและน้องชายอยู่ด้วยกันตามลำพังครอบครัวอวิ๋นแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุขดิบกันอย่างเพลิดเพลิน ต่างฝ่ายต่างเล่าความเป็นอยู่ของตัวเองที่ดำเนินมาด้วยความลำบากอยู่มาก จากนั้นถึงได้รู้ว่าหลังจากที่บิดามาตามหานางในครั้งนั้นแล้ว เมื่อกลับไปถึงบ้านมารดาของนางก็ล้มป่วยลง ต้องตระเวนตามหมอมาดูแลอาการ ต้มยาวันละสามครั้งมิให้ขาด จึงทำให้เขาและอวิ๋นอันต้องดูแลอีกฝ่ายมิได้ห่างเพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบเมื่ออาการของมารดานางดีขึ้นเป็นลำดับ อวิ๋นหยางถึงได้ย้อนกลับมาที่จวนโหวอีกครั้งโดยมีอวิ๋นอันติดตามมาด้วยเพราะเกรงว่าบิดาจะเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางได้ยินเช่นนั้นอวิ๋นถิงก็เบิกตากว้าง“เป็นเช่นนั้นแล้วผู้ใดดูแลท่านแม่เล่าเจ้าคะ”อวิ๋นหยางหัวเราะฮ่าๆ เหลือบมองบุตรชายอย่างมีความ

  • ฮูหยินเอก   ฮูหยินผู้เฒ่ากระอักเลือด

    “จางจิ้ง เจ้าช่วยข้าคิดหาวิธี นับวันเยี่ยนเอ๋อร์หลงสตรีชั่วร้ายนั่นใหญ่แล้ว อีกหน่อยก็คงมิเห็นหัวข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าค่อนขอดในขณะที่สาวใช้เบื้องล่างได้แต่ถอนหายใจ“นายหญิง บ่าวคิดว่าฮูหยินน้อยก็มิได้เลวร้ายอะไร...”พลั่ก!!ฮูหยินผู้เฒ่าคว้าหมอนที่แนบอิงโยนใส่ใบหน้าอีกฝ่ายทันทีด้วยความกรุ่นโกรธ“แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าข้างนางหรือ!”“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ”จางจิ้งรีบโขกศีรษะลงกับพื้นแรงๆ นับวันฮูหยินผู้เฒ่าเริ่มใจร้อนไปกันใหญ่จนแทบควบคุมสติตัวเองไม่ได้ไปแล้ว“องค์หญิงผิงหยางก็เช่นกัน ถูกสามีเพิกเฉยเช่นนี้ยังจะทำตัวมีความสุขอยู่ได้”จางจิ้งได้แต่พัดไกวเจ้านายโดยไม่เอ่ยปากกล่าวอะไร นางได้แต่ฟังเงียบๆ อย่างจนใจเช่นกัน มู่อี๋เหนียงก็ถูกไล่ออกจากจวนไปแล้ว เมื่อไหร่นายหญิงจะเลิกทำให้จวนลุกเป็นไฟเสียทีจนกระทั่งได้ยินสาวใช้ข้างนอกพูดกัน ฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้มีแววตาเป็นประกาย“นายท่านอวิ๋นมา รีบไปบอกท่านโหวเร็วเข้า”ไม่รอช้านางก็รีบออกไปจากเรือนเซียงอี้ ตรงไปยังห้องโถงใหญ่ท่ามกลางสายตาตระหนกตกใจของผู้คนโดยรอบนับสิบคู่ หากแต่มิมีใครกล้าคัดค้านฮูหยินผู้เฒ่ามายังห้องโถงก่อนจะเห็นร่างอวิ๋นหยางและร่างบุรุษวัยย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status